<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94721</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2021 09:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2021 09:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์&#039;ยันรู้ตัวคนร้ายเผาพระบรมฉายาลักษณ์แล้ว 2 ชาย1หญิง ตามถึงบ้านพักเชื่อมโยงการเมือง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มี.ค.64- &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการติดตามกรณีคนร้ายวางเพลิงป้ายและทำลายทรัพย์สิน บริเวณหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมว่า หลังจากที่กรมราชทัณฑ์ไปแจ้งความเอาผิดกับผู้กระทำผิดและตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว ทางตำรวจได้เก็บหลักฐาน ภาพกล้องวงจรปิดของเรือนจำ ที่สามารถจับภาพคนร้ายได้ มีผู้ต้องสงสัย 3 คนเป็น ชาย 2 &amp;nbsp;หญิง 1 โดยการตามภาพจากกล้องวงจรปิดไปจนถึงที่พักและพบว่ามีความเชื่อมโยงทางการเมือง ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมหลังจากที่ได้ทราบถึงกลุ่มบุคคลที่ลงมือก่อเหตุวางเพลิง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตนจึงได้สั่งการให้คณะทำงานเฉพาะกิจชื่อว่า​ คณะทำงานพาลีปราบยาของกระทรวงยุติธรรม ช่วยทำการสืบสวนเชิงลึกในกรณีดังกล่าว ทำให้ในขณะนี้เราได้ข้อมูลสำคัญที่ทำให้ทราบถึงตัวการสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุดังกล่าว รวมถึงได้ข้อมูลสำคัญที่ทำให้ทราบถึงบุคคลและกลุ่มบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการเผยแพร่ภาพดังกล่าวเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์หรือเผยแพร่ในโซเชี่ยลมีเดียด้วย ซึ่งคาดว่าจะสามารถออกหมายจับดำเนินคดีได้ทั้งกลุ่มผู้ลงมือ กลุ่มผู้ร่วมขบวนการและตัวการสำคัญในเร็วๆนี้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์​ กล่าาวว่า​ กระทรวงยุติธรรมมีคณะทำงานเฉพาะกิจ คือ พาลีปราบยา จึงให้ช่วยสืบสวนข้อมูลเชิงลึก ทำให้ทราบถึงผู้บงการสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุ รวมถึงคนเผยแพร่ข้อมูลความมั่นคงลงในโลกโซเชียล การสืบสวนในครั้งนี้ทำให้ได้ข้อมูลที่สมบูรณ์มากขึ้นในการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด เพราะจากข้อมูลของตำรวจเกี่ยวกับผู้กระทำผิดมีหลักฐานที่ชัดเจนทำให้เราสืบต่อไปได้ เรื่องนี้ผมยอมไม่ได้เพราะเป็นความผิดที่ร้ายแรง ทั้งการบุกทำลายทรัพย์สินของราชการในยามวิกาล และเรือนจำกลางคลองเปรมเป็นสถานที่ความมั่นคงสูง รวมถึงการนำข้อมูลความมั่นคงเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ข้อหาเหล่านี้เป็นข้อหาหนัก เราต้องนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้เป็นเยี่ยงอย่างโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า​ แสดงว่าขณะนี้ได้ตัวผู้บงการแล้วใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์​ กล่าวว่า​ ก็ต้องบอกว่ารู้ โดยจะส่งข้อมูลไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในการออกหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​ จะไปดำเนินการแจ้งความที่​ ปอท.หรือไม่ นายสมศักดิ์​ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของตำรวจท้องที่.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94721</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลองเปรม, สมศักดิ์ เทพสุทิน, เผาพระบรมฉายาลักษณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210302/image_big_603da258e56eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55408</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2020 18:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลิกโฉมคลองเปรมประชากร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-left:108.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(สภาพบ้านเรือนริมคลองเปรมประชากรที่ทรุดโทรมและปลูกสร้างลงไปในคลอง)&amp;nbsp; &amp;nbsp; (ภาพกราฟฟิกสภาพชุมชนใหม่ริมคลองเปรมฯ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;คลองเปรมประชากรเป็นคลองสายแรกที่ขุดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อร่นระยะเวลาในการล่องเรือจากกรุงเทพฯ-บางปะอิน&amp;nbsp; รวมทั้งเพื่อขยายพื้นที่ทำนาสองฝั่งคลองออกไป&amp;nbsp; มีความยาวประมาณ 50&amp;nbsp; กิโลเมตร&amp;nbsp; กว้าง 12 เมตร&amp;nbsp; แต่ปัจจุบันสภาพลำคลองตื้นเขิน&amp;nbsp; น้ำเน่าเสีย&amp;nbsp; มีสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำคลองเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp; ทำให้กีดขวางทางเดินของน้ำ&amp;nbsp; การระบายน้ำในคลองเปรมฯ จากทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและอ่าวไทยล่าช้าไม่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp; ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจึงมีแผนฟื้นฟูคลองเปรมประชากรทั้งระบบ&amp;nbsp; ใช้งบ 4,448&amp;nbsp; ล้านบาท&amp;nbsp; โดยให้ กทม.-กรมโยธาธิการ-กรมชลประทาน&amp;nbsp; สร้างเขื่อนระบายน้ำและขุดลอกคลอง&amp;nbsp; เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ&amp;nbsp; ป้องกันน้ำท่วม&amp;nbsp; บำบัดน้ำเสีย &amp;nbsp;รวมทั้งพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเชื่อมต่อรถ-ราง-เรือ &amp;nbsp;และให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; จัดทำแผนงานพัฒนาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตรองรับประชาชนที่ปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำคลองเปรมฯ ตามโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 38 ชุมชน&amp;nbsp; รวม 6,386 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; พลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธียกเสาเอกสร้างบ้านใหม่ให้แก่ชาวชุมชนประชาร่วมใจ 2 เขตจตุจักร&amp;nbsp; ที่ยินยอมพร้อมใจรื้อบ้านออกจากแนวคลองเปรมประชากรเป็นชุมชนแรก &amp;nbsp;เพื่อให้รัฐบาลเดินหน้าตามแผนงานการฟื้นฟูคลองเปรมฯ ทั้งระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลองสายแรกที่ขุดในสมัยรัชกาลที่ 5 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;คลองเปรมประชากรเป็นคลองสายแรกที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp;รัชกาลที่ 5&amp;nbsp; มีพระราชดำริให้ขุดขึ้นในปี พ.ศ. 2413&amp;nbsp; เพื่อเป็นคลองลัดเชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าด้วยกัน&amp;nbsp; เริ่มจากคลองผดุงกรุงเกษมบริเวณหน้าวัดโสมนัสวิหาร &amp;nbsp;ไปทะลุแม่น้ำเจ้าพระยาที่อำเภอบางปะอิน &amp;nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา &amp;nbsp;ระยะทางประมาณ &amp;nbsp;50.8 กิโลเมตร&amp;nbsp; มีความกว้างประมาณ 12 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีพระราชประสงค์เพื่อย่นระยะทางระหว่างกรุงเทพฯ&amp;nbsp; กับกรุงเก่า (อยุธยา) เนื่องจากเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยาเดิมเป็นทางน้ำอ้อมวกเวียนใช้เวลาเดินทางนาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเพื่อขยายพื้นที่การทำนาริมสองฝั่งคลอง&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะเดิมพื้นที่แถบนี้เป็นป่ารกเต็มไปด้วยโขลงช้างป่า &amp;nbsp;ไม่มีใครไปบุกเบิกถากถาง&amp;nbsp; เพราะไม่มีคลองน้ำ&amp;nbsp; เมื่อขุดคลองขึ้นมาแล้ว&amp;nbsp; ประชาชนจะได้มีความสะดวกสบาย&amp;nbsp; ทั้งด้านการทำมาค้าขายและการสัญจรไปมา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังที่พระองค์ทรงบันทึกเอาไว้ว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;จะให้ราษฎรได้ความเย็นใจ&amp;nbsp; ราษฎรชายหญิง&amp;nbsp; ทั้งคฤหัฐ&amp;nbsp; บรรพชิต&amp;nbsp; ลูกค้าวานิชและต่างภาษา&amp;nbsp; ค้าขายขึ้นล่องคลองนี้โดยสะดวกทุกท่าน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงโปรดเกล้าฯ จ้างแรงงานคนจีนมาขุด&amp;nbsp; ใช้เวลาขุด 16 เดือน &amp;nbsp;ใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 2,544 ชั่ง&amp;nbsp; 2 ตำลึง (ประมาณ 203,520 บาท) &amp;nbsp;และพระราชทานนามว่า &amp;ldquo;คลองสวัสดิ์เปรมประชากร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการขุดคลองครั้งนั้นได้มีการปักหมุดหมายริมคลองเปรมฯ จากคลองผดุงกรุงเกษมถึงพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp; เพื่อบอกระยะทางทุกๆ 100&amp;nbsp; เส้น&amp;nbsp; หรือ 4 กิโลเมตร&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 13&amp;nbsp; หลัก&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ปัจจุบันหลักหมุดทั้งหมดได้หายไป&amp;nbsp; เหลือเพียงแต่ชื่อ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; หลักสี่ &amp;nbsp;(กรุงเทพฯ) &amp;nbsp;และหลักหก (รังสิต)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;แผนฟื้นฟูคลองเปรมฯ ทั้งระบบ&amp;nbsp; ใช้งบ 4,448&amp;nbsp; ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลในปี 2554&amp;nbsp; สาเหตุหนึ่งมาจากการระบายน้ำในคลองสายหลักในกรุงเทพฯ ไม่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp; เนื่องจากมีบ้านเรือนปลูกสร้างรุกล้ำลำคลองจำนวนมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้ลำคลองคับแคบ&amp;nbsp; ตื้นเขิน&amp;nbsp; ในปี 2555&amp;nbsp; คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทก (กบอ.) ได้เสนอแผนงานการแก้ไขปัญหาและป้องกันน้ำท่วม&amp;nbsp; โดยจะมีการสร้างเขื่อนระบายน้ำและขุดลอกคลองในลำคลองสายหลักในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; จำนวน 9 แห่ง&amp;nbsp; แต่รัฐบาลในขณะนั้นยังไม่ได้ดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมารัฐบาล คสช.&amp;nbsp; โดยพลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; ได้แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ&amp;nbsp; มีพลเอกประวิตร&amp;nbsp; วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp; เป็นประธาน&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการในคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อเป็นแห่งแรกในปี 2559&amp;nbsp; โดยกรุงเทพมหานครรับผิดชอบก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลองลาดพร้าวฯ เพื่อป้องกันน้ำท่วม &amp;nbsp;ระยะทางทั้งสองฝั่งประมาณ 45 กิโลเมตร&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จัดทำโครงการรองรับที่อยู่อาศัยของประชาชนที่สร้างบ้านเรือนรุกล้ำคลอง&amp;nbsp; จำนวน 50 ชุมชน&amp;nbsp; รวม 7,069 ครัวเรือน &amp;nbsp;(ขณะนี้ดำเนินการไปแล้ว &amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp; 35 ชุมชน&amp;nbsp; รวม 3,308&amp;nbsp; ครัวเรือน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคลองเปรมประชากร&amp;nbsp; คณะรัฐมนตรี (รัฐบาล คสช.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2562 &amp;nbsp;เห็นชอบ &amp;lsquo;แผนแม่บทโครงสร้างพื้นฐานระบบคลองและการพัฒนาชุมชนริมคลองเปรมประชากร&amp;rsquo; &amp;nbsp;ระยะเวลาดำเนินการ 9 ปี (พ.ศ.2562-2570) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ&amp;nbsp; ป้องกันน้ำท่วม&amp;nbsp; และบำบัดน้ำเสียในคลองเปรมประชากรทั้งระบบ&amp;nbsp; ความยาวทั้งหมด 50.8 กิโลเมตร&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตหลักสี่และจิตอาสาช่วยกันเก็บขยะในคลองเปรม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้เนื่องจากคลองเปรมฯ เป็นลำคลองที่รับน้ำมาจากทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ&amp;nbsp; จากอยุธยา-ปทุมธานี-ลงมาถึงกรุงเทพฯ และไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและอ่าวไทย&amp;nbsp; โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินงานตามแผนงานหลักระยะเร่งด่วน &amp;nbsp;ปี 2562-2565&amp;nbsp; จำนวน 4 โครงการ&amp;nbsp; วงเงิน&amp;nbsp; 4,448 ล้านบาท&amp;nbsp; ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;1.กรุงเทพมหานครดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำ&amp;nbsp; จากถนนเทศบาลสงเคราะห์ &amp;ndash; สุดเขต กทม. &amp;nbsp;ระยะทางทั้งสองฝั่ง 27.2 &amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp; วงเงิน 3,443 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;2.กรมโยธาธิการและผังเมืองดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อนคลองเปรมประชากรจากคลองบ้านใหม่ &amp;ndash; คลองรังสิตประยูรศักดิ์ &amp;nbsp;วงเงิน 980 ล้านบาท &amp;nbsp;ขณะนี้อยู่ในระหว่างการศึกษาและออกแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;3. กรมชลประทานดำเนินการขุดลอกคลองเปรมประชากรในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp; จากคลองรังสิตประยูรศักดิ์ &amp;ndash; คลองเชียงรากน้อย &amp;nbsp;ระยะทาง 15.3 กิโลเมตร &amp;nbsp;&amp;nbsp;วงเงิน 16 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;4. ขุดลอกคลองเปรมประชากรในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา &amp;nbsp;จากคลองเชียงรากน้อย &amp;ndash; สถานีสูบน้ำเปรมเหนือบางปะอิน &amp;nbsp;ระยะทาง 8.1 กิโลเมตร &amp;nbsp;วงเงิน 9 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ทั้งนี้ในช่วงปี 2562 ที่ผ่านมา&amp;nbsp; กรุงเทพมหานครได้ก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำช่วงแรก&amp;nbsp; จากคลองบ้านใหม่ถึงหมู่บ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แกรนด์คาแนล&amp;nbsp; เขตดอนเมือง&amp;nbsp; ระยะทางประมาณ 460 เมตรเสร็จแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 4.5pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ภาพกราฟฟิกประตูระบายน้ำคลองเปรมฯ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp; กรุงเทพมหานครยังมีโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองเปรมประชากรลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ระยะทาง 13.5 กิโลเมตร&amp;nbsp; มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 5.7 เมตร &amp;nbsp;สามารถระบายน้ำได้ประมาณ 60 ลูกบาศก์เมตร/วินาที&amp;nbsp; จะดำเนินการในปีงบประมาณ 2563-2567 &amp;nbsp;ใช้งบประมาณ 9,800 ล้านบาท &amp;nbsp;เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำในพื้นที่เขตดอนเมือง &amp;nbsp;เขตหลักสี่ &amp;nbsp;เขตบางเขน &amp;nbsp;เขตจตุจักร &amp;nbsp;ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 650 ตารางกิโลเมตร &amp;nbsp;เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่&amp;nbsp; รวมถึงยังช่วยรับน้ำฝนที่ระบายในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ข้างเคียง คือ&amp;nbsp; นนทบุรีและปทุมธานี และสามารถสูบน้ำกลับเพื่อเจือจางน้ำเสียในคลองเปรมประชากรได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;ldquo;คืนบ้านใหม่ให้พี่น้อง&amp;nbsp; คืนสายคลองให้ส่วนรวม&amp;rdquo;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอช.สนับสนุนการสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; 6,836 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 4.5pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ภาพกราฟฟิกบ้านใหม่ของชาวชุมชนริมคลองเปรมประชากร)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากแผนการฟื้นฟูคลองเปรมประชากรดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp; การพัฒนาคลองเปรมฯ ทั้งระบบยังรวมถึงการพัฒนาชุมชนริมคลองเปรมฯ และพื้นที่ริมคลองด้วย &amp;nbsp;โดยการออกแบบวางผังพื้นที่ริมคลองให้องค์ประกอบต่างๆ &amp;nbsp;มีความสอดคล้องกัน &amp;nbsp;คือการพัฒนาที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;&amp;nbsp;การจัดระบบสาธารณูปโภคและผังเมือง &amp;nbsp;&amp;nbsp;การปรับปรุงภูมิทัศน์&amp;nbsp; การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;แผนพัฒนาจุดเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ &amp;nbsp;ล้อ (รถยนต์) &amp;ndash; ราง (รถไฟ-รถไฟฟ้า) &amp;ndash; เรือ &amp;ndash; ทางจักรยาน &amp;nbsp;&amp;nbsp;และแผนพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; จะต้องรื้อย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำคลองเปรมฯ และวางผังเพื่อจัดระเบียบที่อยู่อาศัยใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดำเนินการตามโครงการบ้านมั่นคงของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; เช่นเดียวกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยรองรับประชาชนในคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อ&amp;nbsp; พร้อมระบบสาธารณูปโภคต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มีระบบการจัดการน้ำเสียในครัวเรือน&amp;nbsp; การจัดการขยะ&amp;nbsp; มีศูนย์เด็กเล็ก&amp;nbsp; ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศูนย์ฝึกอาชีพ&amp;nbsp; ศูนย์การเรียนรู้&amp;nbsp; ลานกีฬา&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อให้ประชาชนมีสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่ดี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ธนัช&amp;nbsp; นฤพรพงศ์&amp;nbsp; ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; มีชุมชนริมคลองเปรมฯ จำนวน&amp;nbsp; 32 ชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยู่ในเขตจตุจักร&amp;nbsp; หลักสี่&amp;nbsp; และดอนเมือง&amp;nbsp; และอีก&amp;nbsp; 6 หมู่บ้านอยู่ในเขต จ.ปทุมธานี&amp;nbsp; รวมทั้งหมด 6,386&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; ซึ่งชุมชนเหล่านี้สามารถอยู่อาศัยในที่ดินเดิมได้ทั้งหมด&amp;nbsp; แต่จะต้องรื้อบ้านออกจากพื้นที่ริมคลองและแนวก่อสร้างเขื่อนฯ&amp;nbsp; เพื่อปรับผังชุมชนแล้วก่อสร้างบ้านใหม่ทั้งหมด&amp;nbsp; เพื่อให้ทุกครอบครัวอยู่ในชุมชนเดิมได้&amp;nbsp; โดยได้รับสิทธิในที่ดินเท่ากันทุกครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เบื้องต้นขนาดบ้านและแบบบ้านจะมีทั้งบ้านชั้นเดียวและสองชั้น&amp;nbsp; ขนาด 4x7 และ 5x6 ตารางเมตร&amp;nbsp; ตามขนาดพื้นที่ของชุมชน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนงบประมาณที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จะสนับสนุนการก่อสร้างบ้านใหม่จะเหมือนกับที่ดำเนินการในชุมชนริมคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อ&amp;nbsp; โดยแบ่งเป็น 1.การปรับปรุงสาธารณูปโภค&amp;nbsp; อุดหนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; เป็นต้น&amp;nbsp; รวมครัวเรือนละ 147,000 บาท&amp;nbsp; 2.งบสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; วงเงินครัวเรือนละไม่เกิน 360,000 บาท &amp;nbsp;ผ่อนชำระ 20 ปี &amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4%&amp;rdquo;&amp;nbsp; ธนัชแจงรายละเอียดการสนับสนุนของ พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;พลเอกประยุทธ์เป็นประธานยกเสาเอกสร้างบ้านใหม่ชุมชนริมคลองเปรมฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้เมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; พลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรีและคณะ&amp;nbsp; ได้เดินทางมาประธานพิธียกเสาเอกสร้างบ้านใหม่ให้แก่ชาวชุมชนประชาร่วมใจ 2 เขตจตุจักร&amp;nbsp; ซึ่งเป็นชุมชนแรกที่มีการรื้อย้ายและสร้างบ้านใหม่จำนวนทั้งหมด 210 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยจะเริ่มสร้างบ้านเฟสแรกแรกจำนวน&amp;nbsp; 20&amp;nbsp; หลัง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(พลเอกประยุทธ์ประธานพิธียกเสาเอกบ้านมั่นคงริมคลองเปรมฯ หลังแรก)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า&amp;nbsp; ชุมชนประชาร่วมใจ 2 &amp;nbsp;เป็นชุมชนแรกในคลองเปรมประชากรที่มีการพัฒนา&amp;nbsp; จากเดิมที่ชุมชนอยู่อาศัยอย่างไม่ถูกต้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลก็ทำให้พี่น้องได้เช่าที่ดินอย่างถูกต้อง&amp;nbsp; เป็นบ้านที่ถูกกฎหมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมอบสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุ&amp;nbsp; เพื่อสร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยทุกคนภายในปี 2579&amp;nbsp; &amp;nbsp;และนอกจากจะดำเนินการพัฒนาในคลองเปรมประชากรและคลองลาดพร้าวแล้ว&amp;nbsp; ต่อไปก็จะพัฒนาคลองสายอื่นในกรุงเทพฯ &amp;nbsp;รวมทั้งหมด 9 คลองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;โครงการนี้เป็นโครงการที่มีความสำคัญ&amp;nbsp; เป็นโครงการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp; ที่จะทำให้คูคลองมีความสะอาด&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยให้ทุกฝ่าย&amp;nbsp; ทุกหน่วยงานช่วยกันขับเคลื่อน&amp;nbsp; ร่วมมือกันพัฒนา&amp;nbsp; เหมือนกับคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; ทำให้บ้านน่าอยู่มีความสวยงาม&amp;nbsp; ซึ่งต่อไปชุมชนจะต้องทำเรื่องท่องเที่ยว&amp;nbsp; ทำเรื่องอาชีพ&amp;nbsp; และเรื่องสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; และให้ปลูกต้นไม้&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีสถานที่ให้เด็กได้พักผ่อน&amp;nbsp; มีที่ค้าขาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; และให้ทุกคนช่วยกันดูแลคลอง&amp;nbsp; เพื่ออนาคตของลูกหลานต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; พลเอกประยุทธ์กล่าวย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุ เนื้อที่ 10 ไร่เศษ&amp;nbsp; และมอบใบอนุญาตก่อสร้างบ้านจำนวน 210&amp;nbsp; หลังให้แก่ผู้แทนชุมชนประชาร่วมใจ 2&amp;nbsp; ส่วนการก่อสร้างบ้านเฟสแรกจำนวน 20 หลัง&amp;nbsp; จะใช้เวลาประมาณ 8 เดือน&amp;nbsp; หลังจากนั้นจะทยอยสร้างในเฟสต่อไป&amp;nbsp; รวมทั้งชุมชนอื่นๆ ที่มีความพร้อมก็จะทยอยรื้อย้ายเพื่อก่อสร้างบ้านใหม่ภายในปีนี้&amp;nbsp; ตามแผนงานการก่อสร้างบ้านในชุมชนริมคลองเปรมฯ ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และปทุมธานีทั้งหมด 6,386 ครัวเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;จะแล้วเสร็จภายในปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(บ้านมั่นคงริมคลองลาดพร้าวและเขื่อนระบายน้ำที่สร้างเสร็จแล้ว)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ชุมชนประชาร่วมใจ 2 เป็นชุมชนแห่งแรกในคลองเปรมประชากรที่ชาวชุมชนร่วมใจกันรื้อบ้านออกจากแนวคลองเพื่อให้รัฐบาลดำเนินการพัฒนาคลองเปรมฯ ทั้งระบบ&amp;nbsp; โดยก่อนหน้านี้หน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; พอช.&amp;nbsp; กองทัพภาคที่ 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; กรมธนารักษ์&amp;nbsp; กรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp; สำนักงานเขตต่างๆ&amp;nbsp; และหน่วยงานในท้องถิ่นจังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp; ได้ร่วมกันจัดเวทีประชุมสร้างความเข้าใจกับชาวชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีชุมชนที่เข้าร่วมทั้งหมด&amp;nbsp; 32 ชุมชนในเขตกรุงเทพฯ&amp;nbsp; และ 6 หมู่บ้านในเขต จ.ปทุมธานี&amp;nbsp; รวมทั้งหมด 6,386 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาคลองเปรมฯ ทั้งหมดนี้&amp;nbsp; จะต้องรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวคลองและแนวก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำ&amp;nbsp; และปรับผังชุมชนเพื่อก่อสร้างบ้านและชุมชนใหม่ในที่ดินเดิม&amp;nbsp; โดยชุมชนจะต้องรวมตัวกันจัดตั้งเป็นสหกรณ์เคหสถานเพื่อให้มีสถานะเป็นนิติบุคคลและร่วมกันบริหารจัดการโครงการ&amp;nbsp; และทำสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุจากกรมธนารักษ์อย่างถูกต้อง&amp;nbsp; เปลี่ยนสถานะจากผู้บุกรุกเป็นชุมชนที่เช่าที่ดินอย่างถูกกฎหมาย&amp;nbsp; ระยะเวลาเช่าช่วงแรก 30 ปี&amp;nbsp; อัตราค่าเช่าผ่อนปรน (ประมาณ 1.50-3 บาท/เดือน/ตารางวา)&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนรูปแบบบ้านมีหลายขนาดเพื่อให้ชาวชุมชนได้ร่วมออกแบบและเลือกให้ตรงกับความต้องการ&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นบ้านแถว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; บ้านแถวชั้นเดียว&amp;nbsp; ขนาด 4 X 7 ตารางเมตร&amp;nbsp; ราคา 290,000 บาท&amp;nbsp; ผ่อนชำระเดือนละ 1,500 บาท&amp;nbsp; บ้านแถวสองชั้น&amp;nbsp; ขนาด 4 X 7 ตารางเมตร&amp;nbsp; ราคา 450,000 บาท&amp;nbsp; ผ่อนชำระเดือนละ 2,600 บาท&amp;nbsp; บ้านแถวสองชั้น&amp;nbsp; ขนาด 5 X 6 ตารางเมตร&amp;nbsp; ราคา 450,000 บาท&amp;nbsp; ผ่อนชำระเดือนละ 2,600 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระยะเวลาผ่อนชำระ 20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;เปิดใจเจ้าของบ้านหลังแรก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สมร&amp;nbsp; จันทร์ฉุน&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ในฐานะประธานสหกรณ์เคหสถานประชาร่วมใจ 2&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ชาวบ้านในชุมชนรู้สึกตื่นเต้นและปลื้มใจที่นายกฯ เห็นความสำคัญในการพัฒนาชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; และมาเป็นประธานในพิธียกเสาเอกสร้างบ้านใหม่ซึ่งหากสร้างบ้านเสร็จแล้ว&amp;nbsp; ชาวชุมชนก็จะร่วมกันฟื้นฟูคลอง&amp;nbsp; เพราะเมื่อก่อนน้ำในคลองยังสะอาด&amp;nbsp; ชาวบ้านตักน้ำในคลองมาใช้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตักใส่ตุ่มแล้วเอาสารส้มแกว่งให้ตกตะกอน&amp;nbsp; ในคลองก็ยังมีคนปลูกผักบุ้งขาย&amp;nbsp; แต่เดี๋ยวนี้เน่าสนิท&amp;nbsp; จึงอยากช่วยกันฟื้นฟูคลองให้ดีเหมือนเดิม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนเรื่องการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp; เราก็จะเว้นพื้นที่เพื่อให้มีสถานที่ออกกำลังกาย&amp;nbsp; มีสวนหย่อมเป็นที่พักผ่อน&amp;nbsp; รวมทั้งส่งเสริมอาชีพชาวชุมชนเพื่อให้มีรายได้&amp;nbsp; โดยเฉพาะคนที่อยู่บ้านเฉยๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่มีงานทำ&amp;nbsp; รวมทั้งผู้สูงอายุ&amp;nbsp; เราจะประสานกับหน่วยงานให้เข้ามาส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผู้นำชุมชนกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มณีรัตน์ ภู่บำรุง&amp;nbsp; เจ้าของบ้านหลังแรกที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธียกเสาเอกสร้างบ้าน&amp;nbsp; เล่าว่า &amp;nbsp;อาศัยอยู่ที่ชุมชนประชาร่วมใจ 2 มานานกว่า 30 ปี&amp;nbsp; อาชีพค้าขายข้าวเหนียวหมูปิ้ง &amp;nbsp;สมาชิกในครอบครัวมีทั้งหมด 5 คน &amp;nbsp;เมื่อก่อนคนยังอยู่ไม่เยอะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; น้ำในคลองจะใส&amp;nbsp; ไม่ดำเหมือนปัจจุบัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(เจ้าของบ้านหลังแรก)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องบ้านมั่นคง&amp;nbsp; ชาวบ้านที่นี่ได้ไปดูตัวอย่างที่คลองลาดพร้าว&amp;nbsp; เห็นแล้วเราก็อยากได้บ้านแบบนั้นบ้าง&amp;nbsp; เพราะมันสวยและดูเป็นระเบียบ&amp;nbsp; ส่วนสภาพบ้านของเราก็เก่าและทรุดโทรมแล้ว&amp;nbsp; เพราะอยู่กันมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ &amp;nbsp;จึงพร้อมใจเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกไม่กี่เดือนก็จะได้บ้านหลังใหม่&amp;nbsp; เป็นบ้านแถว 2 ชั้น&amp;nbsp; ขนาด 4&amp;times;7 &amp;nbsp;ตารางเมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผ่อนชำระให้สหกรณ์ฯ เดือนละ 2,820 บาท &amp;nbsp;ราคาบ้านทั้งหลังประมาณ 430,000 บาท &amp;nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นราคาบ้านที่ไม่แพงมาก&amp;nbsp; เรามีกำลังที่จะส่งไหว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ดีใจมากที่นายกฯ มาเป็นประธานลงเสาเอกให้&amp;nbsp; และรู้สึกดีใจที่ได้บ้านในโครงการนี้ &amp;nbsp;อยากขอบคุณรัฐบาลและทุกหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือโครงการนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะแต่ก่อนที่เราอยู่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;มันไม่ใช่ที่ของเรา &amp;nbsp;ตอนนี้เราได้บ้านมั่นคงมาเป็นบ้านของเรา เป็นที่ของเราถูกต้องตามกฎหมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาไล่ที่เรา&amp;rdquo;&amp;nbsp; เจ้าของบ้านหลังแรกบอกถึงความรู้สึก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;9 ขั้นตอนสร้าง &amp;lsquo;บ้านมั่นคงริมคลอง&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการ &amp;nbsp;&amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; ของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ พอช. ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2546&amp;nbsp; มีหลักการสำคัญ&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; &amp;ldquo;ให้ชาวบ้านหรือผู้ที่เดือดร้อนรวมตัวกันเพื่อแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; ส่วน พอช. รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นฝ่ายสนับสนุน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนถึงปัจจุบัน พอช.สนับสนุนโครงการบ้านมั่นคงไปแล้วทั้งในเมืองและชนบททั่วประเทศ&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 1,231 โครงการ จำนวน 112,777 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ธนัช&amp;nbsp; นฤพรพงศ์&amp;nbsp; ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง  พอช.&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; โครงการบ้านมั่นคงในคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อ&amp;nbsp; รวมทั้งคลองเปรมประชากร&amp;nbsp; ต่างก็มีกระบวนการพัฒนาที่อยู่อาศัยเหมือนกัน&amp;nbsp; โดยมีกระบวนการ 9 ขั้นตอน&amp;nbsp; ดังนี้&amp;nbsp; 1.สร้างการรับรู้และสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp; โดย พอช.จะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ชี้แจงสร้างความเข้าใจกับชาวชุมชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;2.ทบทวนข้อมูลชุมชน&amp;nbsp; โดย พอช.ร่วมกับชุมชน&amp;nbsp; สำรวจข้อมูลครัวเรือนและชุมชน&amp;nbsp; สำรวจปัญหาและความต้องการของชุมชน&amp;nbsp; จำนวนผู้ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;3.จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์และสหกรณ์เคหสถาน&amp;nbsp; เพื่อสร้างวินัยการออมและเป็นทุนในการสร้างบ้าน&amp;nbsp; และจดทะเบียนเป็นสหกรณ์เคหสถาน&amp;nbsp; เพื่อให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล&amp;nbsp; สำหรับทำนิติกรรมสัญญา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เช่าที่ดินราชพัสดุ&amp;nbsp; และบริหารจัดการโครงการ&amp;nbsp; โดยมีคณะกรรมการที่มาจากชาวชุมชน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;4.รังวัด&amp;nbsp; เช่าที่ดิน&amp;nbsp; ออกแบบ&amp;nbsp; วางผังชุมชน&amp;nbsp; เนื่องจากพื้นที่ชุมชนริมคลองมีเนื้อที่และจำนวนครัวเรือนไม่เท่ากัน&amp;nbsp; บ้านบางหลังมีเนื้อที่มาก&amp;nbsp; จึงต้องรังวัดและออกแบบให้ทุกครอบครัวสามารถอยู่ในชุมชนเดิมได้&amp;nbsp; โดยทุกครอบครัวจะได้สิทธิ์ในที่ดินเท่ากัน&amp;nbsp; และออกแบบผังชุมชนให้ตรงกับความต้องการของชาวชุมชน&amp;nbsp; และที่สำคัญคือการเช่าที่ดินราชพัสดุอย่างถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;5.อนุมัติโครงการและงบประมาณ&amp;nbsp; ชุมชนที่จัดทำกระบวนการตามข้อ 1-4 เสร็จแล้ว&amp;nbsp; จะต้องส่งโครงการเข้ามาเพื่อให้ พอช.อนุมัติโครงการและงบประมาณ&amp;nbsp; 6.ขออนุญาตก่อสร้างบ้าน&amp;nbsp; รื้อบ้าน&amp;nbsp; รื้อระบบประปา&amp;nbsp; ไฟฟ้า&amp;nbsp; จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมสร้างบ้านสร้างชุมชนใหม่&amp;nbsp; 7.เบิกจ่ายงบประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;8.ก่อสร้างบ้านและสาธารณูปโภค&amp;nbsp; โดยสหกรณ์เคหสถานที่ชุมชนจัดตั้งขึ้นมาจะบริหารจัดการก่อสร้าง&amp;nbsp; โดยการจ้างผู้รับเหมา&amp;nbsp; และมีคณะกรรมการตรวจสอบ&amp;nbsp; ตรวจรับงาน&amp;nbsp; 9.พัฒนาคุณภาพชีวิตทุกมิติ&amp;nbsp; หลังจากสร้างบ้านเสร็จทั้งชุมชน&amp;nbsp; แต่ละชุมชนจะมีแผนการพัฒนาชุมชนในด้านต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ปลูกต้นไม้&amp;nbsp; ปรับภูมิทัศน์&amp;nbsp; จัดการขยะ&amp;nbsp; บำบัดน้ำเสีย&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพและกิจกรรมต่างๆ&amp;nbsp; ทั้งเด็ก&amp;nbsp; เยาวชน&amp;nbsp; แม่บ้าน&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; และผู้พิการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โครงการบ้านมั่นคงริมคลองนี้เมื่อแล้วเสร็จ&amp;nbsp; จะทำให้ชาวชุมชนที่เคยรุกล้ำคลอง&amp;nbsp; ก่อสร้างบ้านไม่ถูกต้องตามกฎหมาย&amp;nbsp; เปลี่ยนมาเป็นผู้อยู่อาศัยอย่างถูกต้อง&amp;nbsp; โดยการเช่าที่ดินราชพัสดุจากกรมธนารักษ์&amp;nbsp; และได้รับใบอนุญาตก่อสร้างบ้าน&amp;nbsp; เมื่อสร้างบ้านแล้วเสร็จ&amp;nbsp; ชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะร่วมกันสนับสนุนการพัฒนาชุมชนในทุกมิติ&amp;nbsp; รวมทั้งจะร่วมกันฟื้นฟูและดูแลคลองให้มีสภาพดีขึ้น&amp;nbsp; เป็นการคืนบ้านใหม่ให้พี่น้อง&amp;nbsp; คืนสายคลองให้ส่วนรวมอย่างแท้จริง&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง  พอช.กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนเตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.เข้าสภาฯ&amp;nbsp;เพื่อยกระดับกองทุนฯ ให้เข้มแข็งมี กม.รองรับเป็นระบบสวัสดิการของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(การจัดงาน &amp;lsquo;พลังสวัสดิการชุมชน &amp;nbsp;เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน 2020&amp;rsquo; เมื่อเร็วๆ นี้ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมสวัสดิการฯ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนเตรียมเสนอ &amp;lsquo;ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมสวัสดิการของชุมชน พ.ศ......&amp;rsquo; เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อยกระดับสวัสดิการชุมชนให้เข้มแข็ง &amp;nbsp;มีกฎหมายรองรับเป็นระบบหนึ่งของสวัสดิการสังคมของประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำในการพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; เปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามาสนับสนุนกิจการของกองทุนได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่มีกองทุนสวัสดิการชุมชนเกิดขึ้นทั่วประเทศแล้ว 5,997 กองทุน&amp;nbsp; มีเงินกองทุนรวมกัน 15,987 ล้านบาท&amp;nbsp; ช่วยเหลือสมาชิกตั้งแต่เกิด-ตายรวมเป็นเงินกว่า 2,100 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สวัสดิการสังคมถือเป็นเรื่องใหม่ของสังคมไทย&amp;nbsp; เพราะแต่ไหนแต่ไรมา&amp;nbsp; กลุ่มคนที่จะมีสวัสดิการช่วยเหลือในยามเจ็บไข้ได้ป่วย&amp;nbsp; เสียชีวิต&amp;nbsp; ช่วยเหลือบุตร&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ส่วนใหญ่คือข้าราชการ&amp;nbsp; พนักงานรัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp; พนักงานบริษัทเอกชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนชาวไร่&amp;nbsp; ชาวนา&amp;nbsp; ชาวบ้านธรรมดาๆ ประชาชนที่ไร้สังกัดทั้งในเมืองและชนบท&amp;nbsp; ล้วนแต่ไม่มีสวัสดิการใดๆ มารองรับ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกเขาจึงได้ตั้งกลุ่มขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือกันเอง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์&amp;nbsp; กลุ่มฌาปนกิจ&amp;nbsp; กลุ่มผู้สูงอายุ&amp;nbsp; กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp; กลุ่มอาชีพต่างๆ&amp;nbsp; โดยการสะสมเงินเข้ากองทุนร่วมกัน&amp;nbsp; แล้วนำเงินกองทุนมาบริหารจัดการ&amp;nbsp; ช่วยเหลือสมาชิกตามวัตถุประสงค์ของกลุ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการอย่างเป็นทางการของภาคประชาชน&amp;nbsp; เริ่มขึ้นในช่วงปี 2548&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; สนับสนุนให้ชาวบ้านในชุมชนต่างๆ รวมกลุ่มกันจัดตั้งกองทุนสวัสดิการในระดับตำบลขึ้นมา&amp;nbsp; มีพื้นที่นำร่อง 99 ตำบล&amp;nbsp; โดยนำแนวคิดมาจาก &amp;lsquo;ครูชบ&amp;nbsp; ยอดแก้ว&amp;rsquo; (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) ผู้ริเริ่มจัดตั้งกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์บ้านน้ำขาว&amp;nbsp; อ.จะนะ&amp;nbsp; จ.สงขลา&amp;nbsp; โดยนำผลกำไรจากการปล่อยเงินให้สมาชิกกู้ยืมมาจัดเป็นสวัสดิการช่วยเหลือสมาชิกตั้งแต่เกิดจนตาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลที่ พอช.สนับสนุนนี้&amp;nbsp; จะเน้นให้ชาวบ้านออมเงินเข้ากองทุนวันละ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; ถือเป็นการ &amp;lsquo;ออมบุญ&amp;rsquo; เพื่อนำเงินกองทุนมาช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า &amp;ldquo;กองทุนสวัสดิการวันละบาท&amp;rdquo; (เดือนละ 30 บาท&amp;nbsp; หรือปีละ 365 บาท&amp;nbsp; ตามความสะดวกของสมาชิกและการบริหารจัดการ) &amp;nbsp;โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการจากสมาชิกเข้ามาบริหารจัดการ &amp;nbsp;เมื่อกองทุนมีเงินมากขึ้น&amp;nbsp; ผู้ที่เป็นสมาชิกมาแล้วอย่างน้อย &amp;nbsp;6 เดือนจึงจะได้รับการช่วยเหลือตามข้อตกลงของแต่ละกองทุน&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; ช่วยเหลือสมาชิกที่คลอดบุตรรายละ 500-1,000 บาท&amp;nbsp; ช่วยในยามเจ็บป่วย&amp;nbsp; ช่วยทุนการศึกษาบุตรหลาน&amp;nbsp; คนพิการ&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ช่วยสมาชิกเสียชีวิตรายละ 3,000 บาทขึ้นไป&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; แม้ว่าจะเป็นเงินไม่มากนัก&amp;nbsp; แต่ชาวบ้านก็มีกองทุนเอาไว้ช่วยเหลือกันในยามจำเป็น&amp;nbsp; บางกองทุนยังนำเงินมาส่งเสริมอาชีพในชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ให้กู้ยืมเพื่อประกอบอาชีพ&amp;nbsp; รวมทั้งขยายไปทำเรื่องอื่นๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ทำเรื่องสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;การจัดการขยะในชุมชน&amp;nbsp; แก้ปัญหาที่ดินทำกิน-ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; สร้างบ้านให้ผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp; ดูแลสุขภาพคนในชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในปี 2553 รัฐบาลขณะนั้น&amp;nbsp; เห็นความสำคัญของกองทุนสวัสดิการชุมชนจึงได้สนับสนุนกองทุนฯ โดยสมทบเงินผ่าน พอช.เข้ากองทุนฯ&amp;nbsp; ในอัตรา 1 บาท/คน/วัน (ไม่เกินคนละ 365 บาท/ปี)&amp;nbsp; รวมทั้งองค์กรปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; อบต.หลายแห่งได้สมทบเงินเข้ากองทุนด้วยเช่นกัน&amp;nbsp; เพื่อให้กองทุนเติบโต&amp;nbsp; ช่วยเหลือสมาชิกได้ทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลทั่วประเทศแล้ว 5,997 กองทุน&amp;nbsp;เงินกองทุนรวมกัน 15,987 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแก้ว&amp;nbsp; สังข์ชู &amp;nbsp;ผู้แทนเครือข่ายสวัสดิการชุมชนระดับชาติ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ปัจจุบันมีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลทั่วประเทศแล้ว&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 5,997 กองทุน&amp;nbsp; มีสมาชิกรวมกัน 5,911,137 คน&amp;nbsp; มีเงินกองทุนรวมกัน 15,987 ล้านบาท&amp;nbsp; เงินกองทุนทั้งหมดประมาณ&amp;nbsp; 60% มาจากสมาชิก&amp;nbsp; ส่วนทิศทางหลักการขับเคลื่อนกองทุนสวัสดิการในปี 2563 นี้&amp;nbsp; คือต้องการเห็นกองทุนเชิงคุณภาพ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ปี 2563 จะทำอย่างไรให้เกิดคุณภาพให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลักคิดสำคัญต้องดูแลคนทุกกลุ่มแม้จะไม่ได้เป็นสมาชิก&amp;nbsp; &amp;nbsp;มุ่งเป้าหมายที่คนเดือดร้อน &amp;nbsp;คนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เราไม่ได้ทำแข่งกับหน่วยงานของรัฐ &amp;nbsp;แต่มาช่วยเสริม&amp;nbsp; โดยในปี 2563-2565 จะเน้นทำให้กองทุนสวัสดิการมีคุณภาพ&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายแก้วกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีเป้าหมาย&amp;nbsp; ระดับตำบล&amp;nbsp; คือ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้กองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นเครื่องมือในการสร้างชุมชนเข้มแข็ง&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการเป็นมรดกของลูกหลาน &amp;nbsp;เป็นสมบัติของแผ่นดิน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้กองทุนมีความเข้มแข็ง &amp;nbsp;คนทุกกลุ่มเข้าถึงกองทุนได้ง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ระดับจังหวัด ต้องพัฒนาความสามารถเครือข่ายสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการจะโดดเดี่ยวไม่ได้&amp;nbsp; เชื่อมโยงผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน &amp;nbsp;เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน&amp;nbsp; และมีการสอบทานกันเอง &amp;nbsp;ต้องจัดทำรายงานทุกปีเพื่อให้ท้องถิ่น&amp;nbsp; พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.)&amp;nbsp; รับรู้เรื่องราวของกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; และทำงานร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ระดับภาค&amp;nbsp; ตอนนี้ทำทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ&amp;nbsp; แต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน&amp;nbsp; ระดับภาคขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาระบบข้อมูล องค์ความรู้สวัสดิการชุมชน องค์ความรู้มีความสำคัญ&amp;nbsp; ต้องรู้ว่ากองทุนไปทำเรื่องบ้าน &amp;nbsp;เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องการศึกษาจำนวนเท่าไหร่ &amp;nbsp;ข้อมูลเป็นหัวใจของการพัฒนา&amp;nbsp; ข้อมูลจะถูกลำเรียงจากระดับล่างสู่ระดับบน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ระดับนโยบาย &amp;nbsp;ขับเคลื่อนนโยบายภายใต้รัฐธรรมนูญมาตรา 43 (4)&amp;nbsp; คือ จัดให้มีระบบสวัสดิการของชุมชน &amp;nbsp;โดยขณะนี้กำลังยกร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมสวัสดิการของชุมชน&amp;nbsp; เพื่อจะเสนอเป็นกฎหมายโดยการเข้าชื่อ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;เราต้องการยกกองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นนิติบุคคล&amp;nbsp; กฎหมายนี้เป็นกฎหมายส่งเสริม&amp;nbsp; คิดว่าหากเรามีระเบียบ มีกฎหมายรองรับไว้&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อป้องกันความเสี่ยง&amp;nbsp; ผมเชื่อว่ากองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นนวัตกรรมทางสังคม&amp;nbsp; เริ่มจากประชาชน รัฐหนุนเสริมกองทุนสวัสดิการร่วมกัน&amp;nbsp; เพื่อทำให้กองทุนสวัสดิการชุมชนมีความเข้มแข็ง&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายแก้วกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(กองทุนสวัสดิการชุมชนในจังหวัดสระแก้วช่วยเหลือสร้างบ้านให้ผู้ด้อยโอกาส)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;เตรียมผลักดัน &amp;lsquo;ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมสวัสดิการของชุมชน&amp;nbsp; พ.ศ.....&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปาลิน&amp;nbsp; ธำรงรัตนศิลป์&amp;nbsp; คณะทำงานติดตามและพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ขณะนี้เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศได้เตรียมการผลักดัน &amp;lsquo;ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมสวัสดิการของชุมชน พ.ศ......&amp;rsquo; เพื่อนำไปเสนอเป็นกฎหมาย โดยประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นคนสามารถเข้าชื่อเพื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีเป้าหมายเพื่อยกระดับกองทุนสวัสดิการชุมชนให้มีความเข้มแข็ง มีฐานะเป็นนิติบุคคล &amp;nbsp;มีคุณภาพ &amp;nbsp;มีกฎหมายรองรับให้เป็นระบบหนึ่งของสวัสดิการสังคมของประเทศ&amp;nbsp; โดยในเร็วๆ นี้คณะผู้แทนเครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนฯ จะเข้าพบกับนายชวน&amp;nbsp; หลีกภัย&amp;nbsp; ประธานสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp; เพื่อขอคำแนะนำในการเสนอร่าง พ.ร.บ.และผลักดันร่าง พ.ร.บ.เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ภายในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปาลินกล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; การขับเคลื่อนร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมสวัสดิการของชุมชนฯ&amp;nbsp; เป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 &amp;nbsp;หมวด 3 &amp;nbsp;สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย มาตรา 43&amp;nbsp; ที่ระบุว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;บุคคลและชุมชนย่อมมีสิทธิ (4) จัดให้มีระบบสวัสดิการของชุมชน &amp;nbsp;สิทธิของบุคคลและชุมชนตามวรรค 1 หมายรวมถึงสิทธิที่จะร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือรัฐในการดำเนินการดังกล่าวด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเหตุผลในการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้&amp;nbsp; เนื่องจากกลุ่มและองค์กรชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ได้รวมตัวกันจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนในระดับตำบลเพื่อนำเงินกองทุนมาช่วยเหลือกันตั้งแต่ปี 2548 &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีแนวคิดหลักคือ &amp;ldquo;การให้อย่างมีคุณค่า&amp;nbsp; และรับอย่างมีศักดิ์ศรี&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีหลักการสำคัญคือ&amp;nbsp; สมาชิกกองทุนฯ จะต้องสมทบเงินเข้ากองทุนวันละ 1 บาท&amp;nbsp; หรือปีละ 365 บาท&amp;nbsp; เพื่อนำเงินกองทุนมาช่วยเหลือกันตามข้อตกลงของสมาชิกแต่ละกองทุน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; คลอดบุตร&amp;nbsp; ช่วยเหลือ 500&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; เสียชีวิตช่วยตั้งแต่&amp;nbsp; 3,000-30,000 บาท&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยมีองค์กรปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp; และหน่วยงานรัฐ&amp;nbsp; ร่วมสมทบเงินเข้ากองทุนในสัดส่วน 1 ต่อ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อให้กองทุนเติบโต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แต่เนื่องจากที่ผ่านมากองทุนสวัสดิการชุมชนยังไม่มีกฎหมายรองรับ&amp;nbsp; หน่วยงาน&amp;nbsp; องค์กรปกครองท้องถิ่นส่วนใหญ่ยังไม่ได้เข้ามาให้การสนับสนุน&amp;nbsp; รวมทั้งเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนก็อาจจะไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นเพื่อส่งเสริมให้ชุมชนสร้างสวัสดิการให้กับประชาชนในชุมชน&amp;nbsp; ลดความเหลื่อมล้ำในการพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่าง ๆ สามารถเข้ามาสนับสนุนกิจการของกองทุน&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและสังคมที่เกื้อกูลกัน เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศและภาคีเครือข่ายจึงได้ร่วมกันขับเคลื่อนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายปาลินกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ในร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้&amp;nbsp; ยังเสนอให้มีการแต่งตั้ง &amp;lsquo;คณะกรรมการส่งเสริมระบบสวัสดิการของชุมชนแห่งชาติ&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยมีรัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธาน &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีหน้าที่เสนอแนะและให้ความเห็นต่อคณะรัฐมนตรี &amp;nbsp;ด้านนโยบายการจัดสวัสดิการของชุมชน &amp;nbsp;ให้มีหรือแก้ไขกฎหมาย ระเบียบ &amp;nbsp;มาตรการด้านการเงิน การคลัง การภาษีอากร &amp;nbsp;ประสานนโยบายและแผน สร้างความร่วมมือกับส่วนราชการ ท้องถิ่น เอกชน&amp;nbsp; รวมทั้งมีมาตรการส่งเสริม สนับสนุนการจัดตั้งและพัฒนาความเข้มแข็งของกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการปรับปรุงเนื้อหาให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น&amp;nbsp; โดยมีองค์กรภาคีต่างๆ ร่วมให้การสนับสนุนและผลักดัน พ.ร.บ.&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สถาบันพระปกเกล้า&amp;nbsp; สถาบันพัฒนศาสตร์&amp;nbsp; ป๋วย&amp;nbsp; อึ๊งภากรณ์&amp;nbsp; มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&amp;nbsp; เครือข่ายสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันมีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลทั่วประเทศแล้ว&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 5,997 กองทุน&amp;nbsp; มีสมาชิกรวมกัน 5,911,137 คน&amp;nbsp; จำนวนหมู่บ้านที่ร่วมจัดตั้งกองทุน 52,784 หมู่บ้าน&amp;nbsp; มีเงินกองทุนรวมกัน 15,987 ล้านบาท&amp;nbsp; ช่วยเหลือสมาชิกตั้งแต่เกิด-ตาย &amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp; 2,024,788 &amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมเป็นเงินกว่า 2,100 ล้านบาท&amp;nbsp; (ในปี 2562 ที่ผ่านมา&amp;nbsp; รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณให้กองทุนสวัสดิการชุมชนรวม 461 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้กองทุนสวัสดิการชุมชนหลายแห่งยังขยายงานสวัสดิการชุมชนไปสู่การพัฒนาชุมชนในด้านต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ส่งเสริมเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ดูแลป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp; จัดการขยะ&amp;nbsp; นำขยะไปรีไซเคิล&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพสมาชิก&amp;nbsp; ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp; ผู้พิการ&amp;nbsp; ผู้สูงอายุด้านที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิด &amp;lsquo;บ้านโฮมแสนสุข&amp;rsquo; จ.ขอนแก่น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เปิดฝันของ &amp;lsquo;คนไร้บ้าน&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พิธีเปิดบ้านโฮมแสนสุข)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp; 17 มกราคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; มีพิธีเปิด &amp;lsquo;ศูนย์ฟื้นฟูพัฒนาศักยภาพบุคคลและสร้างชุมชนคนไร้บ้าน&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;บ้านโฮมแสนสุข&amp;rsquo; จังหวัดขอนแก่น &amp;nbsp;โดยมีนายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ เป็นประธานในพิธี&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีนายปานทอง สระคูพันธ์ &amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น &amp;nbsp;นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น &amp;nbsp;พร้อมด้วยผู้แทนสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ผู้บริหารสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ร่วมแสดงความยินดี &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีผู้แทนสมาคมคนไร้บ้าน&amp;nbsp; ภาคีเครือข่ายการพัฒนา&amp;nbsp; และประชาชนเข้าร่วมงานประมาณ 300 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;lsquo;ศูนย์ฟื้นฟูพัฒนาศักยภาพบุคคลและสร้างชุมชนคนไร้บ้าน&amp;nbsp; บ้านโฮมแสนสุข&amp;rsquo; &amp;nbsp;ตั้งอยู่ที่ถนนเหล่านาดี &amp;nbsp;ตำบลในเมือง อำเภอเมือง&amp;nbsp; จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp; ขนาดเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่เศษ&amp;nbsp; ได้รับงบประมาณสนับสนุนการซื้อที่ดินและก่อสร้างจากรัฐบาลผ่านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; จำนวน&amp;nbsp; 24.7 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; นอกจากพิธีเปิดในวันนี้แล้ว&amp;nbsp; ยังมีการลงนามบันทึกความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไร้บ้าน คนเปราะบาง และคนจนผู้เข้าไม่ถึงสิทธิ์ในจังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp; โดยมีผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ร่วมลงนาม&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เครือข่ายคนไร้บ้าน&amp;nbsp; นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น&amp;nbsp; รองผู้ว่า จ.ขอนแก่น&amp;nbsp; ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ศูนย์คนไร้บ้าน &amp;lsquo;ศูนย์ตั้งหลักชีวิต&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สุชิน&amp;nbsp; เอี่ยมอินทร์&amp;nbsp; หรือ &amp;lsquo;ลุงดำ&amp;rsquo; นายกสมาคมคนไร้บ้าน&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; กลุ่มคนไร้บ้านถือเป็นกลุ่มคนที่เปราะบางในสังคม&amp;nbsp; บางคนมีปัญหาครอบครัว&amp;nbsp; เจ็บป่วย&amp;nbsp; พิการ&amp;nbsp; ตกงาน&amp;nbsp; ไม่มีรายได้&amp;nbsp; หรือมีรายได้ไม่เพียงพอที่จะหาที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;บางคนเพิ่งพ้นโทษไม่มีที่ไป &amp;nbsp;บางคนชอบชีวิตอิสระ&amp;nbsp; จึงออกมาใช้ชีวิตในที่สาธารณะ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ใต้สะพาน&amp;nbsp; สวนหย่อม&amp;nbsp; สถานีรถไฟ&amp;nbsp; สถานีขนส่ง&amp;nbsp; หรือที่รกร้างว่างเปล่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนใหญ่จะมีอาชีพเก็บขยะรีไซเคิลขาย&amp;nbsp; หรือรับจ้างทั่วไป&amp;nbsp; มีรายได้ไม่แน่นอน&amp;nbsp; แต่ไม่อยากจะเข้าไปอยู่ในสถานสงเคราะห์ของทางราชการ&amp;nbsp; เพราะมีกฎระเบียบ&amp;nbsp; มีการกำหนดเวลาเข้า-ออก&amp;nbsp; ห้ามเอาของเก่าที่เก็บมาขายเข้าไป&amp;nbsp; จึงไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนไร้บ้านที่ต้องออกเก็บขยะรีไซเคิลตั้งแต่เช้ามืด&amp;nbsp; และกลับตอนค่ำ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ดังนั้นการมีศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านจึงเป็นทางออกหรือเป็นแสงสว่างของกลุ่มคนไร้บ้าน&amp;nbsp; และถือเป็น &amp;lsquo;ศูนย์ตั้งหลักชีวิต&amp;rsquo; เพราะทำให้คนไร้บ้านมีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง &amp;nbsp;เมื่อมีที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; มีรายได้ ก็จะทำให้คนไร้บ้านคิดถึงอนาคต &amp;nbsp;และสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาใหม่ &amp;nbsp;โดยมีหน่วยงานต่างๆ เป็นพี่เลี้ยงและให้การสนับสนุน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เครือข่ายสลัมสี่ภาค&amp;nbsp; มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; สมาคมคนไร้บ้าน&amp;nbsp; พมจ.&amp;nbsp; พอช.&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณการก่อสร้างศูนย์ฯ ผ่าน พอช.&amp;nbsp; มีทั้งหมด 3 แห่ง&amp;nbsp; คือ 1. เชียงใหม่&amp;nbsp; เปิดดำเนินการแล้ว&amp;nbsp; รองรับคนไร้บ้านได้ประมาณ&amp;nbsp; 70 คน&amp;nbsp; 2.ขอนแก่น&amp;nbsp; และ 3.ปทุมธานี&amp;nbsp; กำลังก่อสร้าง&amp;rdquo;&amp;nbsp; ลุงดำบอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ฟื้นฟูพัฒนาศักยภาพบุคคลและสร้างชุมชนคนไร้บ้าน&amp;nbsp; &amp;lsquo;บ้านโฮมแสนสุข&amp;rsquo;&amp;nbsp; เป็นการดำเนินงานตาม &amp;lsquo;แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี&amp;rsquo; (พ.ศ.2560-2579) ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดำเนินการโดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีเป้าหมายพัฒนาที่อยู่อาศัยทั้งหมดประมาณ 1,050,000 &amp;nbsp;ครัวเรือนทั่วประเทศ&amp;nbsp; ประกอบด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.โครงการบ้านมั่นคงเมืองและชนบท&amp;nbsp; 2.โครงการบ้านพอเพียง&amp;nbsp; 3.การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; คลองบางซื่อ&amp;nbsp; และคลองเปรมประชากร&amp;nbsp; และ 4.กลุ่มคนไร้บ้าน (จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp; ขอนแก่น&amp;nbsp; และปทุมธานี&amp;nbsp; รวม 698 ราย&amp;nbsp; งบประมาณรวม 118 ล้านบาทเศษ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; จากข้อมูลการสำรวจจำนวนคนไร้บ้านในปี 2562 ที่ผ่านมา&amp;nbsp; พบคนไร้บ้านในเขตเทศบาล&amp;nbsp; และเมืองใหญ่ทั่วประเทศจำนวน&amp;nbsp; 2,774 คน&amp;nbsp; ในจังหวัดขอนแก่นพบจำนวน 137 ราย&amp;nbsp; โดยในวันที่ 24 มกราคมนี้&amp;nbsp; จะมีการจัดงานสัมมนาที่กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อนำข้อมูลการสำรวจคนไร้บ้านทั่วประเทศมาวางแผนแก้ไขปัญหาเชิงนโยบายต่อไป&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ชีวิตใหม่ที่บ้านโฮมแสนสุข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ฟื้นฟูฯ คนไร้บ้าน&amp;nbsp; &amp;lsquo;บ้านโฮมแสนสุข&amp;rsquo; มีเนื้อที่ประมาณ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไร่เศษ&amp;nbsp; เริ่มก่อสร้างในปี 2561&amp;nbsp; ใช้งบประมาณทั้งหมด 24.7 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; ภายในแบ่งเป็นห้องพัก&amp;nbsp; รองรับคนไร้บ้านได้ 68 ราย (หมุนเวียนกันเข้ามาอยู่อาศัย)&amp;nbsp; โดยแบ่งเป็น 1. ห้องชั่วคราว (พัก 1-2 สัปดาห์)&amp;nbsp; 2.ห้องประจำ (อยู่ 1 เดือนขึ้นไป)&amp;nbsp; และ 3. ห้องมั่นคง (อยู่ระยะยาวสำหรับคนที่มีเป้าหมายจะตั้งหลักชีวิต)&amp;nbsp; ปัจจุบันมีคนไร้บ้านอยู่ห้องมั่นคงแล้ว 17 ราย&amp;nbsp; และหมุนเวียนมาอาศัยต่อเดือนประมาณ 50 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้สมาชิกภายในศูนย์ฯ ได้ร่วมกันจัดตั้งกองทุนคนไร้บ้านขึ้นมา&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; 1.ออมเพื่อที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; สร้างอนาคตใหม่&amp;nbsp; 2.ออมเพื่อสุขภาพ&amp;nbsp; การรักษาพยาบาล&amp;nbsp; และ&amp;nbsp; 3.ออมเพื่ออาชีพ โดยแต่ละคนจะต้องออมเงินอย่างน้อยคนละ 60 บาทต่อเดือน ปัจจุบันมีเงินออมรวมกันประมาณ 30,000 บาท&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ดวงใจ หงษ์กา ในห้องพักขนาดกว้างประมาณ 2.50 X 3 เมตร)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดวงใจ&amp;nbsp; หงษ์กา &amp;nbsp;อายุ 34 ปี&amp;nbsp; ผู้แทนศูนย์คนไร้บ้าน &amp;lsquo;บ้านโฮมแสนสุข&amp;rsquo; &amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp; ตอนนี้มีคนไร้บ้านเข้ามาอยู่ที่ศูนย์แห่งนี้จำนวน 17 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยคนไร้บ้านจะบริหารจัดการกันเอง&amp;nbsp; มีการตั้งกฎระเบียบในอยู่อาศัย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ห้ามดื่มเหล้า&amp;nbsp; ห้ามสูบบุหรี่&amp;nbsp; ห้ามเล่นการพนัน&amp;nbsp; ห้ามลักขโมย&amp;nbsp; ห้ามส่งเสียงรบกวนคนอื่น&amp;nbsp; ต้องช่วยกันออกค่าน้ำ&amp;nbsp; ค่าไฟ&amp;nbsp; ค่าบำรุงที่พัก&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการทำกิจกรรมร่วมกัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ปลูกผัก&amp;nbsp; เลี้ยงเป็ด&amp;nbsp; ไก่&amp;nbsp; เลี้ยงปลาดุก&amp;nbsp; เพาะเห็ด&amp;nbsp; เพื่อเอามาทำอาหาร&amp;nbsp; มีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการช่วยเหลือดูแลกัน &amp;nbsp;ทำให้ชีวิตคนไร้บ้านดีขึ้นกว่าเดิม&amp;nbsp; เพราะมีที่พักเป็นหลักแหล่ง&amp;nbsp; ไม่ต้องเร่ร่อน&amp;nbsp; มีเพื่อนพูดคุยปรับทุกข์&amp;nbsp; มีรายได้จากการเก็บของเก่า&amp;nbsp; ขายซื้อผ้ามือสอง&amp;nbsp; ทำงานฝีมือ&amp;nbsp; เอายางรถยนต์เก่ามาทำเป็นกระถางต้นไม้ส่งขาย&amp;nbsp; และรับจ้างทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อก่อนหนูอาศัยอยู่แถวศาลหลักเมือง&amp;nbsp; ตอนนี้อยู่กับแฟนในศูนย์ฯ หนูมีอาชีพเก็บของเก่าขาย ส่วนแฟนมีอาชีพรับจ้างทั่วไป&amp;nbsp; เมื่อก่อนจะเก็บของเก่าเอาไปขาย 3-4 วันครั้งหนึ่งจะได้เงินประมาณ 1,000 บาท&amp;nbsp; แต่ตอนนี้ได้ไม่ถึง&amp;nbsp; เพราะของเก่าราคาตก&amp;nbsp; อยู่ในศูนย์ทุกคนก็ต้องช่วยกันออกค่าน้ำเดือนละ&amp;nbsp; 75 บาท&amp;nbsp; &amp;nbsp;ค่าไฟเฉลี่ยกันจ่ายตามมิเตอร์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ค่าที่พักถ้าอยู่เป็นห้องเป็นครอบครัวเดือนละ 500 บาท&amp;nbsp; คนโสดหรือไม่มีรายได้ไม่ต้องเสีย&amp;nbsp; หนูตั้งใจว่าจะอยู่ที่นี่อีกประมาณ 2 ปีก็จะออกไปใช้ชีวิตข้างนอกกับแฟน หรืออาจจะเข้าร่วมกับโครงการบ้านมั่นคงของ พอช. เพื่อจะได้มีบ้านเป็นของตั2.5วเอง &amp;nbsp;ตอนนี้กำลังเก็บเงินฝากเอาไว้ในกลุ่มออมทรัพย์&amp;nbsp; และถ้าหนูออกไปอยู่ข้างนอก&amp;nbsp; คนไร้บ้านคนอื่นก็จะได้เข้ามาอยู่แทน&amp;rdquo; ดวงใจบอกถึงแผนชีวิตในวันข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกสัปดาห์&amp;nbsp; สมาชิกบ้านโฮมแสนสุขจะออกไป &amp;lsquo;เดินกาแฟ&amp;rsquo; คือ &amp;nbsp;เอาน้ำดื่ม&amp;nbsp; ขนม&amp;nbsp; กาแฟ&amp;nbsp; ฯลฯ ไปให้คนไร้บ้านในเมืองขอนแก่นที่ยังใช้ชีวิตในที่สาธารณะ&amp;nbsp; เพื่อเยี่ยมเยียน&amp;nbsp; ให้คำแนะนำการใช้ชีวิต&amp;nbsp; หากใครสนใจอยากจะมาอยู่ที่บ้านโฮมแสนสุขก็ต้องลองเข้ามาใช้ชีวิต&amp;nbsp; ปฏิบัติตามระเบียบที่มีอยู่&amp;nbsp; หากใครผ่านด่านทดสอบเบื้องต้นก็จะได้เป็นสมาชิกใหม่ของบ้านโฮมแสนสุข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สมาชิกบางส่วนของบ้านโฮมแสนสุข)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ไร้บ้าน&amp;nbsp; แต่ไม่ &amp;lsquo;ไร้ฝัน&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉัตรชัย&amp;nbsp; ทองคำ &amp;nbsp;อายุ 29 ปี&amp;nbsp; ชาวอุดรธานี&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; พ่อแม่มีฐานะยากจน&amp;nbsp; ไม่มีที่ดินทำกิน&amp;nbsp; จึงพาตนเองออกเร่ร่อนไปรับจ้างทำงานต่างๆ ตั้งแต่อายุได้เพียง 10 ขวบ&amp;nbsp; ได้เรียนบ้าง&amp;nbsp; ไม่ได้เรียนบ้าง&amp;nbsp; เพราะต้องร่อนเร่ตามพ่อแม่ไปเรื่อยๆ จนโตเป็นหนุ่มจึงมาอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp; อาศับหลับนอนตามที่สาธารณะต่างๆ&amp;nbsp; มีรายได้จากการเก็บของเก่าขาย&amp;nbsp; และรับจ้างทำงานทั่วไป&amp;nbsp; พอให้มีรายได้มาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง&amp;nbsp; ส่วนพ่อแม่ตอนนี้มีอาชีพเร่ขายน้ำมะพร้าวอ่อน&amp;nbsp; ยังอาศัยหลับนอนอยู่ในที่สาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมมาอยู่ที่นี่ก่อนที่จะสร้างบ้านโฮมแสนสุขเสร็จ&amp;nbsp; เพราะมีแฟนแล้ว&amp;nbsp; จึงไม่อยากจะเร่ร่อนอีก&amp;nbsp; พอมาเจอกลุ่มคนไร้บ้านชวนให้มาอยู่&amp;nbsp; ผมกับแฟนจึงมาอยู่ที่นี่&amp;nbsp; ช่วยกันทำงานรับจ้างก่อสร้างและถีบซาเล้งเก็บของเก่าขาย&amp;nbsp; บางวันที่ไม่มีงานผมจะไปตกปลาที่บึงหนองโคตร (บึงสาธารณะขนาดใหญ่ใน อ.เมือง จ.ขอนแก่น) ได้ปลานิล&amp;nbsp; ปลากด&amp;nbsp; ปลาสวาย&amp;nbsp; เอาปลาไปขายได้ประมาณวันละ 300 บาท&amp;nbsp; และเก็บเอาไว้กินด้วย&amp;nbsp; ทุกเดือนผมจะออมเงินเข้ากลุ่มออมทรัพย์เดือนละ 200 บาท&amp;nbsp; ตอนนี้มีเงินออมประมาณ 1,400 บาท&amp;nbsp; ถ้าเก็บเงินได้เยอะ&amp;nbsp; ผมกับแฟนจะไปหาบ้านอยู่ข้างนอก&amp;nbsp; ไม่อยากให้ลูกเกิดอยู่ในนี้&amp;rdquo;&amp;nbsp; ฉัตรชัยบอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ชายหนุ่ม (สงวนชื่อ) สมาชิกบ้านโฮมแสนสุขอีกคน&amp;nbsp; บอกว่า อยากให้ &amp;lsquo;อาจารย์ยักษ์&amp;rsquo; (วิวัฒน์&amp;nbsp; ศัลยกำธร) มาช่วยสอนเรื่องเกษตรพอเพียง&amp;nbsp; และให้ &amp;lsquo;โจน&amp;nbsp; จันได&amp;rsquo; มาสอนเรื่องทำบ้านดินให้แก่คนไร้บ้านที่นี่&amp;nbsp; โดยยึดหลักเกษตรพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต&amp;nbsp; เชื่อว่าจะทำให้คนไร้บ้านมีชีวิตที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าผมเก็บเงินได้สัก 4 หมื่นบาท&amp;nbsp; ผมจะไปหาซื้อที่ดินข้างนอก&amp;nbsp; เพราะอำเภอรอบนอกยังหาซื้อที่ดินในราคานี้ได้&amp;nbsp; ผมจะทำเกษตรพอเพียงแบบในหลวง&amp;nbsp; จะขุดบ่อเลี้ยงปลา&amp;nbsp; เอาดินที่ขุดมาสร้างบ้านดิน&amp;nbsp; เอาน้ำบ่อมาปลูกผัก&amp;nbsp; มีอาหาร&amp;nbsp; มีบ้านเป็นของตัวเอง&amp;nbsp; ไม่ต้องเร่ร่อนไปไหนอีก&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นี่คือฝันของคนไร้บ้านที่บ้านโฮมแสนสุข !!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55408</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลองเปรม, ฉัตรชัย  ทองคำ, ดวงใจ  หงษ์กา, ธนัช  นฤพรพงศ์, บ้านโฮมแสนสุข, ปาลิน  ธำรงรัตนศิลป์, พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา, สมร  จันทร์ฉุน, สุชิน  เอี่ยมอินทร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ว  สังข์ชู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200124/image_big_5e2ace1c3f96b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33110</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2019 18:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2019 18:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดินหน้าจัดระเบียบชุมชนรุกล้ำคลองเปรมฯ ด้าน พอช.พร้อมหนุนชาวบ้านสร้างบ้านใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;วัดสีกัน&amp;nbsp; เขตดอนเมือง / หลายหน่วยงานจับมือเดินหน้าพัฒนาคลองเปรมประชากร &amp;nbsp;&amp;nbsp;แก้ปัญหาน้ำท่วม&amp;nbsp; น้ำเน่า&amp;nbsp; ชุมชนบุกรุกคลอง&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย กทม.เตรียมก่อสร้างเขื่อนและอุโมงค์ระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ เตรียมแผนงานรองรับที่อยู่อาศัยของประชาชน&amp;nbsp; 39 ชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; รวม 6,386 ครัวเรือน &amp;nbsp;และกรมธนารักษ์ให้เช่าที่ดินสร้างบ้านเปลี่ยนสถานะจากชุมชนบุกรุกริมคลองเป็นผู้เช่าถูกต้องตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;คลองเปรมประชากรเป็นอีกลำคลองหนึ่งที่รัฐบาลมีนโยบายจัดระเบียบสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำคลองและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม &amp;nbsp;หลังจากที่ได้ดำเนินการไปแล้วในคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; โดยมอบหมายให้กรุงเทพมหานครก่อสร้างเขื่อนและอุโมงค์ระบายน้ำ&amp;nbsp; ขณะที่ประชาชนที่สร้างบ้านเรือนลุกล้ำคลองจะต้องรื้อย้ายบ้านออกจากคลองและแนวเขื่อน&amp;nbsp; โดยให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; เตรียมแผนงานก่อสร้างที่อยู่อาศัยรองรับชาวบ้าน&amp;nbsp; 33 ชุมชนในเขตจตุจักร&amp;nbsp; หลักสี่&amp;nbsp; และดอนเมือง&amp;nbsp; และอีก&amp;nbsp; 6 หมู่บ้านในเขต จ.ปทุมธานี&amp;nbsp; รวมทั้งหมด 6,386 ครัวเรือน&amp;nbsp; โดยในช่วงที่ผ่านมาหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้จัดเวทีประชุมชี้แจงสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ไปแล้วหลายครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ล่าสุดวันนี้ (6 เมษายน)&amp;nbsp; เวลา 9.00-12.00 &amp;nbsp;น. ที่วัดสีกัน&amp;nbsp; เขตดอนเมือง&amp;nbsp; มีการจัดประชุมชาวชุมชนในเขตดอนเมือง&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 14&amp;nbsp; ชุมชนที่ปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่ริมคลองเปรมประชากร&amp;nbsp; เพื่อชี้แจงสร้างความเข้าใจเรื่องการพัฒนาคลองเปรมฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีประชาชนเข้าร่วมประชุมประมาณ 1,200&amp;nbsp;&amp;nbsp; คน&amp;nbsp; มีผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ร่วมชี้แจง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สำนักงานเขตดอนเมือง&amp;nbsp; กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้แทนจากกองทัพภาคที่ 1 &amp;nbsp;กรมธนารักษ์ &amp;nbsp;สำนักการระบายน้ำ กทม. กรมส่งเสริมสหกรณ์ และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; โดยมีนายไมตรี &amp;nbsp;อินทุสุต ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนเป็นประธานชี้แจง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายไมตรี อินทุสุต (ยืน) ประธานบอร์ด พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายไมตรี &amp;nbsp;อินทุสุต &amp;nbsp;ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวว่า&amp;nbsp; การพัฒนาคลองเปรมประชากรเป็นนโยบายของรัฐบาลเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; เนื่องจากคลองเปรมฯ เป็นลำคลองสายหลักที่ช่วยระบายน้ำทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ&amp;nbsp; แต่ปัจจุบันมีการก่อสร้างบ้านเรือนกีดขวางทางเดินน้ำจำนวนมาก&amp;nbsp; ทำให้น้ำในคลองไหลไม่สะดวก &amp;nbsp;ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมและน้ำเน่าเสีย&amp;nbsp; รัฐบาลจึงมีแผนงานแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยการสร้างเขื่อนระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม&amp;nbsp; ขุดลอกคลองให้น้ำไหลได้สะดวก&amp;nbsp; และพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองให้มีความมั่นคง&amp;nbsp; บ้านเรือนมีความสวยงาม&amp;nbsp; ลำคลองมีความสะอาด&amp;nbsp; ลูกหลานก็จะได้มีสิ่งแวดล้อมที่ดี&amp;nbsp; เหมือนกับโครงการพัฒนาในคลองลาดพร้าวที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;นอกจาก พอช.จะสนับสนุนการสร้างบ้านใหม่ให้ชุมชนแล้ว ยังเน้นการฟื้นฟูคลองให้ใสสะอาด &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีแผนการพัฒนาครอบคลุมทั้งด้านกายภาพ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้านเศรษฐกิจและสังคม &amp;nbsp;การปรับปรุงภูมิทัศน์ &amp;nbsp;พัฒนาคลองให้มีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น &amp;nbsp;ถือเป็นความร่วมมือในการผลักดันนโยบายรัฐในเรื่องที่อยู่อาศัย ให้ประชาชนและลูกหลานมีคุณภาพชีวิตที่ดี &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีความสุขอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; นายไมตรีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายธนัช&amp;nbsp; นฤพรพงศ์&amp;nbsp; ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวว่า&amp;nbsp; การจัดประชุมในวันนี้เป็นกระบวนการสร้างการรับรู้และความเข้าใจกับประชาชน&amp;nbsp; เพื่อให้ทราบถึงแนวทางการพัฒนาคลองเปรมประชากรตามแผนแม่บทโครงสร้างพื้นฐานระบบคลอง ซึ่งคณะกรรมการอำนวยการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ (พลเอกประวิตร&amp;nbsp; วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp; รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน) ได้ให้ความเห็นชอบแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีกรอบแนวคิดในการดำเนินงาน 4 ด้าน&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งแวดล้อมของเมือง &amp;nbsp;&amp;nbsp;2.ด้านการพัฒนาชุมชนริมคลอง &amp;nbsp;&amp;nbsp;3.ด้านการสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน &amp;nbsp;และ 4.ด้านกฏหมายและการขับเคลื่อนงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้การจัดทำแผนแม่บทโครงสร้างพื้นฐานระบบคลองและการพัฒนาชุมชนริมคลองเปรมประชากรในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบวางผังการพัฒนาพื้นที่ริมคลองเปรมประชากร &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ &amp;nbsp;ลดปัญหาน้ำเน่าเสีย &amp;nbsp;พร้อมไปกับการปรับปรุงภูมิทัศน์ &amp;nbsp;เพื่อสร้างทัศนวิสัยที่สวยงาม &amp;nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;การชี้แจงสร้างความเข้าใจในครั้งนี้เน้นย้ำถึงการพัฒนาชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาที่อยู่อาศัยตามแนวทางบ้านมั่นคงที่มี 9 ขั้นตอนด้วยกัน &amp;nbsp;คือ&amp;nbsp; การสร้างการรับรู้และความเข้าใจโครงการ &amp;nbsp;การทบทวนข้อมูลครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;การรับรองสิทธิผู้เข้าร่วมโครงการ &amp;nbsp;กระบวนการจดแจ้งจัดตั้งสหกรณ์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;การรังวัดที่ดินเพื่อเข้าสู่กระบวนการเช่าที่ดินราชพัสดุจากกรมธนารักษ์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;การออกแบบวางผังการขออนุมัติโครงการและงบประมาณจาก พอช. &amp;nbsp;รวมถึงการก่อสร้างบ้านตามแนวทางโครงการบ้านมั่นคง โดยให้ชาวบ้านรวมกลุ่มกันในรูปแบบของสหกรณ์ เพื่อสร้างบ้านและบริหารโครงการ&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายธนัชชี้แจงและว่า&amp;nbsp; จากการลงพื้นที่ชี้แจงโครงการพบว่าชาวบ้านส่วนใหญ่มีความเข้าใจและต้องการเข้าร่วมโครงการเพราะชาวบ้านยังสามารถสร้างบ้านใหม่ในชุมชนเดิมได้&amp;nbsp; และไม่เกิดผลกระทบเรื่องการเดินทางไปทำงานหรือไปโรงเรียนของลูกหลาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สำหรับแผนงานในการรองรับที่อยู่อาศัยของประชาชนริมคลองเปรมฯ นั้น&amp;nbsp; นายธนัชกล่าวว่า&amp;nbsp; มีชุมชนริมคลองเปรมฯ จำนวน&amp;nbsp; 33 ชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยู่ในเขตจตุจักร&amp;nbsp; หลักสี่&amp;nbsp; และดอนเมือง&amp;nbsp; และอีก&amp;nbsp; 6 หมู่บ้านในเขต จ.ปทุมธานี&amp;nbsp; รวมทั้งหมด 6,386&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; ซึ่งชุมชนเหล่านี้สามารถอยู่อาศัยในที่ดินเดิมได้ทั้งหมด&amp;nbsp; แต่จะต้องรื้อบ้านออกจากคลองและแนวก่อสร้างเขื่อนฯ เพื่อปรับผังชุมชนแล้วก่อสร้างบ้านใหม่ทั้งหมด&amp;nbsp; เพื่อให้ทุกครอบครัวอยู่ในชุมชนเดิมได้และได้รับสิทธิในที่ดินเท่ากัน&amp;nbsp; โดยเบื้องต้นขนาดบ้านและแบบบ้านจะมีทั้งบ้านชั้นเดียวและสองชั้น&amp;nbsp; ขนาด 4x7 และ 5x6 ตารางเมตร&amp;nbsp; ตามขนาดพื้นที่ของชุมชน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ส่วนงบประมาณที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จะสนับสนุนการก่อสร้างบ้านใหม่จะเหมือนกับที่ดำเนินการในชุมชนริมคลองลาดพร้าว-คลองบางซื่อ&amp;nbsp; โดยแบ่งเป็น 1.การปรับปรุงสาธารณูปโภค&amp;nbsp; อุดหนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; รวมครัวเรือนละ 147,000 บาท &amp;nbsp;2.งบสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; วงเงินครัวเรือนละไม่เกิน 360,000 บาท &amp;nbsp;โดยผ่อนชำระ 15 ปี &amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4% &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ภายในเดือนเมษายนนี้ พอช.และกรมส่งเสริมสหกรณ์จะสนับสนุนให้ชุมชนที่ยังไม่มีการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์จัดตั้งกลุ่มขึ้นมาเพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้าน&amp;nbsp; และจดทะเบียนเป็นสหกรณ์เพื่อให้มีฐานะเป็นนิติบุคคลเพื่อบริหารโครงการ&amp;nbsp; รวมทั้งเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์&amp;nbsp; เปลี่ยนสถานะจากชุมชนบุกรุกที่ดินริมคลองเป็นเช่าที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย (ในอัตราผ่อนปรน 1.50-3 บาท/เดือน/ตารางวา&amp;nbsp; ระยะเวลาช่วงแรก 30 ปี) และคาดว่าชุมชนที่มีความพร้อมจะสามารถเริ่มรื้อย้ายและสร้างบ้านใหม่ภายในเดือนกันยายน-ตุลาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ&amp;nbsp; เขตสายไหม&amp;nbsp; เป็น 1 ใน 50&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมชนริมคลองลาดพร้าวที่สร้างบ้านและเขื่อนฯ เสร็จแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สำหรับความคืบหน้าการก่อสร้างบ้านในคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อ รวมทั้งหมด 50 ชุมชน&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 7,069&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; ขณะนี้ก่อสร้างแล้ว 32 ชุมชน &amp;nbsp;สร้างบ้านเสร็จแล้ว&amp;nbsp; จำนวน &amp;nbsp;2,068&amp;nbsp; ครัวเรือน ดำเนินการใน&amp;nbsp; 8 เขตริมคลองฯ&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; วังทองหลาง&amp;nbsp; ห้วยขวาง&amp;nbsp; ลาดพร้าว&amp;nbsp; จตุจักร&amp;nbsp; บางเขน&amp;nbsp; หลักสี่&amp;nbsp; ดอนเมือง&amp;nbsp; และสายไหม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ส่วนการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตและประตูระบายน้ำในคลองลาดพร้าว-คลองบางซื่อ (คลองบางบัว-คลองถนน-คลองสอง) ระยะทางทั้งสองฝั่ง 45 กิโลเมตรเศษ เริ่มจากบริเวณอุโมงค์เขื่อนพระราม 9 เขตวังทองหลาง ไปยังประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้ เขตสายไหม เพื่อระบายน้ำลงสู่อุโมงค์คลองบางซื่อ อุโมงค์พระราม 9 ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและทะเลต่อไป โดยบริษัทริเวอร์ เอนจิเนียริ่ง จำกัด ประมูลงานได้ในวงเงิน 1,465 ล้านบาท &amp;nbsp;เริ่มก่อสร้างเดือนกุมภาพันธ์ 2559 - มิถุนายน 2562 ขณะนี้บริษัทก่อสร้างเขื่อนฯ ได้ประมาณ 40 % จากปริมาณงานทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ส่วนการก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลองเปรมตามแผนงานของ กทม.จะมีความยาวประมาณ&amp;nbsp; 17 กิโลเมตร เริ่มจากพื้นที่ริมคลองเปรมฯ เขตจตุจักร-หลักสี่-ดอนเมือง-ปทุมธานี&amp;nbsp; ขนาดความกว้างเท่ากับคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; คือ 38 เมตร โดยจะเริ่มสร้างเขื่อนฯ นำร่องภายใน 1-2 เดือนนี้&amp;nbsp; เริ่มจากคลองบ้านใหม่ถึงสะพานข้ามคลองบริเวณหมู่บ้านแกรนดค์าแนล &amp;nbsp;ระยะทางตามแนวเขื่อนทั้งสองฝั่งรวม 460 เมตร &amp;nbsp; ส่วนเขื่อนฯ ที่จะสร้างตลอดแนวคลองเปรมฯ &amp;nbsp;ขณะนี้อยู่ในระหว่างการเสนอต่อกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp; และนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี &amp;nbsp;หลังจากนั้นจึงจะประกาศจ้างผู้รับเหมา&amp;nbsp; คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;โครงการอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองเปรมประชากร &amp;nbsp;จะดำเนินการในปีงบประมาณ 2562-2566 วงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 10,000 ล้านบาท &amp;nbsp;เป็นการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำ &amp;nbsp;เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำในพื้นที่เขตดอนเมือง &amp;nbsp;เขตหลักสี่ &amp;nbsp;เขตบางเขน &amp;nbsp;เขตจตุจักร &amp;nbsp;ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 109 ตารางกิโลเมตร เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ &amp;nbsp;รวมถึงยังช่วยรับน้ำฝนที่ระบายในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ข้างเคียง คือ&amp;nbsp; นนทบุรีและปทุมธานี และสามารถสูบน้ำกลับเพื่อเจือจางน้ำเสียในคลองเปรมประชากรได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ภาพร่างประตูระบายน้ำคลองเปรม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33110</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลองเปรม, คลองเปรมประชากร, ชุมชนบุกรุกคลอง, พอช., สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ, ไมตรี  อินทุสุต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190406/image_big_5ca88a15831ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28873</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปล่อย&#039;ฮาคีม&#039;กลับออสเตรเลีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot;ฮาคีม&amp;quot; เป็นอิสระ! ศาลสั่งปล่อยตัวแล้วหลังอัยการยื่นถอนฟ้อง ระบุเหตุผล ก.ต่างประเทศแจ้งว่าการดำเนินคดีส่งผู้ร้ายข้ามแดนกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ-&amp;quot;บาห์เรน&amp;quot; ถอนคำร้องไม่ติดใจ จึงไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ขณะที่ จนท.ตม.รับตัวจากเรือนจำส่งกลับออสเตรเลียตอนเที่ยงคืน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ เวลา 14.20 น. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก น.ส.เสฎฐา เธียรพิลากุล พนักงานอัยการสำนักงานต่างประเทศ ได้รับมอบหมายให้เดินทางมายื่นคำร้องต่อศาลอาญา เพื่อขอถอนฟ้องคดีส่งผู้ร้ายข้ามแดน คดีดำหมายเลข ผด.2/2562 ที่พนักงานอัยการสำนักงานต่างประเทศ เป็นโจทก์ยื่นคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน นายฮาคีม อัล อาไรบี อายุ 25 ปี อดีตนักฟุตบอลทีมชาติบาห์เรน ซึ่งได้สถานะลี้ภัยจากประเทศออสเตรเลีย เป็นจำเลย กลับไปดำเนินคดีที่ประเทศบาห์เรน ตามคำขอของทางการบาห์เรนที่ส่งมาให้ทางการไทยยื่นส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งอัยการสำนักงานต่างประเทศได้ยื่นคำฟ้องไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้นายฮาคีม ซึ่งถูกคุมขังในประเทศไทยระหว่างการพิจารณาได้ให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดี ซึ่งนางณัฐาศิริ เบิร์กแมน ทนายความของนายฮาคีมได้ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา ทำนองว่าในวันที่เกิดเหตุเผาสถานีตำรวจ นายฮาคีมไม่ได้ไปร่วมชุมนุมในจุดดังกล่าว แต่กำลังแข่งขันฟุตบอลนัดหนึ่ง และมีพยานหลักฐานว่าตัวนายฮาคีมอยู่ภายในสนามฟุตบอลแข่งขันขณะที่เกิดเหตุ โดยสาเหตุที่นายฮาคีมถูกดำเนินคดี มาจากการที่พี่ชายของนายฮาคีมเป็นหนึ่งในนักเคลื่อนไหวคนสำคัญในเหตุการณ์อาหรับสปริง ทางการของประเทศบาห์เรนต้องการตัวแต่ไม่สามารถจับกุมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชัชชม อรรฆภิญญ์ อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อช่วงเช้าอัยการได้รับการประสานงานจากกระทรวงการต่างประเทศ แจ้งให้ทราบว่าทางการประเทศบาห์เรนแสดงความประสงค์ไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีการขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนนี้อีก คณะทำงานของอัยการก็ได้ประชุมหารือกันแล้วทั้งพิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องและ พ.ร.บ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ &amp;nbsp;พ.ศ.2553 เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ในการยื่นคำร้องขอถอนฟ้องคดี ก็เห็นว่าเมื่อประเทศบาห์เรนแสดงความประสงค์ไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีอีกต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีจึงไม่มีประโยชน์ต่อสาธารณะตาม พ.ร.บ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.2553 &amp;nbsp;มาตรา 21 ที่บัญญัติให้อัยการมีอิสระในการสั่งคดี หากอัยการเห็นว่าการฟ้องคดีอาญาจะไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะก็สั่งไม่ฟ้องได้ ดังนั้นอัยการสำนักงานต่างประเทศจึงได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องคดีต่อศาลอาญา ซึ่งศาลก็จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป เมื่อศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้องแล้วก็จะต้องปล่อยตัวนายฮาคีมให้เป็นอิสระโดยทันที จะไม่คุมขังไว้อีกแม้แต่นาทีเดียว&amp;quot; นายชัชชมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคำร้องขอถอนฟ้องของอัยการระบุว่า หลังจากพนักงานอัยการสำนักงานต่างประเทศได้ยื่นฟ้องนายฮาคีมแล้วเมื่อวันที่ 1 ก.พ.62 เมื่อวันที่ 4 ก.พ. อัยการสูงสุดในฐานะผู้ประสานงานกลาง ได้รับหนังสือจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 ม.ค. แจ้งว่ากระทรวงการต่างประเทศได้รับหนังสือจาก รมว.มหาดไทยออสเตรเลียเกี่ยวกับจำเลย และขอให้ทางการไทยพิจารณาเรื่องการขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนอีกครั้ง ซึ่งอัยการสูงสุดก็ได้มีหนังสือถึงปลัดกระทรวงการต่างประเทศเมื่อวันที่ 8 &amp;nbsp;ก.พ. ขอให้กระทรวงการต่างประเทศพิจารณาคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนในประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และประเด็นอื่นๆ ที่อาจจะเป็นเหตุผลที่จะไม่ดำเนินการให้ตาม พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน &amp;nbsp;พ.ศ.2551 มาตรา 17
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งกระทรวงการต่างประเทศได้มีหนังสือแจ้งวันนี้ (11 ก.พ.) ว่า กระทรวงการต่างประเทศเห็นว่าการดำเนินคดีส่งผู้ร้ายข้ามแดนดังกล่าว มีผลกระทบกระเทือนต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความสัมพันธ์ระดับประชาชนต่อประชาชน กระทรวงการต่างประเทศเห็นว่ามีเหตุผลที่จะไม่ดำเนินการต่อไป จึงขอให้อัยการสูงสุดในฐานะผู้ประสานงานกลางพิจารณาถอนฟ้องคดีนี้ตาม พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดนฯ มาตรา 17
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศยังแจ้งว่า ทางการบาห์เรนได้ตัดสินใจขอยกเลิกหรือขอถอนคำร้องขอตัวนายฮาคีมเป็นผู้ร้ายข้ามแดนจากไทย โดยอัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า การดำเนินคดีส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับจำเลยต่อไปไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณชน หรือจะมีผลกระทบต่อความปลอดภัย หรือความมั่นคงของชาติ หรือต่อผลประโยชน์อันสำคัญของประเทศ ตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการสั่งคดีอาญาที่ไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณชน หรือจะมีผลกระทบต่อความปลอดภัย หรือความมั่นคง หรือต่อผลประโยชน์อันสำคัญของประเทศ พ.ศ.2554 ข้อ 5, 6 กับ พ.ร.บ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.2553 มาตรา 21 วรรคสอง พนักงานอัยการจึงมีความเห็นควรสั่งไม่ฟ้องต่ออัยการสูงสุด และอัยการสูงสุดมีอำนาจสั่งไม่ฟ้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี เมื่อพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาไปเมื่อวันที่ 1 ก.พ.62 และขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศได้ให้ความเห็นในประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กับทางการบาห์เรนขอถอนคำร้องขอตัวจำเลยเป็นผู้ร้ายข้ามแดน อัยการสูงสุดจึงมีคำสั่งให้ถอนฟ้องนายฮาคีม โดยให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอถอนฟ้องเพื่อให้ศาลมีคำสั่งปล่อยตัวจำเลยต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาภายหลังศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามโจทก์แล้วยืนยันขอถอนฟ้อง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อโจทก์ขอถอนฟ้องและจำเลยไม่ยื่นคำคัดค้าน จึงอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยได้ และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ พร้อมออกหมายปล่อยจำเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ก่อนปล่อยตัวตนได้เข้าไปเยี่ยมและพูดคุยกับนายฮาคีม รวมทั้งตรวจสอบสภาพแวดล้อมภายในเรือนจำ ยืนยันว่าการควบคุมดูแลนายฮาคิมเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับและหลักมาตรฐานสากล นายฮาคีมมีมนุษยสัมพันธ์กับผู้ต้องขังอื่นดี ไม่มีปัญหาในการควบคุม ได้รับการเยี่ยมเยียนจากญาติมิตรตามระเบียบของเรือนจำ ได้มีโอกาสเล่นกีฬาและใช้ชีวิตประจำวันเป็นปกติ โดยนายฮาคีมยังได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่และเพื่อนผู้ต้องขังที่คอยช่วยเหลือดูแลระหว่างถูกควบคุมตัวในเรือนจำเป็นอย่างดีอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.40 น. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ (คลองเปรม) เจ้าหน้าที่ ตม.นำรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู &amp;nbsp;ตราโล่ 06465 ขับเข้าไปรับตัวนายฮาคีม ก่อนนำตัวไปพิมพ์ลายนิ้วมือและจัดทำประวัติ เพื่อเตรียมเดินทางกลับออสเตรเลียเที่ยงคืนวันเดียวกันทันที.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28873</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลองเปรม, นายชัชชม อรรฆภิญญ์, พ.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ฮาคีม อัล อาไรบี, เสฎฐา เธียรพิลากุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190211/image_big_5c6187a4b5b2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
