<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116091</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลายล็อกระบบขนส่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้มีการประกาศคุมเข้มมาตรการการเดินทางในระบบสาธารณะ บก-ราง-น้ำ-อากาศ ทำให้ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบไปตามๆ กัน แต่ล่าสุดตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ได้ประกาศให้ประชาชนในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด จะสามารถเดินทางออกนอกพื้นที่ได้ และสายการบินสามารถให้บริการบินข้ามจังหวัดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ขณะเดียวกัน ศบค.ก็ได้ขอความร่วมมือให้หลีกเลี่ยงการเดินทาง หรือเดินทางเมื่อมีเหตุจำเป็นเท่านั้น โดย ศบค.กำหนดให้ผู้ประกอบการขนส่งจำกัดอัตราบรรทุกผู้โดยสารต้องไม่เกิน 75% ของความจุผู้โดยสารสำหรับยานพาหนะแต่ละประเภท และผู้โดยสารต้องสวมหน้ากากตลอดเวลา ห้ามรับประทานอาหารระหว่างการเดินทาง สำหรับรถโดยสารหรือรถตู้ระยะทางไกลควรแวะพักทุก 2-3 ชั่วโมงเพื่อระบายอากาศ ส่วนผู้โดยสารเดินทางด้วยเครื่องบินจำเป็นต้องตรวจสอบมาตรการของแต่ละจังหวัดปลายทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ให้ข้อมูลว่า ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 32) &amp;ldquo;คลายล็อกดาวน์&amp;rdquo; ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.64 ที่ผ่านมานั้น ได้สั่งการให้หัวหน้าหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลระบบขนส่งสาธารณะนั้นๆ เพิ่มมาตรการการดูแลการเดินทางประชาชนที่มาใช้บริการมากขึ้น เพื่อที่จะนำอุปสรรคปัญหามาหารือภายหลังการให้บริการประชาชนในวันแรกของการคลายล็อกดาวน์ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยในส่วนขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้มอบหมายให้ ผอ.เขตเดินรถทุกเขต สอดส่อง ตรวจสอบ และสำรวจสภาพการเดินทางในช่วงเร่งด่วน ห้ามให้มีประชาชนตกค้างการเดินทาง หากพบว่ามีปริมาณการเดินทางมากให้เตรียมรถไว้ในจุดใกล้เคียงเพื่อเสริมรถได้ในทันที และมอบหมายให้สายตรวจ ขสมก. ส่งภาพทุกพื้นที่ ตั้งแต่เวลา 18.00-20.00 น. รวมกับการใช้ภาพจากกล้อง CCTV กำกับการจัดการเดินรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ได้มีการเพิ่มความถี่การให้บริการ จากเดิม 18,000 เที่ยว/วัน เป็น 22,000 เที่ยว/วัน และเพิ่มความถี่ การเดินรถในช่วงเวลาเร่งด่วน เพื่อลดความแออัดของผู้โดยสาร และให้เพิ่มเที่ยวรถจาก 18,000 เที่ยว เป็น 20,000 เที่ยว ให้เพิ่มอีก 10% เป็นอย่างน้อย หรือประมาณ 22,000 เที่ยว โดยให้เพิ่มขึ้นได้อีกหากมีปริมาณความต้องการเดินทางของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ปริมาณผู้โดยสารระบบขนส่งทางรางทุกระบบ ทั้งรถไฟ, รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์, รถไฟชานเมืองสายสีแดง, รถไฟฟ้า MRT, รถไฟฟ้า BTS ในภาพรวมปรับเพิ่มขึ้นจากวันที่ 31 ส.ค. ที่มีปริมาณผู้โดยสารรวม 289,695 คน เป็น 343,302 คน ซึ่งเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดโรคโควิด-19 ที่มีผู้โดยสารในระบบรางถึง 1.22 ล้านคน/วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยแยกเป็น การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ผู้โดยสารเมื่อวันที่ 31 ส.ค. มีจำนวน 9,351 คน เพิ่มขึ้นเป็น 9,455 คน ในวันที่ 1 ก.ย. รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มีผู้โดยสาร 12,570 คน เพิ่มเป็น 14,445 คน รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง มีผู้โดยสาร 90,736 คน เพิ่มเป็น 104,758 คน รถไฟฟ้า BTS มีผู้โดยสาร 173,507 คน เพิ่มเป็น 210,291 คน ส่วนรถไฟชานเมืองสายสีแดง มีผู้โดยสารในระดับ 3,500 คนเท่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่เรือโดยสารคลองแสนแสบ เส้นทางวัดศรีบุญเรือง-สะพานผ่านฟ้าลีลาศ แจ้งว่า เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน พบว่า ผู้โดยสารใช้บริการเรือคลองแสนแสบเพิ่มขึ้น 100-200 คน/วัน หรืออยู่ที่ 3,000 คน/วัน ในช่วงวันทำงานปกติ จันทร์-ศุกร์ ในจำนวนเรือที่ให้บริการ 30-40 ลำต่อวัน เนื่องจากการคลายล็อกดังกล่าวทำให้ประชาชนเริ่มออกมาทำกิจกรรมหรือเดินทางมากขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นผู้โดยสารวัยทำงาน ใช้บริการช่วงเร่งด่วนเช้า-เย็น ขณะนี้ได้ปรับเที่ยววิ่งให้สอดคล้องกับผู้โดยสาร ลดความแออัดในช่วง ชม.เร่งด่วนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก ศบค.ยังคงเวลาห้ามออกนอกเคหสถาน หรือเคอร์ฟิว ช่วง 21.00-04.00 น.ต่ออีกอย่างน้อย 14 วัน หลังจากวันที่ 1 ก.ย.2564 เป็นต้นไป จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้จำนวนผู้โดยสารในทุกระบบขนส่งสาธารณะยังเพิ่มขึ้นไม่มากนัก แต่หากมีการผ่อนคลายหรือยกเลิกเคอร์ฟิวจะทำให้มีประชาชนเดินทางเพิ่มขึ้น และส่งผลให้ระบบรางมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นไปด้วย เชื่อว่าอีกไม่นานหากทุกคนที่ใช้บริการรักษากฎกติกาในการใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะ คาดว่าจากนี้ไปจะทำให้การระบาดของเชื้อโรคลดน้อยลง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กัลยา ยืนยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116091</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, กัลยา ยืนยง, คลายล็อกระบบขนส่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088ef44eff8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
