<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112043</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 12:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 12:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สรท.เผยส่งออกครึ่งปีแรกโต 15% ห่วงโควิดระบาดคลัสเตอร์โรงงานตัวฉุด ยันไม่เห็นด้วยกับการล็อกดาวน์เต็มรูป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 สิงหาคม 2564 นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) แถลงข่าวระบุว่า การค้าระหว่างประเทศของไทยเดือนมิถุนายน 2564 กับเดือนเดียวกันของปีก่อน (YoY) พบว่า การส่งออกมีมูลค่า 23,699 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 43.82% และมีมูลค่าในรูปเงินบาทเท่ากับ 738,135.34 ล้านบาท ขยายตัว 41.48% เมื่อหักทองคำ น้ำมัน และอาวุธยุทธปัจจัย พบว่าการส่งออกในเดือนมิถุนายนขยายตัว 41.56% ในขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 22,754.37 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 53.75% และมีมูลค่าในรูปเงินบาทเท่ากับ 718,651.32 ล้านบาท ขยายตัว 51.33% ส่งผลให้ดุลการค้าของประเทศไทยในเดือนมิถุนายน 2564 เกินดุลเท่ากับ 945.06 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 19,484.02 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพรวมการค้าระหว่างประเทศของไทยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2564 เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (YoY) พบว่า ไทยส่งออกรวมมูลค่า 132,334.65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 15.53% และมีมูลค่าในรูปเงินบาทเท่ากับ 4,017,545.69 ล้านบาท ขยายตัว 12.59% เมื่อหักทองคำ น้ำมัน และอาวุธยุทธปัจจัย พบว่าการส่งออกในครึ่งปีแรกนี้ขยายตัว 20.84% ในขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 129,895.50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 26.15% และมีมูลค่าในรูปเงินบาทเท่ากับ 3,998,661.75 ล้านบาท ขยายตัว 23.10% ส่งผลให้ดุลการค้าของประเทศไทยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2564 เกินดุลเท่ากับ 945.06 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 18,883.94 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สรท. คงคาดการณ์การส่งออกไทยในปี 2564 เติบโตร้อยละ 10 (ณ เดือนสิงหาคม 2564) โดยมีปัจจัยบวกที่สำคัญในปี 2564 ได้แก่ 1) การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของเศรษฐกิจโลก 1.1) การขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าสำคัญ อาทิ สหรัฐ จีน สหภาพยุโรป และญี่ปุ่นจากการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่และความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนซึ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการใช้จ่ายตามปกติ 1.2) ดัชนีผู้จัดการฝ่ายการผลิตโลก (World PMI index) ที่อยู่ระดับมากกว่า 50 อย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงการฟื้นตัวของกิจกรรมการผลิตสอดคล้องกับทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกอย่างแข็งแกร่ง 2) ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนค่าใกล้เคียง 33 บาทต่อดอลลาสหรัฐ จากปัจจัยความกังวลต่อสถานการณ์ระบาดของโควิดในประเทศไทยที่มีความรุนแรงซึ่งส่งผลลบต่อเศรษฐกิจไทยปี 2564 ประกอบกับการแข็งค่าโดยเปรียบเทียบของดอลลาร์สหรัฐ จากการเผชิญแรงกดดัน หลังประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณไม่รีบคุมเข้มนโยบายการเงิน แม้ว่าเงินเฟ้อสหรัฐฯ จะขยับสูงขึ้น 3) ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงอย่างต่อเนื่องถึงระดับ 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลจากแรงหนุนจากความต้องการใช้น้ำมันที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั่วโลกโดยเฉพาะยุโรปและสหรัฐฯ ที่เริ่มมีการผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ในหลายพื้นที่ รวมถึงจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ใหม่ทั่วโลกปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง และ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ปัจจัยเสี่ยงที่เป็นอุปสรรคสำคัญในปี 2564 ได้แก่ 1) สถานการณ์การระบาดโควิด-19 ที่มีความรุนแรงในประเทศ 1.1) จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด&amp;ndash;19 ภายในประเทศยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากไม่สามารถควบคุมและลดการแพร่ระบาดได้อาจจะกระทบเศรษฐกิจไทยอย่างรุนแรง โดยเฉพาะภาคการส่งออกซึ่งถือเครื่องจักรตัวสุดท้ายที่ยังขับเคลื่อน 1.2) กรณีการติดเชื้อในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมเริ่มแพร่กระจายมากขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อกำลังการผลิต และการส่งมอบสินค้า ทำให้การส่งออกเติบโตได้เพียง 10% จากที่คาดว่ามีโอกาสเติบโตได้ถึง 15% ประกอบกับมาตรการ Bubble &amp;amp; Seal ซึ่งโรงงานขนาด SMEs ส่วนใหญ่ อาจไม่สามารถดำเนินการได้และมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ขณะเดียวกันภาครัฐไม่สามารถอำนวยความสะดวกและสนับสนุนได้ทั้งหมด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) ปริมาณความต้องการตู้สินค้ายังไม่เข้าสู่ภาวะสมดุล ปริมาณการหมุนเวียนของตู้สินค้ายังไม่เพียงพอ ประกอบกับค่าระวางเรือยังคงปรับตัวอยู่ในทิศทางขาขึ้น 2.1) ค่าระวางการขนส่งสินค้าทางทะเลยังมีการปรับขึ้นในเกือบทุกเส้นทางโดยเฉพาะเส้นทางยุโรป และสหรัฐอเมริกา เนื่องด้วยปริมาณการขนส่งทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่สายเรือใช้โอกาสเรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มมากขึ้น อาทิ Peak Season Surcharge (PSS) ซึ่งแม้บางบริษัทยอมจ่ายอัตรา Premium แต่ก็ยังไม่ได้ตู้สินค้า รวมถึงผู้ส่งออกที่ได้รับการยืนยันตู้แล้วก็อาจถูกยกเลิกก่อนกำหนด ทำให้ผู้ส่งออกไทยไม่สามารถส่งออกได้ตามเป้า 2.2) การบริหารจัดการภายในท่าเทียบเรือที่ขาดประสิทธิภาพ และปัญหาจากการล่าช้าของเรือ ทำให้ตู้สินค้าไม่สามารถหมุนเวียนในระบบได้ดีเพียงพอ 3) แรงงานขาดแคลน เนื่องจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจทำให้ความต้องการแรงงานในกระบวนการผลิตเพิ่มขึ้น แต่แรงงานต่างด้าวเดินทางกลับประเทศและยังไม่ได้เดินทางกลับเข้ามา ประกอบกับยังไม่สามารถจัดสรรวัคซีนโควิด-19 ให้เพียงพอกับจำนวนแรงงานในภาคการผลิต ซ้ำเติมปัญหาการขาดแคลนแรงงานให้ทวีความรุนแรงมากขึ้น ขณะที่ ยังมีข้อจำกัดในการจ้างแรงงานแบบ part-time ให้สอดคล้องกับกฎหมายในปัจจุบัน และ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4) ปัจจัยการผลิตมีปริมาณไม่เพียงพอ ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น อาทิ Semiconductor Chip / Steel โดยเฉพาะต่ออุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น และไม่สามารถผลิตได้ตามกำลังการผลิตหรือความต้องการของตลาดโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเสนอแนะและความเห็นของสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (1) สรท. ไม่เห็นด้วยกับมาตรการ Fully Lockdown โดยขอ &amp;ldquo;ยกเว้น&amp;rdquo; ให้ภาคการผลิตและกิจกรรมโลจิสติกส์ที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกและนำเข้า อาทิ การปฏิบัติงานของท่าเรือ การขนส่งสินค้าเข้าสู่ท่าเรือ ยังสามารถดำเนินการได้ต่อเนื่อง เพราะมีผลต่อสัญญาการค้าระหว่างประเทศ และหลายธุรกิจมีสัดส่วนการผลิตเพื่อป้อนตลาดในประเทศ หากมีการหยุดประกอบการ จะส่งผลให้เกิดปัญหาการขาดแคลนสินค้าอุปโภคบริโภคภายในประเทศตามมาในที่สุด (2)&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สรท. เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งบริหารจัดการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมทุกภาคส่วนโดยเฉพาะแรงงานภาคอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออกให้เร็วที่สุด (3) สรท. เรียกร้องให้มีการปรับใช้มาตรการทางสาธารณสุขที่เป็นมาตรฐานเดียวจากส่วนกลางเพื่อให้สามารถดำเนินการเหมือนกันในแต่ละพื้นที่จังหวัด โดยเฉพาะกรณีโรงงานที่มีพนักงานอยู่ในกลุ่มเสี่ยง (4) สรท. เรียกร้องให้หน่วยงานราชการเร่งปรับปรุงการทำงานในการจัดการด้านเอกสารออนไลน์ (e-Document) และการขออนุญาต/ใบรับรองเพื่อการส่งออกนำเข้าผ่านระบบ National Single Window (NSW) เพื่อลดการสัมผัสจากการเข้าไปติดต่อราชการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112043</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์โรงงาน, ชัยชาญ เจริญสุข, ตัวเลขการส่งออก, ล็อกดาวน์, สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210621/image_big_60d01cc9d03fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111631</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตา คลัสเตอร์โรงงานลามส่งออกเสียหายเฉียด 2 แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30 ก.ค. 2564 โควิดคลัสเตอร์โรงงาน และการชะลอดีมานด์ตลาดอาเซียน เป็นปัจจัยท้าทายการส่งออก ล่าสุด ยอดผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ยังคงพุ่งสูงส่วนหนึ่งมาจากคลัสเตอร์โรงงาน โดยพบการติดเชื้อปัจจุบันไม่เฉพาะแต่ในจังหวัดสีแดงเข้มเท่านั้น แต่ยังรวมถึงจังหวัดอื่น ๆ ด้วย จากข้อมูลล่าสุด Thai Stop Covid โดย กรมอนามัย ตั้งแต่เดือนเมษายนจนถึงเดือนกรกฎาคม 2564 มีโรงงานติดเชื้อสะสมมากถึง 1,607 โรงงาน เป็นโรงงานขนาดใหญ่ 67% ซึ่งมีแรงงานจำนวนมาก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเป็นทั้งโรงงานผลิตเพื่อใช้ภายในประเทศและป้อนตลาดต่างประเทศ คลัสเตอร์โรงงานจึงเป็นคลัสเตอร์ใหญ่นอกเหนือไปจากแคมป์ก่อสร้าง ทั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นโรงงานใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหาร อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์และชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์ยางพารา และผลิตภัณฑ์สิ่งทอ ซึ่งในประเทศไทยมีโรงงานใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมนี้มากถึง 11,637 แห่ง มีแรงงาน 1.96 ล้านคน และมูลค่าตลาดต่อปีเท่ากับ &amp;nbsp;8.87 &amp;nbsp;ล้านล้านบาท มีสัดส่วนส่งออกกว่า 57% &amp;nbsp;และจากการที่เป็นอุตสาหกรรมที่มีการใช้แรงงานค่อนข้างมาก เมื่อมีผู้ติดเชื้อจึงมีโอกาสที่จะเกิดการแพร่กระจายสูง นำมาซึ่งการใช้มาตรการปิดโรงงานหยุดกระบวนการผลิตชั่วคราว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ประเมินว่าการปิดคลัสเตอร์โรงงาน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมข้างต้นเป็นเวลา 2 สัปดาห์เพื่อควบคุมการระบาดจะก่อให้เกิดการสูญเสียมูลค่า 3.5 แสนล้านบาทหรือคิดเป็น 4% ของมูลค่าตลาด โดยอุปทานสินค้าป้อนตลาดจากโรงงานในอุตสาหกรรมอาหาร ยานยนต์ ยางพาราและพลาสติก จะได้รับผลกระทบจากการปิดโรงงานเร็วที่สุด เพราะมีสินค้าคงคลังน้อยกว่าช่วงปกติ ดังนั้น หากไม่สามารถควบคุมการระบาดคลัสเตอร์โรงงานได้ ภาครัฐต้องมีการล็อกดาวน์โรงงานเพิ่มขึ้น หรือขยายระยะเวลาปิดโรงงานออกไป คาดว่าจะทำให้ปัญหา Supply Disruption ชัดเจนมากขึ้น และส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกที่เป็นเครื่องยนต์หลักในการฟื้นเศรษฐกิจครั้งนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ สินค้าส่งออกทั้ง 5 กลุ่มอุตสาหกรรม ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจอาเซียนได้รับผลกระทบจากการเผชิญกับยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ใหม่เพิ่มสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะอินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม ทำให้กลับมาใช้มาตรการล็อกดาวน์ทั้งประเทศ ซึ่งส่งผลต่อความต้องการสินค้าส่งออกจากไทยในช่วงครึ่งปีหลัง โดยการส่งออกใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรม &amp;nbsp;คิดเป็น 2 ใน 3 ของมูลค่าการส่งออกไปตลาดอาเซียนซึ่งในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้มีมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาประเทศคู่ค้าหลัก ทั้งสหรัฐอเมริกา จีน และยุโรป ที่เศรษฐกิจฟื้นตัวชัดเจนต่อเนื่อง สะท้อนจากการส่งออกไปตลาดคู่ค้าหลักในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 ที่ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปี 2563 ถึง &amp;nbsp;23.4% &amp;nbsp;และมีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง ช่วยชดเชยผลกระทบจากการชะลอตัวลงของตลาดอาเซียนที่ในช่วงครึ่งปีแรกขยายตัวได้ 11.2% ส่งผลให้การส่งออกรวม 5 กลุ่มอุตสาหกรรมยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง และเมื่อรวมกับ การเร่งหยุดยั้งการระบาดของคลัสเตอร์โรงงานได้เร็ว จะหนุนให้ภาพรวมการส่งออกสินค้าไทยทั้งปี 2564 ขยายตัวได้ในระดับสูงที่ 9.4% เพิ่มขึ้นจากประมาณการครั้งก่อน หากไม่สามารถควบคุมคลัสเตอร์โรงงานได้ ทำให้กระบวนการผลิตหยุดไปอีก 2 สัปดาห์ จะเกิดความเสียหาย 1.9 แสนล้านบาท เป็นปัจจัยฉุดการส่งออกทั้งปีโตได้เพียง 6.8%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อลดการระบาดและลุกลามของคลัสเตอร์โรงงาน กระบวนการเร่งตรวจหาและคัดแยกผู้ติดเชื้อออกจากโรงงาน &amp;nbsp;การทำ Bubble and Sealed เพื่อควบคุมดูแลรักษาผู้ติดเชื้อในโรงงานไม่ให้แพร่กระจายออกไป และสุดท้ายการเร่งฉีดวัคซีนให้กับแรงงานภาคการผลิตที่มีจำนวนมาก &amp;nbsp;ถือเป็นมาตรการเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องควรร่วมมือดำเนินการ เพื่อให้ภาคการผลิตและส่งออกของไทยยังรักษาอัตราการเติบโตได้ต่อเนื่องในช่วงที่เศรษฐกิจโลกกำลังฟื้นตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111631</URL_LINK>
                <HASHTAG>ttb, คลัสเตอร์โรงงาน, ส่งออก, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210508/image_big_6095f435815fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106581</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 18:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 15:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลัสเตอร์โรงงานกระจาย 27 จังหวัด พบ 656 แห่งไม่ผ่านประเมินระบบไทยสต็อปโควิดพลัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า กรมควบคุมโรค ได้รายงานปัจจัยเสี่ยงของการติดเชื้อในพื้นที่จังหวัดอื่นๆยกเว้นกรุงเทพฯและปริมณฑล ในช่วง 2 สัปดาห์นี้พบว่ามีปัจจัยเสี่ยงที่เป็นโรงงาน สถานประกอบการ ที่มีผู้ติดเชื้อเกิน 50 คน มีอยู่ 4 จังหวัด คือสระบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และตรัง ตลาดค้าส่งที่มีการรวมตัวของคนจำนวนมากและพบผู้ติดเชื้อเกิน 50 คน พบใน 2 จังหวัด คือนครปฐม และเพชรบุรี ส่วนชุมชนแออัดที่พบผู้ติดเชื้อเกิน 50 คนมี 1 จังหวัดคือสมุทรสาคร ขณะพื้นที่ชายแดนที่พบต่างด้าวลักลอบเข้าประเทศมีผู้ติดเชื้อเกิน 50 คน 3 จังหวัดคือ จันทบุรี สงขลา ปัตตานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในส่วนของการติดเชื้อเป็นคลัสเตอร์ในกลุ่มโรงงานตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-16 มิ.ย. มีไปแล้ว 27 จังหวัด ซึ่งรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้รายงานตัวเลขว่า ขณะนี้มีโรงงานทั่วประเทศ 64,038 แห่ง เป็นโรงงานขนาดใหญ่ มีแรงงานเกิน 200 คน 3,304 โรงงาน จนถึง 14 มิ.ย. มีโรงงานทั้งหมดทำการประเมินตนเองในระบบไทยสต็อปโควิดพลัส 8,132 โรง เฉพาะโรงงานขนาดใหญ่ทำการประเมินตนเองแล้ว 2,241 โรง ผ่านเกณฑ์ 1,583 โรง ไม่ผ่านเกณฑ์ 656 โรง และตั้งเป้าตั้งแต่วันที่ 16-30 มิ.ย.จะให้โรงงานทั้งหมดประเมินตนเอง ขอความร่วมมือทุกโรงงานต้องทำการประเมินตนเอง เพราะเป็นเรื่องจำเป็นโดยเฉพาะโรงงานที่ทำแล้วไม่ผ่านจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยปรับปรุง ขณะที่พนักงานต้องประเมินตัวเองทุกวัน อย่างไรก็ตามสำหรับโรงงานต่างๆนั้นจะมีการประเมินซ้ำทุกๆ 2 สัปดาห์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106581</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์แคมป์ก่อสร้าง, คลัสเตอร์โรงงาน, พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, ศบค., โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210616/image_big_60c9ac79c48a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106167</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2021 20:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2021 20:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เมืองคอน&#039; พุ่งกระฉูด! คลัสเตอร์โรงงานทองคำเปลวพบติดเชื้อแล้ว 77 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มิ.ย.64 -&amp;nbsp;นายวิทยา เขียวรอด นายอำเภอเมือง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เขตเทศบาลตำบลท่าแพ หมู่ 1 ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช หลังจากพบคลัสเตอร์ใหญ่โรงงานทำทองคำเปลว ที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก เพื่อวางแผนในการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาด โดยในเบื้องต้นพนักงาน 160 คนตรวจพบผู้ติดเชื้อแล้ว 77 ราย ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงอีกจำนวนมาก ซึ่งจะส่งเข้ารับการรักษาตัวตาม รพ.ต่าง ๆ ต่อไป โดยทางนายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช จะสั่งการให้กลับมาเปิดโรงพยาบาลสนามมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์อีกครั้ง หลังจากเพิ่งปิดตัวไปในช่วงที่สถานการณ์เบาบางลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่การกักตัวกลุ่มเสี่ยงอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะมีการปิดหมู่บ้านหรือไม่ อย่างไรก็ตามตัวเลขผู้ติดเชื้อในจุดดังกล่าวทางคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดนครศรีธรรมราช ยังไม่ได้รวบรวมและประกาศในวันนี้ (12 มิ.ย.) แต่จะรวบรวมประกาศในวันพรุ่งนี้ (13 พ.ย.) ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ติดเชื้อในจังหวัดนครศรีธรรมราชสูงสุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดมาตั้งแต่ต้นปี 2563 สำหรับพื้นที่ อ.เมือง ระลอกเดือนเมษายน ถึง 12 มิ.ย. 2564 มีผู้ติดเชื้อสะสมแล้ว 382 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยรายงานรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด &amp;ndash; 19 ระลอกใหม่เดือนเมษายน ณ เวลา 09.00 น.วันที่ 12 มิ.ย.64 พบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่ม 14 ราย ยอดรวมผู้ป่วยติดเชื้อสะสม 976 ราย รักษาหายกลับบ้านรวม 822 ราย รักษาตัวใน รพ. 137 ราย และเสียชีวิตสะสม 17 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106167</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์โรงงาน, นครศรีธรรมราช, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210612/image_big_60c4abb50452c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106145</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2021 16:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2021 16:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผย 5 อันดับจังหวัดติดเชื้อภายในโรงงานมากสุด จี้คุมเข้มโควิดประเมินผ่านแพลตฟอร์ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มิ.ย.64 - นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ขณะนี้พบผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนในโรงงานหลายคลัสเตอร์ ส่งผลให้ต้องหยุดกิจการกระทบต่อสภาพสังคมและเศรษฐกิจทั่วประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ตั้งเป้าหมายให้โรงงานขนาดใหญ่&amp;nbsp;ที่มีคนงานตั้งแต่ 200 คนขึ้นไป จำนวน 3,300 แห่ง เข้าร่วมประเมินผ่าน Thai Stop COVID Plus (GOOD FACTORY PRACTICE) เพื่อป้องกันโรคโควิด-19 โดยมอบให้กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นเจ้าภาพหลัก&amp;nbsp;ในการดำเนินงานประเมิน 100 เปอร์เซ็นต์ ในโรงงานกลุ่มเป้าหมาย ร่วมกับ 4 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ 1.กระทรวงแรงงาน ดำเนินการจัดสวัสดิการสำหรับแรงงาน&amp;nbsp;2. กระทรวงมหาดไทย ที่ให้การสนับสนุนและร่วมดำเนินการในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด&amp;nbsp;3.สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สนับสนุนการประชาสัมพันธ์ให้กับสถานประกอบการที่รับการสนับสนุนจาก BOI&amp;nbsp;และ 4. กระทรวงสาธารณสุข กำหนดข้อแนะนำทางด้านสาธารณสุขในการป้องกันการแพร่ระบาด ประกอบด้วยมาตรการและแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการ ผู้ปฏิบัติงาน และแนวทางการปฏิบัติกรณีพบผู้ติดเชื้อโดยให้ผู้ประกอบการต้องประเมินตนเองอย่างน้อยทุก 2 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ได้ประเมินแล้วรวม 1,832 แห่ง และยังเหลืออีก 1,468 แห่ง ที่ยังไม่ประเมิน จึงขอความร่วมมือโรงงานขนาดใหญ่เร่งประเมินตนเองเพื่อให้ได้ครบตามเป้าหมาย 100 เปอร์เซ็นต์ ภายในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ ส่วนโรงงานขนาดกลางขณะนี้มีการประเมินแล้วจำนวน 1,600 แห่ง และโรงงานขนาดเล็กได้ประเมินแล้ว จำนวน 3,176 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สุวรรณ​ชัย​ กล่าวอีกว่า ข้อมูลสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในโรงงานขนาดใหญ่ ตั้งแต่เดือนก.พ.&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบัน พบว่า 5 จังหวัดอันดับที่มีรายงานติดเชื้อภายในโรงงานมากที่สุด คือ จังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;จำนวน 91 โรงงาน จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 41 โรงงาน จังหวัดปทุมธานี จำนวน 32 โรงงาน จังหวัดชลบุรี จำนวน 30 โรงงาน และจังหวัดนครศรีอยุธยา จำนวน 29 โรงงาน ตามลำดับ จึงขอความร่วมมือพนักงานทุกคน ต้องประเมินตนเองก่อนเข้าปฏิบัติงานทุกวันผ่านเว็บไซต์ Thai Save Thai ซึ่งยกระดับการคัดกรองคนก่อนเข้าโรงงานอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันผู้มีความเสี่ยงไม่ให้เข้ามาปฏิบัติงานและแพร่เชื้อในสถานประกอบการสู่เพื่อนร่วมงาน ครอบครัว และชุมชน รวมถึงลดความรุนแรงหากมีความเสี่ยงหรือติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งจะนำไปสู่การรักษาหรือพบแพทย์ได้เร็วขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากพบผู้ติดเชื้อภายในโรงงานต้องปฏิบัติตามมาตรการผู้ติดเชื้อโรงงาน&amp;nbsp;ใน 4 ข้อ ดังนี้ 1. แจ้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ภายใน 3 ชั่วโมง นับตั้งแต่พบผู้ป่วย 2.พิจารณา หยุดกิจกรรมหรือปิดให้บริการในแผนกนั้น หรือปิดสถานที่ตามที่เจ้าพนักงานควบคุมโรคกำหนด 3. ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อบริเวณสถานที่โดยรอบและพื้นผิว โดยเฉพาะจุดสัมผัสร่วม และ 4. กรณีพบพนักงานติดเชื้อมากกว่า 10 % ให้ใช้หลักการจัดการแบบ Bubble &amp;amp; Seal เพื่อควบคุมเชื้อไม่ให้หลุดออกมาสู่สังคมภายนอก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106145</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอนามัย, คลัสเตอร์โรงงาน, นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย, ศบค., โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210612/image_big_60c474b4957d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105890</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2021 10:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2021 10:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลัสเตอร์โรงงานแปรรูปไก่สระบุรี ลามเข้า &#039;ชัยนาท&#039; ติดเชื้อเพิ่มอีก 1 รวม 5 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มิ.ย.64 -&amp;nbsp;นายแพทย์พัลลภ ยอดศิรจินดา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;รายงานวันที่ 9 มิ.ย.64 พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;จากคลัสเตอร์โรงงานแปรรูปไก่สระบุรี&amp;nbsp;เพิ่มอีก 1 ราย&amp;nbsp;เป็นผู้ป่วยรายที่ 99 ของจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;โดยเป็นหญิง อายุ 44 ปี อาศัยอยู่ในพื้นที่ ต.บางขุด อ.สรรคบุรี&amp;nbsp;และเป็นภรรยาของคนขับรถโรงงานดังกล่าว ที่เป็นผู้ป่วยยืนยันรายที่ 98 ของชัยนาท&amp;nbsp;รวมจำนวนผู้ติดเชื้อจากคลัสเตอร์โรงงานแปรรูปไก่สระบุรี ในพื้นที่จังหวัดชัยนาท ขณะนี้มีทั้งหมดแล้ว&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ป่วยรายที่ 99 นี้ ได้รับการตรวจหาเชื้อซ้ำรอบที่ 2&amp;nbsp;หลังจากตรวจรอบแรก ไม่พบเชื้อ แต่ระหว่างกักตัว 7 วัน เฝ้าดูอาการ ตรวจหาเชื้อซ้ำใหม่อีกรอบ จึงพบติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งขณะนี้ได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทรแล้ว&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่สอบสวนโรค อยู่ระหว่างตรวจสอบไทมไลน์ของผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จังหวัดชัยนาท มีผู้ป่วยสะสม จำนวน 99 ราย&amp;nbsp;รักษาหายแล้ว 82 ราย&amp;nbsp;อยู่ในโรงพยาบาล 12 ราย เสียชีวิต 5 ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105890</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์โรงงาน, จังหวัดชัยนาท, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210610/image_big_60c182767e6a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105206</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งฟัน‘คลัสเตอร์งานเลี้ยงส.ท.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยอดติดเชื้อรายใหม่ 3,886 ราย เสียชีวิตอีก 39 ราย &amp;quot;ศบค.&amp;quot; ปรับแผนมอบ &amp;quot;รองปลัด กทม.&amp;quot; หัวหน้าทีมเชื่อม ผอ.แต่ละเขตคุมเข้มแคมป์คนงานทุกแห่ง ห่วงคลัสเตอร์โรงงานอุปกรณ์การแพทย์กระทบการผลิต กำชับ จว.ดูแลใกล้ชิด พร้อมไฟเขียวจัดแข่งวอลเลย์ฯ ชายหาดที่นครปฐม &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; นัดประชุม ศบศ.ชุดใหญ่ 4 มิ.ย. ถกแผนเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในพื้นที่นำร่อง หวังกระตุ้น ศก.-การลงทุน &amp;quot;ผู้ว่าฯ สงขลา&amp;quot; เดือด! คลัสเตอร์งานเลี้ยง ส.ท.ทำติดเชื้ออื้อ แจ้ง ตร.ฟันเฉียบขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3,886 ราย ติดเชื้อในประเทศ 2,607 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,362 ราย จากการค้นหาเชิงรุก 1,245 ราย อยู่ในเรือนจำและสถานที่ต้องขัง 1,230 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 49 ราย ทำให้มีผู้ป่วยยืนยันสะสม 169,348 ราย ผู้ป่วยรักษาหายเพิ่ม 3,626 ราย ยอดผู้หายป่วยสะสม 118,204 ราย อยู่ระหว่างรักษา 49,998 ราย อาการหนัก 1,208 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 373 ราย ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 39 ราย เป็นชาย 20 ราย หญิง 19 ราย อยู่ใน กทม. 24 ราย, นนทบุรี ภูเก็ต จังหวัดละ 2 ราย, ชลบุรี ชัยภูมิ เชียงราย ตาก นครศรีธรรมราช บึงกาฬ&amp;nbsp; ปัตตานี สมุทรสาคร สระแก้ว สุพรรณบุรี และอ่างทอง จังหวัดละ 1 ราย ทำให้มียอดเสียชีวิตสะสม 1,146 ราย ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 172,424,472 ราย เสียชีวิต 3,706,561 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับตัวเลขสะสมผู้ติดเชื้อใน กทม. 44,112 ราย ปริมณฑล 23,272 ราย จังหวัดอื่นๆ 43,580 ราย ในเรือนจำ 28,647 ราย การจัดอันดับจังหวัดผู้ติดเชื้อในประเทศรายใหม่ 10 อันดับ ได้แก่ 1.กทม. 2.เพชรบุรี 3.นนทบุรี 4.สมุทรปราการ 5.ตรัง 6.สมุทรสาคร 7.ปทุมธานี 8.ชลบุรี 9.ฉะเชิงเทรา 10.นครปฐม และสระบุรี ทั้งนี้มีการพูดคุยกันถึงเหตุของการระบาดในพื้นที่ที่แตกต่างกัน ซึ่งการประชุมศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลได้นำคลัสเตอร์ต่างๆ มาจำแนกและวางแผนการทำงานในแต่ละเขต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราไม่มีการปิดบังในพื้นที่หรือชื่อเฉพาะใดๆ โดยคลัสเตอร์ที่ต้องเฝ้าระวังจำนวน 50 แห่ง มีกลุ่มเฝ้าระวังสูงสุด 39 แห่ง กลุ่มเฝ้าระวัง 9 แห่ง และคลัสเตอร์ที่พบใหม่ 2 แห่ง ในเขตบางซื่อและเขตราชเทวี เป็นแคมป์คนงาน จึงขอให้ผู้ประกอบการและเขตต่างๆ ใน กทม.นำชุดข้อมูลเหล่านี้ไปสู่การเฝ้าระวัง ซึ่งมีการพูดคุยกันว่าถึงแม้สถานที่จะเป็นการเฉพาะ แต่เชื้อโรคไม่ได้ฝังอยู่กับสถานที่ แต่อยู่กับตัวบุคคล ฉะนั้นหากตัวบุคคลย้ายสถานที่ก็จะเป็นเหตุในการแพร่ระบาดของโรค จึงอยากให้ทุกคนในเขตและพื้นที่ต่างๆ ใช้ข้อมูลให้เป็นประโยชน์&amp;quot; นพ.ทวีศิลป์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวว่า พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาฯ สมช.ในฐานะ ผอ.ศปก.ศบค. ได้เน้นย้ำมอบให้รองปลัด กทม.ซึ่งมีหลายท่าน ดูแลเป็นกลุ่มเขตทั้งหมด 50 เขต รับผิดชอบโดยตรงในการดูแลพื้นที่ ให้เป็นหัวหน้าทีมในการควบคุมโรคผ่านผู้อำนวยการสำนักงานเขต จะมีการประชุมใกล้ชิดและรายงานการจัดการโรคต่อ ศปก.ศบค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนในต่างจังหวัดมีรายงานคลัสเตอร์ จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นอันดับที่ 2 ที่เจอผู้ติดเชื้อเยอะ กระจายออกไปแล้ว 11 จังหวัด สถานที่กระจายเชื้อเริ่มต้นคือ โรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีทั้งคนต่างด้าวและคนไทยทำงาน และ อ.เขาย้อย โรงงานรองเท้า พบคลัสเตอร์ใหม่อีก 20 ราย ใน จ.สมุทรปราการ พื้นที่พระสมุทรเจดีย์ พบคลัสเตอร์ใหม่โรงงานอะลูมิเนียม 64 ราย และ จ.ฉะเชิงเทรา พื้นที่เมืองฉะเชิงเทราและบางน้ำเปรี้ยว พบคลัสเตอร์ใหม่บริษัทผลิตอุปกรณ์ทันตกรรม 6 ราย&amp;quot; โฆษก ศบค.กล่าว
นัดถกเปิดรับ นทท.ต่างชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ได้มีการวิเคราะห์โดยกรมควบคุมโรคว่า โรงงานผลิตถุงมือ โรงงานผลิตอุปกรณ์ทันตกรรม หลายโรงงานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีรายงานการติดเชื้อขึ้นมา จึงต้องให้ความสำคัญกับโรงานอุตสาหกรรมเหล่านี้ เพราะเป็นผู้ที่ผลิตอุปกรณ์ต่างๆ ในการควบคุมโควิดเช่นกัน ฉะนั้นมาตรการคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดต้องให้ความสำคัญคุมเข้มโรงงานอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับอุปกรณ์ทางการแพทย์ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้มีการหยุดชะงักการผลิต เพราะจะมีผลต่อการควบคุมโรคไปด้วย การปิดหยุดดำเนินการไม่ได้เป็นคำตอบ แต่การทำบับเบิลแอนด์ซีล ถ้าพนักงานในโรงงานนั้นๆ ถึงแม้จะติดเชื้อ แต่ถ้าสามารถรันโรงงานไปได้โดยอยู่ในระบบบับเบิลแอนด์ซีล เพราะบางทีเหมือนเป็นไข้เป็นหวัด หากอาการหนักให้นำออกมา แต่ถ้าไม่มีอาการมากให้สามารถอยู่โรงงานนั้นเพื่อให้ดำเนินการไปได้ นี่คือมาตรการที่เหมาะสมกับสถานการณ์ และพิสูจน์ทราบแล้วว่าสามารถทำได้ตั้งแต่กรณีของ จ.สมุทรสาคร เป็นต้นมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องสำคัญอีกเรื่องคือในที่ประชุม ศปก.ศบค.ได้อนุมัติให้จัดการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาดกับนานาชาติ 3 รายการ ในรูปแบบของสถานที่กักกัน ซึ่งทางราชการกำหนด โดยการกีฬาแห่งประเทศไทยได้อนุมัติเรียบร้อยแล้ว โดยทั้ง 3 รายการนี้จะจัดขึ้นที่จังหวัดนครปฐมในเดือน มิ.ย.และเดือน ก.ค. ตั้งแต่วันที่ 18 -24 มิ.ย., วันที่ 3-6&amp;nbsp; ก.ค. และวันที่ 12-15 ก.ค. ซึ่งจะใช้พื้นที่ในโรงแรมและมีโรงพยาบาลที่เป็นคู่ปฏิบัติการ เชื่อว่าจะสร้างความมั่นใจได้ว่าเราจะได้ทำการแข่งขันในระดับโครงการนานาชาติครั้งนี้ให้ผ่านไปด้วยดี&amp;quot; โฆษก ศบค.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันที่ 4 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ครั้งที่ 2/2564 เวลา 13.30 น. ผ่านระบบ VDO Conference เพื่อติดตามความคืบหน้าผลการดำเนินงานตามมาตรการเศรษฐกิจที่รัฐบาลได้ดำเนินการไปแล้ว ทั้งโครงการเราชนะ, โครงการ ม.33เรารักกัน มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ และมาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชำระหนี้ พร้อมกับร่วมกันพิจารณาสถานการณ์เศรษฐกิจล่าสุด เพื่อวางแนวทางในการกำหนดนโยบายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ประชุมจะพิจารณารายละเอียดแผนการเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดพื้นที่รับนักท่องเที่ยวต่างชาติในจังหวัดนำร่องในอนาคตอันใกล้ รวมถึงจะได้พิจารณาถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน โดยการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงเข้าสู่ประเทศไทย ตลอดจนมาตรการเพื่อสร้างแรงจูงใจให้แก่กลุ่มนักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ด้วย&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ประจำโรงพยาบาลบุษราคัม เมืองทองธานี นายอนุทินกล่าวว่า โรงพยาบาลบุษราคัมมีขนาด 2,000 เตียง ปัจจุบันมีผู้ป่วยโควิดกลุ่มสีเหลืองหรือกลุ่มแสดงอาการพักรักษาตัวอยู่จำนวนกว่า 800 ราย ซึ่งมีรายงานจากอธิบดีกรมควบคุมโรคว่า วันนี้มีผู้ป่วยรายใหม่เตรียมเข้ารับการรักษาที่นี่อีกจำนวนประมาณ 200 ราย โดยหวังว่าหลังจากนี้จะไม่มีคลัสเตอร์ใหม่เกิดขึ้นอีก แต่ถึงเกิดขึ้นโรงพยาบาลบุษราคัมก็ยังสามารถรองรับได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีคนจรจัดย่านดินแดงป่วยโควิด แต่ไม่สามารถเข้ารับการตรวจและรักษาได้ เนื่องจากไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน นายอนุทินระบุว่า ยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องนี้ แต่ขอยืนยันไม่ว่าจะเป็นคนจรจัด ไร้บ้าน ไร้เอกสาร ประจำตัวหรือคนต่างด้าว จะได้รับการดูแลเช่นเดียวกันกับคนทั่วไป เพราะคนกลุ่มเหล่านี้ถือเป็นกลุ่มเปราะบางทางสังคมยิ่งต้องดูแล เชื่อว่า กทม.จะสามารถดำเนินการและจัดการปัญหานี้ได้
สมุทรปราการ-สงขลายังพุ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.สมุทรปราการ มีการตรวจพบคลัสเตอร์โรงงานผลิตน้ำแข็งแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โดยนายธงชัย วิเศษบุปผา สาธารณสุขอำเภอบางพลี กล่าวว่า คลัสเตอร์ในโรงงานผลิตน้ำแข็งหลอดและซอง ตั้งอยู่หมู่ 9 ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี มีพนักงานทั้งคนไทยและต่างด้าวรวม 190 คน พบผู้ป่วยรายแรกเป็นชายมีไข้ ก่อนตรวจพบติดเชื้อโควิดถูกส่งตัวเข้ารับการรักษา นอกจากนี้ได้ส่งผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเป็นชาวเมียนมา 6 ราย เข้ารับการตรวจพบติดเชื้อโควิด กระทั่งวันที่ 1 มิ.ย. ผลการออกตรวจเชิงรุกโรงงานแห่งนี้พบติดเชื้อ 81 ราย ผลไม่ชัดเจนจำนวน 6 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สาธารณสุขอำเภอบางพลีได้สั่งปิดโรงงานผลิตน้ำแข็งแห่งนี้ชั่วคราวเป็นเวลา 3 วัน โดยให้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อของกรมควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด พร้อมอายัดน้ำแข็งชนิดต่างๆ ที่มีการผลิตกับพนักงานกลุ่มเสี่ยงทั้งหมดเอาไว้ รอการตรวจหาเชื้อว่ามีการปนเปื้อนในน้ำแข็งหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.เพชรบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะ เดินทางมายังโรงพยาบาลพระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ และสิ่งของอุปโภค-บริโภค เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ และบริจาคเงินของมูลนิธิบรรหาร-แจ่มใส ศิลปอาชา จำนวน 100,000 บาท ให้โรงพยาบาลพระจอมเกล้าฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ตรัง สถานการณ์โควิดมีคลัสเตอร์ใหญ่ที่โรงงานถุงมือยาง โดยมีการเตรียมโรงพยาบาลสนามไว้ 5 แห่ง รองรับได้ 595 เตียง ซึ่งการกักตัวคนงานต้องแยกส่วนผู้ที่ไม่ติดเชื้อ ทางโรงงานรับผิดชอบกักตัวที่โรงงาน ส่วนผู้ติดเชื้อมีผลบวกส่งมากักตัวที่ รพ.สนาม ยอดรวมคลัสเตอร์จากโรงงานถุงมือยางมีผู้ติดเชื้อแล้ว 461 คน ซึ่งจะถูกส่งตัวไป รพ.สนามของจังหวัด อย่างไรก็ตาม ในวันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 92 ราย ยอดรวมสะสม 933 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.สงขลา สาธารณสุขจังหวัดสงขลา พบผู้ติดเชื้อใหม่ 38 คน รวมผู้ป่วยยืนยันสะสม 1,830 คน หายป่วยสะสม 1,146 คน รักษาในโรงพยาบาล 675 คน และเสียชีวิตสะสม 9 คน รวมทั้งเร่งสอบสวนโรคหลังพบคลัสเตอร์งานเลี้ยงสมาชิกสภาเทศบาล (ส.ท.) แห่งหนึ่งใน จ.สงขลา จนทำให้มีผู้ติดเชื้อซึ่งเป็นคนในครอบครัวตัวเองทั้งหมด ผู้เข้าร่วมงาน และพนักงานที่เข้าให้บริการเกือบ 20 คน ล่าสุดในวันนี้พบผู้ติดเชื้อในคลัสเตอร์นี้เพิ่มอีก 6 คน รวม 26 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าฯ สงขลา กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลาพิจารณาว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมายในประเด็นใด อย่างไรหรือไม่ กรณีมีการฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสงขลาอย่างชัดเจน จนทำให้ตัวเองพร้อมครอบครัวติดเชื้อและยังแพร่กระจายไปในหลายกลุ่ม เพื่อเป็นการป้องปรามไม่ให้คนอื่นๆ ปฏิบัติเช่นนี้อีก นอกจากนั้นยังได้กำชับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เน้นย้ำให้ประชาชนในพื้นที่ปฏิบัติตามข้อสั่งการคำสั่งของคณะกรรมการโรคติดต่ออย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยและหน้ากากผ้าทุกครั้งที่ออกจากเคหสถาน การห้ามรวมกลุ่มเกิน 20 คน การกำหนดเวลาในการเปิด-ปิดสถานที่อย่างจริงจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ภูเก็ต นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าฯ ภูเก็ต พร้อมด้วยนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมตามแผนการเปิดพื้นที่รับนักท่องเที่ยวต่างชาติของจังหวัดภูเก็ต และเดินหน้าเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนภูเก็ตทุกภาคส่วนเดินหน้ายืนยันการเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ สิ่งที่ ททท.รับผิดชอบพยายามผลักดัน การทำโปรโมชั่น การเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ไม่ได้ให้ความสำคัญกับนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น พร้อมโปรโมตให้คนไทยเข้ามาเที่ยวในช่วงแซนด์บ็อกซ์ด้วย เช่น จะร่วมกับสายการบินและโรงแรมทำแพ็กเกจพิเศษสำหรับคนไทยที่รับวัคซีนแล้วเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในภูเก็ตด้วยความสบายใจ ให้เห็นว่าภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ไม่ได้เป็นสวรรค์สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นสวรรค์สำหรับนักท่องเที่ยวคนไทยด้วยเช่นกัน&amp;quot; ผู้ว่าฯ ภูเก็ตระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105206</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คลัสเตอร์โรงงาน, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ติดเชื้อรายใหม่, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด, โควิด 19, โควิด-19, โรงงานอุปกรณ์การแพทย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b8f2d4dd768.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
