<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112916</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 09:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รพ.ศรีนครินทร์มข.เพิ่มเตียงรองรับผู้ป่วยโควิดกว่า300เตียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค.2564 - ที่ รพ.ศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. นพ.สมชายโชติ &amp;nbsp;ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุข จ.ขอนแก่น พร้อมด้วย รศ.นพ.อภิชาติ &amp;nbsp;จิระวุฒิพงศ์ คณะบดีคณะแพทยศาสตร์ มข. และ รศ.นพ.ทรงศักดิ์ &amp;nbsp;เกียรติชูสกุล ผอ.รพ.ศรีนครินทร์ ตรวจติดตามความคืบหน้าการปรับปรุงอาคารรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ตามกรอบความร่วมมือร่วมระหว่าง สสจ.ขอนแก่น และ มข. ในการให้การรักษาผู้ป่วยโควิด-19 โดยเฉพาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.นพ.ทรงศักดิ์กล่าวว่า จากสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น คณะแพทยศาสตร์ มข. จึงได้พิจารณาปรับเปลี่ยนหอผู้ป่วย 3 แห่ง ซึ่งประกอบด้วย หอผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉิน หรือ AE 1,2,3 หอผู้ป่วยไฟไหม้น้ำร้อนลวก หรือ Burn Unit และ ICU ศัลยกรรม มาเป็นหอผู้ป่วยรวมสำหรับการให้บริการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 โดยเฉพาะ โดยมีการแยกส่วนเฉพาะหอผู้ป่วยดังกล่าวชั้น 2 ของ รพ.เป็นเขตพื้นที่ควบคุม ดูแลรับผู้ป่วยโควิด ในโซนตะวันตกของจังหวัดขอนแก่น เพื่อแบ่งเบาภาระของ รพ.ขอนแก่น ในการดูแลผู้ป่วยที่จะต้องรับส่งต่อซึ่งจากแผนการปรับปรุงดังกล่าวหากนับรวม รพ.สนามขอนแก่น แห่งที่ 1 ที่หอพัก 26 ที่ดำเนินการอยู่จะให้ศักยภาพของ รพ.ศรีนครินทร์จะสามารถให้บริการทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ได้มากถึง 300 &amp;nbsp;เตียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แผนการดำเนินงานดังกล่าวขณะนี้มีความคืบหน้าอย่างมาก โดยคาดว่ายในเดือน ส.ค.นี้การรับหอผู้ป่วยเดิมเป็นหอผู้ป่วยโควิดโดยเฉพาะจะสามารถดำเนินการได้ทั้งระบบ ตามสัดส่วนการบริหารจัดการเหตุการณ์ในความรับผิดชอบของ รพ.ศรีนครินทร์ ประกอบด้วย ที่ รพ.สนามขอนแก่น แห่งที่ 1 หอพัก 26 มข. ที่รองรับการรักษาได้ &amp;nbsp; 256 เตียง , ที่ รพ.ศรีนครินทร์ จะรองรับผู้ป่วยในกลุ่มอาการสีเขียว เป็น 100 เตียง,สีเหลือง 30 เตียง ,สีส้ม 16 เตียงและสีแดง 22 เตียง โดยได้ประสานการทำงานร่วมกันกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในการรับผู้ป่วยในเขตอำเภอทางตะวันตกและกลุ่มผู้ป่วยในเขต อ.เมือง ตามแผนการดำเนินงานร่วมระหว่างหน่วยงานที่ได้กำหนดไว้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นพ.สมชายโชติกล่าวว่า ยอดผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีการรายงานยืนยันล่าสุดวันนี้ อยู่ที่ 264 รายในจำนวนนี้แยกเป็นกลุ่มคลัสเตอร์เรือนจำ 145 ราย ที่เหลือคือกลุ่มที่เดินทางกลับมาจากต่างจังหวัดที่เข้ารับการรักษาตัวตามระบบการส่งต่อทางการแพทย์ ทำให้ขณะนี้ยอดผู้ป่วยสะสมของจังหวัดอยู่ที่ 6,680 ราย กำลังรักษา 5,480 ราย และมีผู้เสียชีวิตสะสม 25 ราย ขณะที่การเพิ่มจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยตามบริหารจัดการทางการแพทย์ ซึ่งวันนี้ข่าวดีจาก รพศรีนครินทร์ ที่มีความคืบหน้าในการสร้างหอพักผู้ป่วยโควิดโดยเฉพาะซึ่งแม้ว่า รพ.ศรีนครินทร์ จะเป็นโรงเรียนแพทย์ที่มีภารกิจหลัก คือ การเรียนการสอน แต่ในสภาวะการระบาดของโควิด-19 ที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแรงร่วมใจ จนนำมาสู่การดำเนินงานของ รพ.ฯและการจัดระบบรับส่งต่อจากรพ. ชุมแพ, ภูผาม่าน ,สีชมพู, เวียงเก่า, หนองนาคำ ,ภูเวียง ,หนองเรือ &amp;nbsp;และ อ.บ้านฝาง &amp;nbsp;ซึ่งแม้จะไม่สามารถรับได้ทั้งหมด แต่ได้เปิดรับในการให้การดูแล และให้คำปรึกษา ในการสร้างความร่วมมือ สร้างความเข้มแข็ง ในระบบบริการสาธารณสุข ได้อย่างดีเยี่ยม อย่างไรก็ตามขณะนี้คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อยังได้จับตาคลัสเตอร์ตลาดหนองหม่น เขต ต.บ้านเป็ด อ.เมืองขอนแก่น ที่เชื่อมโยงกับคลัสเตอร์ตลาดศรีเมืองทอง หลังพบพ่อค้า-แม่ค้า ป่วยติดเชื้อแล้ว 12 รายและมีผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงและมารายงานตัวแล้กว่า 800 ราย ทำให้การตรวจคัดกรองเชิงรุกจึงดำเนินการต่อเนื่องทุกวันควบคู่กับการควบคุมสถานการณ์ของตลาดดังกล่าวไว้ในวงที่จำกัดอย่างรวดเร็ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112916</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะแพทยศาสตร์, คลัสเตอร์เรือนจำ, มข., มหาวิทยาลัยขอนแก่น, รพ.ศรีนครินทร์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210811/image_big_61133ab94fecb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103690</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2021 14:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2021 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แกนนำ 3 นิ้ว ร้องยธ.แก้ปัญหาโควิดในเรือนจำ จี้&#039;สมศักดิ์&#039;อย่าโทษม็อบนำเชื้อแพร่ในคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 พ.ค.64&amp;nbsp; -&amp;nbsp; เมื่อเวลา 11.00 น. ณ บริเวณด้านหน้าอาคารกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมว.ยธ. พร้อมด้วย นายวัลลภ นาคบัว รองปลัด ยธ. และในฐานะโฆษก ยธ. รับเรื่องจากกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย นำโดย นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข , น.ส.วรรณวลี ธรรมสัตยา , น.ส.ณัฏฐธิดา มีวังปลา , นายเอกชัย หงษ์กังวาน เพื่อเรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรมแก้ปัญหาโควิด-19 ในเรือนจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมยศ กล่าวว่า สืบเนื่องเมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยธ. ได้แถลงข่าวถึงสาเหตุการแพร่ระบาดเชื้อโควิดในเรือนจำ มาจากกลุ่มนักโทษการเมือง 7 คน ไม่ให้ความร่วมมือตรวจโควิด เมื่อวันที่ 15 มี.ค.64 ในเวลายามวิกาลนั้นเป็นข้อมูลไม่ครบถ้วนเพราะทุกคนกลัวไม่ได้รับความปลอดภัย รวมทั้ง กรมราชทัณฑ์ยังปฏิเสธว่า น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง ไม่ได้ติดเชื้อโควิดในเรือนจำ ก่อนมาแพร่เชื้อให้คนในครอบครัว ซึ่งจริงแล้วในทัณฑสถานหญิงกลางมีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมากแต่กลับถูกปกปิดข้อมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมยศ กล่าวอีกว่า วันนี้ในตัวแทนกลุ่มจึงข้อเรียกร้องแก้ปัญหาในเรือนจำ 10 ข้อ คือ 1.ให้กระทรวงยุติธรรมและกรมราชทัณฑ์เปิดเผยข้อมูลการแพร่ระบาดอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งหากไม่มีข่าวนักโทษแกนนำการเมืองติดเชื้อ สาธารณชนก็จะไม่มีวันทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในเรือนจำ 2.ส่งบุคลากรสาธารณสุขมาช่วยควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อในเรือนจำ ดีกว่าคาดโทษเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่ไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ และเพิ่มเบี้ยเลี้ยงเจ้าหน้าที่ควบคุมนักโทษเพราะได้ทำงานล่วงเวลาและเสี่ยงภัยในการปฏิบัติหน้าที่ 3.ลดความแออัดในเรือนจำ จากจำนวน 3 แสนรายให้เหลือ 2 แสนราย หรือติดกำไลEM ผู้ต้องขังกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุและผู้พิการผู้ป่วยจิตเวช รวมทั้ง จ่ายเงินชดเชยเยียวยาผู้ติดเชื้อในเรือนจำ โดยคำนวณตามอัตราประกันภัยทั่วไปจากการโควิด-19 เพราะมาจากความบกพร่องและได้ประสิทธิภาพในการป้องกันโรคของหน่วยงานรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ให้เปิดเผยความจริงและรายละเอียดการแพร่ระบาดในเรือนจำให้ญาติผู้ต้องขัง และสาธารณชนรับทราบ รวมทั้งจัดให้มีการ สื่อสารเยี่ยมญาติทางออนไลน์ให้นักโทษทุกคน 5.จัดหาวัคซีนให้กับเจ้าหน้าที่และนักโทษโดยเร็ว 6.ประสานงานให้ศาลยุติธรรมให้ประกันตัวผู้ถูกกล่าวหาทุกรายแทนการสั่งคุมขัง ให้ตำรวจทำการสอบสวนตามกระบวนการปกติ หลีกเลี่ยงการขอฝากขัง 7.จัดสวัสดิการพื้นฐานสำหรับผู้ถูกกักกันโรค เช่น การแจกหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ หรือของใช้จำเป็นสำหรับผู้หญิง คือ ผ้าอนามัยให้เพียงพอ และปรับปรุงคุณภาพอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.กรณีผู้ต้องขังที่ติดเชื้อที่รักษาอยู่ในห้องขังให้ส่งตัวไปรักษายังสถานพยาบาลอื่นๆ เพื่อลดความแออัดของผู้ป่วยในทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ 9.จัดการสาธารณูปโภคให้เพียงพอเช่น ไฟฟ้า น้ำประปา และผ้าห่มนอน และ 10.จัดยารักษาโควิดให้เพียงพอกับผู้ป่วยในเรือนจำ รวมทั้งอำนวยความสะดวกการปล่อยตัวนักโทษที่ติดเชื้อและติดตามผลหลังการปล่อยตัวไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.ส.วรรณวลี กล่าวว่า อยากให้ทางเรือนจำได้มีการให้ความรู้แก่ผู้ต้องขังรู้วิธีป้องกันเชื้อโควิดเพราะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน อีกทั้งทราบว่าหน้ากากอนามัยมีไม่พอใช้บางคนต้องนำมาซักและนำกลับมาใช้ใหม่ จึงอยากให้ราชทัณฑ์แจกสิ่งของจำเป็นเพียงพอแก่ผู้ต้องขังทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนทาง นายเอกชัย กล่าวว่า ตนเชื่อว่ากรมราชทัณฑ์มีการปกปิดข้อมูลการเสียชีวิตของโควิด เพราะปกติในเรือนจำจะมีการเสียชีวิตจากสาเหตุต่างๆ จึงอยากให้เปิดเผยว่ามีผู้ป่วยหนักหรือน้อยจำนวนเท่าใด นอกจากนี้ อยากให้เปิดเผยผู้ติดโควิดในเรือนจำอื่นๆ นอกเหนือจาก 13 เรือนจำที่มีการเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดเชื้อในเรือนจำคาดว่ามีมานาน แต่ทางกรมราชทัณฑ์และกระทรวงยุติธรรมกลับไม่นำเสนอข้อเท็จจริง เพื่อให้ผู้ต้องขังระวังตัว จนเกิดการระบาดเป็นคลัชเตอร์ใหญ่ จากประสบการณ์ที่เคยถูกคุมขัง และรับทราบข้อมูลจากผู้ต้องขังในคดีการเมืองด้วยกัน พบว่าในเรือนจำสภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวยต่อการรักษาผู้ป่วย เนื่องจากยังมีความแออัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต เปิดเผยว่า ตนได้รับมอบหมายจาก นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยธ. เป็นผู้แทนรับเรื่องเพื่อไว้พิจารณาซึ่งมีหลายข้อที่น่าสนใจ ซึ่งตั้งแต่ รมว.ยธ. มารับตำแหน่งได้พยายามแก้ปัญหาในเรือนจำมาตลอด ทั้งเรื่องคุณภาพอาหารหรือลดความแออัด และดูแลผู้ต้องขังที่หลากหลายคดีในภาพรวมไม่ใช่เพราะคดีการเมือง กระทั่งมีการแพร่ระบาดโควิดในเรือนจำ ซึ่งก็ยอมรับในข้อบกพร่องที่ต้องใช้เวลา และที่สำคัญคืองบประมาณการสนับสนุน แต่จะเร่งแก้ไขโดยด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103690</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมราชทัณฑ์, คลัสเตอร์เรือนจำ, นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข, ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์, แกนนำ3นิ้วติดโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a75966c0b88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102776</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2021 12:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2021 12:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่พลาด &#039;อ๋อย&#039; ซัดคลัสเตอร์เรือนจำ รัฐบาลอย่าทำเป็นทองไม่รู้ร้อน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค.64 - นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประะานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Chaturon Chaisang ว่า ถ้าไม่มีน้องนักศึกษานักกิจกรรมติดเชื้อโควิดและเป็นข่าว ถ้าพวกเขาไม่ออกมาเล่าว่า ในเรือนจำมีคนติดโควิดกันหลายคน กรมราชทัณฑ์จะเปิดเผยความจริงหรือไม่ว่า มีผู้ต้องขังติดเชื้อนับพันคนเช่นนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตรวจเชื้อแล้วพบว่ามีผู้ต้องขังติดเชื้อในเรือนจำ แห่งละ 1,000 &amp;ndash; 2,000 คนในวันเดียว แสดงให้เห็นว่ามีการติดเชื้อจำนวนมากๆ มาก่อนหน้านี้แล้ว แต่ผู้เกี่ยวข้องกลับปกปิดหรือถูกสั่งให้ปกปิดข้อมูลต่อสาธารณชนหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็จะเป็นการทำผิดหลักปฏิบัติสากลอย่างร้ายแรงและความเสียหายจะตามมาอีกมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มองไปข้างหน้า เมื่อเรือนจำกำลังกลายเป็นคลัสเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดและผู้ต้องขังก็ยังต้องอยู่ด้วยกันอย่างแออัด จึงเป็นเรื่องยากและเปราะบางมาก ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องเร่งแก้ปัญหาแบบ Crisis Management ซึ่งผู้นำรัฐบาลจะบริหารจัดการวิกฤตินี้อย่างที่ผ่านมาไม่ได้อีกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ ( UNODC ) มองเห็นความสำคัญของปัญหาผลกระทบจากโควิดที่มีต่อผู้ต้องขังในเรือนจำในประเทศต่างๆ ทั่วโลกและหลายประเทศได้พยายามแก้ปัญหาผู้ต้องขังล้นคุกกันอย่างจริงจังมากขึ้น ซึ่งไทยเป็นประเทศที่มีผู้ต้องขังล้นคุกมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก จริงๆ ควรพิจารณาเรื่องนี้กันมาก่อนหน้านี้แล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมา ประเทศต่างๆ ได้ลดปัญหาความแออัดของคุกด้วยวิธีการต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การปล่อยผู้ต้องขังให้โดยความสำคัญกับเด็ก ผู้หญิง ผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัว
2. การปล่อยและการคุมความประพฤติคดีที่ไม่ร้ายแรง&amp;nbsp;
3. ลดจำนวนคนที่จะต้องเข้าคุก&amp;nbsp;
และ 4. ไม่ขังผู้ต้องหาที่ยังไม่ถูกตัดสินหรือยังไม่มีคำพิพากษาหากไม่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในต่างประเทศ การป้องกันไม่ให้ผู้ต้องขังในเรือนจำได้รับอันตรายร้ายแรงจากเชื้อโควิด จำเป็นที่จะต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งรัฐบาล กระทรวงยุติธรรม ตำรวจ อัยการ ราชทัณฑ์ ศาลและสังคม ซึ่งประเทศไทยหากจะแก้ไขปัญหานี้ก็คงจะต้องทำไม่แตกต่างกัน แต่ปัญหาอยู่ว่าไทยจะทำหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ต้องขังในเรือนจำล้วนเป็นคนเหมือนกับเรา ร่วมกันรณรงค์ให้หน่วยงานของรัฐทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องดูแลพวกเขาให้ดีกว่านี้ อย่างน้อยก็เป็นไปตามมาตรฐานที่เหมาะสม อย่าปล่อยมีการระบาดของเชื้อ จนกลายเป็นโศกนาฏกรรมจะแก้ปัญหานี้ต้องเริ่มที่รัฐบาล &amp;nbsp;เริ่มด้วยการหยุดทำเป็นทองไม่รู้ร้อนเสียที #คลัสเตอร์เรือนจำ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102776</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์เรือนจำ, จาตุรนต์ ฉายแสง, ติดเชื้อโควิด, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210425/image_big_6084c107b9813.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
