<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116575</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 17:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 17:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รถฉีดวัคซีนถึงบ้าน  ปูพรมกลุ่มเสี่ยง-คลัสเตอร์ในกรุง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริการใหม่รถฉีดวัคซีนเคลื่อนที่ BMV คนกทม.สะดวกสบาย ไม่ต้องเดินทางไกล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คนกรุงเทพฯ จำนวนมากยังตกหล่นไม่ได้ฉีดวัคซีนจากเหตุผลต่างๆ ทั้งรอการจัดสรรวัคซีน กลัวอาการไม่พึงประสงค์&amp;nbsp; รวมถึงคนในชุมชนหลายคนไม่พร้อมจะเดินทางไปรับบริการตามจุดต่างๆ ทั้งผู้สูงอายุ &amp;nbsp;ผู้ป่วย หรือผู้พิการที่ไม่สามารถเดินทางไปไกล การให้บริการวัคซีนเชิงรุกถึงบ้าน เป็นอีกแนวทางเพิ่มบริการวัคซีนแก่ประชาชนให้เร็วที่สุด เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 และลดความรุนแรงของโรค &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในหลายประเทศมีการใช้งานรถฉีดวัคซีนเคลื่อนที่ ทั้งสหรัฐ&amp;nbsp; อังกฤษ ส่วนในบ้านเราขณะนี้กรุงเทพมหานครเปิดให้บริการฉีควัคซีนเชิงรุกด้วยหน่วยบริการฉีดวัคซีนเคลื่อนที่กรุงเทพมหานคร (BKK Mobile Vaccination Unit : BMV) เรียกง่ายๆ ว่า &amp;ldquo;รถฉีดวัคซีนเคลื่อนที่&amp;rdquo; &amp;nbsp;แล้ว &amp;nbsp;โดยเปลี่ยนรถบัสเป็นรถฉีดวัคซีน &amp;nbsp;ทดลองให้บริการครั้งแรกที่วัดเทพนารี ซอยจรัญสนิทวงศ์ 68 เขตบางพลัด กทม. ซึ่งมีผู้สูงอายุในชุมชน&amp;nbsp; ผู้ป่วยเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค หญิงตั้งครรภ์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมถึงคนพิการเข้ามารับวัคซีนมากกว่า 100 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถฉีดวัคซีนเคลื่อนที่คันแรก ปรับจากรถบัส NGV&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร บอกว่า วัคซีนที่นำมาฉีดนี้ได้รับการจัดสรรจากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โดยรถ BMV มีศักยภาพการฉีด&amp;nbsp; &amp;nbsp;1,000 คนต่อวัน โดยใช้กำลังพลเพียง 5-6 คนต่อวันเท่านั้น ฉีดคนกลุ่มหนึ่งเสร็จแล้ว สามารถเคลื่อนที่ไปจุดต่อไปฉีดให้กับคนในชุมชนได้มากขึ้นทั่วถึง&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ปูพรมฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่ 10 ก.ย. &amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือกรณีมีคลัสเตอร์ที่ไหนรถจะเคลื่อนที่ไปให้บริการเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน คาดว่า การให้บริการวัคซีนในกรุงเทพฯ &amp;nbsp;ผู้สมัครใจจะฉีดครบ&amp;nbsp; 2 เข็ม ภายในเดือน พ.ย.นี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับรถฉีดวัคซีนถึงบ้าน BMV คันแรกของไทยนี้ ได้รับการสนับสนุนรถบัส NGV จาก บริษัทสมาร์ทพลัส&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และจิรวัฒน์ จังหวัด จากเพจโครงสร้างพื้นฐานประเทศไทย ร่วมออกแบบรถให้เหมาะสมกับการใช้งาน &amp;nbsp;และสามารถให้บริการได้เบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว&amp;nbsp; บนรถมีทีมแพทย์ พยาบาล ให้บริการฉีควัคซีน&amp;nbsp; ซึ่งใช้คนจำนวนน้อยกว่าการตั้งหน่วยบริการฉีดวัคซีนตามชุมชน แต่ประสิทธิภาพการให้บริการไม่น้อยกว่ากัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภายในรถติดตั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น อาทิ เครื่องวัดความดันโลหิต เครื่องวัดอุณหภูมิ ตู้เย็นสำหรับเก็บรักษาวัคซีนป้องกันโควิด อุปกรณ์ปฐมพยาบาล เตียงสนาม และเครื่องกระตุ้นหัวใจ (AED) เพื่อให้สามารถฉีดวัคซีนได้อย่างปลอดภัยเหมือนไปฉีดในโรงพยาบาล รวมถึงมีแอร์เคลื่อนที่ 2 เครื่อง ให้ความเย็นในวันที่สภาพอากาศร้อน ระหว่างให้บริการไม่สตาร์ทรถ แต่ใช้ไฟฟ้าจากภายนอกเพื่อให้ระบบแอร์ทำงาน&amp;nbsp; ป้องกันมลพิษ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สูงอายุเป้าหมายแรกของรถฉีควัคซีนถึงบ้าน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดเด่นของรถฉีควัคซีน ประการแรกเคลื่อนที่ได้รวดเร็ว สามารถเดินทางไปได้หลายแห่ง เข้าถึงประชาชนหลายกลุ่ม หลายชุมชน &amp;nbsp;ลดการเดินทางของประชาชน ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ &amp;nbsp;สะดวกสบายมากขึ้นเพราะเคลื่อนหน่วยบริการฉีดไปถึงบ้าน คันเดียวบริการเบ้ดเสร็จทุกขั้นตอน &amp;nbsp;ตั้งแต่การตรวจสอบประวัติ &amp;nbsp;ยืนยันตัวตนด้วยการแสดงบัตรประชาชน รับการฉีดวัคซีน &amp;nbsp;พักรอสังเกตอาการ&amp;nbsp; และการออกใบนัดเข็มที่ 2 &amp;nbsp;จบในคันเดียว ผู้พิการนั่งรถเข็นที่ไม่สามารถขึ้นมาบนรถได้ จนท.จะลงมาฉีดให้ด้านล่าง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รถวัคซีนเคลื่อนที่ &amp;ldquo;BMV&amp;rdquo; เจาะฉีดวัคซีนกลุ่มเสี่ยงชุมชน-ผู้ที่เดินทางไม่สะดวกได้รับวัคซีนทั่วถึง จะทำต่อเนื่องจนกว่าจะบริการวัคซีนแก่กลุ่มเป้าหมายได้ครบถ้วน &amp;nbsp;โดยศูนย์บริการสาธารสุขร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่จะสำรวจผู้ที่มีคุณสมบัติ และประสานหน่วย BMV เพื่อจัดคิวให้บริการในชุมชน &amp;nbsp;อนาคตจะเพิ่มจำนวนรถวัคซีน&amp;ldquo;BMV&amp;rdquo; และขยายการฉีดให้กับกลุ่มอื่น รวมถึงคนไร้บ้านด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สำนักอนามัยเตรียมปรับรูปแบบรถบริการตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ให้เป็นรถฉีดวัคซีนนำร่อง &amp;nbsp;7 คัน โดยมีขนาดเล็กกว่ารถบัส เข้าถึงชุมชนมากขึ้น จะเปิดให้บริการ 1-2 สัปดาห์จากนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยืนยันตัวตนแสดงบัตรประชาชนก่อนขึ้นรถรับวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์ ผอ.สำนักอนามัย กทม. บอกว่า ภาพรวมการให้บริการวัคซีน กทม.เน้นฉีดให้กลุ่มเปราะบาง แม้ปูพรมฉีด แต่มีบางส่วนกลัว ไม่พร้อม ไม่สบาย ป่วยติดเตียง ไม่สะดวก จึงทำรถฉีดวัคซีนเคลื่อนที่เก็บตกให้หมด เข้าถึงที่บ้านเลย&amp;nbsp; แม้จะทำงานเชิงรุก แต่ยังมีผู้ไม่ได้รับวัคซีน เพราะคนกรุงเทพฯ มีการย้ายเข้า-ออกตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;&amp;nbsp; เมื่อก่อนคนไม่ประสงค์ฉีดมีเยอะ เพราะกลัว แต่ปัจจุบันน้อยลง เปลี่ยนใจมาฉีด แล้วก็ยังมีกลุ่มที่ลูกหลานลงทะเบียนรับวัคซีนให้ แต่พ่อแม่ไม่ยอมฉีด ก็ต้องพยายามต่อเพื่อลดปัญหาการติดเชื้อ อนาคตเมื่อมีวัคซีนมากพอ จะขยายฉีดกลุ่มอื่น เช่น พ่อค้าแม่ค้าตามตลาดนัด ส่วนหนึ่งทำมาค้าขายไม่สนใจฉีด เรา จะเคลื่อนที่ไปฉีดให้ แค่เดินมาที่รถก็ฉีดวัคซีนได้ &amp;ldquo; ป่านฤดี ย้ำเป็นนวัตกรรมที่ดีบริการวัคซีนทั่วถึง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พูดถึงขั้นตอนการให้บริการรถฉีดวัคซีน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ก่อนรับบริการ ผู้เข้ารับบริการต้องผ่านการคัดกรองเบื้องต้นและลงนามยินยอมรับบริการวัคซีน จากนั้นจะต้องดำเนินการยืนยันตัวตน ด้วยการเสียบบัตรประจำตัวประชาชนบริเวณทางขึ้นรถ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้จากจอแสดงบนผลด้านบนรถ และให้ประชาชนขึ้นรับการฉีดวัคซีน ฉีดวัคซีนแล้วลงรถมานั่งจุดพักรอสังเกตอาการ 30 นาทีบริเวณด้านล่างพร้อมรับใบนัดเข็ม 2 &amp;nbsp;หลังปฏิบัติงานเสร็จทุกครั้งรถมีการทำความสะอาด อบโอโซน พ่นยาฆ่าเชื้อ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มานา กรัดไวยเนตร อายุ 67 ปี ชาวบางพลัด &amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp; บ้านพักอยู่ในซอยจรัญสนิทวงศ์ 83 เมื่อสำนักงานเขตแจ้งมีการบริการรถวัคซีนเคลื่อนที่ที่วัดเทพนารี ก็ตัดสินใจฉีด เพราะสะดวก ไม่ต้องลำบากเดินทางไกล ช่วยลดความเสี่ยงติดเชื้อจากการเดินทาง เพราะป้าต้องใช้รถขนส่งสาธารณะ&amp;nbsp; เคยคิดจะไปหน่วยบริการบางซื่อ&amp;nbsp; แต่ถ้าต้องใช้รถใต้ดิน กลัวคนเยอะ แล้วที่บางซื่อคนก็มาฉีดกันแน่น รู้สึกกังวลจะติดเชื้อ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; ป้าก็รอให้มีจุดบริการฉีดแถวบ้าน พอมีรถวัคซีนเคลื่อนที่ก็มาฉีดเข็มแรกเลย การใช้บริการบนรถใช้เวลาไม่นาน&amp;nbsp; รอบละ 4 คน &amp;nbsp;ไม่แออัด อากาศก็ถ่ายเทดี&amp;nbsp; ทีมพยาบาลทั้งบนรถและจุดพักสังเกตุอาการก็ให้คำแนะนำอธิบายขั้นตอนอย่างละเอียด รถแล่นไปถึงบ้านใคร อยากให้มาฉีดกันมากๆ ช่วยลดรุนแรง แต่ไม่ใช่ฉีดแล้วไม่ป่วยโควิดนะ ก็ต้องดูแลระมัดระวังตัวเอง &amp;ldquo; มานา บอกและพร้อมกลับมาฉีดเข็ม2ตามวันนัดหมาย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพิ่มการเข้าถึงบริการวัคซีนแก่ผู้พิการในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนมนัส พุ่มกล้าหาญ ผู้พิการวัย 58 ปี นั่งรถเข็นมารับบริการวัคซีนที่รถวัคซีนเคลื่อนที่ &amp;ldquo;BMV&amp;rdquo; บอกว่า มีนัดฉีดวัคซีนที่บางซื่อ แต่ไม่ได้ไป เพราะไกลจากบ้านพักย่านจรัญสนิทวงศ์&amp;nbsp; เราเป็นคนพิการ ไม่มียานพาหนะ เดินทางไป เมื่อรู้มีรถวัคซีนเคลื่อนที่มาอำนวยความสะดวกถึงในชุมชน ก็มาด้วยตนเอง &amp;nbsp;พอกรอกแบบคัดกรองใบยินยอมแล้ว ไปตเช็คสิทธิ เสียบบัตร ตนไม่ได้ฉีดบนรถ&amp;nbsp; &amp;nbsp;มี จนท.ลงมาฉีดให้ด้านล่าง พักคอยไม่มีอาการอะไร ก็รับใบนัด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิดเข็มแรกแล้วสบายใจ&amp;nbsp; เพราะคนรอบข้างฉีดกันหมดแล้ว อยากฝากให้กทม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มการบริการฉีดวัคซีนเพื่ออำนวยความสะดวกให้กลุ่มคนพิการมากขึ้น &amp;nbsp;&amp;ldquo; ผู้พิการชาวบางพลัดบอกด้วยรอยยิ้ม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รับใบนัดเข็มที่ 2 เพื่อฉีควัคซีนกับรถวัคซีนเคลื่อนที่ BMV อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วน สายฝน ตุ้มทอง วัย 54 ปี ชาวบางพลัด ฉีดวัคซีนบรถนำร่องคันแรก ในฐานะกลุ่มเสี่ยงผู้ป่วย 7 กลุ่มโรค &amp;nbsp;บอกว่า ตนป่วยเป็นโรคเบาหวาน ต้องรักษาต่อเนื่อง ไม่ได้ลงทะเบียนรับวัคซีนเพราะกลัว แต่จนท.สาธารณสุขของเขตมาให้ความรู้และแนะนำบริการใหม่ รถฉีดวัคซีนถึงบ้าน BMV &amp;nbsp;ก็ตัดสินใจฉีด เดินมาจากบ้าน สะดวกมาก ฉีดเสร็จโล่งใจ อาการปกติ ก็รอฉีดเข็มสอง&amp;nbsp; ดีใจที่ไม่ลืมและให้ความสำคัญกับการฉีดกลุ่มคนป่วย&amp;nbsp; อยากให้ขยายโครงการให้คนในชุมชนต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ ได้ฉีดวัคซีนโควิดจนครบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116575</URL_LINK>
                <HASHTAG>7กลุ่มเสี่ยง, คลัสเตอร์กทม., รถฉีดวัคซีนเคลื่อนที่ BMV</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210913/image_big_613f21a45f109.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108389</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 14:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2021 14:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.ยอดติดเชื้อมากกว่าหายป่วย นายกฯสั่งเพิ่มศักยภาพเตียงหลังต่อคิวเข้ารพ.เพียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2 ก.ค.64 -&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 6,087 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 5,869 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 3,905 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 1,964 ราย มาจากเรือนจำ 207 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 11 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 270,921 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 3,638 ราย หายป่วยสะสม 214,340 ราย อยู่ระหว่างรักษา 54,440 ราย อาการหนัก 2,002 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 579 ราย เสียชีวิตเพิ่มเติม&amp;nbsp; 61 ราย เป็นชาย 29 ราย หญิง 32 ราย อยู่ใน กทม. 28 ราย นนทบุรี 9 ราย สมุทรปราการ 8 ราย ปัตตานี 5 ราย ปทุมธานี นราธิวาส จังหวัดละ 3 ราย เชียงราย สงขลา นครปฐม นครนายก พระนครศรีอยุธยา จังหวัดละ 1 ราย ในจำนวนนี้มี 5 ราย ที่เสียชีวิตที่บ้าน โดยเป็นผู้สูงอายุ 3 ราย และแรงงานเมียนมา 2 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 2,141 ราย ส่วนความคืบหน้าการฉีดวัคซีนเมื่อวันที่ 1 ก.ค. มีการฉีดไป 299,485 โดส ข้อมูลผู้ได้รับวัคซีนตั้งแต่ 28 ก.พ. 10,227,183 โดส โดยยังไม่ได้รวมข้อมูลของผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 183,414,645 ราย เสียชีวิตสะสม 3,971,442 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดในวันที่ 2 ก.ค. ได้แก่ กทม. 2,267 ราย สมุทรปราการ 522 ราย นนทบุรี 327 ราย สมุทรสาคร 289 ราย ปทุมธานี 284 ราย ชลบุรี 222 ราย ยะลา 201 ราย ปัตตานี 169 ราย สงขลา 167 ราย นราธิวาส 124 ราย ขณะที่วันเดียวกันมีเพียง 3 จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่คือ พังงา ลำพูน แม่ฮ่องสอน ทั้งนี้ พบคลัสเตอร์ในต่างจังหวัดหลายแห่ง ประกอบด้วย จ.สมุทรปราการ ที่โรงงานเฟอร์นิเจอร์ อ.เมือง พบผู้ติดเชื้อ 21 ราย จ.นนทบุรี ที่ตลาดเทศบาล อ.ปากเกร็ด พบผู้ติดเชื้อ 43 ราย ที่ตลาดพิชัย อ.ปากเกร็ด พบผู้ติดเชื้อ 75 ราย จ.สมุทรสาคร ที่บริษัทผลิตภัณฑ์พลาสติก อ.เมือง พบผู้ติดเชื้อ 12 ราย ที่โรงงานลูกชิ้น อ.กระทุ่มแบน พบผู้ติดเชื้อ 11 ราย จ.สุราษฎร์ธานี ที่แคมป์คนงาน อ.พุนพิน พบผู้ติดเชื้อ 11 ราย จ.ขอนแก่น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อ.สีชมพู พบผู้ติดเชื้อ 45 ราย ขณะที่พื้นที่ กทม. มีคลัสเตอร์เฝ้าระวัง 113 แห่ง โดยพบคลัสเตอร์ใหม่ 2 แห่ง ที่แคมป์คนงาน ถนนสุขุมวิท 50 พบผู้ติดเชื้อ 43 ราย และที่โรงงานแห่งหนึ่งในเขตหนองแขม พบผู้ติดเชื้อ 70 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กมีความเป็นห่วงเรื่องตัวเลขผู้ติดเชื้อใน กทม. ที่มีสัดส่วนมากกว่าผู้หายป่วยกลับบ้าน ขณะที่นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงเรื่องผู้ป่วยที่ต้องใช้เวลารอเตียง จึงสั่งการให้ ศบค. กระทรวงสาธารณสุข และกทม.ไปหารือเรื่องการจัดการเตียงอย่างเร่งด่วน เพื่อศักยภาพการจัดการเตียง จะเร่งรัดออกมาตรการแยกกักตัวในชุมชนหลังทราบผลและระหว่างรอจัดสรรเตียง โดยบ่ายวันที่ 2 ก.ค.ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือถึงแนวทางการดำเนินการดังกล่าว นอกจากนี้ ในที่ประชุมอีโอซี กระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้พูดถึงแนวทางการเพิ่มเตียงทุกระดับสี ซึ่งโรงพยาบาลบุษราคัมสามารถดำเนินการได้ทันที และขณะนี้ได้มีการปฐมนิเทศแพทย์ที่ผ่านการอบรมผู้เชี่ยวชาญ 144 คน ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรแพทย์ ระบบทางเดินหายใจบำบัดวิกฤติ ภายใน 1-2 วันนี้จะรกระจายไปประจำโรงพยาบาลต่างๆ ในกทม. อย่างไรก็ตาม ที่เห็นตัวเลขผู้เสียชีวิตจำนวนมากในปัจจุบันมาจากการติดเชื้อเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ส่วนกรณีที่เราปูพรมฉีดวัคซีนวันที่ 7 มิ.ย. อาจจะต้องรอผลอีก 1-2 เดือนจึงจะเห็นว่าหลังฉีดวัคซีนจะมีภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะหลังฉีด 2 สัปดาห์มีแนวโน้มทำให้ภาพรวมของประเทศ อัตราการป่วยหนัก หรืออัตราการเสียชีวิตลดลง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.64 - เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 6,087 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 5,869 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 3,905 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 1,964 ราย มาจากเรือนจำ 207 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 11 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 270,921 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 3,638 ราย หายป่วยสะสม 214,340 ราย อยู่ระหว่างรักษา 54,440 ราย อาการหนัก 2,002 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 579 ราย เสียชีวิตเพิ่มเติม&amp;nbsp; 61 ราย เป็นชาย 29 ราย หญิง 32 ราย อยู่ใน กทม. 28 ราย นนทบุรี 9 ราย สมุทรปราการ 8 ราย ปัตตานี 5 ราย ปทุมธานี นราธิวาส จังหวัดละ 3 ราย เชียงราย สงขลา นครปฐม นครนายก พระนครศรีอยุธยา จังหวัดละ 1 ราย ในจำนวนนี้มี 5 ราย ที่เสียชีวิตที่บ้าน โดยเป็นผู้สูงอายุ 3 ราย และแรงงานเมียนมา 2 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 2,141 ราย ส่วนความคืบหน้าการฉีดวัคซีนเมื่อวันที่ 1 ก.ค. มีการฉีดไป 299,485 โดส ข้อมูลผู้ได้รับวัคซีนตั้งแต่ 28 ก.พ. 10,227,183 โดส โดยยังไม่ได้รวมข้อมูลของผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 183,414,645 ราย เสียชีวิตสะสม 3,971,442 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดในวันที่ 2 ก.ค. ได้แก่ กทม. 2,267 ราย สมุทรปราการ 522 ราย นนทบุรี 327 ราย สมุทรสาคร 289 ราย ปทุมธานี 284 ราย ชลบุรี 222 ราย ยะลา 201 ราย ปัตตานี 169 ราย สงขลา 167 ราย นราธิวาส 124 ราย ขณะที่วันเดียวกันมีเพียง 3 จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่คือ พังงา ลำพูน แม่ฮ่องสอน ทั้งนี้ พบคลัสเตอร์ในต่างจังหวัดหลายแห่ง ประกอบด้วย จ.สมุทรปราการ ที่โรงงานเฟอร์นิเจอร์ อ.เมือง พบผู้ติดเชื้อ 21 ราย จ.นนทบุรี ที่ตลาดเทศบาล อ.ปากเกร็ด พบผู้ติดเชื้อ 43 ราย ที่ตลาดพิชัย อ.ปากเกร็ด พบผู้ติดเชื้อ 75 ราย จ.สมุทรสาคร ที่บริษัทผลิตภัณฑ์พลาสติก อ.เมือง พบผู้ติดเชื้อ 12 ราย ที่โรงงานลูกชิ้น อ.กระทุ่มแบน พบผู้ติดเชื้อ 11 ราย จ.สุราษฎร์ธานี ที่แคมป์คนงาน อ.พุนพิน พบผู้ติดเชื้อ 11 ราย จ.ขอนแก่น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อ.สีชมพู พบผู้ติดเชื้อ 45 ราย ขณะที่พื้นที่ กทม. มีคลัสเตอร์เฝ้าระวัง 113 แห่ง โดยพบคลัสเตอร์ใหม่ 2 แห่ง ที่แคมป์คนงาน ถนนสุขุมวิท 50 พบผู้ติดเชื้อ 43 ราย และที่โรงงานแห่งหนึ่งในเขตหนองแขม พบผู้ติดเชื้อ 70 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กมีความเป็นห่วงเรื่องตัวเลขผู้ติดเชื้อใน กทม. ที่มีสัดส่วนมากกว่าผู้หายป่วยกลับบ้าน ขณะที่นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงเรื่องผู้ป่วยที่ต้องใช้เวลารอเตียง จึงสั่งการให้ ศบค. กระทรวงสาธารณสุข และกทม.ไปหารือเรื่องการจัดการเตียงอย่างเร่งด่วน เพื่อศักยภาพการจัดการเตียง จะเร่งรัดออกมาตรการแยกกักตัวในชุมชนหลังทราบผลและระหว่างรอจัดสรรเตียง โดยบ่ายวันที่ 2 ก.ค.ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือถึงแนวทางการดำเนินการดังกล่าว นอกจากนี้ ในที่ประชุมอีโอซี กระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้พูดถึงแนวทางการเพิ่มเตียงทุกระดับสี ซึ่งโรงพยาบาลบุษราคัมสามารถดำเนินการได้ทันที และขณะนี้ได้มีการปฐมนิเทศแพทย์ที่ผ่านการอบรมผู้เชี่ยวชาญ 144 คน ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรแพทย์ ระบบทางเดินหายใจบำบัดวิกฤติ ภายใน 1-2 วันนี้จะรกระจายไปประจำโรงพยาบาลต่างๆ ในกทม. อย่างไรก็ตาม ที่เห็นตัวเลขผู้เสียชีวิตจำนวนมากในปัจจุบันมาจากการติดเชื้อเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ส่วนกรณีที่เราปูพรมฉีดวัคซีนวันที่ 7 มิ.ย. อาจจะต้องรอผลอีก 1-2 เดือนจึงจะเห็นว่าหลังฉีดวัคซีนจะมีภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะหลังฉีด 2 สัปดาห์มีแนวโน้มทำให้ภาพรวมของประเทศ อัตราการป่วยหนัก หรืออัตราการเสียชีวิตลดลง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108389</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขาดเตียงผู้ป่วยโควิด, คลัสเตอร์กทม., ผู้ติดเชื้อรายใหม่, พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60deb997a6245.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108171</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 14:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 14:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผย 108 คลัสเตอร์เฝ้าระวังในพื้นที่กทม. พบแหล่งระบาดเพิ่ม 2 แห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019 (โควิด-19)&amp;nbsp;หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์ประจำวันว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุดวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิ.ย.&amp;nbsp;ได้แก่ กทม.&amp;nbsp;1,826 ราย&amp;nbsp;สมุทรปราการ 433 ราย&amp;nbsp;สมุทรสาคร 253&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ชลบุรี&amp;nbsp;208&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;นครปฐม 191&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ปทุมธานี 177&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;สงขลา 157&amp;nbsp;ราย นนทบุรี&amp;nbsp;155&amp;nbsp;ราย ยะลา&amp;nbsp;106&amp;nbsp;ราย ปัตตานี&amp;nbsp;81&amp;nbsp;ราย ภาพรวมทั้งประเทศมีคลัสเตอร์ใหม่หลายแห่ง ประกอบด้วย จ.สมุทรปราการ ที่โรงงานผ้า อ.เมือง พบ&amp;nbsp;33 ราย โรงงานผลิตภัณฑ์อาหาร อ.บางบ่อ 54 ราย จ.สุราษฎร์ธานี ที่แคมป์ก่อสร้าง อ.เมือง 19 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ กทม. มีคลัสเตอร์เฝ้าระวัง&amp;nbsp;108 แห่ง โดยมีคลัสเตอร์ใหม่ที่ 1.ชุมชนซอยขุนนาวนา เขตบางรัก 2.แคมป์ที่พักคนงาน พระราม&amp;nbsp;2 ซอย 50 เขตบางขุนเทียน&amp;nbsp;ขณะเดียวกัน มีคลัสเตอร์ที่มีแนวโน้มควบคุมการระบาดได้ซึ่งไม่พบผู้ป่วยในรอบ&amp;nbsp;28 วันขึ้นไป 26 แห่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108171</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์กทม., ศบค., โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d9c67fc503e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107598</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 14:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2021 14:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจอคลัสเตอร์ใหม่ในกทม.อีก8แห่ง ศบค.โอดหลายแห่งยุติระบาดไม่ได้ เพราะไม่ได้รับความร่วมมือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย.64- ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาด&amp;nbsp; ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3,644 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 3,451 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 2,803 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 648 ราย มาจากเรือนจำ 162 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 31 ราย ในจำนวนนี้มีผู้ลักลอบเข้าเมืองผ่านช่องทางธรรมชาติ 30 ราย โดยมาจากมาเลเซีย 1 ราย เมียนมา 1 ราย และกัมพูชา 28 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 236,291 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 1,751 ราย หายป่วยสะสม 193,106 ราย อยู่ระหว่างรักษา 41,366 ราย อาการหนัก 1,603 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 460 ราย เสียชีวิตเพิ่มเติม 44 ราย เป็นชาย 26 หญิง 18 ราย อยู่ใน กทม. 20 ราย สมุทรปราการ 12 ราย ยะลา สระบุรี จังหวัดละ 2 ราย กาญจนบุรี ปราจีนบุรี จันทบุรี สมุทรสาคร สุพรรณบุรี ปัตตานี นครสวรรค์ ชลบุรี จังหวัดละ 1 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 1,819 ราย ส่วนความคืบหน้าการฉีดวัคซีนเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. มีการฉีดไป 257,103 โดส ข้อมูลผู้ได้รับวัคซีนตั้งแต่ 28 ก.พ.-24 มิ.ย.&amp;nbsp; 8,657,423 โดส ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 180,765,742 ราย เสียชีวิตสะสม 3,915,962 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า 5 จังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อสูงสุดวันที่ 25 มิ.ย. ได้แก่ กทม. 1,142 ราย สมุทรสาคร 295 ราย ยะลา 215 ราย ปทุมธานี 192 ราย สมุทรปราการ 186 ราย สำหรับภาพรวมทั่วประเทศ พบคลัสเตอร์ใหม่ในหลายจังหวัด ดังนี้ จ.ปทุมธานี 2 แห่ง ที่โรงงานขนม อ.ลาดหลุมแก้ว พบผู้ติดเชื้อ 56 ราย บริษัทผลิตลวดโลหะ อ.เมือง 7 ราย จ.สมุทรปราการ ที่บริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ อ.บางพลี 129 ราย จ.นนทบุรี บริษัทผลิตพลาสติก อ.บางกรวย 9 ราย จ.นครปฐม ที่โรงฆ่าสัตว์ ต.ท่าข้าม อ.สามพราน 5 ราย จ.ฉะเชิงเทรา ที่บริษัทผลิตสี อ.บางปะกง 12 ราย ขณะที่ กทม. พบคลัสเตอร์ใหม่ 8 แห่ง ประกอบด้วย ที่เขตคลองสามวา 2 แห่ง คือ แคมป์คนงาน ถนนพระยาสุเรนทร์ และแคมป์ก่อสร้าง ย่านคู้บอน, แคมป์ก่อสร้าง ย่านพัฒนาการ 32 เขตสวนหลวง, บริษัทจำหน่ายพลาสติกบรรจุภัณฑ์ภาชนะ เขตบางแค, ที่เขตบางขุนเทียน 3 แห่งคือ&amp;nbsp; บริษัทผลิตภัณฑ์แก๊สปิโตรเลียม บริษัทขนมขบเคี้ยว และบริษัทผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอาง, บริษัทผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป เขตบางบอน ทำให้ขณะนี้ กทม.มีคลัสเตอร์ที่ต้องเฝ้าระวังแล้ว 107 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กมีความเป็นห่วงเรื่องเตียงในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ที่ต้องมีการเพิ่มศักยภาพขยายเตียงเพื่อให้ดูแลผู้ป่วยระดับสีเหลืองและสีแดงได้ โดยมีแผนการขยายศักยภาพโรงพยาบาลและเตียงผู้ป่วย โดย โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน สีเหลืองจะเพิ่ม 70 เตียง สีแดงเพิ่ม 16 เตียง โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ สีเหลืองเพิ่ม 100 เตียง สีแดงเพิ่ม 40 เตียง โรงพยาบาลธนบุรี (มณฑลทหารบกที่ 11) สีเหลืองเพิ่ม 200 เตียง สีแดงเพิ่ม 55 เตียง คาดว่าภายใน 1 สัปดาห์จะสามารถปรับพื้นที่และระดมบุคลากรเข้าบริการได้ อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมยังหารือกันเรื่องแคมป์คนงาน โรงงาน ตลาด ชุมชน ในกทม.ที่ต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากพบคลัสเตอร์ที่มีการแพร่ระบาดมากกว่า 28 วัน จำนวน 25 แห่ง คลัสเตอร์ที่มีการแพร่ระบาด 14-27 วัน จำนวน 13 แห่ง ซึ่งกระจายอยู่ใน 6 เขต ทั้งนี้ การที่ กทม.ไม่สามารถจบคลัสเตอร์ได้ภายใน 28 วันหลังจากบับเบิ้ลแอนด์ซีลบางจุดแล้ว แตกต่างจากกรณี จ.สมุทรสาคร ที่สามารถยุติได้ภายใน 28 วัน ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องความร่วมมือ ที่ยังมีการเล็ดรอดจากแคมป์คนงานไปในตลาด ชุมชน หรือพอปิดแคมป์หนึ่งก็มีการเคลื่อนย้ายไปอีกแคมป์หนึ่ง&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า กรณีที่มีข้อเสนอถกเถียงกันมากในสัปดาห์นี้คือเรื่องการปิด หรือล็อกดาวน์ที่กระทรวงสาธารณสุขมีความเป็นห่วงเรื่องการแพร่ระบาดที่อาจจะขยายวงกว้าง และทำให้ระบบเตียงหรือบุคลากรสาธารณสุขที่ตอนนี้ทำงานอย่างหนักอาจจะรองรับไม่ไหว ที่ประชุมมีการหารืออย่างกว้างขวาง ศบค. เน้นย้ำว่าต้องรับฟังทุกฝ่าย เรื่องเตียงมีความเป็นห่วงและพยายามขยายศักยภาพ โดยผอ.ศบค.ได้เน้นย้ำตลอดเวลาไม่ได้นิ่งนอนใจ และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พยายามที่จะแก้ปัญหาให้ได้อย่างเร็วที่สุด นอกจากนี้ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาผู้ประกอบการด้านต่างๆ ได้ยื่นเรื่องเสนอให้ทบทวนมาตรการการปิด หรือล็อกดาวน์ ทำให้เห็นภาพว่า ถ้าร้านอาหารแห่งหนึ่งปิดจะมีองค์ประกอบสังคมที่เกี่ยวข้องกัน เช่น มีแม่ค้ารถเข็นขายอยู่ที่หน้าร้านนั้นๆ ศบค. มีความเห็นใจ รวมถึงลูกจ้างที่ทำงานในร้านเหล่านั้น ที่อาจได้รับผลกระทบกันโดยทั่ว ที่ประชุมจึงเสนอทางเลือกหลากหลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โดยกรมควบคุมโรคเสนอลักษณะการล็อกเป็นจุดๆ โดยมีองค์ประกอบ 3 ส่วนคือ ปิดพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง, บุคคลกลุ่มเสี่ยง เช่น แรงงานต่างด้าว, ปิดในกิจกรรมกิจการเสี่ยง มากกว่าปิดทั้งหมดทั้ง กทม. หรือทั้งจังหวัด ซึ่งในต่างจังหวัดจะเห็นภาพได้ชัด เช่น ปิดตำบลที่เสี่ยง ตลาดที่เสี่ยง แคมป์คนงาน ต่างด้าวที่เดินกับทางข้ามพื้นที่ก็ล็อกเฉพาะส่วนนั้น เนื่องจากที่สำคัญมีความเป็นห่วงว่า การล็อกอาจจะไม่ได้แก้ปัญหา แต่กลายเป็นจุดชนวน ของปัญหามากขึ้น เช่นที่โรงเรียนมัรกัส จ.ยะลา เมื่อปิดโรงเรียนแล้ว มีการแพร่กระจาย ไปได้ 11 จังหวัด ทำให้เห็นภาพว่าหากปิดกิจการหรือกิจกรรมอาจจะเป็นการแพร่กระจายเชื้อ ขอย้ำว่าที่ประชุมมีการหารือทุกแง่มุม ดังนั้น จากภาพตัวอย่างทำให้เห็นว่าการปิดอาจจะไม่ใช่การตอบโจทย์ทั้งหมด จะต้องมีการหารือให้รอบด้าน ทั้งด้านสาธารณสุข เศรษฐกิจและอื่นๆ ซึ่งในวันเดียวกันนี้เวลา 14.00 น. จะมีการหารือถึงมาตรการล็อกดาวน์ โดยนายกรัฐมนตรีร่วมหารือกับคณะที่ปรึกษาและตัวแทนกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน มหาดไทย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พญ.อภิสมัย กล่าวอีกว่า&amp;nbsp; สำหรับเรื่องการเตรียมความพร้อมรับทหารกองเกินเข้ากองประจำการ ทั้งทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ซึ่งจะมีทหารเกณฑ์ผลัดใหม่ทั้งประเทศ ประมาณ 60,000 นาย จะมีการรายงานตัวที่ที่ว่าการอำเภอ โดยจะมีการคัดกรองยึดมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ทั้งระหว่างการพักคอย ก่อนที่จะมีการเคลื่อนย้าย ส่วนระหว่างการเดินทางจะมีการจัดผังที่นั่งบนรถไฟ รถยนต์ ไม่มีการแวะระหว่างทางหรือแวะเท่าที่จำเป็น เมื่อถึงค่ายจะมีการปรับตัวและอบรมให้ความรู้เป็นเวลา 14 วัน เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีผู้ที่ติดเชื้อเข้าไปปะปน ส่วนคนที่ยังมารายงานตัวไม่ได้เพราะติดเชื้อ หรือถูกกักตัวอยู่ขอให้นำเอกสารมายืนยันจะไม่ถูกดำเนินคดี เมื่อสิ้นสุดการกักตัวแล้วให้มารายงานตัวได้ สำหรับปลายทางที่จะนำพาทหารไปนั้นขอให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อของจังหวัดให้ช่วยย้ำมาตรการเข้มงวดในจังหวัดระหว่างวันที่ 1- 3 ก.ค.นี้ และฝากถึงผู้ปกครองปีนี้ขอเว้นการไปส่งลูกหลานเพื่อให้การควบคุมโรคเป็นไปอย่างเรียบร้อยและปลอดภัย ส่วนเรื่องการฉีดวัคซีนให้กับครูฝึกและทหารเกณฑ์ที่จะเข้าประจำการใหม่จะได้รับการฉีดวัคซีนในเร็ววันนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107598</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์กทม., พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, ล็อกดาวน์กรุงเทพ, แคมป์คนงานก่อสร้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210617/image_big_60cafc7dcaea9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2021 14:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2021 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.พบ 3 คลัสเตอร์ใหม่ในกทม.ตั้งเป้า14 มิ.ย.ตรวจตลาดครบทั่วกรุง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 มิ.ย.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,290 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 1,966 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,334 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 632 ราย จากเรือนจำและที่ต้องขัง 294 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 30 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 189,828 ราย ผู้หายป่วยเพิ่ม 5,711 ราย ยอดรวมหายป่วยแล้ว 144,998 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 43,428 ราย อาการหนัก 1,287ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 352 ราย เสียชีวิตเพิ่มเติม 27 ราย เป็นชาย 15ราย หญิง 12 ราย อยู่ในกทม. 17 ราย ปทุมธานี สมุทรสาคร จังหวัดละ 2 ราย สมุทรปราการ กาญจนบุรี กำแพงเพชร ชัยนาท ราชบุรี สระบุรี จังหวัดละ 1 ราย อายุน้อยที่สุด 48 ปี ทำให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตสะสม 1,402 ราย ขณะที่การฉีดวัคซีนวันที่ 10 มิ.ย.มี 223,315 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 177,353 ราย เข็มที่สอง 45,962 ราย ทำให้ขณะนี้มียอดฉีดสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. 5,667,058 โดส ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ป่วยสะสม 175,616,534 ราย เสียชีวิตสะสม 3,788,650 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า สำหรับ 5 จังหวัดแรกที่มีผู้ป่วยมากที่สุดในวันนี้ คือกทม. 942 ราย สมุทรปราการ 173 ราย นนทบุรี 102 ราย สมุทรสาคร 98 ราย นครปฐม 83 ราย โดยพบคลัสเตอร์ใหม่ในหลายจังหวัดคือ บริษัทส่งออกเสื้อถักไหมพรม อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ มีผู้ป่วย 67 ราย โรงงานชำแหละไก่ อ.สามพราน จ.นครปฐม มีผู้ป่วย 63 ราย ตลาดวชิรา อ.เมือง จ.สงขลา มีผู้ป่วย 7 ราย โรงงานถุงมือยาง อ.สะเดา จ.สงขลา มีผู้ป่วย 19 ราย โรงงานเฟอร์นิเจอร์ อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี มีผู้ป่วย 27 ราย ตลาดไทย-กัมพูชา และในชุมชน อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี มีผู้ป่วย 13 ราย ขณะที่ในกทม.มีการระบาดที่เป็นคลัสเตอร์รวมทั้งสิ้น 78 แห่ง มีคลัสเตอร์ใหม่ 3 แห่ง คือ แคมป์ก่อสร้างวรสิษฐ์ เขตหลักสี่ พบผู้ป่วย 59 ราย ตลาดซอยละลายทรัพย์ เขตบางรัก 20 ราย โรงงานเย็บผ้า CPG Garment เขตภาษีเจริญ 37 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า กทม.ยังได้รายงานการตรวจสอบตลาดทั้งหมด 486 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค. -10 มิ.ย. ว่าตรวจไปแล้ว 406 ตลาด ผ่านเกณฑ์ 324 แห่ง ไม่ผ่านเกณ์ 82 แห่ง ซึ่งสาเหตุไม่ผ่านเกณฑ์ส่วนใหญ่เป็นการเว้นระยะห่างที่ยังแออัดอยู่ โดยกทม.ตั้งเป้าว่าวันจันทร์ที่ 14 มิ.ย.จะตรวจตลาดให้ได้ทั้งหมด 486 แห่ง อย่างไรก็ตาม หากประชาชนเจอตลาดที่ไม่สะอาดขอให้แจ้งเบาะแสเข้ามา เพราะก่อนหน้านี้อาจเป็นวิถีชีวิตที่รับกันได้ แต่ตอนนี้เป็นวิถีนิวนอร์มอลต้องพัฒนาให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น และในที่ประชุมวันนี้ ทางกรมควบคุมโรคยังได้เสนอมาตรการบับเบิ้ลแอนด์ซีลที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติ เนื่องจากก่อนหน้านี้อาจมีบางแคมป์ปฏิบัติไม่ตรงกัน โดยแคมป์คนงานที่อยู่สถานที่เดียวกับที่ก่อสร้างเราจะใช้มาตรการซีล โดยจะให้มีการจัดหาที่พักให้แก่พนักงาน มีอาหารให้ 3 มื้อ จัดทำทะเบียนสถานที่พัก แต่งตั้งผู้ควบคุมแต่ละหอ โดยมีการลงทะเบียนเข้า-ออกหอพัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานที่พักที่อยู่คนละจุดกับที่ทำงานนั้นจะมีการตั้งแถว มีผู้ควบคุมกลุ่มที่เดินกลับที่พัก จัดหารถรับ-ส่งพนักงาน และมีระบบติดตามการเดินทางระหว่างที่พักกับจุดทำงาน โดยมาตรการเหล่านี้จะจัดไว้กับกลุ่มที่มีร่างกายแข็งแรง จะกันผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัวออกไป เพื่อจะไม่ต้องปิดแคมป์หรือโรงงาน เนื่องจากหากปิดไปก็ไม่ตอบโจทย์ เพราะคนงานเหล่านี้อาจไปสมัครงานที่อื่นได้ โดยปลัดกระทรวงสาธารณสุขเสนอว่าให้ใช้มาตรการเช่นนี้ไป 28 วัน ระหว่างนั้นจะมีการสุ่มตรวจ ครบ 28 วัน แล้วจะมีแผนการเปิดจุดต่างๆ โดยจะมีรายละเอียดแถลงออกมา และจะนำมาตรการนี้ไปใช้กับทุกจังหวัดเพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุมศบค.ชุดเล็ก ยังฝากไปยังปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ทำทุกอย่างไปในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากผู้ว่าฯมีส่วนสำคัญในการควบคุมโรคให้มีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106033</URL_LINK>
                <HASHTAG>การติดเชื้อไวรัสโควิด-19, คลัสเตอร์กทม., พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, แคมป์ก่อสร้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c30ea1df9a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105793</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 14:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 14:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เช็กตรงนี้! 70 คลัสเตอร์กทม. พบแหล่งระบาดใหม่ในเขตดินแดงติดเชื้อเพิ่ม 54 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย.64 - เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า ขณะที่ในกทม.ตอนนี้มีการระบาดเป็นคลัสเตอร์ทั้งสิ้น 70 คลัสเตอร์ 35 เขต โดยคลัสเตอร์ใหม่วันนี้ในเขตดินแดง บริษัท ประยุกต์สปอร์ต ซัพพลาย มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 54 ราย ซึ่งกรมควบคุมโรคได้ลงไปตรวจสอบแล้วและสั่งปิดโรงงานวันที่ 4-18 มิ.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 10 มิ.ย.นี้ กทม.จะเพิ่มมาตรการป้องกันแคมป์คนงานก่อสร้างที่มีอยู่ทั้งหมด 409 แห่ง ตามที่ก่อนหน้านี้ทางเขตได้เข้าไปทำความเข้าใจมาตรการต่างๆแล้ว เช่น การ บับเบิ้ลแอนด์ซีล แต่บางแคมป์อาจเข้าใจไม่ตรงกันให้คนงานยังออกไปในชุมชนข้างเคียงอยู่ โดยวันที่ 10 มิ.ย.กทม.จะลงตรวจในทุกแคมป์ทุกพื้นที่ เน้นไปที่แคมป์คนงานมีแรงงานเกิน 100 คน และจะทำการสุ่มตรวจหาเชื้อแห่งละ 75 คน โดยมาตรการดังกล่าวนี้จะเป็นการลงรายละเอียดเพิ่มเติมจากของเดิมที่มีอยู่และจะสอบทานผู้ดูแลแคมป์ให้เกิดความเข้าใจเพื่อเป็นการเฝ้าระวังสูงสุด เชื่อว่าหากเราควบคุมตรงนี้ได้ตัวเลขยอดรวมน่าจะลดลงได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105793</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., คลัสเตอร์กทม., พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, ศบค., โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c070d27fa75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105357</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2021 16:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2021 16:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม. พบ 6 คลัสเตอร์ใหม่ จับตา &#039;ห้างย่านสยามสแควร์&#039; ติดเชื้อพุ่ง 144 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย.64 - เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ประจำวัน ว่า&amp;nbsp;การแพร่ระบาดในพื้นที่กทม. รวมทั้งสิ้น 58 คลัสเตอร์ มีเขตที่ต้องเฝ้าระวังสูงสุด 25 เขต และพบ 6 คลัสเตอร์ใหม่ คือโรงงาน CPF เขตหนองจอก โรงงานกรีนสวิลด์ และโรงงาน HONDA เขตลาดกระบัง ห้างสรรพสินค้าย่านสยามสแควร์ เขตปทุมวัน อาคารสำนักงานให้เช่า เขตยานนาวา และโรงงานฮงเส็งการทอ เขตราชบูรณะ ซึ่งรายละเอียดต่างๆศบค.จะพูดในภาพกว้างและให้ในพื้นที่พูดรายละเอียดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในพื้นที่ กทม.สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังคือชุมชน ตลาด สถานประกอบการ และแคมป์คนงาน โดยตลาดในพื้นที่ กทม.ที่มีทั้งสิ้น 486 แห่งนั้น ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค.-5 มิ.ย. มีการลงพื้นที่ตรวจสอบตลาดเกี่ยวกับมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดไปแล้ว 227 แห่ง ผ่านเกณฑ์ 97 แห่ง ไม่ผ่านเกณฑ์ 177 แห่ง โดยข้อบกพร่องส่วนใหญ่คือการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล การใช้แอพพลิเคชันบันทึกข้อมูล และการคัดกรองทางเข้า-ออก ซึ่งเงื่อนไขเหล่านี้แก้ได้ไม่ยากหากประชาชนให้ความร่วมมือกับภาครัฐและผู้ประกอบการ เพราะเราอยากให้มีพื้นที่สะอาดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพื้นที่ห้างสรรพสินค้าย่านสยามสแควร์พบผู้ติดเชื้อรวม 144 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105357</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์กทม., คลัสเตอร์ใหม่, นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ศบค., สยามสแควร์, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a276b68d811.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
