<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17638</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2018 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2018 16:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาร์ค&#039; ข้องใจคำสั่งคลายล็อกไม่เคลียร์แบบไหนเข้าข่ายหาเสียง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย. 61 - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ออกคำสั่งคลายล็อกทางการเมืองบางส่วน ว่า เป็นสัญญาณที่ดีในการเริ่มเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายเพื่อให้พรรคการเมืองเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง สำหรับพรรคประชาธิปัตย์จะประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมชั้น 3 ตึกมูลนิธิเสนีย์ ปราโมช ภายในที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ในวันที่ 17 ก.ย.นี้ เวลา&amp;nbsp;11.30&amp;nbsp;น. เพื่อเสนอร่างแก้ไขข้อบังคับพรรคและการรับสมาชิกพรรค ซึ่งเราเชื่อว่าภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดไม่น่าจะเป็นปัญหา อีกทั้งเราจะพิจารณาการจัดประชุมใหญ่ของพรรคซึ่งตั้งใจว่าจะให้มีขึ้นในวันที่&amp;nbsp;24 ก.ย.นี้ ที่พรรคประชาธิปัตย์เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เราจะรีบส่งเรื่องแจ้งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ทันทีเพื่อขอจัดประชุมใหญ่ตามแผนที่เราวางไว้ ซึ่งตนเชื่อว่าจะไม่มีปัญหา สำหรับการเปิดรับสมาชิกพรรคนั้น ถ้าพรรคได้จัดประชุมใหญ่ในวันที่&amp;nbsp;24 ก.ย.นี้ เราอยากจะรีบเปิดรับสมัครสมาชิกตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย.นี้ แต่ต้องรอทางกกต.แจ้งว่าจะเห็นชอบหรือไม่ ขณะเดียวกันดูเหมือนว่ายังติดปัญหาหลายอย่าง อาทิ กรณีที่เราจะเปิดรับสมาชิกพรรคผ่านระบบออนไลน์ แต่ติดขัดที่ระเบียบของกกต.กำหนดว่าต้องใช้สำเนาบัตรประชาชนในการสมัคร&amp;nbsp;ซึ่งเรื่องนี้ กกต.ยังไม่ตอบข้อสงสัยของเราว่าจะแก้ไขตรงนี้ได้หรือไม่ เราจึงเผื่อเวลาว่าจะเปิดรับสมัครสมาชิกพรรคได้ในเดือน ต.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม ถ้าคสช.ปลดล็อกการเมืองในคราวเดียว ทุกอย่างเดินหน้าเต็มที่และมีความชัดเจน ทำงานง่าย และการดำเนินงานต่างๆจะเกิดความรวดเร็วมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อย่างการใช้โซเชียลมีเดียรับสมัครสมาชิกพรรค มีข้อแม้ว่าจะต้องไม่เป็นการหาเสียง แต่ตรงนี้ยังไม่ชัดเจนว่าลักษณะใดที่เข้าข่ายการหาเสียง เพราะต้องมีการเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค จะเกิดการโต้แย้งว่าการโน้มน้าวใจผิดหรือไม่ แต่ตนนับการหาเสียงคือการเลือกตั้งใหญ่&amp;nbsp;แม้จะมีการหาเสียง ก็ไม่เห็นว่าจะส่งกระทบต่อความสงบเรียบร้อย หากทุกพรรคทำทุกอย่างได้เหมือนกันภายใต้กฎหมายเดียวกัน ก็ไม่น่าจะมีปัญหา&amp;rdquo;นายอภิสิทธิ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงการเสนอชื่อบุคคลต่างๆเพื่อชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ส่วนตัวไม่มีปัญหา เพราะเชื่อในการแข่งขันตามระบอบประชาธิปไตย จะต้องสร้างสรรค์ในบรรยากาศของการพูดคุย ซึ่งพรรคพร้อมเปิดโอกาสให้ทุกคนอยู่แล้ว หากมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งนี้ตนคาดว่าหากสามารถเปิดรับสมัครผู้ชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค&amp;nbsp;และทำการหยั่งเสียงสมาชิกได้ในเดือน ต.ค. ก็จะได้เห็นความชัดเจนในตำแหน่งหัวหน้าพรรคภายในไม่เกินเดือนพ.ย.นี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17638</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อกพรรค, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ปลดล็อกพพรค, มาร์ค อภิสิทธิ์, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180820/image_big_5b7ac9ae3917f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17636</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2018 15:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2018 15:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไอ้หยา! &#039;พรรคพิทบูล&#039; ลั่นเปลี่ยนไทยเป็นประเทศศิวิไลซ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.61- นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ &amp;nbsp;ว่าที่ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวถึง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ออกคำสั่งที่ 13/2561 คลายล็อกพรรคการเมืองให้สามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ว่า กฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งพร้อมคำสั่งคลายล็อกคสช ก็ทำให้มีความชัดเจนเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปี 2562 มากขึ้น ซึ่งทางพรรคมีความพร้อมเต็มที่จะเข้าสู่การเลือกตั้งและเป็นตัวเลือกให้ประชาชนชาวไทเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้ข้าสู่ยุค ศิวิไลซ์ ทุกด้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่าตนอยากให้ประชาชนคิดตาม ลองหลับตานึกถึงว่าประเทศไทยที่เป็นประเทศที่ศิวิไลซ์เป็นอย่างไร นั้นหมายถึงประเทศที่เป็น ที่เกิด ที่อาศัย ที่เรียน ที่ทำงาน ที่แผ่นดินกลบหน้า &amp;nbsp;ที่เราอยู่ร่วมกันของคนในชาติอย่างอยู่ดีมีสุขตามฐานะของแต่ละบุคคลคน โดยพึ่งพาอาศัยกันไม่เบียดเบียนกัน ไม่เอารัดเอาเปรียบกัน &amp;nbsp;ไม่มีการข่มเหงประชาชนคนจนที่ด้อยกว่า ใช้กฎหมายที่เท่าเทียมกัน ไม่มีกลุ่มทุนผูกขาดเห็นแก่ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่มีตำรวจ-ทหารที่ฉ้อราษฏร์บังหลวง ไม่มีนักการเมืองข้าราชการที่ชั่วร้าย ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชัน มีความเจริญทางประวัติศาสตร์ มีความเจริญทางวัฒนธรรม เป็นประเทศที่ชาวต่างชาติอยากมาท่องเที่ยวทุกคน ซึ่งมีความสงบร่มเย็น ภายใต้พระบรมโพธิสมภารพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ นั่นคือสิ่งที่ ว่าที่พรรคไทยศรีวิไลย์ มุ่งมั่นตั้งใจจะทำให้สำเร็จในเร็ววัน ขอให้เชื่อใจเรา สักครั้งรับรองไม่ผิดหวังเหมือนดังอดีตที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่าการจะทำให้บ้านเมืองหรือประเทศไทยดีขึ้นทุกด้านให้สมกับคำว่า ยุคศิวิไลซ์ &amp;nbsp;ต้องอาศัยประชาชนในชาติร่วมกันทำ ลงมือทำ ณ วันนี้ โดยร่วมกับ ว่าที่ พรรคไทยศรีวิไลย์ สามารถร่วมลงมือทำได้โดยการ สมัครเข้าเป็นตัวแทนลง สส.แบบแบ่งเขต 350 เขต ทั้ง 76 จังหวัด &amp;nbsp;ตัวแทนลง สส.แบบบัญชีรายชื่อ50 รายเป็นสมาชิกเท่านั้น &amp;nbsp;เป็นผู้สนับสนุน เป็นแนวร่วม ติดต่อได้ที่ facebook:พรรคไทยศรีวิไลย์ หรือ จะมาร่วมงานสังสรรค์พบปะผู้สมัคร ส.ส ในวันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน 2561 เวลา 18.00 น. ณ ร้านใบไม้ร่าเริง สาขาแจ้งวัฒนะ (ห้องวังใหญ่) เป็นต้นไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17636</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อกพรรค, นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์, พรรคไทยศรีวิไลย์, มาร์ค พิทบูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180915/image_big_5b9cc73223d58.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17635</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2018 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2018 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จาตุรนต์&#039; ชี้คำสั่ง &#039;ล่ามโซ่พรรค&#039; ไม่ใช่ &#039;คลายล็อกพรรค&#039;!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย. 61 - นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 13/2561 คลายล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้ว่า คำสั่งดังกล่าวไม่ใช่เป็นการคลายล็อก แต่เป็นการล่ามโซ่พรรคการเมืองและปิดหูปิดตาประชาชน คำสั่งนี้จะทำให้การเลือกตั้งที่จะมีขึ้น เป็นการเลือกตั้งที่จำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนมากที่สุด นับตั้งแต่มีการเลือกตั้งมาในประเทศไทย ที่อวดอ้างว่า ระบบตามรัฐธรรมนูญนี้ต้องการให้พรรคการเมืองเป็นของประชาชน สมาชิกพรรคสามารถกำหนดผู้นำ ผู้บริหารพรรค และนโยบายพรรคได้นั้น คำสั่งนี้ได้ทำให้สิ่งที่อวดอ้างเหล่านั้นไม่อาจเกิดขึ้น ทั้งยังไม่เปิดโอกาสให้พรรคการเมืองจัดทำนโยบาย โดยสมาชิกพรรคและประชาชนมีส่วนร่วม และการยกเลิกทำไพรมารีโหวตโดยไม่มีวิธีการที่ดีมาทดแทน การห้ามใช้โซเซียลมีเดียสื่อสารกับประชาชน ภายใต้ข้ออ้างว่าห้ามหาเสียงและภายใต้ความสงบเรียบร้อย ที่ผ่านมามักห้ามโน้นห้ามนี้ โดยอ้างว่ากลัวจะเกิดความวุ่นวาย โดยเฉพาะห้ามทำกิจกรรมที่มีคนเข้าร่วมเกิน 5 คน ถือเป็นการมัวสุ่มทางการเมือง แต่การประชุมหารือเพื่อทำนโยบาย มันจะเป็นความไม่สงบไปได้อย่างไร เพราะประชุมกับกลุ่มประชาชนที่ทำอาชีพต่างๆเป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจาตุรนต์ กล่าวว่า เลวร้ายสุดห้ามสื่อสารโดยใช้โซเซียลมีเดียโดยใช้คำว่าห้ามประชาสัมพันธ์หรือสื่อสารที่เป็นการหาเสียง ซึ่งถือเป็นการปิดหูปิดตาประชาชนนั่นเอง คำว่าหาเสียงหมายความอย่างไร คำนี้อาจถูกตีความจนพรรคการเมืองสื่อสารประชาชนทั่วไปไม่ได้ เพราะว่าอาจมีการตีความอำเภอใจ พูดถึงพรรคการเมือง นักการเมือง พูดถึงนโยบาย อาจตีความเป็นการหาเสียงไปได้หมด ทั้งๆที่การหาเสียงไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยอะไร ไม่ทราบว่าเหตุใดจึงมองว่าการหาเสียงกับประชาชนเป็นสิ่งที่เป็นพิษเป็นภัยกับบ้านเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจาตุรนต์ กล่าวว่า นอกจากนี้คำสั่งนี้ยังให้อำนาจคสช.และกกต.กำหนดการประชาสัมพันธ์แบบใดเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อย และอาจสั่งระงับการประชาสัมพันธ์ใดๆได้ตามที่เห็นว่าสมควร ซึ่งอาจรวมถึงการห้ามวิพากษ์วิจารณ์คสช.และรัฐบาล เพราะที่ผ่านมาการวิพากษ์วิจารณ์ก็ถูกเลือกปฏิบัติมาโดยตลอด ขัดแย้งกับแกนนำคสช.และผู้นำรัฐบาลบางส่วน อาจไปเป็นผู้ลงแข่งขันในการเลือกตั้งเอง แต่ก็จะปิดปากนักการเมืองและประชาชนในการที่วิพากษ์วิจารณ์คสช.และรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ทั้งหมดนี้เป็นการจำกัดสิทธิประชาชนในการกำหนดนโยบายพรรคการเมือง ปิดกั้นการรับรู้ข่าวสารที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ประชาชนที่จะเลือกผู้แทนของตนและรัฐบาลที่จะมาบริหารประเทศในอนาคต เป็นการเลือกตั้งภายใต้อำนาจเผด็จการโดยแท้ ผู้ที่สูญเสียผลประโยชน์มากที่สุดจากคำสั่งนี้คือประชาชนทั้งประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มองว่ามีเหตุผลอะไรทำให้คสช.ไม่เลือกที่จะปลดล็อกมากกว่าคลายล็อกเวลานี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจาตุรนต์ กล่าวว่า เขากลัวประชาชนจะเลือกพรรคการเมือง นักการเมืองที่ต้องการ และเป็นฝ่ายที่ตรงข้ามหรือไม่สนับสนุนผู้นำคสช.คำสั่งแบบนี้เปิดให้ผู้นำคสช.และรัฐบาลหาเสียงฝ่ายเดียว พูดถึงโครงการ นโยบาย ความดีงามต่างๆของคสช.โดยไม่มีอะไรห้าม แต่พรรคการเมืองไม่สามารถทำนโยบายให้ตรงกับความต้องการของประชาชน และไม่สามารถสื่อสารกับประชาชนได้ เขากลัวประชาชนได้ข้อมูล 2 ทางแล้วมีโอกาสเปรียบเทียบประชาชนก็จะสนับสนุนผู้นำคสช.และรัฐบาล ให้เป็นผู้นำหลังการเลือกตั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ความจริงไม่เป็นเหตุเป็นผลอะไรเลย เมื่อจะมีการเลือกตั้งต้องเปิดให้พรรคการเมืองพูดคุยกับประชาชน ให้ประชาชนสามารถวิจารณ์สิ่ิงที่พรรคการเมืองทำอยู่ได้ รวมทั้งวิจารณ์สิ่งที่รัฐบาลและคสช.ทำอยู่ได้ ไม่ใช่ห้ามสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด แล้วบอกว่าเมื่อประกาศวันเลือกตั้งชัดเจนแล้วค่อยไปทำกัน ซึ่งไม่มีใครทำแบบนี้ในโลก และคำอ้างที่ว่าทำให้เกิดความเท่าเทียมของพรรคการเมืองก็เป็นเรื่องหลอกลวง มีพรรคการเมืองหลายสิบปีมาแล้ว เมื่อมีการเลือกตั้งใครจะตั้งพรรคใหม่ก็ทำได้ และไม่จำเป็นต้องบอกว่าต้องรอให้พรรคการเมืองใหม่มีความพร้อมเท่ากับพรรคการเมืองเดิมแล้วค่อยมาสื่อสารประชาชน ไม่มีที่ไหนในโลกที่มีกติกาแบบนี้ ถ้าไม่อย่างนั้นเลือกตั้งใหม่มีพรรคการเมืองใหม่ทีต้องให้พรรคการเมืองเดิมหยุดรอพรรคการเมืองใหม่ก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คำสั่งที่ออกมาอาจต้องการเอื้อให้กับบางพรรคการเมืองที่สนับสนุนคสช. แต่วัตถุประสงค์ที่แท้จริงต้องการสร้างความได้เปรียบให้กับคสช. และรัฐบาลที่ต้องการจะเป็นรัฐบาลหลังการเลือกตั้งมากกว่าอย่างอื่น&amp;quot;นายจาตุรนต์ระบุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17635</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อกพรรค, จาตุรนต์ ฉายแสง, พรรคเพื่อไทย, ล่ามโซ่พรรคการเมือง, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180216/image_big_5a8633caa4ba0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17627</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2018 13:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2018 13:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ได้คืบจะเอาศอก!นักการเมืองบอก &#039;คลายล็อก&#039; ไม่พอต้อง &#039;ปลดล็อก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย. 61 - นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คสช.มีคำสั่ง คลายล็อกให้กับพรรคการเมืองเพื่อดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้บางส่วน ว่า เท่าที่อ่านแล้วเหมือนยังไม่สุด เพราะบรรยากาศทางการเมืองในวันนี้เมื่อ ประกาศ พ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. และพ.ร.ป.ได้มาซึ่งส.ว.ลงมาแล้ว ทำให้บรรยากาศในเรื่องความเชื่อมั่นของการเลือกตั้งนั้นมีสูงมาก เห็นได้จากตลาดหุ้นที่พุ่งปรี๊ด สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนมีความเชื่อมั่นและฝากความหวังไว้กับการเลือกตั้งจึงควรที่จะทำให้บรรยากาศการเลือกตั้งคืนสู่ภาวะปกติเพื่อให้สอดคล้องกับบรรยากาศและความรู้สึก ความหวัง และความเชื่อมั่นของผู้คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้การที่ ยังไม่ปลดล็อกแต่คลายล็อกเพียงบางส่วนนั้น ทำให้เกิดมีความรู้สึกว่าอาจจะใช่หรือไม่ใช่ ซึ่งไม่ได้เกิดผลดีต่อรัฐบาลเลย ผมอยากให้รัฐบาลเชื่อมั่นศักยภาพของรัฐบาลและคสช. เพราะ4ปีกว่า เกือบ5 ปี ทุกอย่างอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่รัฐบาลและคสช. ควบคุมได้ทั้งหมดแล้ว ดังนั้นควรจะมีความเชื่อมั่นและไว้วางใจประชาชนด้วย ทำให้เป็นประชาธิปไตยตามที่ทุกคนต้องการอยากจะเห็น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวว่าการคลายล็อกเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ทำให้สถานการณ์ไม่ตึงเครียดจนเกินไป ทำให้บางอย่างสามารถทำได้แต่ก็ทำไม่ได้หมดคือไม่สุด จึงดูเหมือนกับว่าจะกึ่งเชือกกึ่งไม่เชื่อ ว่าจะมีการเลือกตั้งจริงในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 เพราะการที่ไม่ปลดล็อกไปให้สุดนั้นเหมือนกับยังกั๊กๆอะไรอยู่ จึงอาจทำให้เกิดเปลี่ยนแปลงได้ และถ้า นับเวลาตามโร้ดแม็ปจริงๆ แล้วจะต้องไปสิ้นสุดในเดือนพฤษภาคม 2562 ทำให้รู้สึกว่ามันยังไม่สุด อย่างไรก็ตามการทำงานทางการเมืองของพรรคการเมืองคงไม่สามารถทำได้เต็มที่ตามที่พรรคการเมืองควรจะ สามารถทำได้ การจะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นได้คือต้องปลดล็อก&amp;nbsp;ทำให้เกิดความรู้สึกว่าเป็นบรรยากาศของความประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามปกติ เป็นไปตามครรลอง เชื่อว่าถ้าเช่นนั้นจะทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีล้มไพรมารี่โหวตนั้นก็ สะท้อนความเป็นจริงให้เห็นแล้วว่ากฎหมายเขียนมาแล้วก็มาใช้มาตรา 44 ที่ดูเหมือนจะยิ่งใหญ่กว่าทำให้คลายความศักดิ์สิทธิ์ลงไป ทำให้ผู้คนเริ่มงง ทำให้คนมองเห็นว่าหรือในอนาคตจะมีการยกเลิกเลยหรือไม่ หรือจะมีการแก้ไขหรือไม่ เพราะเห็นในข้อจำกัดแล้วว่า ไพรมารี่โหวตนั้น กลับสถานการณ์การเมืองไทยในวันนี้มันยังไม่ใช่ อย่างไรก็ตามการที่คลี่คลายออกมาอย่างนี้ทำให้ดีคือพรรคการเมืองไม่ต้องเกร็ง ทำให้พรรคการเมืองมีความรู้สึกคล่องตัวขึ้น ไม่งั้นมัวมาเกร็งกับเรื่องเหล่านี้ว่าจะทำทันหรือไม่ทันแล้วจะเป็นไปตามเจตนารมย์ของพรรคการเมืองที่วางไว้หรือไม่ ทั้งนี้ การมีคณะกรรมการสรรหาผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมืองอย่างน้อยก็เป็นการเปิดโอกาสให้คนที่ไม่ใช่กรรมการบริหารพรรคได้เป็น โดยเฉพาะการที่กำหนดว่าจะต้องมีทุกภูมิภาคและคำนึงถึงความเท่าเทียมชายหญิง ถือว่ามีส่วนที่ทำให้ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอฝากคสช. รัฐบาล ว่าหลายพรรคการเมืองอยากเห็นบรรยากาศการเลือกตั้งคืนสู่สภาวะปกติและเป็นไปตามธรรมชาติ ในเมื่อการเลือกตั้งเห็นอนาคตแล้วก็ควรจะปล่อยให้ไปกันอย่างเต็มที่ ขอให้เชื่อมั่นประชาชนว่าไม่มีใครอยากจะฉุดรั้ง ประเทศให้ ถอยหลังกลับไปสู่สภาวะเดิมหรอก มีแต่จะช่วยกันผลักให้ก้าวรุดไปข้างหน้า เพราะฉะนั้นขอให้ ไว้วางใจและเชื่อมั่นประชาชนและมีความเชื่อมั่นในตัวเองและศักยภาพของตัวเองว่าสามารถทำให้ บรรยากาศเป็นประชาธิปไตยได้โดยไม่มีเหตุการณ์ใดมาแทรกซ้อน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17627</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อกพรรค, นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล, ปลดล็อกพรรค, หาเสียงเลือกตั้ง, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180602/image_big_5b12447353188.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17622</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2018 11:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2018 11:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้น!เพื่อไทยประชุมใหญ่เลือกใครนั่งหัวหน้าพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.61 - นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวหลังคลายล็อกพรรคการเมืองว่า พรรคเพื่อไทย เตรียมที่จะจัดให้มีการประชุมใหญ่เพื่อรับรองข้อบังคับพรรคใหม่ เลือกกรรมการบริหารชุดใหม่ และเลือกกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งตามที่กำหนดในคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่13/2561&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภูมิธรรม&amp;nbsp;กล่าวว่าเบื้องต้นจะได้หารือกรรมการบริหารพรรค เพื่อพิจารณา คำสั่งคลายล็อกให้พรรคการเมืองสามารถดำเนินการประชุมและเตรียมการในการจัดการประชุมใหญ่พรรคเพื่อไทยตามเงื่อนไขที่กำหนดในคำสั่งโดยคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่13/2561ระบุให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สิ่งที่ต้องหารือเป็นเรื่องสำคัญคือจะกำหนดองค์ประกอบขององค์ประชุมใหญ่อย่างไร เนื่องจากคำสั่งที่13/2561กำหนดให้มีองค์ประชุมไม่น้อยกว่า 250 คน มีกรรมการบริหารและสมาชิก โดยไม่ต้องมีสาขา เนื่องจากสาขาถูกยุบไปแล้ว คงต้องมากำหนดว่าจะมีตัวแทนสมาชิกเข้าร่วมประชุมอย่างไร นอกจากนั้นคงต้องหารือว่าจะกำหนดวันประชุมใหญ่เมื่อใด เนื่องจากจะต้องแจ้งกกต.ก่อนการประชุมใหญ่ไม่น้อยกว่า5วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รักษาการเลขาธิการพรคเพื่อไทย กล่าวด้วยว่าสำหรับการคลายล็อกครั้งนี้ รัฐบาลไม่ได้ตั้งใจจะเปิดเงื่อนไขกติกาอย่างเต็มที่ให้แก่พรรคการเมือง การจะอ้างว่าเพื่อความสงบเรียบร้อยก็เป็นการกล่าวอ้างซ้ำซากมานานมากแล้ว ไม่มีเหตุผลใดในทางการเมืองที่จะคลายล็อกแบบปล่อยทีละส่วน &amp;nbsp;เพื่อหวังจะทำหน้าที่คุมเกมทั้งหมดเช่นนี้ นอกจากยังคงมีความกลัวอยู่ ซึ่งไม่ทราบรัฐบาลกลัวอะไร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17622</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อกพรรค, นายภูมิธรรม เวชยชัย, ปลดล็อกพรรค, พรรคเพื่อไทย, อ้วน ภูมิธรรม, เลือกหัวหน้าพรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171216/5a3497ca9208a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17571</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2018 16:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2018 16:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกาศแล้ว!มาตรา 44 คลายล็อกพรรคการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย. 61 - &amp;nbsp;เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๑๓/๒๕๖๑เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (เพิ่มเติม)ตามที่ได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๕๓/๒๕๖๐ เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ลงวันที่ ๒๒ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ เพื่อให้มาตรการเกี่ยวกับพรรคการเมืองได้ผลในการปฏิรูปตามมาตรา ๔๕ และมาตรา ๒๕๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย รวมทั้งเพื่อให้พรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นก่อนแล้วและพรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นใหม่สามารถด เนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองได้อย่างถูกต้องครบถ้วน ไม่เกิดความเหลื่อมล้ำหรือยุ่งยากสับสน แต่จากข้อเท็จจริงปรากฏว่าในปัจจุบันพรรคการเมืองดังกล่าวยังคงมีปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองบางประการ ดังที่พรรคการเมืองต่างๆแจ้งให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติทราบในการประชุมร่วมกันเมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๑ และได้ส่งหนังสือแสดงความคิดเห็นตามมาเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น เพื่อให้สถานการณ์ของบ้านเมืองที่มีความสงบเรียบร้อยระดับหนึ่งในขณะนี้ยังคงดำเนินอยู่ต่อไปในห้วงเวลาการปฏิรูปประเทศตามแผนการปฏิรูปประเทศ จึงยังคงจำเป็นต้องให้ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชำติหรือคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่เกี่ยวกับการดำเนินการของพรรคการเมืองยังคงมีผลใช้บังคับต่อไป แต่เพื่อให้การจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกนั้นเป็นไปตำมเวลาที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๖๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และเพื่อให้พรรคการเมืองทั้งที่จัดตั้งขึ้นใหม่และจัดตั้งมาก่อนแล้ว อีกทั้งไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองที่มีสมาชิกมากหรือน้อยเพียงใดสามารถเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นตามเวลาดังกล่าวได้ จึงควรผ่อนคลายการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองที่จำเป็นบางกรณีซึ่งพรรคการเมืองต้องดำเนินการก่อนการเลือกตั้ง โดยให้สามารถดำเนินการได้ในช่วงระยะเวลาเก้าสิบวันนับแต่มีการประกาศพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งเป็นระยะเวลาเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๖๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้คลิกอ่านทั้งหมด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17571</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อกพรรค, ประกาศคลายล็อกพรรคการเมือง, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180724/image_big_5b56fb8616ee0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
