<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102040</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวาคลัสเตอร์บางแค ผู้ติดเชื้อชุมชนบ้านขิงพุ่ง!ขยับตรวจเชิงรุกมากขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศบค.แจงตัวเลขติดเชื้อใหม่ 1,911 ราย เสียชีวิตอีก 18 ราย แต่มีข่าวดีผู้ป่วยหายถึง 2,435 คน หมอทวีศิลป์เผย &amp;ldquo;กทม.และปริมณฑล&amp;rdquo; ยังต้องจับตาใกล้ชิด ผวา! คลัสเตอร์ชุมชนบ้านขิง เตรียมขยับตรวจเชิงรุกมากขึ้น &amp;ldquo;พล.อ.ณัฐพล&amp;rdquo; ย้ำมาตรการล็อกดาวน์หรือเคอร์ฟิวจะเป็นมาตรการสุดท้าย ส่วนจะขยับโซนสีหรือไม่ต้องรอ สธ.วิเคราะห์ ตั้งเป้า 4 เดือนจะฉีดวัคซีนให้คน กทม. 6 ล้าน สาธารณสุขประชุมยันไม่หว่านแหแจกยาฟาวิพิราเวียร์ &amp;ldquo;อัศวิน&amp;rdquo; ลั่นขอ 2 สัปดาห์สกัดโควิด-19 เมืองกรุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 พฤษภาคม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,911 ราย โดยเป็นการติดเชื้อในประเทศ 1,902 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,749 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 153 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 9 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 76,811 ราย หายป่วยสะสม 46,795 ราย เฉพาะวันนี้หายป่วยถึง 2,435 ราย ซึ่งมากกว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่วันเดียวกัน ทำให้มีเตียงว่างมากขึ้น และอยู่ระหว่างรักษา 29,680 ราย อาการหนัก 1,073 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 356 ราย
&amp;ldquo;มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 18 ราย อยู่ใน กทม. 6 ราย, สมุทรปราการ 3 ราย, นนทบุรี, เชียงใหม่และสมุทรสาคร จังหวัดละ 2 ราย ปทุมธานี, ยะลาและสิงห์บุรี จังหวัดละ 1 ราย เป็นชาย 5 ราย หญิง 13 ราย มี 1 รายที่อายุ 100 ปี สาเหตุส่วนใหญ่มีโรคประจำตัว ไม่ว่าจะเป็นความดันโลหิตสูง เบาหวาน หัวใจ ไขมันในเลือดสูง และภาวะอ้วน ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 336 ราย&amp;rdquo; นพ.ทวีศิลป์ระบุ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์แถลงอีกว่า 5 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดในวันที่ 6 พ.ค. ได้แก่ กทม. 739 ราย, นนทบุรี 273 ราย, สมุทรปราการ 143 ราย, ชลบุรี 76 ราย และสมุทรสาคร 65 ราย แต่ถ้าดูเฉพาะตัวเลข กทม.และปริมณฑล ยังไม่น่าไว้วางใจ กราฟตัวเลขผู้ติดเชื้อยังสูง ส่วนใหญ่อยู่ในชุมชนแออัด ตลาด โดยศูนย์บูรณาการแก้ไขโควิด-19 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ได้วิเคราะห์ข้อมูลยอดผู้ติดเชื้อระลอกเดือน เม.ย. ซึ่งดูแนวโน้มแล้วยังสูงขึ้น โดย 10 เขตที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ ห้วยขวาง, ดินแดง, บางเขน, วัฒนา, จตุจักร, ลาดพร้าว, วังทองหลาง, สวนหลวง, บางกะปิ และบางแค โดยที่ประชุมมีการพูดคุยถึงชุมชนที่เป็นคลัสเตอร์ใหญ่ 3 ชุมชน คือ ชุมชนคลองเตย, ชุมชนพัฒนาบ่อนไก่ ปทุมวัน และชุมชนบ้านขิง บางแค โดยเฉพาะชุมชนบ้านขิง ที่ระหว่างวันที่ 28 เม.ย.-1 พ.ค.มีการตรวจเชิงรุกในห้างสรรพสินค้าบางแห่งในเขตดังกล่าว 1,413 ราย พบติดเชื้อ 68 ราย คิดเป็น 4.8% และยังมีท่าปล่อยรถเมล์ที่มีพนักงาน 100 คน พบติดเชื้อ 4 ราย โดยเมื่อวันที่ 4 พ.ค. มีการตรวจหาเชื้อพนักงาน 70 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผล ซึ่งพนักงานเหล่านี้เชื่อมโยงไปยังชุมชนบ้านขิงที่มีประชากรกว่า 1,000 คน&amp;nbsp; โดยเมื่อวันที่ 28 เม.ย. มีการรับแจ้งว่าคนในชุมชนพบเชื้อ 30 ราย&amp;nbsp; วันที่ 30 เม.ย. พบเชื้ออีก 24 ราย วันที่ 3 พ.ค. มีการค้นหาเชิงรุกในชุมชนพบติดเชื้ออีก 25 ราย &amp;nbsp;
ขยับตรวจเชิงรุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า หลังจากนี้จะตรวจพื้นที่เชิงรุกมากยิ่งขึ้น เพราะถ้าดูตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันแล้ว จำนวนที่พบจากการตรวจเชิงรุกถือว่าน้อยกว่าระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ จึงคุยกันว่าต้องเพิ่มการตรวจเชิงรุกหรือไม่ เนื่องจากข้อมูลระหว่างวันที่ 5 เม.ย.-5 พ.ค. มีการตรวจเชิงรุกในพื้นที่ กทม. ทั้งสถานบันเทิง สถานประกอบการ ตลาด ชุมชน และห้างสรรพสินค้า รวม 49 แห่ง 69 ครั้ง ตรวจไปแล้ว 42,251 ราย พบติดเชื้อ 1,677 ราย คิดเป็น 3.97% และยังรอผลอีก 559 ราย โดย กทม.มีแผนตรวจเชิงรุกให้ได้ 26,850 รายต่อสัปดาห์ แบ่งเป็นการตรวจเชิงรุกในคลัสเตอร์สำคัญ 8,300 รายต่อสัปดาห์ เฝ้าระวังเชิงรุกใน 6 โซน กทม. วันละ 3,000 ราย หรือ 15,000 รายต่อสัปดาห์ การสุ่มตรวจในผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 250 ตัวอย่างต่อวัน หรือ 1,750 รายต่อสัปดาห์ และการตรวจในสถานกักตัวของรัฐ ที่มีการจัดเป็นที่พักให้ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงแยกตัวออกมาอยู่ในโรงแรม 3 แห่ง คือ โรงแรมธำรงอินน์ จรัญสนิทวงศ์, โรงแรมมายโฮเทล ห้วยขวาง และโรงแรมแอมบาสเดอร์ สุขุมวิท วันละ 600 คนต่อวัน หรือ 1,800 รายต่อสัปดาห์ ขณะเดียวกัน จะจัดเตรียมเตียงรองรับไว้ให้ได้ 1,343 เตียงต่อสัปดาห์ เพื่อรองรับคนที่ตรวจแล้วพบว่าติดเชื้อโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีคณะกรรมการ 3 ชุดที่นายกรัฐมนตรีได้ตั้งขึ้นเพื่อบูรณาการงานในส่วนของ กทม.และปริมณฑล จะทำงานอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดความทับซ้อนกับงานของ ศบค. นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งใน ศบค. ทำงานประสานงานเชื่อมโยงระหว่างคณะทำงานชุดต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องและเชื่อมโยงข้อมูลขึ้นมาสู่การบริหารจัดการในระดับที่นายกฯ จะได้เข้ามารับรู้ข้อมูลเป็นรายวันโดยเร็วเพื่อบริหารสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว สำหรับภาคส่วนอื่นๆ ยังดูแลกันเหมือนเดิม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศปก.ศบค. และประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบูรณาการด้านการแพทย์และสาธารณสุข กล่าวถึงการทำงานที่อาจซ้ำซ้อนกันว่า ในกรอบ ศบค.ทั้งหมด มีส่วนเข้าร่วมในทุกกิจกรรม ทุกกรรมการ โดยเป็นบุคคลหลักในการบูรณาการงานทุกคณะกรรมการให้เป็นไปอย่างประสานสอดคล้อง ไม่ให้ไม่ซ้ำซ้อน ส่วนความจำเป็นที่ต้องตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจฯ เพื่อให้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายมารองรับการทำงาน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไปก้าวล่วงทุกหน่วยงานได้ ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่า ศบค.ให้ทหารมารบโรคระบาดแทนที่จะเป็นแพทย์นั้น ใน ศบค.มีหลายหน่วยงาน ถ้าไม่มีหน่วยงานบูรณาการ หมอซึ่งรับผิดชอบรักษาโรคหรือป้องกันการแพร่ระบาดก็ต้องมารับภาระประสาน เช่น การระวังป้องกันตามแนวชายแดน ฉะนั้นเห็นว่างานต่างๆ มีมากมาย การที่ได้รับมอบจากนายกฯ เข้ามาก็เพื่อประสานการปฏิบัติเท่านั้น การรักษาโรคการป้องกันการแพร่ระบาดเป็นหน้าที่ของ สธ.
ล็อกดาวน์มาตรการสุดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า หากถึงวันศุกร์ที่ 14 พ.ค. ตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตยังเพิ่มขึ้น ศบค.จะมีมาตรการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ทุกครั้งที่ ศบค.กำหนดมาตรการการแพร่ระบาด จะฟังข้อเสนอแนะของ สธ.เป็นหลัก ซึ่งจะวิเคราะห์ต้นเหตุของการแพร่ระบาดในแต่ละครั้งว่ามีสาเหตุมาจากอะไร และเมื่อออกมาตรการมาแล้ว และใกล้ครบ 14 วัน ก็ต้องมาประเมินอีกครั้งหนึ่งว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ยังทำให้เกิดการแพร่ระบาด และต้องออกมาตรการป้องกันต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีแนวโน้มที่จะถึงขั้นล็อกดาวน์หรือเคอร์ฟิวหรือไม่ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า นายกฯ ห่วงใยในเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน โดยให้ ศบค.พิจารณาอย่างรอบคอบในการพิจารณาการออกมาตรการยับยั้งการแพร่ระบาด พยายามให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนน้อยที่สุด มาตรการล็อกดาวน์หรือมาตรการเคอร์ฟิวจะเป็นมาตรการสุดท้าย หากไม่สามารถหยุดยั้งได้จริงๆ
เมื่อถามถึงความคืบหน้าภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ที่จะเปิดประเทศกระตุ้นเศรษฐกิจ ยังเป็นไปตามกำหนดเดิม 1 ก.ค.นี้หรือไม่ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า จะตอบว่าเป็นไปได้หรือไม่ ศบค.ก็จะพยายามทำให้เป็นไปได้ แต่คงต้องดูสถานการณ์ในช่วงเวลานั้นอีกครั้ง ขณะนี้นายกฯ ได้ให้นโยบายกระทรวงสาธารณสุขว่า วัคซีนที่ทยอยเข้ามาในเดือนนี้ก็จะเร่งฉีดให้กับในพื้นที่เศรษฐกิจและพื้นที่ที่มีการระบาดเป็นอันดับแรก เพื่อให้ทำให้แผนการแพร่ระบาดลดลง และเกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เช่น ภูเก็ต เกาะสมุย และพัทยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงจังหวัดที่เป็นพื้นที่สีแดงเข้ม จะยังคงมีมาตรการเข้มงวดในสถานบริการยาวถึงสิ้นเดือน พ.ค.นี้หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า คงต้องรับฟังจาก สธ.เป็นหลักว่าจะมีความเห็นอย่างไร หลังจากที่ได้มีการสอบสวนโรคแล้ว ก็จะทราบสาเหตุที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาด โดย สธ.จะนำมาวิเคราะห์เมื่อครบ 14 วัน เพื่อออกมาตรการที่เหมาะสมต่อไป
เมื่อถามว่า กรณีที่มีหัวคะแนนในพื้นที่เขตคลองเตยจัดคิวฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนบางกลุ่ม ศบค.จะมีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ในชั้นต้นได้รับข้อมูล แต่ได้สอบถามหน่วยงานในพื้นที่ ไม่เป็นเช่นนั้น ซึ่งช่วงเช้า ศปก.ศบค.ได้เน้นย้ำหน่วยงานในพื้นที่ โดยเฉพาะ ผอ.เขตคลองเตยและหน่วยงานด้านสาธารณสุข ขอเพ่งเล็งเรื่องนี้เป็นพิเศษ และมิให้เกิดปัญหาเช่นนั้นขึ้น โดยในอนาคตหากยังมีเหตุการณ์เช่นนี้ อาจจะให้ฝ่ายความมั่นคงเข้าไปสนับสนุนต่อไป&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นอกจากกลุ่มเสี่ยงเช่นผู้สูงอายุ โรคประจำตัว ที่เป็นเป้าหมายแรกในการฉีดวัคซีน คนหนุ่มสาวมีความจำเป็นต้องฉีดวัคซีนหรือไม่ เพราะเสี่ยงติดเชื้อโควิดเช่นกัน เลขาฯ สมช.กล่าวว่า นายกฯ ได้สั่งการเมื่อวันที่ 5 พ.ค. ในการประชุม ครม. ให้นโยบายแก่ สธ. จำเป็นจะต้องฉีดให้คนกลุ่มอื่นและคนทำงาน ไม่ใช่ฉีดเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัวหรืออายุ 60 ปีขึ้นไป เพราะวันนี้มีพื้นที่เสี่ยงและคนกลุ่มอื่นอาจเข้าไปติดเชื้อ โดย สธ.กำลังประชุมเรื่องนี้อยู่ คาดว่าจะจัดสรรฉีดวัคซีนให้คนกลุ่มอื่นด้วย &amp;nbsp;
4 เดือนฉีดคน กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีการตั้งเป้าการฉีดวัคซีนให้คนกรุงเทพฯ อย่างไร พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า เป็นนโยบายจากนายกฯ ตั้งเป้าจะฉีดให้คนไทย 50 ล้านคนในสิ้นปีนี้ ที่เหลือเวลาอีก 8 เดือน และ ศบค.ก็วางแผนว่าใน 4 เดือนแรกควรฉีดในเข็มแรกให้คนกรุงเทพฯ และประชากรแฝง คาดว่า 6 ล้านคน หรือประมาณวันละ 6 หมื่นคน โดย ศบค.ให้กรอบดังกล่าวไปให้ กทม. และ กทม.ต้องไปการวางแผนว่าในพื้นที่ 50 เขตว่าจะมีกี่จุด เพื่อให้สามารถฉีดได้ตามเป้าหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงโควิด-19 สายพันธุ์บราซิลและแอฟริกาที่มีข้อกังวลว่าจะมีการแพร่ระบาดเข้ามาทางชายแดน หรืออาจพบในสถานกักกัน ศบค.จะเข้าไปแก้ปัญหาและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้อย่างไร พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า นายกฯ ได้เน้นย้ำฝ่ายความมั่นคง ทั้งกองทัพไทยและกระทรวงมหาดไทย ให้เข้มงวดตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการลักลอบเข้ามาโดยผิดกฎหมาย และแม้จะเข้าโดยถูกกฎหมาย ก็ให้เพิ่มความเข้มงวดตรวจคัดกรองให้รอบคอบมากยิ่งขึ้น โดยได้หารือกันแล้วว่าถึงแม้ขยายเวลากักตัวเป็น 14 วันเหมือนเดิม สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ก็จะให้ติดตามหลังจากที่ได้ออกจากสถานกักกัน และก็ขอความร่วมมือที่จะหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับคนอื่นอีกสักระยะหนึ่งเพื่อป้องกันการติดเชื้อต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงถึงการฉีดวัคซีนโควิดว่า จะฉีดวัคซีนให้ทุกคนที่อยู่ในไทย ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนต่างชาติที่ประสงค์จะฉีดทุกคนโดยความสมัครใจ โดยในการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับประเทศต้องฉีด 70% ของประชากร ซึ่งแผนการจัดหาวัคซีนมีประชากรทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่อยู่ หรือมีการทำงานต่อเนื่องในไทย รวมทั้งคณะทูตานุทูตทั้งหมด 70 ล้านคน เป็นคนไทย 67 ล้านคน และต่างชาติอีก 3 ล้านคน เมื่อคิดยอดที่ต้องฉีด 70% คือ 50 ล้านคน โดย 1 คนฉีด 2 โดส รวมวัคซีน 100 ล้านโดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การที่ฉีดวัคซีนให้กับทุกคนในแผ่นดินไทย รัฐบาลและ สธ.&amp;nbsp; โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ย้ำหลายครั้งว่า Nobody is safe until everyone is safe. ทุกคนจะปลอดภัย เราต้องทำให้ทุกคนในแผ่นดินไทยให้ปลอดภัย&amp;rdquo; นพ.โอภาสกล่าว และว่า การฉีดวัคซีนให้กับคนต่างชาติและคณะทูตานุทูต ยึดหลักการปฏิบัติแบบสากล ด้วยความเคารพและให้เกียรติกันและกัน จะไม่มีใครฉีดก่อนฉีดหลัง เป็นไปตามความสมัครใจ และข้อบ่งชี้ทางการแพทย์และสาธารณสุข ยืนยันว่าทุกคนที่อยู่ในแผ่นดินไทยจะได้ฉีดวัคซีนอย่างพร้อมเพรียงและใกล้เคียงกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาสกล่าวต่อว่า ข่าวดีวันนี้วัคซีนซิโนแวคเข้ามาในไทยอีก 1 ล้านโดส ทำให้ในเดือน พ.ค.เป็นเดือนที่ได้รับวัคซีนค่อนข้างมาก โดยจะมีกระบวนการขั้นตอนในการตรวจเชิงคุณภาพใช้เวลาประมาณ 7 วัน จากนั้นจะเร่งกระจายวัคซีนไปฉีดให้กลุ่มเป้าหมายในจังหวัดต่างๆ และกระจายวัคซีนไปฉีดเพื่อควบคุมสถานการณ์ในจุดที่มีการระบาด เช่น เขตคลองเตย
ไม่หว่านแหฟาวิพิราเวียร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อเวลา 05.35 น. ที่เขตปลอดอากรและคลังสินค้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ได้รับมอบวัคซีนโควิด-19 ของซิโนแวค 1 ล้านโดส จากประเทศจีนที่ขนส่งโดยสายการบิน Air China Airline
ขณะที่ นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงเรื่องการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ ว่าผู้เชี่ยวชาญจากทุกภาคส่วนยืนยันตรงกันว่า กรณีผู้ติดเชื้อยืนยันที่ไม่มีอาการและไม่มีโรคร่วม จะยังไม่ให้ยารักษาเฉพาะ ส่วนผู้ติดเชื้อยืนยันที่อาจมีอาการเล็กน้อย หรือไม่มีอาการ แต่มีโรคร่วมหรือมีปัจจัยเสี่ยง ซึ่งนอกเหนือจากการรักษาตามอาการแล้ว สามารถให้ยาต้านไวรัสฟาวิพิราเวียร์ได้ตามดุลพินิจของแพทย์ อาทิ อายุ 60 ปีขึ้นไป เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง รวมโรคปอดเรื้อรังอื่นๆ โรคไตเรื้อรัง โรคหัวใจ และหลอดเลือด โรคหัวใจแต่กำเนิด โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวานที่ควบคุมได้ไม่ดี ภาวะอ้วน น้ำหนักมากกว่า 90 กิโลกรัม ตับแข็ง ภาวะ ภูมิคุ้มกันตาและภาวะอื่นๆ ที่แพทย์พิจารณาเห็นว่าเป็นปัจจัยเสี่ยง จึงเปิดช่องเอาไว้ให้แพทย์ที่รักษาให้พิจารณาเป็นรายๆ ไป ขณะที่คนติดเชื้อที่เริ่มมีอาการปอดอักเสบเล็กน้อย นอกจากให้ยาฟาวิพิราเวียร์แล้ว การให้ยาสเตียรอยด์ยังช่วยลดความรุนแรงจนต้องใส่เครื่องช่วยหายใจในอนาคตได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่เราไม่หว่านแหให้ยาฟาวิพิราเวียร์ เพราะมีผลข้างเคียง บางคนจะมีปัญหาตับอักเสบ และในที่สุดจะเกิดปัญหาเชื้อดื้อยา ซึ่งเป็นภาวะที่ผู้เชี่ยวชาญเป็นห่วงมาก เพราะตอนนี้เท่าที่ดูยังไม่มียารักษาเฉพาะ มีเพียงการวิจัยระยะ 2 และ 3 แต่ยังไม่ได้มีการขึ้นทะเบียนและยังเอามาใช้ไม่ได้ ดังนั้นเราจะต้องเก็บยาตัวนี้เอาไว้เป็นอาวุธสําคัญ ที่ใช้รักษาโรคโควิด-19 จึงไม่อยากหว่านแห ที่สำคัญเราพบว่าผู้ติดเชื้อยืนยันที่ไม่มีอาการและไม่มีโรคร่วมที่มีประมาณ 30-40% นั้น ในจำนวนนี้มี 80-90% ไม่เปลี่ยนไปเป็นผู้ป่วยอาการสีเหลืองหรือสีแดง จึงไม่จำเป็นต้องให้ยา เพราะเป็นการให้ยาโดยเปล่าประโยชน์&amp;quot; นพ.สมศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมจัดตั้งศูนย์ควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยได้มอบหมายสำนักงานเขต 50 เขต เร่งจัดตั้งศูนย์ควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 โดยแบ่งการดำเนินการเป็น 5 ฝ่าย และมอบหมายทุกสำนักงานเขตเร่งสำรวจผู้ป่วยตกค้างในพื้นที่ ทั้งในส่วนที่ทำการตรวจคัดกรองหาเชื้อจากที่อื่น หรืออยู่ในรายชื่อผู้ป่วยของทีมแพทย์ กทม.ให้เพื่อให้การช่วยเหลือเข้ารับระบบการรักษาไม่ให้มีผู้ป่วยตกค้างในพื้นที่ กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ได้สั่งการในที่ประชุมหัวหน้าหน่วยงาน ให้ทั้ง 50 เขตปูพรมทำการ Swab และฉีดวัคซีน โดยเฉพาะชุมชนหนาแน่นและกลุ่มเสี่ยง โดยมีเป้าหมายร่วมกันควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้อยู่ภายในวงจำกัดภายใน 2 สัปดาห์นี้&amp;rdquo; นางศิลปสวยระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102040</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กทม.และปริมณฑล, คลัสเตอร์บางแค, ฉีดวัคซีน, ตรวจเชิงรุก, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ผู้ติดเชื้อชุมชนบ้านขิง, วัคซีนโควิด, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_6093f9432c094.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96561</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2021 10:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2021 10:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;สาธิต&#039;มั่นใจคุมคลัสเตอร์บางแคได้ ผ่อนคลายสงกรานต์ช่วยทำศก.กระเตื้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19 มี.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ถึงมาตรการลดวันกักตัวเหลือ 10 วัน ว่า คงต้องดูในที่ประชุมว่าจะมีมติอย่างไร และจะให้มีผลใช้เมื่อไหร่ ซึ่งก่อนหน้านี้คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อแห่งชาติได้มีมติแล้ว แต่ต้องมาผ่านที่ประชุม ศบค. ชุดใหญ่ เพราะอยู่ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นกรณีที่มีความก้ำกึ่งของคลัสเตอร์ใหม่ และการผ่อนคลายมาตรการจะสามารถทำได้หรือไม่ วันนี้น่าจะเกี่ยวกับเรื่องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข้อกังวลในช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือไม่ นายสาธิต กล่าวว่า แม้จะมีการเริ่มฉีดวัคซีนแล้วก็ต้องขอให้คงมาตรการเดิมไว้ และยังต้องระมัดระวัง เพราะไม่ได้เป็นการการันตีว่าจะสามารถหยุดการแพร่ระบาดระลอกที่ 3 หากสามารถควบคุมให้เกิดการแพร่ระบาดได้น้อยและฉีดวัคซีนไปด้วยจะสามารถจัดการได้เร็วกว่า ดังนั้น ยังต้องมีการควบคุมและป้องกันควบคู่ไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากผ่อนคลายมาตรการช่วงสงกรานต์จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นหรือไม่ นายสาธิต กล่าวว่า เท่าที่ดูข้อมูลจังหวัดท่องเที่ยวต่างๆ ก็มีคนไปท่องเที่ยว หากเราสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และไม่กระทบความเชื่อมั่นของคนเดินทาง สถานการณ์จะค่อยๆ ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เมื่อถามถึงคลัสเตอร์ที่ตลาดบางแค ที่พบผู้ติดเชื้อกระจายไปตามจังหวัดต่างๆ จะสามารถควบคุมได้หรือไม่ นายสาธิต กล่าวว่า มีความพยายามควบคุมและตามหาผู้ติดเชื้อ หากเก็บได้ 100% จะไม่มีปัญหาอะไร ขณะนี้เก็บได้เกือบ 100% แล้ว ฉะนั้น หากตรวจเชิงรุกและฉีดวัคซีนควบคู่ตามไปด้วยจะยิ่งเป็นการเพิ่มมาตรการ หากไล่หลังทันภายใน 14 วัน จะสามารถควบคุมได้ กรณีที่มีการกระจายไปตามจังหวัดต่างๆ เช่น สงขลา และมุกดาหาร ทางทีมจังหวัดก็สามารถควบคุมได้ ตนมั่นใจว่า เราสามารถตามเก็บผู้ติดเชื้อที่กระจายไปตามจังหวัดต่างๆ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96561</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์บางแค, นายสาธิต ปิตุเตชะ, ศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210319/image_big_605419207c155.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96064</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลัสเตอร์บางแค ทำติดเชื้อกระฉูด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ผลต่อเนื่องบางแค ไทยโควิดกระฉูดกว่า 100 ราย เดินหน้าคัดกรองเชิงรุกตลาดใกล้เคียงยกยวง ขณะที่อนุทินสั่งเร่งหาวัคซีนบริการพื้นที่ ด้านอธิบดีกรมควบคุมโรคยอมรับคลัสเตอร์ใหม่ เตือนไม่มีอาการการแพร่เชื้อรวดเร็ว เผย WHO ไฟเขียวแอสตราเซเนกา ชี้เกิดแค่ที่เดนมาร์ก &amp;quot;ทิพานัน&amp;quot; สับเละ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; รู้ทุกเรื่องยกเว้นเรื่องจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์ประจำวันที่ 14 มี.ค. ว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 170 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 156 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 20 ราย และมาจากการค้นหาเชิงรุก 136 ราย ในจำนวนนี้เป็นการค้นหาเชิงรุกใน กทม. 90 ราย, สมุทรสาคร 31 ราย,? ปทุมธานี ?10? ราย,? เพชรบุรี? 3? ราย? และนราธิวาส? 2? ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 14? ราย ในจำนวนนี้มี 1 ราย เป็นหญิงชาวเมียนมา อายุ? 48? ปี? เดินทางจากมาเลเซีย เข้าประเทศทางช่องทางธรรมชาติ เดินทางถึงไทยเมื่อวันที่ 22? ก.พ.? ตรวจหาเชื้อเจอเมื่อวันที่ 11 มี.ค. และเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก ?ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 26,927 ราย หายป่วยสะสม 26,154 ราย อยู่ระหว่างรักษา 687 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ยอดสะสมคงที่ 85 ราย ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 120,042,087 ราย เสียชีวิตสะสม 2,659,118 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊กกรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์ เปิดเผยผลการตรวจคัดกรองเชิงรุกตลาดในพื้นที่บางแค ตั้งแต่วันที่ 7-13 มี.ค.2564 จำนวน 4,046 ราย พบผลติดเชื้อ 96 ราย ไม่ติดเชื้อ 764 ราย และอยู่ระหว่างการรอผลตรวจ 3,186 ราย โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจคัดกรองเชิงรุกในตลาดวันเดอร์ จำนวน 2,335 ราย พบผู้ติดเชื้อ 96 ราย ไม่ติดเชื้อ 764 ราย และอยู่ระหว่างการรอผลตรวจ 1,475 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ยังเข้าตรวจคัดกรองเชิงรุกในตลาดใกล้เคียงตลาดวันเดอร์ ได้แก่ ตลาดสิริเศรษฐนนท์ ตลาดศูนย์การค้าบางแค ตลาดกิตติ ตลาดภาสม และตลาดใหม่บางแค จำนวน 1,400 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการรอผลตรวจทั้งหมด นอกจากนั้นยังเข้าตรวจคัดกรองเชิงรุกที่ตลาดคลองขวางอีก 311 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการรอผลตรวจทั้งหมดเช่นเดียวกัน
ตลาดบางแคพุ่ง 96 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กทม.ขอความร่วมมือประชาชนที่เดินทางไปตลาดในพื้นที่บางแค ตั้งแต่วันที่ 20 ก.พ.-13 มี.ค.2564 เข้าประเมินความเสี่ยงในระบบ BKKcovid19http://bkkcovid19.bangkok.go.th/covid/frontend/web/ เพื่อคัดกรองการตรวจหาเชื้อโควิดเบื้องต้น หากระบบแจ้งว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง กทม.จะจัดเจ้าหน้าที่ติดต่อไปโดยเร็วที่สุด หรือติดต่อสายด่วน สำนักอนามัย กทม. โทร. 0-2203-2393 หรือ 0-2203-2396
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการตรวจคัดกรองเชิงรุกของกรุงเทพมหานคร ภายในหมู่บ้านวังทอง เขตหนองแขม ซึ่งพบว่ามีประชาชนในหมู่บ้านเดินทางไปยังตลาดบางแคเพื่อจับจ่ายซื้อของ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า การติดเชื้อในตลาดย่านบางแคยังไม่ยืนยันว่าเกิดจากตัวสถานที่หรือเกิดจากบุคคลอื่นนำเชื้อเข้ามาแพร่ จากข้อมูลรับทราบว่าทางตลาดมีมาตรการด้านการควบคุมโรค แต่เพราะเป็นตลาดใหญ่ มีตลาดถึง 6 แห่ง มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก ย่อมเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินมาตรการต่างๆ อย่างไรก็ตาม ทางกรมควบคุมโรคได้ร่วมมือกับ กทม.ในการค้นหาผู้ติดเชื้อให้เร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวด้วยว่า ประเทศไทยให้บริการวัคซีนแล้ว และทยอยได้รับวัคซีนอย่างต่อเนื่อง ภายในเดือนนี้ จะได้เพิ่มมาอีก 8 แสนโดส และได้เตรียมจัดหามาเพิ่มอีก 5 ล้านโดส ส่วนกลางปีจะได้วัคซีนจากแอสตราเซเนกา ประเทศไทยวางแผนและปรับแผนอยู่ตลอดเพื่อรับมือการระบาดในอนาคต สำหรับพื้นที่บางแคเมื่อถูกจัดเป็นพื้นที่ระบาด กระทรวงสาธารณสุขจะเร่งจัดสรรวัคซีน มาในพื้นที่บางแคเพื่อควบคุมโรคให้เร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนผู้ที่มีประวัติเข้ามาในตลาดย่านบางแค ขอให้หลีกเลี่ยงการพบปะบุคคลอื่น แยกกักตัวเอง และสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด และเข้ารับการตรวจหาเชื้อ ซึ่งพรุ่งนี้รถตรวจเชื้อพระราชทานจะมาให้บริการประชาชน ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ขอให้ผู้รับบริการต้องแจ้งข้อมูลครบถ้วน สำหรับเรื่องการปิดตลาด มีเกณฑ์การพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ แต่ขอให้ประชาชนทุกท่านสวมหน้ากาก หมั่นล้างมือ และเว้นระยะห่าง&amp;quot; นายอนุทินระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.โอภาสกล่าวว่า เหตุพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ตลาดบางแค และตลาดบริเวณใกล้เคียง เป็นเขตติดต่อกัน มีพื้นที่มาก มีคนไม่ต่ำกว่า 1,000 คนตลอดเวลา ตลาดมีหลังคาต่ำ ระบบระบายอากาศไม่ค่อยดี ผู้ค้าขายส่วนมากเป็นคนไทย แต่ลูกจ้างเป็นชาวต่างชาติ พ่อค้าแม่ค้าใส่แมสก์ก็จริง แต่ใส่ใต้จมูก จึงย้ำเตือนการใส่แมสก์ไม่ถูกต้องมีผลต่อการแพร่เชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับการตรวจพบผู้ติดเชื้อที่ตลาดบางแคครั้งนี้เป็นการตรวจเชิงรุกของกรุงเทพมหานครตามปกติ พบผู้ติดเชื้อในตลาด 6 แห่ง 85 คนที่ยืนยันผล และเข้ารับการรักษาที่สถานพยาบาลของกรุงเทพมหานครที่บางขุนเทียนแล้ว เป็นคนไทย 46 คน ส่วนใหญ่เป็นพ่อค้าแม่ค้า นอกนั้นเป็นลูกจ้าง ส่วนคนที่มาซื้อของยังไม่พบติดเชื้อ ผู้ติดเชื้อมีอายุระหว่าง 20-59 ปี มีบางส่วนมาจากต่างจังหวัด เช่น สุพรรณบุรี นครปฐม เพชรบุรี สมุทรสาคร รวม 15 ราย&amp;quot; นพ.โอภาสระบุ
เผยWHOไฟเขียวแอสตราฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาสระบุด้วยว่า การติดเชื้อครั้งนี้ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ ทำให้การแพร่ระบาดในระลอกใหม่เป็นไปได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง อาจเปรียบเทียบกรณีนี้ได้เช่นเดียวกับตลาดพรพัฒน์ที่ปทุมธานี แต่ตลาดบางแคและตลาดใกล้เคียงไม่ใช่ตลาดค้าส่งเช่น ตลาดพรพัฒน์ ควบคุมการเดินทางเข้า-ออกของประชาชนได้ง่ายกว่า ประชาชนเขตบางแคหรือผู้ที่ไปจับจ่ายซื้อของย่านนั้นไม่แน่ใจให้ไปตรวจได้ หรือไปที่โรงพยาบาลราชวิถี หรือสถาบันบำราศนราดูร หรือที่ศูนย์สาธารณสุขบางเขน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมโรคยังกล่าวถึงแผนการฉีดวัคซีน 13 จังหวัด กำหนดเป้าหมายฉีดให้ครบภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งกรุงเทพมหานครมีปริมาณได้รับการฉีดค่อนข้างน้อย จะปรับแผนให้รวดเร็วขึ้นสำหรับรายงานอาการไม่พึงประสงค์จากการได้รับวัคซีน พบว่าไม่มีรายใดมีอาการรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาสยังกล่าวถึงกรณีมีรายการภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดจากการได้รับวัคซีนแอสตราเซเนกาว่า ล่าสุดผลการตรวจสอบทั้งสองหน่วยงานด้านอาหารและยาของยุโรป ยืนยันว่าวัคซีนปลอดภัย ไม่มีความเกี่ยวข้องกับภาวะหลอดเลือดอุดตัน เพราะเหตุการณ์เกิดเฉพาะที่เดนมาร์ก ไม่เกิดในหลายประเทศ ดังนั้นองค์การอนามัยโลกจึงแนะนำให้ฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สัปดาห์หน้าจึงจะนำเรียนคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์กำหนดมาตรการฉีด ในประชาชนทั่วไปและนายกรัฐมนตรีและคณะ และมีข่าวดีว่าในวันเสาร์ 20 มีนาคม จะมีการนำเข้าซิโนแวค 8 แสนโดส ล็อตต่อไป กลุ่มเป้าหมายจะฉีดเพิ่มขึ้นที่ปทุมธานี สมุทรสาคร กรุงเทพฯ และอาจเพิ่มการฉีดนอกเขตนอกพื้นที่โรงพยาบาลด้วย&amp;quot; นพ.โอภาสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ โพสต์ข้อความทางเพจเฟซบุ๊กเกี่ยวกับประเด็นเรื่องวัคซีนโควิดและการแสดงความคิดเห็นทางคลับเฮาส์ว่า นายธนาธรน่าจะมีปัญหาเรื่องความจำ จึงทำให้สื่อสารแต่ข้อมูลเก่าๆ จนสังคมสับสน จะขอสรุปให้ฟังอีกครั้งว่า แผนการจัดหาวัคซีนโควิด ณ ปัจจุบันของไทย ปี 2564 มีทั้งหมด 63 ล้านโดส คือวัคซีนซิโนแวค 2 ล้านโดส และวัคซีนแอสตราเซเนกา 61 ล้านโดส และยังมีการจัดหาเพิ่มเติมต่อเนื่องเพื่อฉีดให้ประชาชนอย่างน้อย 63 ล้านโดส ภายในปี 2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ทิพานันกล่าวต่อว่า หากนายธนาธรเปิดรับข้อมูลที่เป็นจริงจะพบว่ารัฐบาลไม่เคยมีนโยบายปิดกั้นหรือผูกขาดภาคเอกชนนำเข้าและใช้วัคซีนโควิด-19&amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้มีผู้ยื่นขอขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด-19 กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แล้ว 4 ราย ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว 2 ราย คือวัคซีนแอสตราเซเนกา ของ บจก.แอสตร้า เซนเนก้า (ประเทศไทย) และโคโรนาแวค ของ บ.ซิโนแวค นำเข้าโดยองค์การเภสัชกรรม และอีก 2 ราย ได้แก่ วัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน โดย บจก.แจนเซ่น-ซีแลก และวัคซีนของ บ.บารัต ไบโอเทค เทคโนโลยี โดย บจก.ไบโอจีนีเทค อยู่ระหว่างการยื่นเอกสาร
ทิพานันเดือดสับเละธนาธร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่นายธนาธรแสดงความคิดเห็น ต้องถามว่ามีจิตสำนึกที่ดี ต่อสังคมอย่างไร สิ่งที่นายธนาธรทำคล้ายว่านายธนาธรรู้ทุกเรื่องยกเว้นความจริง หลายครั้งข้อมูลก็ถูกบิดเบือนไปจากข้อเท็จจริง ดังนั้นจึงอยากขอให้นายธนาธรหยุดสื่อสารข้อมูลที่ผิดพลาดคลาดเคลื่อนจนทำให้สังคมสับสน คนทำงานก็เสียกำลังใจกันไปหมด และหากหวังดีกับประเทศ ก็ทำได้ง่ายๆ คือ &amp;quot;หยุดพูด หยุดโพสต์ ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง&amp;quot; ก็จะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติและเป็นกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์และคนทำงานได้อย่างดีที่สุด&amp;quot; น.ส.ทิพานันกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;ครอบครัวไทยในยุคโควิด-19&amp;rdquo; กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,184 คน สำรวจวันที่ 9-12 มีนาคม 2564 พบว่า ในยุคโควิด-19 ปัญหาครอบครัวที่พบมากที่สุดคือปัญหาหนี้สิน 75.41% หากมองในแง่บวกเห็นว่าโควิด-19 ทำให้ระมัดระวังในการใช้ชีวิตมากขึ้น 70.28% พฤติกรรมครอบครัวไทยที่เพิ่มขึ้น คือ การดูแลสุขภาพของตนเองและคนในครอบครัว 75.17% พฤติกรรมที่ลดลงคือการเดินทางท่องเที่ยว&amp;nbsp; 63.77% ปัญหาหนักอกเกี่ยวกับครอบครัวคือรายรับไม่พอกับรายจ่าย&amp;nbsp; 44.27%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง ความสุขคนไทย ไม่ใช่ ไม่มี กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,728 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 10-13 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา พบว่าสิ่งที่ทำให้คนไทยมีความสุข ได้แก่ การผ่อนคลายอนุญาตให้จัดงานสงกรานต์ ได้เที่ยว เฉลิมฉลอง กระตุ้นเศรษฐกิจ ทำความสุขคนไทยเพิ่มขึ้น 90.3% และ 90.2% ระบุวัคซีนป้องกันโควิดทำให้คนไทยมีความสุขมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ 82.5% ระบุรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สามารถควบคุมการแพร่ระบาดโควิดระลอก 2 ได้ดี ทั้งจังหวัดสมุทรสาคร ระยอง และจังหวัดอื่นๆ ทำคนไทยมีความสุขเพิ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือ 98.5% ไม่เห็นด้วยที่นักการเมืองเอาเรื่องวัคซีนโควิดมาโจมตีทางการเมือง เอามาเป็นเรื่องการเมือง เพราะเป็นเรื่องทางการแพทย์ ควรให้แพทย์ออกมาพูด นักการเมืองสร้างความสับสนกับประชาชน ทำลายความสุขของประชาชน ที่น่าสนใจคือส่วนใหญ่หรือ 58.4% ของประชาชนมีความหวังจะก้าวต่อไปอนาคตชาติ เพราะไทยมีวัคซีนโควิด ผ่อนคลายกิจกรรมต่างๆ ปลดล็อกงานสงกรานต์ เปิดประเทศรับธุรกิจท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ มาตรการเยียวยาต่างๆ ทั่วถึงมากขึ้น เป็นต้น ในขณะที่ 20.9% กลางๆ ไม่แน่ใจ และ 20.7% รู้สึกกลัว เพราะม็อบที่ใช้ความรุนแรงทำลายความสุขคนไทย สร้างความขัดแย้งแตกแยกของคนในชาติ ซ้ำเติมวิกฤติโควิด วิกฤติเศรษฐกิจ เป็นต้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96064</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คลัสเตอร์บางแค, คัดกรองเชิงรุก, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210314/image_big_604e188a664f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
