<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75563</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2020 08:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2020 08:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ข้องใจรัฐผ่อนปรนนำเข้าอาหารปนเปื้อน&#039;พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส&#039;ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.2563 - &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ตามที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติแบนพาราควอต และคลอร์ไพริฟอส และมีประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2563 ซึ่งกำหนดให้พาราควอตและคลอร์ไพริฟอสเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 โดยมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมาแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมากระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้ดำเนินการทบทวนประกาศว่าด้วยเรื่องอาหารที่มีสารพิษตกค้างเพื่อให้สอดคล้องกับการยกเลิกการใช้สารทั้ง 2 ชนิด โดยได้มีการยกร่างและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งส่วนใหญ่มีความเห็นว่าเมื่อแบนสารทั้ง 2 ชนิดแล้วจะต้องไม่พบการตกค้างในอาหารของสารดังกล่าวอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ทว่าล่าสุดเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2563 คณะกรรมการอาหาร ได้มีข้อสรุป คือ 1) เพิ่มรายชื่อของพาราควอตและคลอร์ไพริฟอส ในบัญชีหมายเลข 1 (รายการสารที่แบนแล้ว) ของประกาศกระทรวง เรื่อง อาหารที่มีสารพิษตกค้าง 2)ยกเลิกค่าการตกค้างที่อนุญาตให้พบในอาหาร(Maximum Residue Limit-MRL) โดยต้องตรวจไม่พบสารพิษตกค้างจากวัตถุอันตรายที่ยกเลิกแล้ว (Not Detected) และ 3) มีผลบังคับใช้ 1 มิถุนายน 2564 กับอาหารที่ผลิตในประเทศและนำเข้าต้องปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นที่น่าแปลกใจว่าทำไมจึงมีการผ่อนปรนให้ผู้นำเข้าอาหารจากต่างประเทศต้องปฏิบัติตามประกาศฉบับใหม่ ให้มีผลบังคับใช้ 1 มิถุนายน 2564 โดยในช่วงนี้ให้คงค่าสารตกค้างได้ตามค่าโดเดกซ์ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ นักวิชาการพวกตระกูลหมอทั้งที่เกษียณไปแล้วและไม่เกษียณทั้งหลาย รวมทั้ง รมว. และรมช.สาธารณสุข รวมทั้งเอ็นจีโอบางพวกที่ออกมารณรงค์กันอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อแบน 2 สารเคมีให้จงได้ โดยพูดตรงกันว่าสารเคมีเหล่านี้แม้ได้รับปริมาณน้อย แต่ถ้าได้รับเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดเป็นมะเร็ง โรคพาร์กินสัน โรคเบาหวาน โรคตับ โรคไต แม้ว่าจะตกค้างนิดหน่อยก็อันตราย แม้แต่กระบวนการยุติธรรมไทยก็วินิจฉัยเช่นนั้น แต่ทำไมเวลานี้กลับเงียบเป็นเป่าสาก หรือแสดงว่า ข้อมูลที่โฆษณาชวนเชื่อก่อนหน้านี้ เป็นข้อมูลเท็จ เพื่อใช้หลอกคนทั้งประเทศที่รู้ไม่เท่าทันท่านทั้งหลายเท่านั้นใช่หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแบนสารพิษทั้ง 2 ชนิดข้างต้น เป็นที่ถกเถียงกันมากว่าทำเพื่อใคร เพื่ออะไร ถ้าแบนแล้วยังปล่อยให้มีการนำเข้าสารวัตถุดิบอาหารที่ยังมีการเจือปนสารพิษเหล่านั้นอยู่ หรือเก่งแต่จะห้ามเกษตรกรไทยใช้ แต่กลับปล่อยให้นักธุรกิจนายทุนสามารถนำเข้าวัตถุดิบที่มีสารตกค้างมาให้คนไทยใช้ได้ ดูช่างเป็นนโยบายที่ย้อนแย้งกันสิ้นดี ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเกษตรกรไทย ตกเป็นเบี้ยล่างและกลายเป็นหมากเบี้ยให้นักวิชาการ-นักการเมืองกำมะลอแสวงหาประโยชน์เท่านั้น เรื่องนี้ไม่จบลงง่ายๆแน่ คอยดูกันต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75563</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการวัตถุอันตราย, คลอร์ไพริฟอส, นำเข้า, พาราควอต, ศรีสุวรรณ จรรยา, เฟซบุ๊ก, เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200826/image_big_5f45b7dc9921c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75133</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2020 15:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2020 15:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คกก.อาหารประกาศเพิ่ม&quot;พาราควอตไดคลอไรด์ เป็นสารเคมีเกษตร ที่ห้ามตกค้างในอาหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21ส.ค.63-คณะกรรมการอาหารเห็นชอบร่างกฎหมาย เรื่อง อาหารที่มีสารพิษตกค้าง หลังทบทวนและประชุมหารือกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน เอกชน และเครือข่ายห้องปฏิบัติการ เห็นชอบร่วมกันใช้ค่าต่ำสุดที่ห้องปฏิบัติการสามารถตรวจสอบได้ หรือ LOD (Limit of &amp;nbsp;Detection)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้ออกประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2563 กำหนดให้คลอร์ไพริฟอส, คลอร์ไพริฟอสเมทิล, พาราควอต, พาราควอตไดคลอไรด์ และพาราควอตเมโทซัลเฟต เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ห้ามใช้สารดังกล่าวในทางการเกษตร โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการอาหารจึงดำเนินการทบทวนประกาศกระทรพวงสาธารณสุข เรื่อง อาหารที่มีสารพิษตกค้าง โดยได้เปิดรับฟังความคิดเห็นทั้งในและต่างประเทศ ประชุมหารือผู้เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน และเอกชน รวมทั้งเครือข่ายห้องปฏิบัติการ โดยเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2563 คณะกรรมการอาหารได้มีมติเห็นชอบ (ร่าง) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่...) พ.ศ. .... ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง อาหารที่มีสารพิษตกค้าง (ฉบับที่ 3) &amp;nbsp;โดยปรับเพิ่มรายชื่อวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 รวม 5 รายการดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปี 2563 อย. ได้เฝ้าระวังผลิตภัณฑ์อาหารที่จำหน่ายในท้องตลาดที่มีวัตถุดิบที่มีโอกาสพบการตกค้างของคลอร์ไพริฟอสและพาราควอต เช่น ถั่วเหลือง น้ำนมถั่วเหลือง น้ำมันถั่วเหลือง ข้าวสาลี แป้งสาลี ขนมปัง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เพื่อวิเคราะห์หาปริมาณสารพิษตกค้างของพาราควอต และคลอร์ไพริฟอส จำนวน 48 ตัวอย่าง ซึ่งผลตรวจไม่พบการตกค้างของพาราควอตและคลอร์ไพริฟอสทั้ง 48 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 100&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้อกังวลของอุตสาหกรรมอาหารเกี่ยวกับผลกระทบการขาดแคลนสินค้าเกษตรที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการแปรรูปอาหาร โดยเฉพาะถั่วเหลืองและข้าวสาลี คณะกรรมการอาหารได้พิจารณาข้อมูลผลการเฝ้าระวังเรื่องความปลอดภัย ข้อมูลการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยว และข้อกำหนดของสหภาพยุโรป ที่ประกาศห้ามใช้พาราควอตและ
คลอร์ไพริฟอสเช่นเดียวกับประเทศไทย ซึ่งข้อกำหนดตาม(ร่าง)ประกาศฯ ฉบับนี้สอดคล้องกับข้อกำหนดของสหภาพยุโรป เลขาธิการฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ผู้บริโภคได้มั่นใจกับความปลอดภัยของอาหารที่ อย.ให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองผู้บริโภคมาเป็นอันดับแรก และในขณะเดียวกันก็คำนึงถึงเศรษฐกิจของประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75133</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อย., คกก.อาหาร, คลอร์ไพริฟอส, คลอร์ไพริฟอสเมทิล, พาราควอต, พาราควอตเมโทซัลเฟต, พาราควอตไดคลอไรด์, สารพิษตกค้างในอาหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200821/image_big_5f3f80af52db5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66929</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อันตรายกว่า &#039;สารอันตราย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ คุยเรื่องหนักหัว ก็รู้...ท่านไม่อยากอ่านเรื่องทำนองนี้ซักเท่าไหร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่อยากให้ฝืนซักนิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะมันไม่เพียงเป็น &amp;quot;ห่วงโซ่ชีวิต&amp;quot; ที่ทุกคน ทั้งรู้ตัว-ไม่รู้ตัว ล้วนอยู่ในนั้นแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันยังเป็นห่วงโซ่ธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรมประเทศ ทั้งผลิต-บริโภค-ส่งออก-นำเข้า สัมพันธ์ถึงแรงงาน บนฐานตัวเลขประเทศ ปีละร่วม ๒ ล้านล้านบาท!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็เรื่องวัตถุอันตราย........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส&amp;quot; ที่เข้าใจ-เข้าถึงกันครึ่งๆ-กลางๆ สุดแต่ว่า ฝ่ายไหนจะมีแรงฉุดกระชาก ก็ลากกันไปนั่นแหละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้ ราชกิจจานุเบกษา ลงประกาศไปแล้ว เมื่อ ๑๕ พ.ค.๖๓ ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่ ๑ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๓ เป็นต้นไป ไม่ว่าใครก็ตาม &amp;quot;ห้ามมี-ห้ามใช้&amp;quot; วัตถุอันตรายทั้ง ๒ ตัวนั้นเด็ดขาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขีดเส้นใต้ด้วยหมึกแดง ๒ เส้น.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก หรือผู้มีไว้ในครอบครองวัตถุอันตราย ชนิดที่ ๔ (พาราควอต, คลอร์ไพริฟอส) ที่ได้ดำเนินการอยู่ก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้ มีผลใช้บังคับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แปลภาษาราชการ เป็นภาษาชาวบ้านเพื่อความเข้าใจก็คือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่ ๑ มิ.ย.คือ ตั้งแต่สัปดาห์หน้านี้เป็นต้นไป ใครผลิต ใครนำเข้า ใครส่งออก และใครมีไว้ในครอบครอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผิดกฎหมาย.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้ใดนำผ่านวัตถุอันตรายชนิดที่ ๔ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ยกมาคุย อย่าเข้าใจผิด ว่าผมจะมาต้าน-มาค้านการห้ามมี-ห้ามใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลิก-ก็เลิก เมื่อเกษตรฯ, อุตสาหกรรม, สาธารณสุข ลงมติ &amp;quot;ห้ามใช้-ห้ามมี&amp;quot; พาราควอต คลอร์ไพริฟอส ประกาศเป็นกฎหมายแล้ว ก็ต้องเป็นตามนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และผมก็หรี่หูฟังมาตลอดว่า......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อ &amp;quot;ห้ามมี-ห้ามใช้&amp;quot; แล้ว มีวัตถุอันตรายตัวไหนล่ะ ที่รัฐบาลสรรหามาให้ชาวไร่/ชาวนา/ชาวสวน ใช้แทน ๒ ตัวที่ยกเลิกไป &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยวัตถุอันตรายที่นำมาทดแทนนั้น เมื่อตรวจหาสารพิษตามพืช, ผัก, ผลไม้ ต่างๆ นานาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สารตกค้าง&amp;quot; ต้องเป็น &amp;quot;0&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องเป็น 0&amp;quot; ตามความหมายของ &amp;quot;วัตถุอันตรายทางการเกษตร ชนิดที่ ๔&amp;quot; ของไทย ก็คือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องไม่มีสารตกค้างปนเปื้อนอยู่เลย&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหนือกว่ามาตรฐาน Codex ที่องค์การการค้าโลก (WTO) และองค์การอาหารและการเกษตรฯ (FAO) กำหนดซะอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรฐาน Codex ก็คือ.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ระดับปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุดที่ยอมรับได้ในอาหารมนุษย์และอาหารสัตว์&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีหน่วยเป็น &amp;quot;มิลลิกรัมสารพิษตกค้าง/กิโลกรัมสินค้าเกษตร&amp;quot; โดย &amp;quot;คณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร&amp;quot; เป็นผู้กำหนด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่กฎหมายไทยขณะนี้ กำหนดไว้เหนือมาตรฐานโลก........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สินค้าเกษตร จะส่งออก-นำเข้า ต้องปลอดสารตกค้าง ๑๐๐%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟังดูเท่ &amp;quot;ทางคำสั่ง&amp;quot; มาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อดู &amp;quot;ทางปฏิบัติ&amp;quot; ที่เป็นจริง จากเท่ กลายเป็นทุเรศ มันเป็นคำสั่ง สักแต่ว่าสั่ง ไม่คำนึงถึงความเป็นจริงทั้งทางปฏิบัติ ทั้งทางกลไกธุรกิจการค้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าในช่วง ๕-๖ วัน ก่อนถึงมิถุนาไม่แก้ไขปัญหาดังที่ผมมองเห็นดังจะกล่าวต่อไป รับรอง เมื่อมีผลบังคับใช้ทางกฎหมายแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่อยากใช้คำว่าวินาศสันตะโร.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่จะเดือดร้อน วุ่นวาย ไล่ตามแก้แต่ละเรื่อง แต่ละจุด เสียเวลา เสียความรู้สึก เสียโอกาสทั้งทางทำมาหากินชาวบ้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญ ธุรกิจอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องสินค้าเกษตร มันจะเป็นปัญหาย้อนศร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงตอนจะรวย แทนที่จะรวยจากเกษตร กลับต้องซวย เพราะบริหารกันสักแต่มีอำนาจสั่ง และที่สั่ง แทนจะเป็นคุณ กลับเป็นโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่รู้จะบอกใคร ก็ต้องลงที่ท่าน &amp;quot;นายกฯ ประยุทธ์&amp;quot; นั่นแหละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นแรก เกษตรกร ชาวไร่-ชาวนา-ชาวสวน ใครยังมีพาราควอต, คลอร์ไพริฟอสเหลือติดบ้าน ไม่ต่างซุกซ่อนยาเสพติดไว้ในบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงคุก!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ่อค้า, บริษัท, ห้างร้าน ใครยังมีสาร ๒ ตัวนั้นเหลือในสต๊อก หรือสินค้าอยู่ระหว่างเดินทางเข้ามาจากสั่งซื้อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากเจ๊งแล้ว ยังจะติดคุก ฐานมีหรือนำเข้าสารพิษ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่ยังไม่เท่าไหร่.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกฎหมาย ว่าด้วยวัตถุอันตรายทางการเกษตร ชนิดที่ ๔ ยังหมายไปถึงว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ ๑ มิ.ย.เป็นต้นไป เอาเฉพาะพืชที่ไทยต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เพราะผลิตเองไม่ได้/ไม่พอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือ ถั่วเหลืองและข้าวสาลี!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันเป็นวัตถุดิบหลักและจำเป็นในอุตสาหกรรมแปรรูป อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมเลี้ยงสัตว์ &amp;nbsp;ตลอดถึงอาหาร, ขนม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรียกว่าสารพัด ที่มี ที่ใช้ ที่กิน ที่ขาย ที่ส่งออก ต้องใช้ถั่วเหลืองและข้าวสาลีเป็นวัตถุดิบตั้งต้นแทบทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นก็คือ ในต่างประเทศ.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาใช้พาราควอต กำจัดวัชพืช และใช้คลอร์ไพริฟอส กำจัดศัตรูพืช ทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือ ทั้งข้าวสาลี ถั่วเหลืองนำเข้า ล้วนมีสารพิษปนเปื้อนตามมาตรฐาน Codex ทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเมื่อสารทั้ง ๒ ตัวนั้น เป็นวัตถุอันตรายทางการเกษตร ชนิดที่ ๔ ตามกฎหมาย ที่บังคับใช้ ๑ มิ.ย.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ยุ่งซี เมื่อนำเข้าถั่วเหลือง-ข้าวสาลีไม่ได้....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วบะหมี่สำเร็จรูป อาหารกระป๋อง เช่นปลาทูน่า เนื้อสัตว์ทั้งสด/แช่แข็ง ซอสปรุงรส ขนมปัง น้ำมันถั่วเหลือง ขนม อาหารชุบแป้ง อาหารสัตว์ อาหารแปรรูปต่างๆ กระทั่งซาลาเปา และ ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ๊งหมด!&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อกิจการเหล่านี้ขาดวัตถุดิบ ธุรกิจเดินไม่ได้ แรงงานในวงจรนี้กว่า ๑๐ ล้านคนแน่ๆ &amp;quot;ว่างงาน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเสียหายด้านอาหารคน, อาหารสัตว์, อุตสาหกรรมต่อเนื่อง ประเมินกันแล้ว เฉียด ๒ ล้านล้านบาทต่อปี!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่เพราะ สักแต่ &amp;quot;ออกประกาศ-ออกคำสั่ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สารพิษนั้น เลิกได้ จะออกมาตรการอะไรก็ออกได้ แต่ก่อนเลิก-ก่อนออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้อง &amp;quot;อุดรูรั่ว&amp;quot; ให้เรียบร้อยก่อน เช่น หาสารเคมีมาให้ชาวไร่/ชาวสวนซื้อหาแทนสารที่ห้ามใช้ก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ยังเหลือ อนุโลมให้ใช้จนหมดภายใน ๑ ปี หรือไม่ก็รับซื้อคืน ไม่ใช่ด้วยโมหะแห่งอำนาจ ประกาศปุ๊บ ของถูกกลายเป็นของผิด กูจับอย่างเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การค้าก็เหมือนกัน ธุรกิจซื้อ-ขายระหว่างประเทศ เทอมเวลาการค้าเขาว่ากันเป็นปีๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แทนที่ภาครัฐจะคิดคำนึง......&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลับเป็นว่า...ไม่รู้ กูมีหน้าที่สั่ง สั่งปุ๊บ ของถูกกลายเป็นของเถื่อนตั้งแต่อยู่ในท้องเรือขนส่งสินค้า &amp;nbsp;นั่นเรื่องของมึง กูไม่รับรู้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างนี้เสียครับ เสียมากด้วย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าไม่รีบแก้ไข ไม่ได้หมายถึงให้กลับไปใช้สารอันตราย แต่หมายถึง ความเป็นจริงทางบริหารและปกครอง กับของจำเป็นต้องใช้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อให้เขาเลิกใช้อย่างหนึ่ง ก็ต้องหาอีกอย่างมาทดแทนให้เขาใช้ แต่ก็ไม่หา-ไม่มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากของที่รัฐบาลบอกให้ใช้ มาอีกวันบอกไม่ให้ใช้ แล้วประกาศหน้าตาเฉย ที่เอ็งมีอยู่ ถือเป็นของผิดกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แบบนี้อันธพาลทำ ไม่ใช่รัฐบาลบริหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสักแต่ว่า กูจะเอา-กูจะประกาศ โดยไม่ดูกฎหมายที่เชื่อมโยงถึงกันว่า มันขัดแย้งเป็นโทษ หรือสอดคล้องเป็นคุณ ผลเสียตกกับส่วนรวมมหาศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โลกเป็นจริงทางเกษตรปัจจุบัน มีมั้ย ที่สารตกค้างเป็นศูนย์?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขนาดมาตรฐานโลก ด้วย WTO และ FAO ยังกำหนดให้มีสารตกค้างได้ ระดับมิลลิกรัมสารพิษตกค้าง/กิโลกรัมสินค้าเกษตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วนี่ เกษตรฯ-อุตสาหกรรม-สาธารณสุข มีมติ เป็นประกาศเปรี้ยงปร้าง โดยไม่คิดให้รอบคอบว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยมาตรฐานเทวดาไทย เราจะไปซื้อ-ไปขายกับเขาได้อย่างไร เช่น ถั่วเหลือง ข้าวสาลี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเมื่อต่างประเทศใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตร ชนิดที่ ๔ เพาะปลูก มีสารตกค้างตามมาตรฐาน &amp;nbsp;Codex ทั้งนั้น &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายไทยบอก ไม่ได้...ต้องเป็นศูนย์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็หมายความว่า.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จาก ๑ มิ.ย.ไป นำเข้าถั่วเหลือง/ข้าวสาลีไม่ได้ ใครสั่ง ผิดกฎหมาย คุกไม่เกิน ๑๐ ปี!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่พูดถึง ชาวไร่/ชาวนา/ชาวสวน ทั่วไป คำนึงถึงเขามั้ย ว่าเขาจะใช้อะไรในการเพาะปลูก หรือมีใครแอบตั้งโรงงานทำสารเคมีทดแทนไว้แล้ว?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าดีจริง ปราบวัชพืชได้ ปราบศัตรูพืชได้จริง โดยสารตกค้างเป็น 0 ก็ไม่ต้องกระมิด-กระเมี้ยน โผล่หน้ามาเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่ไม่ใช่ปัญหาโลกแตก แต่เป็นปัญหาซ่อนเงื่อนหาแหลกของใครหรือเปล่าก็ไม่รู้?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เห็นมันจะเป็น &amp;quot;ปัญหาประเทศ&amp;quot; ก็เลยกราบเรียนให้ท่านนายกฯ ได้เดือดร้อนอีกซักครั้ง!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66929</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลอร์ไพริฟอส, พาราควอต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66500</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2020 10:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2020 10:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอธีระวัฒน์ &quot;เตือนรัฐต้องดูแลภาคเกษตรให้ปรับตัวได้ หลังเลิกใช้ &quot;พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส&quot;และรับมือคนนับล้านแห่กลับชนบท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21พ.ค.63-ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา&amp;nbsp; ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว&amp;nbsp; ว่า หลังจากรัฐบาลประกาศแบนสารเคมีเกษตรอันตราย พาราควอต และคลอร์ไพริฟอส&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐจะต้องหาทางรับมือการปรับตัวของเกษตรกรที่ไม่ใช้สารเคมี และคนพากันกลับชนบทไปทำเกษตรเพราะพิษเศรษฐกิจจากโควิด-19 ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากการต่อสู้ทางนโยบายเอายาวนานกว่า 3 ปี ในที่สุดพาราควอต สารพิษร้ายแรงที่ 58 ประเทศยกเลิกการใช้แล้ว ถูกประกาศแบนอย่างเป็นทางการในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนหน้านี้ จีน เวียดนาม กัมพูชา ลาว และมาเลเซีย ประเทศเพื่อนบ้านของไทย ก็ประกาศแบนสารพิษดังกล่าวแล้วเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลอร์ไพริฟอส สารพิษกำจัดแมลงที่มีผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมองของเด็กและทารก ก็ถูกแบนแล้วเช่นกัน&amp;nbsp; โดยจะมีผลพร้อมกันในวันที่ 1 มิถุนายน 2563 นี้ หลังจากสารพิษนี้ถูกยกเลิกการใช้โดยสหภาพยุโรปอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังการประกาศแบนมีผล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องมีบทบาทหลักในการสนับสนุนเกษตรกรทั้งในรูปการฝึกอบรม การให้ข้อมูลความรู้ทางวิชาการ หรือการสนับสนุนในรูปแบบอื่นๆ เพื่อให้เกษตรกรใช้วิธีการทางเลือกอื่น เช่น การใช้เครื่องตัดหญ้า เครื่องจักรกลการเกษตร การปลูกพืชคลุมดิน และการจัดระบบการปลูกพืช เป็นต้น ในการกำจัดวัชพืช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยควรใช้โอกาสที่ประชาชนจำนวนมากนับล้านคนที่หลั่งไหลกลับภาคเกษตรกรรมอันเกิดจากวิกฤต COVID-19 สร้างอาชีพ เช่น หน่วยบริการกำจัดวัชพืช โดยอาจสนับสนุนเงินทุนและทรัพยากรเพื่อการนี้แก่กลุ่มต่างๆที่สนใจ รวมไปถึงการปฏิรูประบบเกษตรกรรม ที่ส่วนใหญ่เน้นการผลิตเชิงเดี่ยวผลิตวัตถุดิบราคาถูก ไปสู่ระบบเกษตรผสมผสานที่ให้ความสำคัญกับเรื่องความมั่นคงทางอาหาร มากขึ้น เพื่อลดปัญหาการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในระยะยาว และรองรับการเปลี่ยนแปลงรับมือยุคหลังไวรัสระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลอาจใช้แบ่งงบประมาณ 400,000 ล้านบาท สำหรับการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม เพื่อรองรับเกษตรกรรายย่อยที่ประสงค์จะปรับเปลี่ยนวิถีเกษตรกรรมไปสู่วิถีเกษตรใหม่ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยแพนวางแผนเผยแพร่คลิปวิดีโอ ซึ่งเป็นการสัมภาษณ์บุคคลสำคัญเกี่ยวกับเกษตรกรรมและอาหารของไทยหลังการแบนสารพิษร้ายแรง และเผยแพร่ประสบการณ์การจัดการวัชพืชของเกษตรกรต่างๆจำนวนมากที่ไม่พึ่งพาพาราควอต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โปรดติดตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๖๓&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดูรายละเอียด http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/E/117/T_0056.PDF&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66500</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลอร์ไพริฟอส, นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, พาราควอต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200403/image_big_5e86bac48009d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> มติเดิมไม่เลื่อนแบนสารพิษ เดินหน้าร่างระเบียบ4ฉบับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;บอร์ดวัตถุอันตรายไม่เลื่อนแบนพาราควอต-คลอร์ไพริฟอส ยึดมติเดิมบังคับใช้ 1 มิ.ย.63 เดินหน้าร่างกฎหมาย-ระเบียบ ก่อนชง ครม.เห็นชอบ สั่งกรมวิชาการเกษตรหาสารทดแทนโดยศึกษาจากต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 เมษายน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องสำคัญหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ได้แก่ ร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นการออกประกาศเพื่อกำหนดให้พาราควอตและคลอร์ไพริฟอสเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.63 &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่ประชุมได้มีการอภิปรายให้ความเห็นในประเด็นต่างๆ ทั้งในเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม ผลกระทบต่อเกษตรกรและภาคอุตสาหกรรม ผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจ สังคม รวมทั้งสภาวการณ์ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงสาธารณสุขยืนยันให้มีการออกประกาศฉบับนี้ สำหรับผลกระทบในส่วนของการกำหนดปริมาณสารตกค้างในผลิตภัณฑ์อาหารนั้น กระทรวงสาธารณสุขซึ่งมีคณะกรรมการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าว จะพิจารณาและกำหนดให้เหมาะสมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คณะกรรมการได้มีการลงมติ โดยมีกรรมการอยู่ในห้องประชุมจำนวน 24 ท่าน และมีผู้เห็นด้วยจำนวน 17 ท่าน ไม่เห็นด้วยจำนวน 6 ท่าน งดออกเสียงจำนวน 1 ท่าน สรุปได้ว่าเสียงส่วนใหญ่ให้ความเห็นชอบในร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่..) พ.ศ. .... โดยมีการให้ข้อสังเกตรวมทั้งข้อเสนอแนะในการดำเนินการต่อหน่วยงานผู้รับผิดชอบและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้กำหนดมาตรการที่ชัดเจน เพื่อให้มีผลกระทบต่อฝ่ายต่างๆ น้อยที่สุด&amp;quot; นายสุริยะระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น จึงไม่มีการเลื่อนการบังคับใช้ออกไปถึงสิ้นปี 2563 ตามข้อเสนอของนายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ส่วนวัตถุอันตรายไกลโฟเซตให้ใช้มาตรการจำกัดการใช้ตามมติคณะวัตถุอันตรายเมื่อวันที่ 23 พ.ค.61 ทั้งนี้ ขอให้กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปหาข้อมูลว่าประเทศอื่นที่แบนสารอันตรายพาราควอตและคลอร์ไพริฟอส มีการใช้สารทดแทนอะไรบ้าง &amp;nbsp;และให้กลับมานำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ในการประชุมครั้งต่อไปที่จะมีขึ้นในช่วง 1-2 เดือนนับจากนี้ไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการรับรองรายงานการประชุมและการรับรองมติที่ประชุมเมื่อวันที่ 27 พ.ย.62 เกี่ยวกับการพิจารณายกเลิกการใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตรนั้น ที่ประชุมยืนยันว่ามติดังกล่าวเป็นมติที่มีการรับรองโดยที่ประชุมถูกต้องแล้ว แต่สำหรับการรับรองรายงานการประชุมนั้น ในวันนี้ที่ประชุมได้พิจารณารับรองรายงานอีกครั้งหนึ่ง และมีมติโดยเสียงส่วนใหญ่รับรองรายงานการประชุมดังกล่าว โดยมีกรรมการบางคนแจ้งขอสงวนสิทธิ์ไม่รับรองรายงาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นอกจากการพิจารณาเกี่ยวกับวัตถุอันตรายทางการเกษตร ยังได้มีการพิจารณาในเรื่องอื่นๆ เช่น มีการพิจารณาให้ความเห็นชอบในร่างระเบียบ/ประกาศ จำนวน 4 ฉบับ ที่เสนอโดยหน่วยงานผู้รับผิดชอบ ซึ่งเป็นการดำเนินการให้สอดคล้องกับบทบัญญัติในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย &amp;nbsp;(ฉบับที่ 4) พ.ศ.2562 ได้แก่ การกำหนดด่านศุลกากรที่นำเข้า-ส่งออก-นำผ่านวัตถุอันตราย การผ่อนผันการปฏิบัติสำหรับการนำกลับเข้ามาหรือการส่งกลับออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนี้หน่วยงานผู้รับผิดชอบจะนำไปเสนอรัฐมนตรี (ครม.) หรืออธิบดีของแต่ละหน่วยงานลงนาม และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีผลใช้บังคับต่อไป และให้มีการปฏิบัติงานของคณะกรรมการวัตถุอันตรายและหน่วยงานผู้รับผิดชอบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ คณะกรรมการได้มีมติเห็นชอบให้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ จำนวน 9 คณะ เพื่อพิจารณากลั่นกรอง ให้ความเห็น หรือดำเนินการในเรื่องต่างๆ เช่น คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร, คณะอนุกรรมการควบคุมการโฆษณา เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเช้าก่อนการประชุมบอร์ดวัตถุอันตราย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่า กระทรวงสาธารณสุขมีความชัดเจนไม่เห็นด้วยกับการใช้สารเคมีทั้งสามชนิด คือ พาราควอต, ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส รวมทั้งไม่เห็นด้วยกับการขยายเวลาทุกกรณี และไม่มีเหตุผลที่จะขยายเวลาอีกต่อไป ขอให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายคำนึงถึงความปลอดภัยทางสุขภาพของประชาชนเป็นอันดับแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการที่จะผลิตอาหารปลอดภัย เกษตรปลอดภัย นี่คือสิ่งที่เราดำเนินการมาตั้งแต่ต้น &amp;nbsp;เกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สารเคมีทุกตัวมีความอันตรายไม่ใช่เฉพาะแค่ 3 สารนี้ สารเคมีตัวอื่นผมก็ได้เสนอและชี้แจงไปในสภาผู้แทนราษฎรแล้วว่าควรจะมีมาตรการจำกัดการใช้เหมือนกันทั้งหมด เพราะสารเคมีอันตรายทุกตัวครับ ผมยืนยันแนวคิดเดิม ต้องทำให้เกษตรเราปลอดภัย ให้ผู้บริโภคปลอดภัย ผลิตอาหารที่ปลอดภัย &amp;nbsp;การแบนสารไม่ควรเลื่อนไปปลายปี เพราะฉะนั้นเห็นว่าถ้ามติออกมาเป็นอย่างไรก็ควรดำเนินการตามมตินั้น&amp;quot; รมว.เกษตรและสหกรณ์ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64753</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สารพิษเกษตร, คลอร์ไพริฟอส, บอร์ดวัตถุอันตราย, พาราควอต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แบน3สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200430/image_big_5eaad1e88b040.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51257</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2019 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2019 16:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ไบโอไทย&quot;จวกมติ เลิกแบน3สารเคมี  เอื้อบริษัทค้าสารพิษ ไม่ต้องรับผิดชอบสต็อกสินค้า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27พ.ย.62-หลังคณะกรรมการวัตถุอันตราย กลับลำ มีมติไม่แบน 3 สารเคมีเกษตร ทั้งที่มีมติแบนไปแล้วและจะมีผลในวันที่ 1 ธ.ค.2562 &amp;nbsp;โดยให้ยืดอายุการใช้งานของพาราควอต และคลอร์ไพริฟอส &amp;nbsp;ส่วนไกลโฟเซต ให้ใช้อย่างมีการควบคุม &amp;nbsp;ล่าสุดเพจของBIOTHAI ได้โพสต์ข้อความว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายสนับสนุนการแบน 686 องค์กรผิดหวังกับมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่อนุญาตให้มีการใช้ไกลโฟเซตต่อไป และยืดเวลาการบังคับใช้การแบนพาราควอตและคลอร์ไพริฟอสต่อไปอีก 6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตัดสินใจ ซึ่งมาจากการผลักดันและสนับสนุนโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นการตัดสินใจที่เอื้อประโยชน์ต่อบริษัทสารพิษกำจัดศัตรูพืช โดยผลักภาระความเสี่ยงแก่ประชาชนทั้งประเทศทั้งเกษตรและผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอนุญาตให้ใช้สารไกลโฟเซตซึ่งสถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติระบุว่าเป็นสารน่าจะก่อมะเร็ง และศาลสหรัฐตัดสินให้บริษัทมอนซานโต้-ไบเออร์ต้องเยียวยาและชดใช้แก่เกษตรกรเป็นจำนวนเงินมหาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การยืดเวลาการแบนพาราควอตและคลอร์ไพริฟอสต่อไป เป็นการเอื้อเฟื้อบริษัทสารพิษให้ไม่ต้องรับผิดชอบสต็อคสินค้าทั้งๆที่พวกเขานำเข้ามาเพื่อเก็งกำไรจำนวนมหาศาลก่อนหน้านี้ โดยปล่อยช่วงเวลาอีก 6 เดือนเพื่อจำหน่ายต่อเกษตรกรทั้งๆที่รู้ว่าเป็นสารที่มีผลต่อสุขภาพทั้งของเกษตรกร ผู้บริโภค และเด็กๆของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐมนตรี และพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องในการตัดสินใจนี้ต้องเป็นผู้ชี้แจงเหตุผลการตัดสินใจนี้ และประชาชนส่วนใหญ่ทั้งประเทศที่สนับสนุนการแบนสารพิษร้ายแรงเป็นผู้ตัดสินใจอนาคตทางการเมืองของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษร้ายแรงจะเดินหน้า ขับเคลื่อนให้มีการยกเลิกการใช้ไกลโฟเซต และสารพิษร้ายแรงอื่นๆ ต่อไป และจะแถลงมาตรการและแนวทางในการขับเคลื่อนเรื่องนี้โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พฤศจิกายน 2562
เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษร้ายแรง 686 องค์กร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51257</URL_LINK>
                <HASHTAG>คกก.วัตถุอันตราย, คลอร์ไพริฟอส, พาราควอต คลอร์ไพริฟอส ไกลโฟเซต, แบนพาราควอต, ไบโอไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191127/image_big_5dde3faacbc58.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51102</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แบน3สารพ่นพิษ‘กษ.’โวยหากเลื่อน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มนัญญา&amp;quot; โวย &amp;quot;สุริยะ&amp;quot; ส่อเลื่อนแบน 3 สารพิษ บี้ต้องมีเหตุผลตอบประชาชนให้ได้ &amp;quot;เฉลิมชัย&amp;quot; ถกตัวแทน 19 องค์กรเกษตรกร ยันรับฟังปัญหาไม่ตัดสินด้วยอารมณ์ ม็อบต้านแต่งดำ 5 พันคนบุกทำเนียบฯ ลากยาวถึง 27 พ.ย. ฮึ่มไม่กลับมติมีฟ้องศาลทุกคนที่ลงนาม พร้อมแบน ปชป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมชี้แจงสหกรณ์จังหวัด 77 จังหวัด เพื่อมอบนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบหลังแบน 3 สารเคมี คือ พาราควอต, คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ที่จะมีผลวันที่ 1 &amp;nbsp;ธ.ค.62 ว่า ขอให้เดินหน้านโยบายแบนสาร 3 ชนิด ซึ่งไม่ว่าวันที่ 27 พ.ย.นี้ คณะกรรมการวัตถุอันตราย จะประชุมเพื่อรับรองมติ 22 ต.ค.62 หรือจะมีการกลับมติ จะให้กรมส่งเสริมสหกรณ์เดินหน้าต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.มนัญญาเปิดเผยว่า ขณะนี้มีความสับสนในเรื่องการแบนสารว่ารัฐบาลกำลังทำอะไร เนื่องจากกระทรวงเกษตรฯ ในส่วนหน่วยงานที่ตนดูแลกำลังเดินหน้าชี้แจงแนวปฏิบัติเพื่อให้มีการจัดเก็บสารเคมี กลับมีข่าวว่ากรมวิชาการเกษตรพูดเรื่องจะเลื่อนการแบนสารเคมี จึงได้มีคำสั่งให้กรมวิชาการเกษตรทำหนังสือชี้แจงมาภายในวันที่ 26 พ.ย.นี้ ก่อนที่จะมีการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายวันที่ &amp;nbsp;27 พ.ย. และอีกเรื่องที่สับสนคือกรณีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ว่าอาจจะมีการทบทวนมติเช่นกัน ทำนองว่าอาจมีการเลื่อนระยะเวลาออกไปอีก 6 เดือน เป็นเรื่องที่ รมว.อุตสาหกรรมต้องตอบคำถามประชาชนให้ได้ว่ามีเหตุผลอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คงไม่ต้องคุยกับนายสุริยะ เพราะงานอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของใคร ต้องให้เกียรติเขาทำงาน เราไม่ชอบก้าวก่ายใคร แต่ทุกคนพยายามเข้ามาก้าวก่ายการทำงานเรา เราก็ไม่ชอบให้เข้ามา ซึ่งควรต้องให้สิทธิในการทำงานกัน แต่ถามว่าถ้าครั้งนี้ยืดเวลาได้ ก็หมายความว่าต้องยืดตลอดใช่หรือไม่ ครั้งนี้ 6 &amp;nbsp;เดือน ต่อไปก็ต่ออีก 6 เดือนใช่หรือไม่ และมีอะไรรองรับว่าจะไม่ยืดต่ออีก ทั้งนี้เงื่อนเวลาในการเก็บคืนสารภายใน 30 วัน เป็นระยะเวลาที่กรมวิชาการเกษตรดำเนินการเสนอคณะกรรมการวัตถุอันตราย จนมีคำสั่งของกรมวิชาการเกษตรลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว ซึ่งทุกอย่างได้ทำมาสุดมือเตรียมไว้ทุกอย่าง&amp;quot; รมช.เกษตรฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะทำงานพิจารณาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกใช้สารเคมีทางการเกษตร 3 &amp;nbsp;ชนิดว่า ที่ประชุมได้นำเสนอข้อมูลประกอบการพิจารณาและได้ข้อสรุปว่าให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไปคิดโครงการช่วยเหลือเกษตรกร โดยให้จัดทำหลักเกณฑ์ การกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับการเยียวยา จำนวนพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบ อัตราที่จะใช้การเยียวยา เป็นต้น มาตรการจัดการเชิงปฏิวัติในการกำจัดวัชพืชหากมีการยกเลิกการใช้สารเคมีดังกล่าว นอกจากนี้ยังได้มอบหมายให้จัดตั้งทีม Task &amp;nbsp;Force เพื่อศึกษาวิจัยหาสารชีวภัณฑ์ หรือจุลินทรีย์มาทดแทนการใช้สารเคมี ซึ่งจะมีการนำเสนอต่อ รมว.เกษตรฯ พิจารณาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังรับฟังปัญหาจากแกนนำเกษตรกรกว่า 20 คน ที่เป็นตัวแทนจาก 19 องค์กรเกษตรกรที่ปลูกพืชเศรษฐกิจ 6 ชนิดจะได้รับผลกระทบหากแบน 3 สารว่า ได้รับหนังสือข้อเรียกร้องจากเกษตรกรแทนนายกรัฐมนตรีที่ติดภารกิจต่างประเทศ&amp;nbsp;โดยกลุ่มนี้คัดค้านการแบน 3 สาร โดยให้กลับไปใช้มติเดิม คือมาตรการจำกัดการใช้สารเคมีวัตถุอันตรายทางเกษตร อย่างไรก็ตาม ตลอด&amp;nbsp;2 เดือนที่ผ่านมามีการแสดงความเห็นของสองฝ่ายมาต่อเนื่อง ซึ่งได้มอบให้คณะทำงานของกระทรวงไปรวบรวมปัญหาทุกด้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการเยียวยาเกษตรกรใช้งบกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หมื่นล้านบาทใช่หรือไม่ รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า กำลังให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรไปทำตัวเลขมาเสนอ และต้องดูผลกระทบด้านอื่นๆ ด้วย ทั้งนี้คงไม่ต้องคุยกับ น.ส.มนัญญา เพราะเห็นจากข่าวทุกวันอยู่แล้ว โดยตนได้เรียน รมช.เกษตรฯ ตั้งแต่ต้นว่าให้ฟังรอบด้าน และได้มอบหมายให้ รมช.เกษตรฯ ไปดำเนินการ ไม่ว่าจะมีผลออกมาอย่างไรจะต้องมีผลกระทบทั้งสองด้าน&amp;nbsp;จุดยืนของตนคือการรับฟังและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น มีหน้าที่รับฟังปัญหาเกษตรกร &amp;nbsp;ประชาชน เพราะเป็นรัฐบาลประชาธิปไตย ต้องฟังทุกฝ่าย ไม่ใช้อารมณ์ตัดสิน ใช้เหตุผล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุกรรณ์ สังข์วรรณะ เลขาธิการสมาพันธ์เกษตรปลอดภัย กล่าวว่า เกษตรกรมีความเดือดร้อนจากทำงานของกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งอยู่ไกลปืนเที่ยง จู่ๆ จะให้คืนสารเคมีที่เสียเงินซื้อมาในวันที่ 1&amp;nbsp;ธ.ค. และยังขู่ว่ามีโทษหนักติดคุก ปรับเป็นแสนเป็นล้าน แล้วร้านค้าจะให้เงินคืนหรือไม่ เป็นความวิตกกังวลของเกษตรกรและร้านค้าต่างๆ ในชุมชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันที่ 26 พ.ย.นี้ พี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศกว่า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พันคนจะแต่งชุดดำไปแสดงพลังที่ทำเนียบรัฐบาล และวันที่ 27&amp;nbsp;พ.ย.ไปกระทรวงอุตสาหกรรม รอฟังมติจากที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย &amp;nbsp;เราไม่ต้องการให้ยืดแค่ 6 เดือนเท่านั้น จะแก้ปัญหาพี่น้องเกษตรกรได้ต้องไปใช้มติเดิม คือมาตรการจำกัดการใช้ตามข้อเสนอของเกษตรกรกว่า 1.5 ล้านราย ไม่เช่นนั้นจะเกิดความเสียหายเป็นวงกว้างเกือบ 2 ล้านล้านบาท ถ้ายังมีมติแบน 3 สาร เกษตรกรผู้ปลูกอ้อย มัน ปาล์ม ยาง ข้าวโพด จะเดินหน้าคัดค้านการแบน 3 สารจนถึงที่สุด&amp;nbsp;และจะไปฟ้องศาลเอาผิดกับผู้ลงนามทุกราย ทุกกรม ทุกกระทรวง &amp;nbsp;และนักวิชาการอิสระ พร้อมแบนพรรคประชาธิปัตย์ที่ รมว.เกษตรฯ กลับคำไม่ทำตามเกษตรกรเรียกร้อง&amp;quot; นายสุกรรณ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข นำทีมผู้บริหารระดับสูงของ สธ.ร่วมประชุมทางไกลกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดและผู้อำนวยการโรงพยาบาลทั่วประเทศ แถลงจุดยืนสนับสนุนการแบนสารพิษในวันที่ 1 ธ.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษที่มีอันตรายร้ายแรง 686 องค์กร ออกแถลงการณ์เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษที่มีอันตรายร้ายแรง ยืนยันให้มีการแบนพาราควอต, ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส ภายในวันที่ 1 ธ.ค.นี้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51102</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สารพิษเกษตร, คลอร์ไพริฟอส, พาราควอต, มนัญญา ไทยเศรษฐ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลื่อนแบน 3 สารพิษ, แบน 3 สารพิษ, ไกลโฟเซต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191125/image_big_5ddbe0c9360fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
