<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2020 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2020 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแล้ว!คกก.กฤษฎีกาแจงยิบปมหักกลบลบหนี้ตามสัญญาตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค.63 - นายนพดล &amp;nbsp;เภรีฤกษ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีปัญหาขององค์การคลังสินค้าเกี่ยวกับการหักกลบลบหนี้ตามสัญญา ตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาล ว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามที่สื่อมวลชนได้รายงานข่าวกรณี องค์การคลังสินค้า ได้ชี้แจงข่าวว่า ขอหารือปัญหาเกี่ยวกับการหักกลบลบหนี้ในสัญญา ตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาล ระหว่างองค์การคลังสินค้าและผู้ประกอบการที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการ โดยได้หารือมาที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว และยังไม่ได้มีการตีความในเรื่องนี้ชัดเจน นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขอชี้แจงข้อเท็จจริงดังกล่าวว่า องค์การคลังสินค้าได้มีหนังสือขอหารือเรื่องดังกล่าวมายังสำนักงานฯ เมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๑ และสำนักงานฯ ได้พิจารณาแล้วปรากฏว่า ข้อหารือดังกล่าวเป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการฟ้องร้องเป็นคดีอยู่ในศาล ตามข้อ ๙ (๑) แห่งระเบียบคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าด้วยการรับปรึกษาให้ความเห็นทางกฎหมายของคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๒๒ ได้กำหนดไว้ว่า กรรมการกฤษฎีกาจะไม่พิจารณาให้ความเห็นทางกฎหมายในเรื่องที่มีการฟ้องร้องเป็นคดีอยู่ในศาล สำนักงานฯ จึงไม่อาจรับข้อหารือดังกล่าวไว้พิจารณาได้ โดยได้มีหนังสือตอบกลับไปยังองค์การคลังสินค้า เมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๒ ดังนั้น ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้คือ สำนักงานฯ ไม่ได้มีการตีความในเรื่องนี้แต่อย่างใด &amp;nbsp;จึงเรียนมาเพื่อความเข้าใจในข้อเท็จจริงที่ถูกต้องตรงกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67276</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎีกา, ข้าวเปลือก, คลังสินค้า, นพดล  เภรีฤกษ์, โครงการรับจำนำข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200529/image_big_5ed0ce0d340ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35420</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2019 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2019 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เฟรเซอร์สปลื้มครึ่งแรกปี 62 โกยรายได้โต 85%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ปลื้มผลงานครึ่งแรกปีงบประมาณ 62 โกยรายรวม3,143 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,440 ล้านบาท เติบโต 85% และมีกำไรสุทธิ 763 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 275 ล้านบาท
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;09 พ.ค. 62 นายโสภณ ราชรักษา ผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ 2562 ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. ปี 2561 - 31 มี.ค. ปี 2562 ว่า บริษัทมีรายได้รวม 3,143 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,440 ล้านบาท หรือเติบโต 85% และมีกำไรสุทธิ 763 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 275 ล้านบาท และในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.&amp;ndash;31 มี.ค. ปี 2562 บริษัทมีรายได้รวม 565 ล้านบาท กำไรสุทธิ 80 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากค่าเช่าโรงงานและคลังสินค้ารวมกว่า 401 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 380 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5.7%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โดยในไตรมาส 2 นี้ บริษัทฯ มีผลการดำเนินการที่ดีอย่างต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีพื้นที่ให้เช่ากว่า 2.17 ล้านตารางเมตร ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีอัตราพื้นที่เช่าโรงงานและคลังสินค้าอยู่ที่ 79% เพิ่มขึ้น 71% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญนี้เป็นผลมาจากการเติบโตของกลุ่มลูกค้าในกลุ่มโลจิสติกส์ ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนรวมกันสูงกว่า 70% ของภาพรวมผู้เช่าทั้งหมด โดยลูกค้าสัญชาติญี่ปุ่นยังคงเป็นฐานใหญ่ในกลุ่มผู้เช่าโรงงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขณะที่ในกลุ่มคลังสินค้านั้นมีผู้เช่าจากญี่ปุ่น และทางยุโรป ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น ล่าสุดบริษัทสามารถปิดดีล Built-to-Suit พัฒนาศูนย์กระจายสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิขนาดใหญ่แห่งใหม่ให้แก่ ฮาวี ลอจิสติกส์ (ประเทศไทย) นอกจากนี้บริษัทยังเดินหน้าขยายธุรกิจผ่านการผนึกพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ โดยเริ่มต้นปีด้วยการจับมือกับ บริษัท สหไทย เทอร์มินอล เพื่อร่วมลงทุนพัฒนาและบริหารโครงการโลจิสติกส์พาร์คแห่งใหม่ และร่วมการเป็นพาร์ทเนอร์กับบริษัท พีบีเอ กรุ๊ป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ ล่าสุดได้ร่วมลงทุนกับพันธมิตรผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระดับโลก มิตซุย ฟูโดะซัน เพื่อพัฒนาและบริหารโครงการโลจิสติกส์พาร์ค นอกจากนี้เพื่อสร้างการเติบโตและความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจในระยะยาว โดยเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่าน บริษัทได้มีการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการโดยสมัครใจ ของบมจ.แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ โดยเมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทได้มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการและลำดับต่อไปจะเป็นขั้นตอนของการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มตั้งแต่ เดือนพ.ค.-ส.ค.นี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35420</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลังสินค้า, ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์, ยานยนต์, อิเล็กทรอนิกส์, เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้, โลจิสติกส์, โสภณ ราชรักษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190509/image_big_5cd3e48647197.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16192</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2018 19:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2018 19:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อคส.ส่งอัยการฟ้องศาลเรียกค่าเสียหายคลังสินค้าทำข้าวรัฐเสื่อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อคส.ส่งอัยการฟ้องศาลเรียกค่าเสียหายคลังสินค้าทำข้าวรัฐเสื่อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อคส. ยันส่งอัยการฟ้องศาลเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง คู่สัญญาจำนำข้าวทำข้าวรัฐเสื่อมแล้ว 3 ราย อัยการส่งฟ้องศาลแล้ว 1 ราย อีก 2 ราย คาดส่งฟ้องสัปดาห์นี้ พร้อมยื่นโนติสให้คู่สัญญาชดใช้ความเสียหาย ครบแล้ว 244 สัญญา บางรายพร้อมจ่าย แต่เล่นแง่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ ถึงความคืบหน้าการที่องค์การคลังสินค้า (อคส.) ยื่นฟ้องทางแพ่งเรียกร้องค่าเสียหายคู่สัญญา ในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกตั้งแต่ปี 51/52, ปี 54/55, ปี 55/56 และปี 56/57 ให้ทันภายในสิ้นเดือนธ.ค.61 รวมทั้งสิ้น 244 สัญญาว่า ตั้งแต่เดือนก.ค.61 เป็นต้นมา อคส.ได้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการส่งฟ้องศาลเรียกร้องค่าเสียหายกับคู่สัญญา ซึ่งเป็นคลังสินค้าแล้ว 3 ราย เพราะผิดสัญญาฝากเก็บข้าว โดยทำให้ข้าวสารที่อคส.ฝากเก็บเสื่อมสภาพไปจากมาตรฐาน เป็นเหตุให้รัฐเสียหาย โดยศาลพิจารณาเอกสารหลักฐานเสร็จสิ้น และส่งฟ้องแล้ว 1 ราย ส่วนอีก 2 รายอยู่ระหว่างการพิจารณาเอกสารหลักฐาน คาดว่า จะส่งฟ้องได้ภายในสัปดาห์นี้
นอกจากนี้ อคส. ได้ยื่นหนังสือทวงถาม (โนติส) ไปให้คู่สัญญา ทั้งที่เป็นเจ้าของคลังสินค้าที่อคส.เช่าเพื่อฝากเก็บข้าวสารจากโครงการรับจำนำ และบริษัทตรวจสอบคุณภาพข้าว (เซอร์เวเยอร์) เพื่อให้มาชดใช้ค่าเสียหายให้กับอคส. กรณีที่ทำผิดสัญญา เช่น ทำให้ข้าวเสื่อมคุณภาพ ครบแล้วทั้ง 244 สัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม คู่สัญญาได้ทยอยส่งหนังสือโต้แย้งกลับมาให้อคส.แล้ว โดยกว่า 100 สัญญา ยืนยันว่า ยินดีชดใช้ความเสียหายให้ แต่อคส.ต้องชี้แจงให้ชัดเจน หรือมีพยานหลักฐานที่ชัดเจนว่า คู่สัญญาทำผิดสัญญาอย่างไร &amp;nbsp;ขณะนี้ อคส.อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานของคู่สัญญาแต่ละราย จากนั้นจึงจะแจ้งให้คู่สัญญา ซึ่งต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่นหนา จนคู่สัญญาไม่สามารถปฏิเสธการชดใช้ค่าเสียหายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคู่สัญญาที่เหลืออีกกว่า 100 สัญญา หลังได้รับโนติสแล้ว ปฏิเสธที่จะชดใช้ค่าเสียหายให้ โดยยืนยันว่า ไม่ได้ทำผิดสัญญา ไม่ได้ทำให้ข้าวเสีย หรือเสื่อมคุณภาพ ตามผลการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบปริมาณ คุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐ ที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 57 โดยมีม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน &amp;nbsp;เพราะดูแลรักษาคุณภาพ และรมยาตามหลักวิชาการอย่างถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่คู่สัญญาบางรายฟ้องศาลขอให้คุ้มครองชั่วคราว โดยให้ศาลระงับผลการตรวจสอบคุณภาพข้าว ของคณะกรรมการตรวจสอบปริมาณฯ ของม.ล.ปนัดดา และบางราย โต้แย้งว่า การดูแลรักษาสภาพข้าวมีหลายวิธี แต่อคส.เลือกการรมยาอย่างเดียว ซึ่งจะป้องกันได้เพียงไม่ให้มอดกัดกินข้าวเท่านั้น และเหมาะสำหรับข้าวที่เก็บไว้ไม่เกิน 2 ปี แต่ข้าวในสต๊อก เก็บนานเกิน 2 ปี จึงมีสีเหลือง แตกหัก และเสื่อมสภาพมาก ซึ่งต้องใช้วิธีการอื่นในการดูแลรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคู่สัญญาที่ปฏิเสธการชดใช้ค่าเสียหายนั้น อคส.จะส่งเรื่องให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องร้องทันที โดยคาดว่า บางส่วนจะส่งฟ้องได้ตามแผนภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้ พร้อมกันนั้น อคส.จะยึดหลักประกันสัญญา (แบงก์ การันตี) ของคู่สัญญาที่ปฏิเสธจะชดใช้ค่าเสียหายด้วย โดยจะทำหนังสือถึงธนาคารที่คู่สัญญาเหล่านี้นำเงินไปฝากไว้เป็นหลักประกันสัญญา เพื่อขอยึดหลักประกันสัญญา โดยธนาคารต้องนำเงินมาชำระหลักประกันสัญญาให้กับอคส.ตามกำหนด ไม่เช่นนั้น อคส.จะส่งให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องร้อง เพราะทำผิดสัญญาค้ำประกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในการประชุมร่วมกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพื่อติดตามความคืบหน้าการส่งฟ้องทางแพ่งกับคู่สัญญาที่ทำให้รัฐเสียหาย ในวันที่ 18 ก.ย.นี้ อคส.จะรายงานความคืบหน้าการดำเนินการทั้งหมด รวมถึงจะชี้แจงด้วยว่า อคส.จะเร่งส่งฟ้องคู่สัญญาให้เร็วที่สุด เพื่อให้ทันกับกำหนดภายในสิ้นเดือนธ.ค.นี้ แต่หากไม่ทันกำหนด ก็จะเร่งรัดส่งฟ้องให้ทันก่อนคดีจะสิ้นอายุความในเดือนม.ค.63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 19 ธ.ค.57 ให้ อคส.และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) แจ้งความดำเนินคดีสำหรับข้าวในสต็อกรัฐบาลจากโครงการรับจำนำข้าวปี 51/52, 54/55, 55/56 และ 56/57 ซึ่งมีคุณภาพไม่ตรงตามมาตรฐานหรือเป็นข้าวเสื่อม พบว่า มีผู้กระทำความผิดทั้งคดีอาญา และคดีแพ่ง โดยมีคดีที่เจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนร่วมกระทำผิดด้วย 884 คดี มูลค่าความเสียหายประมาณ 115,000 ล้านบาท และนายวิษณุ ได้เร่งรัดให้ทำเรื่องให้อัยการส่งฟ้องทางแพ่งโดยเร็วก่อนหมดอายุความ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16192</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวเสื่อม, คลังสินค้า, จำนำข้าว, ฟ้องศาลเรียกค่าเสียหาย, อคส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180519/image_big_5aff610f4060f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8683</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2018 15:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2018 15:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“พาณิชย์” เปิดประมูลข้าวสาร 4.37 หมื่นตัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พาณิชย์&amp;rdquo;เดินหน้าเปิดประมูลข้าวสาร 4.37 หมื่นตัน เผยยังคงใช้หลักเกณฑ์เดิมให้ซื้อแบบเหมาคลัง &amp;nbsp; มั่นใจเอกชนเหมาหมดแน่ &amp;nbsp;พร้องแจง รัฐระบายข้าวได้แล้ว 14.84 ล้านตัน มูลค่า 1.35 แสนล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;07 พ.ค. 61- นายกีรติ รัชโน รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ในฐานะรองประธานคณะทำงานดำเนินการระบายข้าวในสต๊อกของรัฐ เปิดเผยว่า กรมได้ชี้แจงเงื่อนไขการประมูลข้าวสารสต๊อกรัฐบาลเป็นการทั่วไป ครั้งที่ 1/2561 หรือข้าวกลุ่มที่ 1 (ข้าวเพื่อการบริโภค) ปริมาณ 4.37 หมื่นตัน ซึ่งเป็นข้าวจาก 20 คลัง ใน 15 จังหวัด และเป็นคลังที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การคลังสินค้า (อคส.) ทั้งหมด โดยจะเปิดให้ผู้สนใจสามารถเข้าดูสภาพข้าวได้ที่คลังสินค้าตั้งแต่วันที่ 8-15 พ.ค. 2561 ก่อนจะเปิดให้ยื่นซองคุณสมบัติเพื่อเสนอซื้อข้าวสารในวันที่ 16 พ.ค. และจะมีการประกาศผู้ผ่านคุณสมบัติและให้ยื่นซองเสนอราคาพร้อมเปิดซองเสนอราคาในวันที่ 18 พ.ค. 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การประมูลยังคงใช้หลักเกณฑ์เดิม โดยให้ซื้อแบบเหมาคลัง โดยข้าวที่นำออกมาประมูลถือเป็นข้าวล็อตสุดท้ายในกลุ่มที่ 1 โดยชนิดข้าวที่นำมาประมูล เช่น ข้าวขาว 5% ปริมาณ 2.4 หมื่นตัน คิดเป็นสัดส่วน 56% ของข้าวที่นำมาเปิดประมูลทั้งหมด ข้าวหอมมะลิ 100% ปริมาณ 7,000 ตัน คิดเป็นสัดส่วน 16% ข้าวหอมจังหวัด 6,000 ตัน คิดเป็นสัดส่วน 13% เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค. 2557-วันที่ 25 เม.ย. 2561 กรมได้ดำเนินการระบายข้าวสารสต๊อกรัฐบาลออกไปแล้วรวมทั้งสิ้น 14.84 ล้านตัน มูลค่า 1.35 แสนล้านบาท ขาดทุนจากต้นทุนรับจำนำมูลค่ารวม 2.2 แสนล้านบาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8683</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าต่างประเทศ, ข้าว, ข้าวขาว, ข้าวสาร, คลังสินค้า, พาณิชย์, สต๊อกข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171230/5a4724b42840b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
