<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111447</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไล่บี้12จว.คุมโควิด นายกฯสั่งเข้มทุกมาตรการ/ติดเชื้อนิวไฮทะลุ1.6หมื่นคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติดเชื้อใหม่ทุบสถิติพุ่ง 1.6 หมื่นราย ตาย 133 ราย เสียชีวิตคาบ้าน 5 ราย คลัสเตอร์ใหม่ยังผุดต่อเนื่อง นายกฯ ถก ผวจ. 12 &amp;nbsp;จว.พื้นที่สีแดงเข้มติดตามสถานการณ์โควิด ไม่พบจังหวัดใดยอดลดลง &amp;nbsp;หวัง 4-6 สัปดาห์ดีขึ้น สั่ง สธ.-มท.บูรณาการเตียงเพิ่ม พร้อมหนุนเอกชนจัดตั้ง รพ.สนามภายในโรงงานร่วมกับ รพ.เอกชนในพื้นที่ ปลดล็อก ATK พบผลบวกลงทะเบียนดูแลที่บ้านได้ สธ.ย้ำออกจากบ้านเท่าที่จำเป็นป้องกันตนเองสูงสุด ส่วน ตจว.ยังหนัก เพชรบูรณ์สั่งปิดโรงงานน้ำตาล ภูเก็ตสั่งปิดแคมป์คนงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 16,533 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ &amp;nbsp;16,321 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 13,447 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน &amp;nbsp;2,874 ราย จากเรือนจำและที่ต้องขัง &amp;nbsp;202 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 10 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 543,361 ราย ผู้หายป่วยเพิ่ม 10,051 ราย หายป่วยสะสม &amp;nbsp;360,694 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 178,270 ราย อาการหนัก 4,325 &amp;nbsp;ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 995 ราย มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่ม 133 ราย &amp;nbsp;เป็นชาย 65 ราย หญิง 68 ราย อยู่ใน กทม. 45 ราย โดยพบว่ามีผู้เสียชีวิตที่บ้านถึง 5 ราย อยู่ใน กทม. 1 ราย ฉะเชิงเทรา 1 ราย และ สมุทรปราการ 3 ราย ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสม 4,397 ราย ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 195,980,289 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม &amp;nbsp;4,192,978 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด ได้แก่ กทม. 3,997 ราย &amp;nbsp;สมุทรสาคร 1,147 ราย สมุทรปราการ 1,088 ราย ชลบุรี 864 ราย &amp;nbsp;กาญจนบุรี 585 ราย นนทบุรี 520 ราย นครปฐม 476 ราย ฉะเชิงเทรา &amp;nbsp;447 ราย อุบลราชธานี 313 ราย และปทุมธานี 308 ราย ขณะที่ยังพบคลัสเตอร์ใหม่ในหลายพื้นที่ โดยพบที่ จ.ชลบุรี 3 คลัสเตอร์ คือแคมป์ก่อสร้าง อ.ศรีราชา พบผู้ป่วย 67 ราย บริษัทอุปกรณ์ยานยนต์ อ.ศรีราชา &amp;nbsp;พบผู้ป่วย 61 ราย แคมป์ก่อสร้าง อ.หนองใหญ่ พบผู้ป่วย 14 ราย, จ.กาญจนบุรี ชุมชลตำบลแสนตอ อ.ท่ามะกา พบผู้ป่วย 428 ราย, จ.ปทุมธานี โรงงานเสาเข็ม อ.ลำลูกกา พบผู้ป่วย 8 ราย, จ.สุพรรณบุรี &amp;nbsp;โรงงานแปรรูปไก่ 2 อ.สองพี่น้อง พบผู้ป่วย 59 ราย ขณะที่ จ.ราชบุรี &amp;nbsp;พบ 2 คลัสเตอร์ใหม่ คือโรงงานแปรรูปไก่ อ.เมืองราชบุรี พบผู้ป่วย 27 &amp;nbsp;ราย และรีสอร์ต อ.สวนผึ้ง พบผู้ป่วย 22 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 13.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค. เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้มและควบคุมสูงสุดผ่านระบบ zoom เชื่อมสัญญาณจากบ้านพัก เพื่อประเมินสถานการณ์และความพร้อมของแต่ละจังหวัด โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที มีผู้ร่วมประชุม อาทิ นายอนุทิน &amp;nbsp;ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ทีมกระทรวงสาธารณสุข และผู้ว่าราชการจังหวัดสีแดงเข้ม 12 จังหวัด ได้แก่ ปทุมธานี, ชลบุรี, นนทบุรี, นครปฐม, สมุทรสาคร, พระนครศรีอยุธยา, ฉะเชิงเทรา, สมุทรปราการ, ปัตตานี, &amp;nbsp;นราธิวาส, ยะลา และสงขลา ยกเว้นกรุงเทพมหานคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในที่ประชุมนายกฯ ได้ให้แต่ละจังหวัดรายงานสถานการณ์ &amp;nbsp;โดย จ.ฉะเชิงเทรารายงานว่า มีระบบบับเบิลแอนด์ซีลโรงงานและแคมป์แรงงาน ซึ่งคลัสเตอร์โรงงานเป็นแหล่งระบาดหนักและมีคนงานข้ามจังหวัดมา จึงต้องใช้มาตรการฉีดวัคซีน จัดหาที่พัก จนไปถึงระดับสูงสุดคือปิด 14 วัน ซึ่งที่ประชุมเห็นพ้องว่าจังหวัดที่มีความเสี่ยงในเรื่องของโรงงานให้ใช้ระบบบับเบิลแอนด์ซีลในการป้องกัน มีการตรวจ &amp;nbsp;Antigen Test Kit เพื่อความรวดเร็ว ถ้าผลบวกก็ให้เข้าสู่การรักษาและไปตรวจแบบ RT-PCR อีกรอบ ด้านกระทรวงสาธารณสุขรายงานแนวโน้มผู้ป่วยสีเหลืองไปสีแดงเพิ่มสูงขึ้น จึงต้องมีเตียง &amp;nbsp;วัคซีน และการตรวจที่เพียงพอ จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้ย้ำในที่ประชุมให้เฝ้าระวังการระบาดข้ามจังหวัด ให้แต่ละจังหวัดเพิ่มเตียงให้เพียงพอ
ไม่มี จว.ใดติดเชื้อลดลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ระหว่างการหารือนายกฯ ถามที่ประชุมว่า 2-3 วันมานี้มีพื้นที่ใดที่การแพร่ระบาดลดลงบ้าง ซึ่งไม่มีผู้ว่าราชการจังหวัดใดตอบคำถาม &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์จึงกล่าวย้ำว่า ต้องเสนอกันว่าปัจจุบันหายกลับบ้านจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งจะโยงไปในเรื่องเตียงว่าง แล้วจะได้เชื่อมโยงในการรับผู้ป่วยใหม่เข้ามาแทนที่ นอกจากนี้นายกฯ ยังให้แต่ละจังหวัดประเมินสถานการณ์แต่ละสัปดาห์ โดยแสดงความเป็นห่วงบรรดาหมู่บ้านจัดสรรต่างๆ สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลและสำรวจประชากรในหมู่บ้านนั้นๆ รวมทั้งแนะนำให้ ผวจ.ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การแก้ปัญหา พูดคุยกัน จะได้นำผลสำเร็จไปจัดการแก้ไขปัญหาให้เกิดผลเป็นรูปธรรมบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวชื่นชมการทำงานของแต่ละจังหวัดที่ไม่มีข้อขัดแย้งกับ ศบค. สาธารณสุขจังหวัด ทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น แต่ละภารกิจมีคณะกรรมการรับผิดชอบ นำเสนอ ศบค.และ ผอ.ศบค.ตัดสินใจ ถือเป็นขั้นตอน และหวังว่าสถานการณ์จะดีขึ้น 4-6 สัปดาห์จากหลักฐานทางการแพทย์ แต่ยังห่วงการใช้ Antigen Test Kit ของประชาชนว่ามีความเข้าใจการใช้มากน้อยขนาดไหน ขอให้จังหวัดทำผังจุดต่างๆ ให้ประชาชนเข้าใจ เช่น ศูนย์พักคอย, โรงพยาบาลสนาม ในส่วนของเรื่องงบประมาณหากขาด เช่นในเรื่องการเพิ่มเตียง อุปกรณ์การแพทย์ ให้เสนอเข้ามาได้ทันที และเป็นห่วงเรื่องของตลาด หากปิดแล้วจะช่วยประชาชนและผู้ค้าอย่างไร ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีมาตรการ ต้อให้ทำมาหากินได้ สำหรับเรื่องยาฟาวิพิราเวียร์จะจ่ายไปทุกจังหวัดไม่ขาดแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงท้ายนายกฯ ได้สรุปสถานการณ์อาจจะยังไม่ดีขึ้นในเร็ววัน &amp;nbsp;แต่จะพยายามควบคุมให้ดีที่สุด ซึ่งต้องดูสถานการณ์โลกด้วยจะเข้าใจยิ่งขึ้น และขอยืนยันรัฐบาลยังเข้มแข็ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เนื่องจากการแพร่ระบาดที่มีความรุนแรงมากขึ้นในระยะนี้ &amp;nbsp;นายกฯ ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ขณะนี้ได้ให้กระทรวงสาธารณสุขทำการปลดล็อกการตรวจหาเชื้อด้วยชุดตรวจเร็ว Antigen Test Kit เมื่อพบผลเป็นบวกก็สามารถเข้าสู่กระบวนการรักษา ทั้งศูนย์พักคอยระบบดูแลตนเองที่บ้านหรือระดับชุมชนได้อย่างรวดเร็ว &amp;nbsp;ส่วนการแก้ปัญหาเตียงผู้ป่วย ซึ่งได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุข โดย ผวจ.และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ในพื้นที่ที่เป็นโรงพยาบาลหลักดูว่าสามารถจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม เพื่อให้ทีมหมอและพยาบาลที่มีอยู่สามารถดูแลได้เพิ่มเติม รวมทั้งให้มีการยกระดับขีดความสามารถเตียงในโรงพยาบาลสนาม เพื่อรองรับผู้ป่วยที่มีอาการสีเหลืองหรือสีแดงให้เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งสนับสนุนภาคเอกชนจัดตั้งโรงพยาบาลสนามภายในโรงงานร่วมกับโรงพยาบาลเอกชนในพื้นที่ &amp;nbsp;ยืนยันว่าเวชภัณท์ต่างๆ ทั้งยารักษาฟาวิพิราเวียร์ ออกซิเจนและถังออกซิเจน ยังมีเพียงพอ รวมทั้งได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์เข้าไปดูแลป้องกันการกักตุนสินค้าด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวถึงสิ่งสำคัญในขณะนี้คือ การเร่งสร้างความเข้าใจให้ประชาชนทราบถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดที่รุนแรง ซึ่งจะมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นยังต้องปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุข DMHTT &amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด ขณะเดียวกันภาครัฐก็ต้องดูแลประสิทธิภาพการให้บริการ ทั้งในส่วนของโทรศัพท์สายด่วน Call Center ศูนย์พักคอย การจัดให้มีทีมดูแลประชาชนตามหมู่บ้าน เพื่อนำผู้ป่วยให้เข้าถึงการรักษาให้มากขึ้น ที่อยากเห็นคือ &amp;ldquo;หมู่บ้านสีฟ้า&amp;rdquo; ที่ประชาชนและชุมชนช่วยเหลือแบ่งปัน ดูแลซึ่งกันแลกัน ร่วมกันเฝ้าระวังการแพร่ระบาด
สธ.ปลดล็อก ATK
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เพื่อลดโอกาสการแพร่เชื้อภายในครอบครัวและชุมชน กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ออกแนวทางเวชปฏิบัติ โดยประชาชนที่ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยตนเองด้วยชุดตรวจเร็ว Antigen Test Kit แล้วพบผลเป็นบวก สามารถเข้าระบบแยกกักตัวแบบดูแลตนเองที่บ้าน &amp;nbsp;Home Isolation โดยแจ้งสายด่วนโทร.1330 ต่อ 14 หรือเพิ่มเพื่อน สปสช.ในระบบไลน์ @nhso ส่วนกลุ่มที่ไม่สามารถดูแลที่บ้านได้ก็จะเป็นการดูแลในระบบชุมชน (Community &amp;nbsp;Isolation) ศูนย์พักคอย Hospitel หรือโรงพยาบาลซึ่งจะมีการตรวจ RT-PCR ซ้ำอีกครั้งเพื่อป้องกันผลบวกลวง ก็ขอให้ติดต่อ สปสช.เช่นกัน และจัดเป็น &amp;ldquo;ผู้ติดเชื้อเข้าข่าย (Probable &amp;nbsp;Case)&amp;rdquo; จะได้รับการดูแลรักษาเช่นเดียวกับการตรวจด้วยวิธี RT-PCR สำหรับการแจกชุดตรวจ ATK ฟรีแก่ประชาชนซึ่งบอร์ด &amp;nbsp;สปสช.ได้อนุมัติแล้วนั้น คาดว่าภายในต้นเดือนสิงหาคมจะสามารถแจกจ่ายชุด ATK ไปยังสถานพยาบาลได้ โดยเน้นในพื้นที่สีแดงเพื่อให้ส่งชุดตรวจต่อไปยังประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์หลังการลงพื้นที่เยี่ยมชมศูนย์พักคอยวัดราษฎร์นิยมธรรม เขตสายไหม และศูนย์สร้างสุขทุกวัย เขตดอนเมือง ว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นทั้งในครอบครัวและชุมชน โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่พบผู้ติดเชื้อรายวันเป็นจำนวนมาก จึงมีแผนให้สำนักงานเขตรับผิดชอบเปิดศูนย์พักคอยอย่างน้อยเขตละ 1 ศูนย์ ภายในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ ล่าสุดดำเนินการแล้วเสร็จ &amp;nbsp;21 เขต โดยได้เปิดรับผู้ป่วยไปแล้ว ช่วยให้ผู้ป่วยที่ยังตกค้างในชุมชนได้แยกกักตัว ลดปัญหาการแพร่ระบาดในครอบครัวและชุมชน รวมถึงให้ผู้ป่วยได้เข้าสู่ระบบการดูแลเบื้องต้นโดยทีมแพทย์ พยาบาลจากโรงพยาบาลและศูนย์บริการสาธารณสุข กทม.ได้อย่างทันท่วงที ซึ่งหากพบผู้ป่วยที่เป็นกลุ่มสีเหลืองและสีแดงก็จะมีการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลภูมิพลที่จะรับรักษาดำเนินการต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์โรคโควิด-19 มีแนวโน้มผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นทั่วโลก ไม่เพียงเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น เชื้อแพร่กระจายเร็ว การติดเชื้อเป็นวงกว้าง &amp;nbsp;การออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านอาจทำให้เกิดการติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว และนำเชื้อกลับมาติดคนในครอบครัวได้ การควบคุมสถานการณ์การระบาดยังต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากประชาชนในทุกจังหวัดเพื่อลดตัวเลขการติดเชื้อลง โดยขอให้อยู่บ้านมากที่สุด ลดการออกจากบ้าน ลดการเดินทางข้ามจังหวัด เน้นการทำงานที่บ้าน (Work From &amp;nbsp;Home) ออกจากบ้านเท่าที่จำเป็น เช่น ไปซื้ออาหาร ไปโรงพยาบาล &amp;nbsp;หรือไปฉีดวัคซีน เป็นต้น ขอให้ป้องกันตนเองสูงสุดเสมือนคนรอบข้างเป็นผู้ติดเชื้อ เพื่อป้องกันเชื้อมาสู่ตนเองและไม่ให้เชื้อแพร่สู่ผู้อื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า สปสช.ขอเชิญชวนคลินิกเอกชนที่ไม่ได้เป็นคลินิกชุมชนอบอุ่นหรือไม่ได้เป็นคู่สัญญากับ สปสช.เข้ามาร่วมดูแลผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเขียวในรูปแบบ Home Isolation เข้าร่วมการประชุมชี้แจงระบบบริการและการขอรับค่าใช้จ่ายบริการสาธารณสุข ในการให้บริการตรวจโควิดแบบชุดตรวจ Antigen Test Kit &amp;nbsp;หรือ ATK และการดูแลผู้ติดเชื้อโควิดที่บ้าน (Home &amp;nbsp;Isolation) หรือ HI สำหรับสถานพยาบาลที่ไม่มีเตียงค้างคืนพื้นที่ &amp;nbsp;กทม. ในวันที่ 3 ส.ค.64 ระหว่างเวลา 09.00-11.00 น. ผ่านระบบ ZOOM Meeting คลินิกเอกชนต่างๆ ใน กทม.มีกว่า &amp;nbsp;3,000 แห่ง แต่คลินิกชุมชนอบอุ่นที่ทำงานกับ สปสช.มีเพียงกว่า &amp;nbsp;200 แห่ง หากมาเข้าร่วมดูแลด้วยก็จะทำให้สามารถรองรับการทำ &amp;nbsp;Home Isolation ให้ผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวได้อีกเป็นจำนวนมาก
ต่างจังหวัดยังอ่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์ต่างจังหวัด ใน จ.สมุทรปราการ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,088 ราย เสียชีวิต 12 ราย เป็นชาย 8 ราย เป็นสัญชาติเมียนมา 1 ราย เป็นหญิง 4 ราย ทั้งหมดมีโรคประจำตัว รวมเสียชีวิตสะสม 311 ราย จ.นครราชสีมา พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มสูงถึง 312 ราย ผู้ป่วยเสียชีวิตรวดเดียว 3 ราย รวมสะสม 51 ราย โดยในจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ เป็นผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง 74 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอีก 220 ราย เป็นตัวเลขผู้ป่วยทำสถิติสูงที่สุดตั้งแต่มีการระบาดมา รวมยอดผู้ป่วยสะสม &amp;nbsp;2,874 ราย เสียชีวิตสะสม 7 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.อำนาจเจริญ รายงานว่ามีผู้ป่วยยืนยันรายใหม่เพิ่ม &amp;nbsp;60 ราย &amp;nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อที่เดินทางกลับมาจากพื้นที่เสี่ยง และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลทันทีที่มาถึง 60 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชัยวัฒน์ ทองไหม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์ &amp;nbsp;รายงานที่ประชุมในกรณีของโรงงานน้ำตาล บริษัท ไทยรุ่งเรืองอุตสาหกรรม จำกัด ที่ตั้งอยู่ที่หมู่ 9 ต.ศรีเทพ อ.ศรีเทพ ว่าจากการตรวจหาเชื้อเบื้องต้นพบว่ามีคนงานติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 68 ราย ซึ่งขณะนี้กำลังระดมตรวจคนงานทั้งหมดซึ่งมีอยู่ 1,350 ราย คาดว่าน่าจะมีการติดเชื้อไม่เกิน 100 ราย ที่ประชุมได้พิจารณาสั่งการให้โรงงานน้ำตาลหยุดสายการผลิตเป็นเวลา 7 วัน คือตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม &amp;nbsp;ถึงวันที่ 2 สิงหาคม 2564 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.สงขลา พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ 283 ราย มีผู้เสียชีวิต 3 ราย &amp;nbsp;ยอดติดเชื้อสะสม 11,163 ราย เสียชีวิตสะสม 61 ราย นอนรักษาในโรงพยาบาล 2,645 ราย รักษาหายแล้ว 8,457 ราย คณะกรรมการโรคติดต่อ จ.สงขลา มีมติให้ปิดชุมชนหัวเลน ม.6 ต.หัวเขา อ.สิงหนคร ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค.-10 ส.ค. 64 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ยะลา ผู้ป่วยรายใหม่ 182 ราย มีรายงานตัวเลขผู้เข้ารับการกักตัว กรณีผลสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ ตม.เบตง, เจ้าหน้าที่ศุลกากร และผู้ใกล้ชิดติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 99 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ภูเก็ต ได้ดำเนินการปิดแคมป์คนงานที่พบผู้ติดเชื้อ 13 ราย ในพื้นที่ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ เรียบร้อยแล้ว โดยมีกำหนดปิดเป็นเวลา &amp;nbsp;1 เดือนเพื่อควบคุมโรคโควิด-19 ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการเป็นอย่างดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111447</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์ใหม่ยังผุดต่อเนื่อง, ติดเชื้อใหม่ทุบสถิติ, พร้อมหนุนเอกชนจัดตั้ง รพ.สนาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โคโรนา 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f11c945d20a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
