<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97708</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2021 22:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2021 21:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กู้เรือยักษ์สำเร็จแล้ว คลองสุเอซเปิดเดินเรือได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ข่าวดี ความพยายามกู้เรือเอเวอร์กิฟเวนสำเร็จแล้วเมื่อวันจันทร์ เรือบรรทุกตู้สินค้าลำยักษ์ลอยลำได้ เปิดเส้นทางคลองสุเอซให้เดินเรือได้ปกติ แต่คาดต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะระบายเรือที่ตกค้างอยู่หลายร้อยลำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้คนริมฝั่งคลองสุเอซมองเรือเอเวอร์กิฟเวนกลับมาลอยลำได้ในเวลาบ่ายสามโมงเศษตามเวลาท้องถิ่นของอียิปต์วันจันทร์ที่ 29 มีนาคม 2564 (Photo by Mahmoud Khaled/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานว่า ภาพข่าวของสถานีโทรทัศน์ของอียิปต์เผยให้เห็นว่า เรือความยาว 400 เมตรลำนี้ค่อยๆ ล่องอย่างช้าๆ ขึ้นไปตามคลองสุเอซ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การคลองสุเอซ (เอสซีเอ) ที่ประกาศปิดการเดินเรือภายหลังเรือเอเวอร์กิฟเวนขวางคลองเมื่อวันอังคารที่แล้ว กล่าวในแถลงการณ์ว่า พลเรือเอกโอซามา ราบี ผู้อำนวยการเอสซีเอ ประกาศเปิดการขนส่งสินค้าในคลองสุเอซอีกครั้งแล้วเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น.ของวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี เอสซีเอกล่าวว่า จะต้องใช้เวลานานกว่า 3 วันจึงจะระบายเรือที่ตกค้างอยู่ในคลองทั้งตอนเหนือซึ่งออกสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และตอนปลายคลองทางใต้ที่ออกสู่ทะเลแดง ที่มีรวมกันถึง 425 ลำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพข่าวทีวีเผยให้เห็นลูกเรือลากจูงบีบแตรเรือเพื่อฉลอง หลังจากเรือสินค้าลำมหึมาเคลื่อนออกห่างจากริมฝั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราคาน้ำมันในตลาดโลกผ่อนคลายลงรับข่าวการเปิดเส้นทางน้ำสำคัญนี้ซึ่งเป็นทางผ่านของการขนส่งสินค้าทางเรือมากกว่าร้อยละ 10 ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทกู้เรือจากเนเธอร์แลนด์ SMIT Salvage ที่มีบทบาทสำคัญในปฏิบัติการนี้ กล่าวว่า ทีมผู้เชี่ยวชาญประสานงานอย่างใกล้ชิดกับองค์การคลองสุเอซ จนสามารถทำให้เรือลำนี้ลอยลำได้อีกครั้งในเวลา 15.03 น.ตามเวลาท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีเตอร์ เบอร์ดาวสกี ซีอีโอของบริษัท Boskalis บริษัทแม่ของ SMIT Salvage กล่าวว่า ปฏิบัติการนี้ซึ่งเกิดภายใต้ความกดดันที่ต้องแข่งกับเวลาท่ามกลางสายตาจับจ้องของทั้งโลก ใช้เรือลากจูง 13 ลำ และการขุดลอกทรายประมาณ 30,000 ลูกบาศก์เมตร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97708</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้เรือยักษ์สำเร็จ, คลองสุเอซ, องค์การคลองสุเอซ, เปิดคลองสุเอซ, เรือเอเวอร์กิฟเวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210329/image_big_6061ebd3bdb34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97653</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2021 13:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2021 13:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ติดตามปัญหา &#039;คลองสุเอซ&#039; ใกล้ชิด สั่งหามาตรการดูแลผู้ส่งออก-นำเข้าสินค้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค.64 - เมื่อเวลา 11.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีเรือ Ever Given เกยตื้นขวางการเดินเรือคลองสุเอซ ประเทศอียิปต์ ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจโลกว่า เป็นเรื่องที่เราต้องรู้ เพราะเป็นปัญหาในภูมิภาค ทั้งนี้แม้จะแก้ปัญหาได้แล้ว แต่ก็มีความเสียหายจำนวนมาก ซึ่งไทยได้พิจารณาตั้งแต่แรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขนส่งสินค้าทั่วไปอาจจะมีผลกระทบบ้าง ส่งมอบล่าช้า และค่าขนส่งสินค้าสูงขึ้น เพราะเรือต้องอ้อมไปส่งสินค้าเส้นทางอื่น ซึ่งเราติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และหามาตรการดูแลผู้ประกอบการส่งออก-นำเข้าสินค้า หากสถานการณ์คลี่คลายในระยะเวลาอันสั้นก็จะไม่มีผลกระทบมากนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า สำหรับเรื่องพลังงานขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบเนื่องจาก ปตท. มีน้ำมันดิบจากลิเบีย 1 คาร์โก้ ซึ่งแก้ไขขายให้ยุโรปไปแล้ว ส่วนก๊าซธรรมชาติเหลวหรือก๊าซแอลเอ็นจีนั้น เป็นการซื้อขายที่มีสัญญาล่วงหน้า ซึ่งผู้ขายจะต้องจัดหาและนำส่งให้ได้ ทั้งนี้เรื่องการค้าขายที่ต้องส่งออกไปยุโรปอาจจะต้องเสียเวลา แต่สามารถอ้อมไปใช้เส้นทางอื่นได้ ส่วนเรือที่ติดค้างในคลองสุเอซคงต้องรอ 10-12 วัน เนื่องจากมีการขนตู้คอนเทรนเนอร์ออกจากเรือที่อับปาง ซึ่งยังไม่มีผลกระทบกับไทยมากนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในภูมิภาคในอาเซียน รัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจ ทุกอย่างนายกฯทราบดี และได้สั่งการแก้ปัญหาเตรียมการไว้อยู่ หลายอย่างคาดการณ์ล่วงหน้าไว้ก่อนดีกว่า เพื่อแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมา ผมทำงานเชิงรุกหมดทุกเรื่อง&amp;quot; นายกฯ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97653</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลองสุเอซ, ประเทศอียิปต์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เรือขวางคลองสุเอซ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210329/image_big_6061767972b20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97648</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2021 19:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2021 12:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรือขวางสุเอซลอยลำได้บางส่วน ท้ายขยับห่างฝั่งเกิน100ม.แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;quot;เอเวอร์กิฟเวน&amp;quot; เรือบรรทุกสินค้าขนาดยักษ์ยาวเท่า 4 สนามฟุตบอลที่เกยตื้นขวางคลองสุเอซมานานร่วมสัปดาห์ ขยับออกห่างจากตลิ่งเกิน 100 เมตรมาตั้งลำในทิศทางที่ถูกต้องได้ราว 80% แล้วเมื่อวันจันทร์ เพิ่มความหวังว่าเส้นทางขนส่งสินค้าสำคัญนี้จะกลับมาเดินเรือได้อีกในเร็ววัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือเอเวอร์กิฟเวนขวางกลางคลองสุเอซเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2564 (Photo by Mahmoud Khaled/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างข้อมูลจากเว็บไซต์ติดตามเส้นทางเดินเรือเวสเซลไฟน์เดอร์เมื่อวันจันทร์ที่ 29 มีนาคมว่า เรือเอเวอร์กิฟเวน ความยาว 400 เมตร เริ่มเคลื่อนตำแหน่งแล้วในเวลา 04.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น (09.30 น.วันเดียวกันของไทย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกของบริษัท โชเอ กิเซน เจ้าของเรือลำนี้เผยว่า เรือติดอยู่ในสภาพทำมุม 30 องศากับคลอง แต่มุมเริ่มกว้างขึ้น โดยเรือ &amp;quot;เลี้ยว&amp;quot; แล้วแต่ยังไม่ลอยลำทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีวิดีโอโพสต์ทางโซเชียลมีเดียดูเหมือนว่าส่วนท้ายของเรือขยับออกห่างจากตลิ่งฝั่งตะวันตกของคลองสุเอซ เปิดช่องในคลองบ้างแล้ว เว็บไซต์เวสเซลไฟร์เดอร์ยังได้เปลี่ยนสถานะของเรือลำนี้เป็นอยู่ระหว่างการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรือเอเวอร์กิฟเวนเผชิญพายุทรายและลมแรงทำให้เรือเกยตื้นขวางเส้นทางน้ำที่เชื่อมระหว่างเอเชียกับยุโรปมาตั้งแต่วันอังคารที่แล้ว ทำให้องค์การคลองสุเอซ (เอสซีเอ) ของอียิปต์ต้องสั่งปิดการเดินเรือชั่วคราว มีเรือรอข้ามเส้นทางลัดนี้อย่างน้อย 369 ลำ ทั้งเรือบรรทุกตู้สินค้า, เรือสินค้าทั่วไป และเรือบรรทุกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอสซีเอออกแถลงการณ์เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น กล่าวว่า แผนการลากจูงเพื่อทำให้เรือบรรทุกตู้สินค้าลำนี้กลับมาลอยลำ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วด้วยความช่วยเหลือของเรือลากจูงขนาดยักษ์ 10 ลำ ภายหลังมีรายงานข่าวว่าเรือกลับมาลอยลำได้ เอสซีเอก็ออกแถลงการณ์เผยความคืบหน้าว่า เอเวอร์กิฟเวนซึ่งมีระวางขับน้ำ 200,000 ตัน เลี้ยวตั้งลำในทิศทางที่ถูกต้องได้แล้ว 80%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โอซามา ราบี ผู้อำนวยการเอสซีเอ กล่าวว่า ทันทีที่เรือลอยลำได้อย่างสมบูรณ์ ก็จะใช้เวลาประมาณ 3 วันครึ่งจึงจะระบายเรือที่ติดอยู่ในคลองนี้ออกได้ทั้งหมด เขายังชมเชยการทำงานของเรือลากจูงหลายลำที่สามารถทำให้ท้ายเรือขยับออกจากตลิ่งได้สำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตำแหน่งของเรือได้รับการปรับทิศทางใหม่มาตั้งลำได้ 80% ในทิศทางที่ถูกต้อง&amp;quot; เขากล่าวในแถลงการณ์ &amp;quot;ท้ายเรือขยับออกห่างจากฝั่ง 102 เมตรแล้ว&amp;quot; เมื่อเทียบกับตำแหน่งที่เรือเกยตื้นตอนแรกนั้นเรือห่างจากฝั่งเพียง 4 เมตรเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความพยายามกู้เรือครั้งใหม่ต้องรอน้ำขึ้นครั้งถัดไป ซึ่งแถลงการณ์ของเอสซีเอกล่าวว่า น้ำจะขึ้นอีกครั้งในเวลา 23.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น และจะเริ่มกระบวนการกู้เรืออีกครั้งเพื่อให้เรือลอยลำได้อย่างสมบูรณ์และปรับตำแหน่งเรือให้อยู่กลางคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่องค์การคลองสุเอซรายหนึ่งกล่าวโดยไม่เปิดเผยชื่อว่า ทีมงานภาคพื้นได้เริ่มตรวจสอบด้านเทคนิค เพื่อความมั่นใจว่าเครื่องยนต์ของเรือยังทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การกู้เรือแข่งกับเวลาเน้นที่การขนย้ายทรายที่ทำให้เรือเกยตื้น โดยจอร์จ ซัฟวัต โฆษกเอสซีเอ กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า ต้องขุดทรายรอบเรือออก 27,000 ลูกบาศก์เมตร ลึก 18 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิกฤติครั้งนี้ทำให้หลายบริษัทต้องเลือกระหว่างรอคอยหรือปรับเส้นทางเดินเรืออ้อมทวีปแอฟริกา เป็นระยะทางเพิ่มขึ้น 9,000 กิโลเมตร สิ้นเปลืองค่าน้ำมันมากขึ้นและเสียเวลากว่า 1 สัปดาห์ การปิดคลองสุเอซยังทำให้อียิปต์สูญเสียรายได้วันละ 12-14 ล้านดอลลาร์.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97648</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้เรือสินค้า, คลองสุเอซ, องค์การคลองสุเอซ, เรือขวางคลอง, เอเวอร์กิฟเวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210329/image_big_60616a5f99b5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97411</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 22:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 22:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งกู้เรือสินค้ายักษ์ขวาง&#039;สุเอซ&#039; รัสเซียสบช่องดันเส้นทางอาร์กติก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เรือลากจูงและเรือขุดกำลังทำงานอย่างหนัก เพื่อเร่งกู้เรือบรรทุกสินค้าขนาดยักษ์ที่เกยตื้นขวางคลองสุเอซเป็นวันที่ 4 เมื่อวันศุกร์ บริษัทเดินเรือหลายแห่งพิจารณาเปลี่ยนเส้นทางแล่นเรืออ้อมทวีปแอฟริกา ด้านรัสเซียสบช่องหนุนการพัฒนาเส้นทางอาร์กติก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือเอเวอร์กิฟเวนขนาดยาวเท่า 4 สนามฟุตบอล ขวางคลองสุเอซปิดกั้นการเดินเรือมาตั้งแต่วันอังคาร (Photo by Roscosmos Press Office\TASS via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรือเอ็มวี เอเวอร์ กิฟเวน เรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ขนาดยักษ์ เกยตื้นขวางคลองสุเอซตั้งแต่เช้าวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น ทำให้เส้นทางเดินเรือบนคลองสุเอซต้องหยุดชะงักทั้งขาขึ้นและขาล่อง บีบีซีรายงานว่า จากข้อมูลติดตามการเดินเรือของบริษัทลอยด์ลิสต์พบว่ามีเรือมากกว่า 160 ลำที่กำลังรอเดินเรือเข้าทั้งสองฝั่งของคลองสุเอซ ในจำนวนนี้เป็นเรือบรรทุกสินค้า 41 ลำ และเรือบรรทุกน้ำมันดิบ 24 ลำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการประเมินของลอยด์ลิสต์ การปิดการจราจรในคลองสุเอซกระทบต่อการขนส่งสินค้าวันละ 9,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยการจราจรที่เคลื่อนไปทางฝั่งตะวันตกของคลองสุเอซมีมูลค่าวันละราว 5,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนการจราจรเคลื่อนไปทางฝั่งตะวันออกของคลองมีมูลค่าวันละ 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ของบริษัท โชเอ กิเซน ไกชา บริษัทญี่ปุ่นเจ้าของเรือบรรทุกสินค้าที่เกยตื้นลำนี้ เผยกับเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ว่า เรือลากจูงและเรือขุดกำลังขุดหินเพื่อให้เรือลำนี้หลุดจากเกยตื้น ด้านองค์การคลองสุเอซเผยต้องขุดทรายให้ได้ราว 15,000-20,000 ลูกบาศก์เมตรเพื่อให้ได้ความลึกราว 12-16 เมตร เพื่อให้เรือลำนี้กลับมาลอยลำได้อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านบริษัท แมร์สค์ (Maersk) บริษัทขนส่งทางเรือยักษ์ใหญ่สัญชาติเดนมาร์ก และบริษัท ฮาแพค-ลอยด์ ของเยอรมนี เผยว่า กำลังพิจารณาเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือสินค้าที่หยุดชะงักอยู่ที่คลองสุเอซ โดยอ้อมไปทางทวีปแอฟริกา ผ่านแหลมกู๊ดโฮป เพื่อไปยังยุโรปและอเมริกาเหนือ ซึ่งเส้นทางนี้มีระยะทาง 3,500 ไมล์ ใช้เวลา 12 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนรัสเซีย ซึ่งเมื่อวันพฤหัสบดีหน่วยงานรัฐบาลแห่งหนึ่งเพิ่งล้อเลียนเรือเอเวอร์ กิฟเวน และเสนอเส้นทางอาร์กติกเป็นทางเลือกใหม่ หยิบยกปัญหาที่เกิดกับการเดินเรือสินค้าเมื่อคลองสุเอซถูกปิดซึ่งอาจนานถึงหลายสัปดาห์ มาขับเน้นความสำคัญของการพัฒนาเส้นทางเดินเรือสินค้าขั้วโลกเหนือของรัสเซีย ซึ่งเปิดให้เดินเรือได้มากขึ้นเพราะภาวะโลกร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิโคไล คอร์ชูนอฟ ทูตอาวุโส บอกกับสำนักข่าวอินเตอร์แฟกซ์ว่า เหตุการณ์ที่คลองสุเอซจะทำให้ทุกคนพิจารณาความจำเป็นที่เพิ่มความหลากหลายของเส้นทางเดินเรือทางยุทธศาสตร์เมื่อการจราจรทางทะเลมีปริมาณมากขึ้น และเส้นทางสำคัญที่สุดอันดับแรกคือเส้นทางทะเลเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัสเซียลงทุนมหาศาลในการพัฒนาเส้นทางทะเลเหนือที่จะช่วยให้เรือร่นเวลาการเดินทางจากท่าเรือในเอเชียไปยุโรปได้ 15 วันเมื่อเทียบกับเส้นทางผ่านคลองสุเอซ ภาวะโลกร้อนที่ทำให้น้ำแข็งละลายเปิดให้เส้นทางเดินเรือนอกชายฝั่งไซบีเรียเปิดมากขึ้น และรัสเซียกำลังมีแผนใช้เส้นทางนี้ในการส่งออกน้ำมันและก๊าซ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97411</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลองสุเอซ, รัสเซียดันเส้นทางอาร์กติก, อียิปต์, เรือขวางคลองสุเอซ, เรือเอเวอร์กิฟเวน, เส้นทางเดินเรือขั้วโลกเหนือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605dfb9976466.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97315</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2021 22:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2021 22:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าของเรือสินค้าขอโทษขวางคลองสุเอซ อียิปต์สั่งระงับเดินเรือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;บริษัทญี่ปุ่นเจ้าของเรือบรรทุกตู้สินค้าขนาดยักษ์ที่เกยตื้นขวางกลางคลองสุเอซยอมรับเมื่อวันพฤหัสบดีว่า กำลังประสบกับความยากลำบากสุดขีดในการเคลื่อนย้ายเรือ พร้อมขอโทษที่สร้างปัญหาแก่เรือลำอื่นๆ ทางการอียิปต์สั่งระงับการเดินเรือชั่วคราว หวั่นการกู้เรืออาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การคลองสุเอซ (เอสซีเอ) กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 มีนาคมว่า กำลังพยายามกู้เรือเอ็มวี เอเวอร์กิฟเวน สัญชาติปานามา ที่เผชิญกับพายุทรายทำให้เรือหลุดออกจากเส้นทางและเกยตื้นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพถ่ายดาวเทียมโดยบริษัท แพลเน็ตแล็บส์ เผยให้เห็นเรือบรรทุกสินค้าระวางขับน้ำ 200,000 ตันที่มีความกว้าง 59 เมตร ยาว 400 เมตรลำนี้ ขวางลำกลางคลอง ปิดกั้นการเดินเรือในเส้นทางน้ำสำคัญเชื่อมระหว่างเอเชียกับยุโรปซึ่งเอสซีเอระบุว่ามีเรือผ่านเส้นทางนี้เกือบ 19,000 ลำเมื่อปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โชเอ กิเซน ไกชา บริษัทผู้ให้บริการเช่าเรือจากญี่ปุ่น กล่าวว่า บริษัทเป็นเจ้าของเรือสินค้าลำยักษ์ลำนี้ และกำลังเผชิญกับความพยายามที่ยากลำบากอย่างที่สุดเพื่อกู้เรือ โดยทำงานร่วมกับทางการท้องถิ่นและบริษัทเบิร์นฮาร์ดชูลต์ชิปเมเนจเมนต์ (บีเอสเอ็ม) ผู้ดำเนินการเรือลำนี้ บริษัทขออภัยอย่างยิ่งที่สร้างความกังวลอย่างมากแก่เรือในคลองสุเอซ และเรือที่กำลังวางแผนจะล่องผ่านคลองนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บีเอสเอ็มเผยก่อนหน้านี้ว่า ลูกเรือ 25 คนของเอฟเวอร์กิฟเวน ซึ่งเป็นชาวอินเดียทั้งหมด ไม่ได้รับอันตราย และตัวเรือและสินค้าไม่ได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านเรือหลายคนเตือนว่าอาจต้องใช้เวลาหลายวันหรืออาจจะหลายสัปดาห์ในการเคลื่อนย้ายเรือ องค์การคลองสุเอซก็ประกาศว่าได้ระงับการเดินเรือผ่านคลองนี้ชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บีบีซีกล่าวว่า ขณะนี้มีเรืออย่างน้อย 150 ลำที่กำลังรอผ่านคลองความยาว 193 กิโลเมตรเส้นทางนี้ ซึ่งเชื่อมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนกับทะเลแดง เจ้าหน้าที่อียิปต์กล่าวกันด้วยว่า เรือลากจูง 8 ลำจะพยายามเคลื่อนเรือเมื่อน้ำขึ้นในวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปิดกั้นการเดินเรือในคลองสุเอซส่งผลต่อตลาดน้ำมันโลกแล้ว โดยสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้าปรับขึ้น 6% เมื่อวันพุธ ขณะที่ผู้ค้าประเมินว่าอาจมีผลกระทบต่อการส่งมอบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97315</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลองสุเอซ, บริษัท โชเอ กิเซน ไกชา, อียิปต์ระงับเดินเรือ, เรือขวางคลองสุเอซ, เรือบรรทุกสินค้า, เอเวอร์กิฟเวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210325/image_big_605ca8d3a52a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
