<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103501</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลัสเตอร์คุกอีกสัปดาห์จบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ติดเชื้อรายใหม่ 3,394 ราย ดับ 27 ราย ติดจากเรือนจำ 1,498 ราย ลุยตรวจเชิงรุกในคุกอีก 2-3 วัน คาดสัปดาห์หน้าลดลง คุมเข้มแคมป์คนงาน กทม. หากไม่ทำตามมาตรการสำนักงานเขตสั่งปิดได้ เปิดรับจิตอาสาแพทย์ช่วย รพ.สนาม เตือนถ้าไม่ช่วยลดตัวเลขสร้าง รพ.เท่าไหร่ก็ไม่พอ เตรียมพร้อม รพ.สนามรองรับคลัสเตอร์แรงงาน-ราชทัณฑ์เร่งตรวจหาเชื้อโควิดให้ผู้ต้องขัง 100% อธิบดีราชทัณฑ์ยอมรับโควิดระบาดเกิดจากการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามระเบียบ สปสช.-สบส.ย้ำ รพ.เอกชนงดแจ้งค่าใช้จ่าย-ห้ามเก็บเงินผู้ป่วยโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 19พฤษภาคม พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3,394 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 1,879 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,625 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 254 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 1,498 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 17 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 116,949 ราย หายป่วยสะสม 74,368 ราย เฉพาะวันนี้หายป่วย 4,450 ราย อยู่ระหว่างรักษา 41,903 ราย อาการหนัก 1,210 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 402 ราย มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 29 ราย เป็นชาย 19 ราย หญิง 10 ราย อยู่ใน กทม. 14 ราย,&amp;nbsp; สมุทรปราการ 5 ราย, ปทุมธานี 2 ราย,&amp;nbsp; ฉะเชิงเทรา ลำพูน ชลบุรี สระบุรี นครปฐม กำแพงเพชร หนองคาย นนทบุรี จังหวัดละ 1 ราย โดยมีถึง 4 รายที่ทราบผลว่าติดเชื้อวันเดียวกับที่เสียชีวิต และมีถึง 13 รายที่เสียชีวิตในช่วงสัปดาห์แรกหลังทราบผลว่าติดเชื้อ ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 678 ราย ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 164,886,821 ราย เสียชีวิตสะสม 3,418,430 ราย&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า สำหรับผู้ติดเชื้อที่เดินทางต่างประเทศ 17 ราย ในจำนวนนี้มีสัญชาติอินเดีย 1 ราย เดินทางเข้าประเทศมาตั้งแต่วันที่ 19 เม.ย.และทราบผลว่าติดเชื้อเมื่อวันที่ 27 เม.ย. ยืนยันว่าตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.ไม่มีคนสัญชาติอินเดียเข้าประเทศ นอกจากนี้ ยังพบว่ามี 5 รายที่เดินทางจากกัมพูชาเข้าเมืองผิดกฎหมายผ่านช่องทางธรรมชาติ เป็นสัญชาติไทย 4 ราย กัมพูชา 1 ราย และจากรายงานผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายในรอบ 24 ชั่วโมง มีทั้งสิ้น 113 ราย มีทั้งจากเมียนมา ลาว กัมพูชา มาเลเซีย โดยที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเข้มงวดสูงสุด เนื่องจากมีความเป็นห่วงทั้งการนำเชื้อเข้าประเทศและเป็นห่วงว่าเชื้อที่นำเข้ามานั้นจะเป็นเชื้อกลายพันธุ์หรือไม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าวว่า จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อ 5 จังหวัดแรกในวันที่ 19 พ.ค. ได้แก่ กทม. 876 ราย, สมุทรปราการ 153 ราย, นนทบุรี 130 ราย, ปทุมธานี 119 ราย และเพชรบุรี 76 ราย โดยการติดเชื้อที่เกิดขึ้นนั้น มีการร้องเรียนกันมาว่าแม้จะปิดสถานบันเทิงแล้ว แต่ยังมีการรวมตัวกันตามบ้าน เช่น เล่นการพนัน ตั้งวงสูบบารากู่ ขณะที่วันเดียวกัน พบว่ามี 14 จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ ในส่วนของผู้ติดเชื้อในเรือนจำตั้งแต่วันที่ 13-19 พ.ค. มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 12,926 ราย หลังจากนี้จะมีการตรวจเชื้อเชิงรุกในเรือนจำอีก 2-3 วัน อาจทำให้เห็นตัวเลขในช่วงสัปดาห์นี้ หลังจากนั้น 1 สัปดาห์ตัวเลขน่าจะลดลงและหมดไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าวอีกว่า ในส่วนของ กทม.จะยังมีการตรวจเชิงรุกต่อเนื่อง โดยข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ถึงปัจจุบัน มีการตรวจไปแล้ว 187,500 ราย ติดเชื้ออยู่ที่ 3.5% จะน้อยก็ถือว่าไม่น้อย เป็นสิ่งที่ประชาชนต้องร่วมมือกันกดตัวเลขเหล่านี้ให้ได้ เพราะเปิดโรงพยาบาลอีกเท่าไหร่ก็ไม่พอ ถ้าไม่สามารถกดตัวเลขลงได้ อย่างไรก็ตาม คลัสเตอร์สำคัญที่ ศบค.เฝ้าติดตามใน กทม. ขณะนี้มีทั้งสิ้น 34 คลัสเตอร์ โดย 5 คลัสเตอร์ที่เพิ่มมาใหม่คือ แคมป์ก่อสร้างเขตบางคอแหลม โรงงานน้ำแข็ง เขตจตุจักร แคมป์ก่อสร้าง เขตดอนเมือง โกดังสินค้าให้เช่า เขตบางซื้อ ตลาดบางกะปิ เขตบางกะปิ และถ้าดูจาก 50 เขตใน กทม. พบว่ามีแคมป์คนงานทั้งหมดทุกเขต และมีบางเขตมีมากกว่า 20 แคมป์ เช่น บางกะปิ บางเขน ลาดพร้าว ห้วยขวาง บางแคมป์มีคนงานเกิน 1,000 คนอย่างในเขตบางคอแหลมที่แม้มีแคมป์คนงานเพียง 2 แคมป์ แต่ที่มีคนงานมากที่สุดมีเกิน 1,000 คน
สำนักงานเขตสั่งปิดแคมป์ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ดังนั้น สำหรับแคมป์คนงานที่ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ อยู่ระหว่างการตรวจสอบ หน่วยงานภาครัฐจะเข้าไปเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการติดเชื้อ ผอ.เขตจะเข้าไปขอความร่วมมือ มาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ อาทิ การดื่มน้ำที่บางแคมป์ให้ดื่มน้ำจากกระติกเดียวกัน ใช้แก้วร่วมกัน จะต้องสื่อสารว่าทำเช่นนี้ไม่ได้ ขอลดการเคลื่อนย้ายคนงาน ส่วนแคมป์ที่มีผู้ติดเชื้อแล้ว หากไปปิดแคมป์ทั้งหมดเป็นห่วงว่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจ แคมป์ที่มีที่พักติดกับพื้นที่ก่อสร้าง ขอให้งดออกจากพื้นที่ ส่วนแคมป์ที่มีที่พักอยู่ห่างกับพื้นที่ก่อสร้าง ขอให้ใช้มาตรการบับเบิลแอนด์ซีล หากจะมีการเคลื่อนย้ายคนงานต้องขออนุญาตจากสำนักงานเขต ถ้าแคมป์คนงานต่างๆ ทำตามไม่ได้ สำนักงานเขตมีอำนาจสั่งปิดแคมป์ได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวด้วยว่า ขอฝากเรื่องการระดมกำลังในแง่ของการตรวจคัดกรองเชิงรุก การเปิดโรงพยาบาลสนาม ความต้องการบุคลากรทางการแพทย์ ทางการสาธารณสุข มาช่วยดูแลประชาชนเหล่านี้ เนื่องจากเราเริ่มมีภาวะตึงตัว ดังนั้น ขอรับอาสาสมัคร จิตอาสา บุคลากรทางการแพทย์ โดยที่สามารถติดต่อมาที่สายด่วน 1669 ของกรมการแพทย์ได้ทันที จะได้ช่วยติดตามให้ทุกคนสามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยประชาชนที่ติดเชื้อเจ็บป่วยด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้มีการเตรียมพร้อมโรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนาม เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อโควิดจากคลัสเตอร์กลุ่มแคมป์คนงานก่อสร้าง โดยเฉพาะในพื้นที่เขตหลักสี่และวัฒนา ซึ่งพบว่าผู้ติดเชื้อโควิดส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าว หากผู้ติดเชื้อมีอาการระดับสีเขียว จะนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลสนาม จ.สมุทรสาคร กลุ่มสีเหลือง มีศูนย์แรกรับ-ส่งต่อนิมิบุตร และสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนีได้รองรับบางส่วนแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือให้ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลบุษราคัม เพื่อช่วยรับบางส่วนด้วย อีกทั้งได้มีการสั่งการให้เรือนจำทั่วประเทศจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม หากเรือนจำและทัณฑสถานใดที่มีการแพร่ระบาดของโรค จะต้องดำเนินการตรวจหาเชื้อผู้ต้องขังทั้งเรือนจำและทัณฑสถานให้ครบ 100% รวมทั้งเอกซเรย์ปอดผู้ติดเชื้อจนครบทุกราย เพื่อแยกกลุ่มตามลักษณะอาการและเร่งการรักษาอย่างทันท่วงที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้ตอบคำถามสื่อมวลชนที่ส่งถึงนายกฯ กรณีการใช้งบประมาณของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในโรงพยาบาลบุษราคัมว่า โรงพยาบาลบุษราคัมเป็นโรงพยาบาลอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ใช่โรงพยาบาลสนาม หรือจะไปเปรียบเทียบกับหอพักไม่ได้ โดยมีเครื่องมือต่างๆ ทางการแพทย์ครบถ้วน เช่น เครื่องออกซิเจน เครื่องเอกซเรย์ การติดตั้งเครื่องช่วยหายใจ ที่มีระบบการติดตั้งเหมือนกับที่โรงพยาบาล โดยดูแลผู้ป่วยที่มีอาการหรือผู้ป่วยสีเหลือง และผู้ป่วยสีเขียวบางส่วน ขณะเดียวกันยังรองรับผู้ป่วยสีแดงที่ออกจากห้องไอซียูแล้วมารักษาต่อที่โรงพยาบาลบุษราคัมแห่งนี้ อีกทั้งมีบุคลากรที่มาจากจังหวัดต่างๆ ซึ่งมีแพทย์มากกว่า 20 คน พยาบาลมากกว่า 130 คน และเภสัชกรประจำอีกมากมาย จึงเป็นโรงพยาบาลที่สมบูรณ์แบบ และขอให้ประชาชนในพื้นที่บริเวณดังกล่าวไม่ต้องกังวล
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ แถลงข่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ว่าข้อมูล ณ วันที่ 18 พ.ค.2564 เวลา 11.00 น. มีผู้ต้องขังติดเชื้ออยู่ระหว่างการรักษา 12,767 ราย จากเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ จำนวน 11 แห่ง โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ในวันนี้ จำนวน 1,117 ราย อีก 2 แห่ง ไม่พบผู้ติดเชื้อแล้วคือเรือนจำจังหวัดนราธิวาสและเรือนจำอำเภอแม่สอด ทั้งนี้ ได้สั่งการให้เรือนจำตั้งศูนย์แก้การระบาดโควิดประจำเรือนจำ มอบนโยบายให้ทุกแห่งจัดโรงพยาบาลสนาม ให้ตรวจหาเชื้อโดยเร็ว จำกัดวงการแพร่กระจาย
ยธ.ตั้งวอร์รูมคุมโควิดคุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ได้ยกระดับการป้องกันจัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ภายในสถานที่ควบคุมของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม โดยมีศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้อำนวยการศูนย์ นอกจากนี้กรณีมีผู้ต้องขังล้นเรือนจำ บางเรือนจำมีผู้ต้องขังเกินจากความเป็นอยู่ ตามมาตรฐาน 1.2 ตารางเมตรต่อคน หากเรือนจำไหนเกลี่ยคนไม่ให้แออัดไม่ได้ แล้วมีเชื้อโควิดเข้าไป ผบ.เรือนจำต้องรับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวัฒน์ เทพอารักษ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ทำหน้าที่แทนประธาน กสม. เปิดเผยว่า ในการประชุม กสม.ด้านการบริหารมีความห่วงใยเป็นอย่างยิ่งต่อสิทธิในสุขภาพและชีวิตของผู้ต้องขัง จึงมีข้อเสนอแนะให้รัฐบาลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดหาและดำเนินการฉีดวัคซีนให้แก่ผู้ต้องขังในเรือนจำอย่างทั่วถึง ขอให้กรมราชทัณฑ์ทำความเข้าใจกับญาติของผู้ต้องขังถึงข้อจำกัดเรื่องสิทธิในการเข้าเยี่ยมการเปิดเผยข้อมูลความเจ็บป่วยของผู้ต้องขังที่ติดเชื้อ และเปิดช่องทางการติดต่อสื่อสารหรือเข้าเยี่ยมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) ตรวจความพร้อมโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ 2 ซึ่งเป็นโรงพยาบาลสนาม กทม.แห่งที่ 6 เพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด ณ วัดศรีสุดารามวรวิหาร เขตบางกอกน้อย โดยได้รับความเมตตาจากพระเทพประสิทธิมนต์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เจ้าอาวาสวัดศรีสุดารามวรวิหาร ให้ใช้พื้นที่ของโรงเรียนพระปริยัติธรรมของวัด เปิดให้เป็นหอผู้ป่วยโควิดที่ไม่มีอาการ หรือมีอาการไม่รุนแรง (โควิดเขียว) สามารถรองรับผู้ป่วยได้ 200 เตียง เริ่มเปิดรับผู้ป่วยตั้งแต่เวลา 12.00 น. วันที่ 19 พ.ค.เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) จ.ปทุมธานี นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์, นพ.กิตตินันท์ อนรรฆมณี ผอ.สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.), ดร.ริชาร์ด บราวน์ ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานหอผู้ป่วยโควิด-19 ส่วนขยายฯ (Extended Cohort Ward) ของ สบยช. กรมการแพทย์ โดยนายสาธิต กล่าวว่า ได้เชิญผู้แทนองค์การอนามัยโลกและ สรพ.มาเยี่ยมชมการดำเนินงานหอผู้ป่วยโควิดส่วนขยายฯ สบยช. ซึ่งเป็น รพ.ดูแลผู้ป่วยยาเสพติด ได้พัฒนาศักยภาพให้สามารถดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเขียว (ไม่มีอาการ) และสีเหลือง (มีอาการปานกลาง)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เป็นประธานประชุมผ่านระบบผ่านระบบออนไลน์โปรแกรม Zoom Meeting ร่วมกับตัวแทนโรงพยาบาล (รพ.) เอกชนทั่วประเทศกว่า 300 แห่ง เพื่อชี้แจงแนวทางการขอรับค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขสำหรับกรณีโรคติดเชื้อโควิด-19 และกรณีการเบิกจ่ายยูเซ็ป (UCEP) โควิด-19 ตามนโยบายเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติมีสิทธิทุกที่ ในช่วงที่ผ่านมา ที่มี รพ.เอกชนเรียกเก็บเงินจากประชาชน พบว่ามี 3-4 สาเหตุ ที่มี รพ.เอกชนเรียกเก็บเงินจากผู้ป่วย แต่ตอนนี้แก้ปัญหาหมดแล้ว เชื่อว่าสถานการณ์น่าจะดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดี กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวว่า หลักการของทั้ง สบส.และ สปสช. คือใช้กลไกการไกล่เกลี่ยและดูข้อเท็จจริงว่าประชาชนมีสิทธิได้รับการรักษาฟรีตามสิทธิหรือไม่ เมื่อไกล่เกลี่ยกันได้ก็คืนเงินให้ผู้ป่วย แต่ในกรณีที่ตกลงกันไม่ได้ ก็ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ มีบางกรณีที่ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดว่ากำลังถูกเรียกเก็บเงินขณะที่กำลังรักษาโควิด เนื่องจากตามระบบของ รพ.เอกชนบางแห่ง จะมีการแจ้งอัตราค่ารักษาพยาบาลให้ทราบเป็นระยะๆ ซึ่งตรงนี้ สบส.ได้ทำหนังสือขอความร่วมมือให้งดแจ้งค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ป่วยที่มีสิทธิได้รับการรักษาฟรีไปก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สบส.ประกาศให้โควิด-19 เป็นโรคฉุกเฉินตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล ทำให้ รพ.เอกชน ทุกแห่งต้องดูแลผู้ป่วยเหมือนเป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน โดยประชาชนไม่เสียค่าใช้จ่าย และโรงพยาบาลเบิกค่ารักษากับ สปสช. ส่วนค่าใช้จ่ายที่ไม่อยู่ในรายการที่กำหนด สามารถแจ้งมาที่ สบส. เพื่อพิจารณาขยายเพิ่มเติมแล้วจะคืนเงินให้เมื่อผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว โดยขณะนี้สมาคม รพ.เอกชนได้เสนอเพิ่มเติมรายการเข้ามา 6-7 รายการ&amp;rdquo; นพ.ธเรศ กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103501</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คลัสเตอร์คุก, ตรวจเชิงรุก, ตรวจเชิงรุกในคุก, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ติดจากเรือนจำ, ติดเชื้อรายใหม่, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แคมป์คนงาน, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210519/image_big_60a524e23f253.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103398</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2021 10:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2021 10:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่อเค้าวิกฤต!รัฐบาลสั่งเตรียมพร้อมรพ.สนามรับคลัสเตอร์โควิด&#039;แคมป์คนงาน-คุก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ค.2564 &amp;ndash; น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้มีการเตรียมพร้อมโรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนามเพื่อรองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากคลัสเตอร์ กลุ่มแคมป์คนงานก่อสร้างโดยเฉพาะในพื้นที่เขตหลักสี่และวัฒนา ซึ่งพบว่าผู้ติดเชื้อโควิด-19 ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าว หากผู้ติดเชื้อมีอาการระดับสีเขียวจะนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลสนาม จ.สมุทรสาคร กลุ่มสีเหลืองมีศูนย์แรกรับ-ส่งต่อนิมิบุตร และสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนีได้รองรับบางส่วนแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือให้ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลบุษราคัม เพื่อช่วยรับบางส่วนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชดา กล่าวว่า ส่วนกรณีผู้ติดเชื้อในเรือนจำ โรงพยาบาลราชทัณฑ์พร้อมให้การดูแลผู้ติดเชื้อทั้งในระดับสีเขียวและสีเหลือง อีกทั้งได้มีการสั่งการให้เรือนจำทั่วประเทศจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม หากเรือนจำใดไม่มีพื้นที่ จะให้ใช้พื้นที่ของทัณฑสถานเปิด หรือสถานกักกัน หรือเรือนจำเก่า ปรับปรุงเป็นโรงพยาบาลสนาม มากไปกว่านั้น หากเรือนจำและทัณฑสถานใดที่มีการแพร่ระบาดของโรค จะต้องดำเนินการตรวจหาเชื้อผู้ต้องขังทั้งเรือนจำและทัณฑสถานให้ครบ 100% รวมทั้งเอกซเรย์ปอดผู้ติดเชื้อจนครบทุกรายเพื่อแยกกลุ่มตามลักษณะอาการและเร่งการรักษาอย่างทันท่วงที โดยจะเป็นการทำงานร่วมกับโรงพยาบาลแม่ข่าย กรมควบคุมโรคกรมการแพทย์ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณหลักจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ยังเปิดเผยว่า ในที่ประชุมเตรียมความพร้อมด้านการรักษาพยาบาลและป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาลและการบริหารจัดการเตียงในเขต กทม. ได้มีการจัดโซนเพื่อคัดแยกอาการผู้ติดเชื้อ โดยโรงพยาบาลบุษราคัมดูแลกรุงเทพโซนเหนือ ศูนย์แรกรับ-ส่งต่อนิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติดูแลกรุงเทพโซนกลาง และโรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน ดูแลกรุงเทพโซนใต้ โดยใช้ระบบเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดหรือ Co Link ซึ่งรับข้อมูลผู้ติดเชื้อมาจากระบบห้องปฏิบัติการรวม (Co Lab) ระบบการค้นหาเชิงรุกรวม (Co Finding) รวมถึงข้อมูลระบบเตียงรวม (Co Ward) ประเมิน/คัดแยกระดับสีอาการเขียว/เหลือง/แดง เพื่อส่งเข้าสู่ระบบการรักษาตามอาการ ซึ่งจะช่วยให้การบริหารจัดการเตียงผู้ติดเชื้อโควิดในกทม. มีประสิทธิภาพและคล่องตัวมากยิ่งขึ้นด้วย และในขณะเดียวกัน ก็เร่งเสริมเตียงรองรับผู้ป่วยกลุ่มสีแดง คือผู้ป่วยอาการรุนแรง ซึ่งขณะนี้ โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ เป็นอีกหนึ่งที่ที่มีความพร้อม โดยจะเปิดเตียงสำหรับผู้ป่วยอาการสีแดง 48 เตียง และเตียงอาการสีเหลืองเข้มที่สามารถใช้เครื่องออกซิเจนไฮโฟลว์ได้ 150 เตียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกฯ ยืนยันว่าจะทำการดูแลรักษาผู้ป่วยติดเชื้อทุกคนอย่างดีที่สุด บนหลักความเท่าเทียม ซึ่งเรือนจำแต่ละแห่งเป็นระบบปิด โอกาสที่จะแพร่กระจายเชื้อสู่ชุมชนน้อย พร้อมได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้การดูแลอย่างเข้มงวด งดการเข้าเยี่ยมญาติจากบุคคลภายนอกจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดจะดีขึ้น&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103398</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์คุก, คลัสเตอร์แคมป์คนงาน, น.ส.รัชดา ธนาดิเรก, รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, โรงพยาบาลสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210418/image_big_607bb4f845903.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102879</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 11:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 11:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> นายกฯวอนช่วยกันฉีดวัคซีนโควิด ยอมรับคลัสเตอร์คุกเกิดขึ้นได้เพราะเป็นพื้นที่ที่แออัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 พ.ค.64 - ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเปิดโรงพยาบาลบุษราคัม กระทรวงสาธารณสุข ว่า วันนี้ตนเดินทางมาให้กำลังใจและตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลบุษราคัม ซึ่งเราได้หารือกันมาช่วงระยะเวลาหนึ่ง และมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการจัดโรงพยาบาลที่มีลักษณะเช่นนี้ ซึ่งมีอยู่หลายระดับด้วยกันในการรับคนไข้โควิด-19 ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความพร้อมในการรองรับสถานการณ์ ซึ่งมีแนวปฏิบัติที่ต้องวางแผนไว้ล่วงหน้าว่าจะทำอย่างไรให้สามารถรับคนไข้ที่ยังไม่มีอาการ ที่มีอาการน้อย และที่มีอาการมาก เพื่อแบ่งเบาภาระจากโรงพยาบาลหลักของเรา วันนี้ต้องขอขอบคุณกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้มาช่วยกันทำที่นี่ ซึ่งต้องออกแรงกายทำถึง 7 วัน ถึงเรียบร้อยเป็นที่น่าพอใจ และต้องขอขอบคุณภาคเอกชนหลายบริษัทที่ได้บริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์จำนวนมากพอสมควร เพื่อใช้ในสถานที่แห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19 นั้น เรายังวางใจกันไม่ได้ เพราะฉะนั้นอยากให้ใช้มาตรการทางสังคมทุกๆคนช่วยกันดูแลไปด้วย ผู้นำชุมชนหรือประชาชนต่างๆ เราก็เข้าใจว่าทุกคนมีผู้ที่หาเช้ากินค่ำส่วนหนึ่ง ซึ่งส่วนนี้ยังมีความเสี่ยงสูง ซึ่งท่านก็ต้องมีมาตรการของตัวเอง ทั้งการใส่หน้ากาก การเว้นระยะห่าง ซึ่งวันนี้อาจจะลำบากเยอะ แต่รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจไม่ใช่รัฐบาลมีแต่เรื่องนี้อย่างเดียว แต่ต้องดูในเรื่องของด้านเศรษฐกิจ โดยช่วงบ่ายวันนี้ก็จะคุยกันอีกว่าจะดูแลกันได้อย่างไร เพราะทุกอย่างเป็นการทำโดยกลไกของรัฐภาครัฐ งบประมาณรัฐ ไม่สามารถที่จะทำเร็วได้มากนัก เพราะมีระเบียบมีกติกา มีกฎหมาย และอาจจะทำถูกใจทุกคนไม่ได้ แต่อย่างน้อยส่วนใหญ่ก็คงจะพอใจในระดับหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ผมก็คาดหวังว่า จะเกิดในเวลาที่ไม่นานนัก เพราะเราก็รู้ที่มา รู้สถานที่ รู้แหล่งกำเนิด และก็เข้าไปแก้ไขทุกจุด และสิ่งสำคัญก็คือเราจะร่วมมือกันอย่างไร นี่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดให้กำลังใจเจ้าหน้าที่อย่างไรให้เขาไม่หมดกำลังใจ ทุกอย่างที่เป็นประโยชน์ก็ขอให้สร้างการรับรู้ที่ดีกับประชาชนด้วย&amp;rdquo;นายกฯกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯกล่าวว่า สำหรับเรื่องการฉีดวัคซีนตนยืนยันว่าเราจะต้องฉีดวัคซีนให้ครบให้ได้ในเวลาที่เรากำหนดไว้ ถ้าไม่มีปัญหาใดๆเรื่องวัคซีน ที่ได้รับอนุญาตนำเข้ามาแล้ว เพราะเป็นเรื่องของต้นทางด้วย แต่วันนี้ยังไม่มีที่ใดแจ้งมา ก็ยังเป็นไปตามแผนอยู่ ทั้งนี้ การฉีดวัคซีนที่สำคัญที่สุด เราต้องเข้าหมอพร้อม ก็อยากรณรงค์ให้ทุกคนเข้าให้เร็วที่สุด แต่เร็วที่สุดก็ไม่ใช่แย่งกันจนมันเข้าไม่ได้ ซึ่งก็ต้องแก้ไป หากเข้าไม่ได้ พรุ่งนี้มะรืนค่อยเข้า ทั้งหมดไม่ได้มาทีละคนสองคน ลงทะเบียนหลายคนอยู่แล้ว ฉะนั้นก็อยู่ในกลุ่มที่ไม่ช้าเกินไป ซึ่งเดิมเรากำหนดเฉพาะกลุ่มหมอ แพทย์ พยาบาล ด่านหน้า แต่วันนี้มีกลุ่มย่อยๆลงไปอีกเยอะแยะ ซึ่งจะจัดเวลาให้เหมาะสมกับการรับวัคซีนที่มาจากต่างประเทศ แต่เมื่อได้มาแล้วก็ไม่ใช่มาวันนี้ ฉีดพรุ่งนี้ได้ ต้องตรวจสอบอีกประมาณหนึ่งอาทิตย์ สำหรับวัคซีนที่เข้ามาใหม่ซึ่งเดือนนี้ก็เข้ามาเพิ่มเติมได้อย่างที่เราต้องการ และจะเพิ่มปริมาณวัคซีนจากตรงนี้ไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอฝากทุกคนด้วยให้ช่วยกันไปฉีดวัคซีน ไม่ต้องให้ใครมาเรียก ไม่ต้องให้ใครเขามาจ้าง ไม่ต้องให้ใครมาให้อะไร เพราะเพื่อตัวเราเอง เพื่อครอบครัวของเรา รัฐบาลก็ทำอย่างเต็มที่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า จะมีมาตรการอย่างไรในส่วนของราชทัณฑ์ที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นจำนวนมาก นายกฯกล่าวว่า เขาดูแลกันอยู่ตอนนี้ ก็เรียนไปแล้วว่ามันอยู่ในพื้นที่ควบคุมจำกัด ก็ได้มีการซิลพื้นที่แล้ว มีหน่วยงานเข้าไปดูแลส่วนหนึ่งแล้วก็มีมาตรการลงไป ก็คิดว่ามันต้องเกิดขึ้นได้แน่นอนเพราะเป็นพื้นที่ที่แออัด เผลอหน่อยไม่ได้เลย เพราะมีคนอยู่ที่ไม่ได้ออก และมีคนอยู่ที่เข้าคนออก รวมถึงเจ้าหน้าที่ มีการประสานกันอยู่แล้วในขณะนี้ คือป่วยแล้วมีเตียง รักษาหายได้ มันก็แค่นั้น ถ้าเราเทียบต่างประเทศ วันๆเรายังมีจำนวนผู้ติดเชื้อขึ้นน้อยกว่าเขามาก แต่ถึงจะน้อยตนก็ไม่มีความสุข เพราะอยากให้มันไม่มีเลย ก็ต้องร่วมมือกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่านักเรียนใกล้เปิดเทอมจะมีการฉีดวัคซีนให้กับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เดี๋ยวถามกระทรวงสาธารณสุข เพราะเป็นเรื่องของวัคซีนที่จะฉีดให้คนอายุไหน เป็นช่องทางทางการแพทย์ที่มีข้อกำหนดอยู่แล้ว ซึ่งข้างบนก็ยังมีปัญหาอยู่ ข้างล่างก็มีปัญหาตามมา ก็คิดสิ ก็ต้องแก้กันต่อ วัคซีนที่จะฉีดให้อายุต่ำกว่านี้วัคซีนอะไร ยอมรับกันหรือยัง ก็ต้องว่ากันมา ตนขออนุญาตให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นคนตอบ เป็นเรื่องของหมอ ไม่ฟังหมอแล้วจะฟังใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า มาตรการตรวจเชิงรุกเรายังมีเพียงพอหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า พอ เครื่องไม้เครื่องมือก็หามาเรื่อยๆ พออยู่แล้วขณะนี้ แล้วก็จะเสริมมาอีก สำคัญให้มาตรวจก็แล้วกัน ให้มาฉีด ปฏิบัติตามข้อแนะนำของแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จะได้ไปด้วยกัน หากรัฐทำแล้วคนไม่เข้าใจ ไม่ร่วมมือมันก็ไม่สำเร็จสักอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102879</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19, คลัสเตอร์คุก, ฉีดวัคซีนโควิด-19, ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210514/image_big_609df598959d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102862</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 08:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 08:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นรกมาเยือน!&#039;ชูวิทย์&#039;แฉคลัสเตอร์คุกนักโทษแออัดยัดทะนานเหมือนเล้าไก่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 พ.ค.64 - นายชูวิทย์ กลมวิศิษฏ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรครักประเทศไทย โพสต์ข้อ
&amp;ldquo;คลัสเตอร์คุก นรกมาเยือน&amp;rdquo; มีเนื้อหาดังนี้
.
ตัวเลขผู้ติดเชื้อของนักโทษเรือนจำพิเศษกรุงเทพ 1,795 คน จากยอดนักโทษทั้งหมด 3,274 คน เท่ากับทุกๆ 2 คนติดโควิด 1 คน
.
ส่วนตัวเลขผู้ติดเชื้อในทัณฑสถานหญิงกลาง 1,040 คน จากยอดนักโทษทั้งหมด 4,484 คน เท่ากับนักโทษ 4 คน ติดโควิด 1 คน
.
วันนี้ กรมราชทัณฑ์ยังแถลงยาวเหยียดว่า อย่าไปห่วงเลย ไม่มีปัญหา ควบคุมได้สบายมาก จะทำตามแบบเรือนจำนราธิวาสเป๊ะ รับรองมั่นใจได้ เพราะมีนโยบาย &amp;ldquo;บับเบิ้ล แอนด์ ซีล&amp;rdquo;
.
โถ โถ! นี่ยังไม่ยอมรับความจริงอีกว่า &amp;ldquo;นรกมาเยือน&amp;rdquo; แล้วพี่น้อง
.
คลัสเตอร์คุกครั้งนี้ กลายเป็นคลัสเตอร์ใหญ่ที่สุด เร็วที่สุด จำนวนมากที่สุด ที่พบในครั้งเดียวของไทย เพราะพบทีเดียว 3,000 คน และยังไม่มีทีท่าจะควบคุมได้ เพราะทุกคนล้วนเป็นนักโทษ ไปไหนไม่ได้
.
สภาพความแออัดยัดเยียดของคุก หากคิดว่าคลองเตยอยู่อย่างแออัดแล้ว เทียบกับในเรือนจำ มันยิ่งกว่าคลองเตยคูณสิบ
.
ในคุกไม่มีแม้แต่วินาทีเดียว ที่จะได้อยู่ห่างกันเกิน 1 ก้าว ไม่ว่า กินข้าวด้วยกัน อาบน้ำด้วยกัน ขังรวมกัน นอนเรียงกันเป็นพืด 15 ชั่วโมง ตั้งแต่ บ่าย 3 โมง ไปยัน 6 โมงเช้า
.
เวลา ไอ กรน พัดลมหมุนเวียน แม้หน้าต่างจะมี แต่อากาศระบายไม่ได้ เพราะกำแพงสูงอย่างกับกำแพงเมืองจีน
.
อย่าเข้าใจว่าคุกไทยเหมือนคุกในหนังฝรั่ง ที่ขัง 2 คนต่อห้อง มีห้องน้ำส่วนตัวนะครับ มันห่างชั้นกันคนละโลก เพราะคุกไทยห้องขนาด 4x10 เมตร เท่ากับ 40 ตารางเมตร ช่วงตำรวจฟิตจัดๆ อยู่รวมกัน 60-70 คน
.
เรียกว่า 1 ตารางเมตร นอนกัน 2 คน แน่นขนาดลุกไปเยี่ยวกลับมา ที่นอนไม่ว่างแล้ว
.
การกักโรคของกรมราชทัณฑ์ล้มเหลว ไม่อย่างนั้นผู้ต้องขังไม่ติดโควิดในอัตราสูงและเร็วเช่นนี้
.
เมื่อตรวจคัดกรองอีกรอบแล้วไม่พบ ก็ไม่ได้หมายความว่าการระบาดจะยุติ เพราะเชื้อยังฝังในอยู่ เช่นเดียวกับเชื้อวัณโรคที่ในคุกยังพบอยู่จำนวนมาก
.
เรือนจำพิเศษกรุงเทพ มีทั้งสิ้น 8 แดน กำหนดให้แดน 2 เป็นแดนกักโรค ผู้ต้องขังใหม่ต้องมากักตัวที่แดน 2 ก่อน เป็นเวลา 14 วัน (ต่อมาเพิ่มขึ้นเป็น 21 วัน)
.
หากการกักตัวได้ผลจะติดกันเกือบ 3,000 คนได้ไง? ช่วยตอบชัดๆ ทีเถอะ
.
หากตอบไม่ได้ ชูวิทย์จะบอกให้
.
ด้วยข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ ผู้ต้องขังใหม่ที่เพิ่งเข้ามา กับผู้ต้องขังเก่าที่กักตัวอยู่ ถูกเอามากักรวมกัน คละเคล้ากันไปในแดน 2 ตามห้องต่างๆ ที่มีอยู่เพียง 13 ห้อง
.
แทนที่คนใหม่มาจะเอาเข้าห้องใหม่ แต่ห้องไม่พอ เลยใช้วิธีเวียนเทียนห้องสลับไปมาจนล้น ต้องเอาไปฝากแดน 1 อยู่ 3 ห้อง
.
ส่วนผู้ต้องขังในแดนอื่นๆ เมื่อมีนัดขึ้นศาล ไปเสี่ยงติดเชื้อกลับมา ก็ต้องเอาไปอยู่แดน 2 เพื่อกักตัวใหม่อีก 21 วัน ยัดเข้าไปห้องเดียวกันกับคนที่กักตัวอยู่
.
ที่สำคัญ ยังปล่อยให้ขาใหญ่แดน 2 ออกเดินเพ่นพ่านนอกพื้นที่กักตัวได้เสียอีก ทั้งที่ยังอยู่ในระหว่างกักตัว
.
เฉกเช่นจิ๊กโก๋ขาใหญ่อย่าง &amp;ldquo;ไอ้โป้&amp;rdquo; ช่วงเข้าไปใหม่ๆ กักตัวอยู่ไม่ถึง 14 วัน ก็เสือกโผล่หัวออกมาเดินเซิ้งที่ห้องเยี่ยมญาติได้อย่างสะดวกโยธินเห็นจะจะคาตา
.
ไม่รู้เป็นความสามารถส่วนตัว หรือกักตัวแบบไหน หากไม่เชื่อลองดูกล้องย้อนหลังได้ ในคุกมีกล้องเพียบทุกระยะอยู่แล้ว
.
เมื่อนักเลงท้ายซอยแบบไอ้โป้ยังทำได้ ขาใหญ่ก็ย่อมทำได้
.
ขาใหญ่ คือ ขาใหญ่ ไม่ใช่ขาสั้น ชนชั้นในคุกยังมีอยู่ ถือเป็นระบบศักดินาที่สุดท้ายของประเทศไทย
.
แม้แต่ตอนนี้ ไอ้โป้ยังอยู่แดน 2 เหมือนเดิม ทั้งที่พ้นระยะกักตัวไปนานแล้ว แต่อยู่จนชิน เลยสมัครใจอยู่ต่อซะงั้น
.
กฎระเบียบเอาไว้ใช้กับพวกขาสั้นนักโทษทั่วไป ยกเว้นพวกขาใหญ่ นี่ยกตัวอย่างแค่ไอ้โป้คนเดียว
.
ขนาดคุกใหญ่ใจกลางกรุงเทพฟ้าอมรนะครับ ยังเละตุ้มเป๊ะแบบนี้ ถ้าเป็นคุกบ้านนอกไกลปืนเที่ยงตามต่างจังหวัด จะขนาดไหน?
.
ที่แย่สุดคือ คลัสเตอร์คุก ปล่อยตัวเลขพุ่งพรวดวันเดียวมาให้เห็นต่อหน้าต่อตา ติดโควิด 3,000 คน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่มีข่าวสักแอะ ปฏิเสธกันเงียบกริบว่ามีไม่มาก
.
ความเป็นจริง เชื้อต้องติดเริ่มจากสิบ ร้อย แล้วไปเป็นพัน ไม่ใช่พุ่งติดอันดับท็อปทะลุชาร์ตมา 3,000 คนเลยทีเดียว เป็นไปได้ยังไง?
.
นี่ยังไม่ได้พูดถึงเรือนจำอื่นๆ ในบริเวณที่เรียกว่า &amp;ldquo;ลาดยาวพลาซ่า&amp;rdquo; ที่ประกอบไปด้วย เรือนจำพิเศษกรุงเทพ โรงพยาบาลราชทัณฑ์ เรือนจำคลองเปรม ทัณฑสถานบำบัดกลาง ทัณฑสถานหญิงกลาง แถมด้วยสถานฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด
.
ที่น่าเป็นห่วงสุดคือ ทัณฑสถานหญิงกลางที่อยู่กันแบบหนาแน่น เพราะนักโทษหญิงถูกขังรวมกันหมดทุกโทษานุโทษ ไม่ว่าคดียาเสพติด ลัก วิ่ง ชิง ปล้น ฉ้อโกง แออัดยัดทะนานเหมือนเล้าไก่
.
แล้วยังมีทัณฑสถานบำบัดกลาง ขังพวกนักโทษชายคดียาเสพติด ที่แน่นขนาดผูกเปลนอน คงติดโควิดกันงอมพระราม
.
ยังไม่ต้องไปถึงเรือนจำใหญ่ในจังหวัดใหญ่ๆ หัวเมือง ไม่ว่า เหนือ ใต้ ออก ตก 143 เรือนจำทั่วประเทศ
.
ไหนจะบรรดาผู้คุมที่เดินเข้าออกคุกทุกวี่ทุกวัน นำโรคภัยไข้เจ็บเอาไปฝากครอบครัวที่บ้านอีก
.
หากยอมรับความจริงเสียตั้งแต่แรก ไม่ปิดบังตัวเลขผู้ติดเชื้อ สังคมคงไม่ตระหนกตกใจอย่างนี้
.
จู่ๆ เล่นมาบอกตัวเลขช็อคโลกว่า มีผู้ต้องขังติดโควิดเกือบ 3,000 คน มันจะมาติดได้มากมายรวดเร็วขนาดนี้ได้ไง หากไม่ปิดบังตัวเลขมาตั้งแต่ต้น?
.
นี่ล่ะครับราชการไทย มักกดตัวเลขต่ำๆ ทำภาพสวยๆ โชว์ป้ายติดชื่อหรา มีรูปภาพประทับใจตอนลงพื้นที่ แต่ไส้ในเน่าเฟะเละขนาดไหนดูกันเอาเอง
.
เดี๋ยวพวกลิ่วล้อรัฐบาลจะหาว่าผมเห่าซี้ซั้วมั่วข้อมูลอีก
.
นี่ขนาดช่วยเงียบไป 2 วัน
.
วันนี้อารมณ์ดี ว่าจะเขียนชมรัฐบาลเสียหน่อย ยังหาเรื่องใหม่มาให้ผมด่าจนได้
.
เก่งจริงๆ รัฐบาลชุดนี้ หาเรื่องมาให้ด่าได้ทุกวี่ทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102862</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์คุก, ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, ติดเชื้อในเรือนจำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210408/image_big_606e88d520c18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102848</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดติดเชื้อแซงจีน สะสมทะลุ9.3หมื่น‘คลัสเตอร์คุก’พ่นพิษรายวัน4,887ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;คลัสเตอร์คุกพ่นพิษ&amp;rdquo; แล้ว ทำยอดติดเชื้อไทยทำสถิติใหม่ทุกชนิด ยอดติดเชื้อรายวันพุ่งสูงสุด 4,887 ราย เสียชีวิตทำนิวไฮใหม่ 32 ราย ส่งผลให้ยอดสะสมอยู่ที่ 93,794 ราย แซงหน้า &amp;ldquo;จีน&amp;rdquo; ต้นตอไวรัสไปแล้ว โดยอยู่อันดับ 94 ของโลก &amp;ldquo;หมอทวีศิลป์&amp;rdquo; เผย 11 เขตใน กทม.ยังเสี่ยงสูง ปลื้มมี 14 จังหวัดไร้คนติดเชื้อใหม่ &amp;quot;สมศักดิ์&amp;quot; ควงบิ๊กราชทัณฑ์เรียงหน้าแจงยิบ &amp;ldquo;โควิดคุก&amp;rdquo; ยันไม่มีปกปิดข่าว เชื่อ &amp;ldquo;รุ้ง&amp;rdquo; ไม่ได้ติดไวรัสจากห้องขัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ประจำวัน&amp;nbsp; ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 4,887 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,036 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,439 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 597 ราย มาจากการคัดกรองเชิงรุกในเรือนจำ 2,835 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 16 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 93,794 ราย หายป่วยสะสม 60,615 ราย อยู่ระหว่างรักษา 32,661 ราย อาการหนัก 1,209 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 406 ราย
นพ.ทวีศิลป์แถลงอีกว่า มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 32 ราย อยู่ใน กทม. 17 ราย, นครราชสีมา 3 ราย, ปทุมธานีและเชียงใหม่ จังหวัดละ 2 ราย, สุรินทร์ สระบุรี นครปฐม พะเยา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี เพชรบุรีและภูเก็ต จังหวัดละ 1 ราย ส่วนใหญ่มีโรคประจำตัว ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ไตเรื้อรัง โรคหัวใจ โรคตับ โรคปอดเรื้อรัง มะเร็ง โรคอ้วน ติดเตียง ปัจจัยเสี่ยงมาจากคนในครอบครัว ร่วมงานเลี้ยง ไปสถานที่แออัด และอาชีพเสี่ยง ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 518 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ยังกล่าวว่า 5 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อที่สุดในวันที่ 13 พ.ค. ได้แก่ กทม. 1,069 ราย, สมุทรปราการ 194 ราย, ปทุมธานี 105 ราย, นนทบุรี 78 ราย และสุราษฎร์ธานี 73 ราย แต่วันเดียวกันมีถึง 14 จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อเลย ได้แก่ ลพบุรี, ตราด, ตาก, น่าน, กาฬสินธุ์, ชุมพร, พะเยา, อุตรดิตถ์, หนองคาย, อำนาจเจริญ, แม่ฮ่องสอน, หนองบัวลำภู, มุกดาหาร และสตูล ซึ่งผู้ติดเชื้อยังกระจุกอยู่ที่ กทม.และปริมณฑล ที่มีผู้ติดเชื้อรวมกัน 1,524 ราย ส่วนจังหวัดอื่นๆ รวมกันเพียง 512 ราย ทั้งนี้ สถานการณ์ของ กทม.มีแนวโน้มระบาดคงตัวไม่ลดลง และมีผู้ป่วยอาการหนักต้องใส่ท่อช่วยหายใจเพิ่มขึ้น โดยมีความเข้มข้นใน 11 เขต ประกอบด้วย ดินแดง, วัฒนา, ลาดพร้าว, พระนคร, ราชเทวี, สวนหลวง, ดุสิต, ป้อมปราบศัตรูพ่าย, คลองเตย, จตุจักร และหลักสี่ เขตเหล่านี้อยู่ในพื้นที่เฝ้าระวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.ยังแถลงถึงผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 16 ราย ว่าจำนวนนี้มี 6 ราย ลักลอบข้ามแดนผิดกฎหมายผ่านช่องทางธรรมชาติ เป็นกัมพูชา 2 ราย, เมียนมา 1 ราย, มาเลเซีย 1 ราย และลาว 2 ราย โดยที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กได้หารือถึงปัญหาการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายผ่านช่องทางธรรมชาติ และเมื่อวันที่ 12 พ.ค. มีรายงานว่าฝ่ายปกครองกาญจนบุรีร่วมกับตำรวจจับกุมแรงงานต่างด้าวได้ที่ ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ โดยพบบนรถกระบะ 3 คัน กำลังลำเลียงคนต่างด้าวเมียนมา 75 คน แต่เกิดอุบัติเหตุเสียก่อน เจ้าหน้าที่จึงคัดกรองและดำเนินคดีตามกฎหมาย จึงเน้นย้ำฝ่ายความมั่นคงดูแลตรงนี้ และฝากประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาด้วย&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถึงกรณีการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายตามบริเวณชายแดนที่ยังมีมาก ศบค.จะแก้ปัญหานี้อย่างไร นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวนายกฯ ในฐานะ ผอ.ศบค. ได้ให้นโยบายชัดเจนต่อเลขาธิการ สมช. ในฐานะ ผอ.ศปก.ศบค. ว่าให้ฝ่ายความมั่นคงคือ ศปก.มท.ของกระทรวงมหาดไทยตรวจเข้มและรายงานทุกวันในเรื่องนี้ และเราไม่ได้นำมาเป็นภาระในการนำมากักตัว เพราะได้ผลักดันออกไป แต่ยังพบว่ามีการกระทำผิดซ้ำ และบางข่าวบอกว่าเชื่อมโยงกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ เชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่ของรัฐบางคนที่ไม่ดี จึงมีการเน้นย้ำว่าขอให้ประชาชนทุกคนช่วยเป็นหูเป็นตา หากมีหลักฐานใดแจ้งมาที่ ศบค. และหากพบว่าเป็นเบาะแสที่จำเป็นต้องจัดการต่อเรื่องนี้โดยตรงจะได้ดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด โดยเบอร์โทรศัพท์ที่แจ้งตรงเข้ามาได้คือ สายด่วน 1111, 191, 1599 และ 1138
ยอดติดเชื้อไทยแซงจีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์ติดเชื้อโควิดทั่วโลก ณ เวลา 17.50 น. ตามเวลาในไทย ที่มีการรวบรวมโดยเว็บไซต์
www .worldometers.info/coronavirus/ พบว่ามี 220 ประเทศและดินแดนมีผู้ติดเชื้อรวมกันทั้งสิ้น 161,138,318 คน เสียชีวิต 3,347,018 คน และรักษาหาย 138,963,721 คน ทั้งนี้ ตัวเลขการติดเชื้อของไทยที่ทำสถิติล่าสุด 4,887 ราย ทำให้ยอดรวมอยู่ที่ 93,794 ราย ขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 94 จากเดิมอยู่ที่อันดับ 98 ที่สำคัญจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมของไทยแซงหน้าประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งเป็นต้นตอของไวรัสโควิด-19 ไปแล้ว โดยจีนอยู่ที่อันดับที่ 97 มีผู้ติดเชื้อ 90,799 ราย &amp;nbsp;
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม สั่งให้ทุกหน่วยงานร่วมหารืออย่างเคร่งครัด รัดกุม และทันท่วงที ถึงแนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ ในกรณีที่พบว่ามาจากผู้ติดเชื้อที่เดินทางเข้ามาจากต่างประเทศ โดยนายกฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อกรณีการพบเชื้อกลายพันธุ์นี้ในผู้ติดเชื้อที่อยู่ระหว่างการกักตัว 14 วัน หลังเดินทางเข้ามาในไทย และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาตรการและระเบียบต่างๆ โดยทันที
ด้าน ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร แถลงถึงสถานการณ์โควิด-19 ใน กทม.ว่ามีหลายกลุ่มก้อน โดยคลัสเตอร์ที่สำคัญ อาทิ ชุมชนแออัดในเขตคลองเตย, ตลาดห้วยขวาง, แฟลตดินแดง เขตดินแดง, ปากคลองตลาด เขตพระนคร, สี่แยกมหานาค เขตดุสิต, สำเพ็ง เขตสัมพันธวงศ์, บริษัทขายตรงตึกเอ็มไพร์ เขตสาทร, ชุมชนวัดโสมนัส เขตป้อมปราบฯ, ชุมชนบ่อนไก่ เขตปทุมวัน และชุมชนบ้านขิง/เดอะมอลล์ บางแค เขตบางแค เป็นต้น โดยหลายคลัสเตอร์มีแนวโน้มคุมการระบาดได้ ได้แก่ บริษัทขายตรงตึกเอ็มไพร์, ชุมชนวัดโสมนัส, ชุมชนบ่อนไก่ และชุมชนบ้านขิง/เดอะมอลล์ บางแค
&amp;ldquo;กทม.ร่วมกับสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) กระทรวงสาธารณสุข กองทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดในคลัสเตอร์ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะชุมชนแออัดคลองเตย โดยปัจจุบันได้เร่งตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในตลาดคลองเตย เพื่อแยกผู้ติดเชื้อนำเข้าสู่ระบบรักษาพยาบาล&amp;rdquo; ร.ต.อ.พงศกรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ยังคงมีความต่อเนื่องกรณี น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุล แกนนำกลุ่มราษฎร ติดโควิด-19 ซึ่งระบุว่าติดจากทัณฑสถาน และเชื่อว่ามีผู้ติดเชื้ออีกจำนวนมาก ซึ่งล่าสุดกรมราชทัณฑ์ได้แถลงตัวเลขผู้ติดเชื้อที่มีเกือบ 3,000 คน โดยนายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมคณะได้แถลงข่าวดังกล่าว ระบุว่า ยอดผู้ติดเชื้อซึ่งเป็นข้อมูล ณ วันที่ 12 พ.ค. พบผู้ติดเชื้อในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร 1,794 ราย และทัณฑสถานหญิงกลาง 1,039 ราย ซึ่งเป็นยอดผู้ติดเชื้อรวมตั้งแต่เริ่มมีการระบาดระลอกใหม่ในเดือน เม.ย.เป็นต้นมา และผู้ติดเชื้อทั้งหมดได้รายงานไปยัง ศบค.เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเมื่อพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในเรือนจำจะย้ายผู้ติดเชื้อไปยังโรงพยาบาลแม่ข่ายทันที และจะแจ้งไปยังญาติผู้ต้องขังเป็นการเฉพาะราย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความประสงค์ของผู้ต้องขังว่าต้องการแจ้งญาติหรือไม่ด้วย พร้อมทั้งเร่งขยายผลการสอบสวนโรคจากผู้ติดเชื้อดังกล่าวไปยังผู้ต้องขังที่อยู่ในระยะพื้นที่รับเชื้อทุกราย โดยจะตรวจซ้ำยืนยันภายใน 7 วัน และ 14 วัน โดยกรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินการตามแนวทางของ สธ.อย่างเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ยอมรับว่า สิ่งที่น่ากังวลในการแพร่ระบาดครั้งนี้ คือเรื่องสายพันธุ์ที่มีความไวต่อการติดเชื้อได้สูง แสดงอาการช้า และมีภาวะแทรกซ้อนอันตราย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งนับเป็นเรื่องใหม่ที่กรมต้องเผชิญ อีกทั้งทัณฑสถาน รพ.ราชทัณฑ์ อาจมีบุคลากรเฉพาะด้านที่ไม่เพียงพอกับการดูแลผู้ป่วยทั้งหมด แต่ได้เร่งจัดหาอุปกรณ์และเครื่องมือเพิ่มเติมแล้ว และจะมีมาตรการต่างๆ ในคัดกรองเชิงรุก มาตรการป้องกัน และมาตรการรักษาอย่างเป็นระบบที่เรียกว่าลาดยาวโมเดลบริหารจัดการ
ชี้รุ้งไม่ได้ติดโควิดจากคุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระกิตติ์ยังกล่าวถึงกรณี น.ส.ปนัสยาว่า ได้ตรวจหาเชื้อไวรัสโควิดตั้งแต่วันที่ 23 เม.ย. โดยผลตรวจออกมาเป็นลบ ไม่มีเชื้อโควิด-19 แต่อย่างใด และยังได้กักตัว น.ส.ปนัสยาตั้งแต่วันที่ 23 เม.ย.-5 พ.ค. ซึ่ง น.ส.ปนัสยาไม่ได้ออกไปภายนอกเรือนจำหรือทำกิจกรรมใดๆ จนกระทั่งได้รับปล่อยตัวไปเมื่อวันที่ 6 พ.ค.&amp;nbsp; ที่ผ่านมา และเมื่อวันที่ 8 พ.ค.ยังได้ตรวจหาเชื้อเชิงรุก 100% ในแดนที่ น.ส.ปนัสยากักตัวอยู่ ซึ่งไม่พบว่ามีผู้ต้องขังคนใดที่อยู่กับ น.ส.ปนัสยาติดเชื้อ ส่วนกรณีนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ แกนนำกลุ่มคณะราษฎรที่ต้องตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 ก่อนนำตัวขึ้นศาล ผลการตรวจนายภาณุพงศ์ พบว่าติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งปัจจุบันได้ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่ทัณฑสถาน รพ.ราชทัณฑ์เรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงบ่าย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม พร้อมคณะ แถลงข่าวถึงเรื่องนี้อีกครั้ง โดยยอมรับว่าทุกเรือนจำข้างในเข้มงวดมาก แต่ 2 เรือนจำที่ติดเชื้อ เป็นเรือนจำที่รับผู้ต้องขังใหม่อยู่ตลอด ต่างจากเรือนจำอื่นๆ ส่วนการออกไปศาล เราได้ประสานกับศาลแต่ละจังหวัดแล้ว ขอให้งดไปในระยะนี้ก่อน เชื่อว่าศาลจะเข้าใจ และสถานการณ์จะคลี่คลายได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการปิดข่าวว่ามีผู้ต้องขังติดเชื้อมาก่อนหน้านี้หรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า เราไม่มีการปิดข่าว เปิดเผยข้อมูลทุกอย่างมาตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระกิตติ์กล่าวเช่นกันว่า ไม่เคยมีการปิดบังข้อมูล รพ.ราชทัณฑ์มีการตรวจตลอด ซึ่งต้องกรอกเลขบัตรประชาชนสามารถตรวจสอบได้ โดยในเดือน เม.ย.ตรวจพบเพียงหลักร้อยเท่านั้น แต่เมื่อเราได้รถพระราชทาน จึงตรวจได้เร็วขึ้น และดำเนินการตามหลักการตรวจเชิงรุก 100% เพื่อแยกคนติดเชื้อออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า ได้รับทราบผลตรวจเชื้อว่านายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมทนายพบเชื้อโควิด-19 ส่วนตนเอง และมารดาของ น.ส.ปนัสยา ไม่พบเชื้อ ซึ่งทีมทนายคนไหนที่สัมผัสกับ น.ส.ปนัสยาคงต้องกักตัว 14 วันตามมาตรการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยรัฐ จงเทพ หัวหน้าการ์ดวีโว่ โพสต์เฟซบุ๊กถึงตัวเลขผู้ติดเชื้อภายในเรือนจำว่า ก่อนหน้านี้หลายวันตั้งแต่อยู่ข้างในจนออกมาข้างนอก ทนายพยายามร้องขอต่อศาลว่าพวกเราที่อยู่ข้างในนั้นอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด ขอให้ศาลเร่งพิจารณาให้ปล่อยตัวชั่วคราวเราก่อนสายไป แต่ก็ไร้ผล สุดท้ายก็ถึงวันที่เรารู้สึกว่า หรือพวกเขารวมหัวกันเอาเราไปขังเหมือนตั้งใจเอาเราไปฆ่าให้ตายด้วยเชื้อโควิด ถ้าเพื่อนเราไม่ติดกันอย่างนี้ สังคมภายนอกคงไม่มีทางรู้ว่าเรือนจำกำลังเป็นแหล่งเพาะเชื้อ และคงไม่มีใครสนใจเพื่อนมนุษย์ในแดนสนธยาที่แม้ใครจะเจ็บจะตายก็ยากที่ใครจะรับรู้ได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102848</URL_LINK>
                <HASHTAG>14 จังหวัดไร้คนติดเชื้อใหม่, COVID-19, คลัสเตอร์คุก, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ยอดติดเชื้อแซงจีน, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210513/image_big_609d36d183c13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
