<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2019 08:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2019 08:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เล็งใช้&quot;สัดส่วนหนี้&quot;เป็นเกณฑ์คัดเลือกผอ.รร  ลั่นเพื่อสะท้อนคุณภาพบริหารจัดการชีวิตตัวเอง ก่อนไปเป็นผู้บริหารสถาบัน       </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

2ธ.ค.62-เตรียม ใช้ &amp;quot;หนี้สิน&amp;quot;เป็นตัวกำหนดคุณสมบัติ คัดเลือก ผู้บริหารสถานศึกษา ทั้ง ผอ. รองผอ.รร.และกลุ่มสพท. ต้องมีหนี้ไม่เกิน50% ของเงินเดือน ชี้ปัญหาหนี้ สะท้อนว่าบริหารจัดการตัวเอง ได้ดีแค่ไหน ก่อนไปบริหารจัดการโรงเรียน

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีการปรับหลักเกณฑ์และวิธีการการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาและรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ว่า ตนต้องการให้มีการปรับปรุงการเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารใหม่ ซึ่งไม่ใช่แต่เพียงผู้บริหารสถานศึกษาเท่านั้น แต่รวมไปถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ด้วย เนื่องจากกลุ่มคนเหล่านี้ถือเป็นนักบริหารที่สำคัญในการเป็นผู้นำของการขับเคลื่อนการศึกษาไทย ดังนั้นหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือก ตนจึงต้องการให้มีการดำเนินการแบบเข้มข้น และคุณสมบัติของการเป็นผู้บริหารโรงเรียนจะต้องมีความรู้ด้านดิจิทัล และภาษาอังกฤษ เพราะสิ่งเหล่านี้คือพื้นฐานของผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งต้องมีความรู้ที่ล้อไปกับการบริหารจัดการโรงเรียนตัวเองให้มีคุณภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประเด็นที่หลายฝ่ายถามถึงการวางรากฐานที่เหมาะสมของผู้บริหารโรงเรียนในอนาคตจะต้องมีหนี้สินไม่เกิน ร้อยละ 50 ของเงินเดือนนั้น เรื่องนี้ตนต้องการให้เป็นตัวมาตรฐานหนึ่งที่น่าจะมีไว้ เพราะถือเป็นการสร้างวินัยทางการเงินของผู้บริหารโรงเรียนจะต้องมีเงินเดือนเหลือติดในบัญชีให้ได้ครึ่งหนึ่งของเงินเดือน เช่น ได้รับเงินเดือนละ 50,000 บาทแต่เป็นหนี้อยู่ 45,000 และจะมาเป็นผู้บริหารโรงเรียน ตนถามว่าจะมีความเหมาะสมหรือไม่ เป็นต้น อีกทั้งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นการวางระบบแก้ปัญหานี้สินครูในอนาคตด้วย


&amp;ldquo;สิ่งสำคัญที่ผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องมีคือการบริหารจัดการตัวเองให้ได้ และมีทักษะด้านต่างๆ เพราะขณะที่ประเทศไทยก้าวไปสู่โลกศตวรรษที่ 21 แล้ว แต่ครูหรือผู้บริหารยังไม่มีการเรียนรู้ทักษะด้านภาษาและเทคโนโลยีเลยก็คงไม่ได้ ดังนั้นตอนนี้คณะทำงานอยู่ระหว่างการปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าวอยู่ เพื่อจะออกแบบหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกที่มีความเหมาะสม มีความเข้มข้นในการคัดเลือกผู้บริหาร ซึ่งยังไม่รู้ว่าการคัดเลือกผู้บริหารจะออกมาในรูปแบบไหน&amp;rdquo; รมว.ศธ. กล่าว

ด้านนายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯกพฐ.) กล่าวว่า การปรับปรุงหลักเกณฑ์วิธีการคัดเลือกผู้บริหาร รมว.ศธ.ได้ให้นโยบายว่า หากจะเป็นผู้บริหารโรงเรียนเราต้องมีการวางแผนเรื่องการเงินที่ดี เพราะขณะนี้ปัญหาหนี้สินครูมีจำนวนมาก อีกทั้งเรื่องการเงินถือเป็นจรรยาบรรณหนึ่งของสังคมด้วย เช่น เราอาจจะดูว่าเงินเดือนในระบบของครูที่มีการเบิกจ่ายตรงกับกรมบัญชีกลางมีเงินเดือนเหลือถึงครึ่งหนึ่งของเงินเดือนหรือไม่ และบุคคลนั้นสมควรเป็นผู้บริหารโรงเรียนหรือไม่ เป็นต้น ซึ่งถือเป็นการเตรียมความพร้อมและเป็นต้นแบบให้แก่ข้าราชการครู โดยไม่ใช่คนที่อยากจะมาเป็นผู้บริหารมีหนี้ติดลบและได้มาเป็นผู้บริหารโรงเรียนแล้วแต่กลับมาทำเรื่องทุจริตขึ้น ถือเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดี เพราะผู้บริหารต้องวางตัวให้ดีจะต้องเป็นกระจกเงาสะท้อนให้กับสังคม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51557</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลอดเกณฑ์คัดเลือกผู้อำนวยการสถานศึกษา, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, สัดส่วนหนี้ส่วนตัวผู้บริหารสถานศึกษาศธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191126/image_big_5ddcf9669ff58.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22446</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2018 19:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2018 17:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออกเกณฑ์คัดเลือกผอ.สถานศึกษาสังกัด สอศ. &#039;สุเทพ&#039;ย้ำโปร่งใส-ตรวจสอบได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 21 พ.ย.&amp;nbsp;นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้เห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ัอำนวยการในการสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) โดยกำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์เข้ารับการคัดเลือก จะต้องเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาสังกัด สอศ. มีคุณสมบัติทั่วไปตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2557 มีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษาหรือทางอื่นที่ ก.ค.ศ. กำหนด และจะต้องดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสร้างศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือบุคลากรทางการศึกษาอื่นที่มีประสบการณ์การบริหารไม่ต่ำกว่าหัวหน้ากลุ่มหรือหัวหน้าหน่วยหรือผู้อำนวยการกลุ่มมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือเป็นครูที่มีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่าชำนาญการ อีกทั้งต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเทพ กล่าวต่อว่า จากนี้ สอศ. จะไปกำหนดวันและเวลาในการดำเนินการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ซึ่งจะต้องประกาศปฏิทินวันรับสมัครก่อนวันรับสมัครจริงไม่น้อยกว่า 7 วัน และจะต้องระบุรายละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติผู้ที่มีสิทธิ์เข้ารับการคัดเลือก วัน เวลา และสถานที่รับสมัคร จำนวนตำแหน่งว่างที่จะใช้ในการบรรจุและแต่งตั้ง องค์ประกอบ ตัวชี้วัด คะแนนการประเมิน และวิธีการประเมิน ภาค ก ความรู้และความสามารถในการบริหารงานในหน้าที่ ภาค ข ความเหมาะสมกับการปฏิบัติงานในหน้าที่ และภาค ค ความเหมาะสมกับตำแหน่ง รวมถึงข้อตกลงในการปฏิบัติงานในหน้าที่ องค์ประกอบ ตัวชี้วัด คะแนนการประเมิน และวิธีการประเมินผลสัมฤทธิ์การปฏิบัติงานในหน้าที่ สำหรับเกณฑ์การตัดสินนั้น ผู้ผ่านการคัดเลือกภาค ก ต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 จึงจะมีสิทธิ์เข้ารับการประเมินภาค ข ภาค ค และผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องได้คะแนน ภาค ข และ ภาค ค แต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 และได้คะแนนรวมทั้ง 3 ภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 โดยการประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะเรียงลำดับที่จากผู้ที่ได้คะแนนรวมจากมากไปหาน้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; ทั้งนี้ ในหลักเกณฑ์ดังกล่าวได้ระบุไว้ชัดเจนว่า การดำเนินการคัดเลือกให้เป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยยึดถือระบบคุณธรรมการมีส่วนร่วม ความเสมอภาค ความโปร่งใสและตรวจสอบได้ หากปรากฏว่ามีการทุจริตหรือส่อไปในทางไม่สุจริต หรือดำเนินการผิดพลาดอันทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมให้ อ.ก.ค.ศ. สอศ.พิจารณาแก้ไขหรือยกเลิกการคัดเลือกในครั้งนั้นได้และรายงานให้ ก.ค.ศ.ทราบ ผมยืนยันว่า การคัดเลือกผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สอศ.ครั้งนี้จะเป็นไปอย่างเรียบร้อยและโปร่งใส&amp;rdquo;เลขาฯ กอศ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22446</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ค.ศ., คลอดเกณฑ์คัดเลือกผู้อำนวยการสถานศึกษา, สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181121/image_big_5bf52c570022c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
