<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลายล็อกหนุนเศรษฐกิจฟื้น!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรียกว่าเป็นสัญญาณที่ดี หลังจากที่ &amp;ldquo;สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์&amp;rdquo; ออกมาประกาศตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 3/2563 ว่าเศรษฐกิจขยายตัวได้ดีขึ้น จากการใช้จ่ายของภาครัฐที่ทำได้ดี ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนก็ปรับตัวดีขึ้น ส่วนภาคการผลิต ภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรก็ฟื้นตัวดีเช่นกัน ส่งผลให้ตัวเลขจีดีพีในไตรมาส 3 ขยายตัวติดลบเหลือ 6.4% ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ติดลบสูงถึง 12.2% ถือว่าเป็นการฟื้นตัวที่ดีกว่าคาดการณ์มาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วง 9 เดือนของปี 2563 ยังขยายตัวติดลบที่ 6.7% ขณะที่การส่งออกในปีนี้คาดว่าจะขยายตัวติดลบที่ 7.5% โดยการที่รัฐบาลเริ่มเปิดประเทศเกือบ 100% ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง ยกเว้นการจำกัดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามานั้น น่าจะช่วยทำให้รายได้จากภาคการท่องเที่ยวในปีนี้ขยายตัวที่ 4.6 แสนล้านบาท ก่อนจะเพิ่มขึ้นเป็น 4.9 แสนล้านบาทในปีหน้า ส่วนภาพรวมเศรษฐกิจทั้งปี 2563 คาดว่าจะขยายตัวติดลบที่ 6% ดีขึ้นจากคาดการณ์เดิม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับเศรษฐกิจไทยในปี 2564 จะได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศ ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นของภาครัฐ การปรับตัวที่ดีขึ้นของเศรษฐกิจและการค้าโลก การเบิกจ่ายของภาครัฐกว่า 3.75 ล้านล้านบาท และอานิสงส์จากฐานการเติบโตของเศรษฐกิจในปีนี้ที่อยู่ในระดับต่ำ ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม คือ ความไม่แน่นอนของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่หลายฝ่ายประเมินว่าโลกจะได้วัคซีนใช้ได้เร็วสุดในไตรมาส 3/2564 และปัญหาการว่างงาน ฐานะการเงินของครัวเรือนรวมถึงภาคธุรกิจ ปัญหาภัยแล้ง และความผันผวนของเศรษฐกิจและการเงินโลก โดยปัจจัยทั้งหมดจะมีผลทำให้คาดว่าเศรษฐกิจโลกในปีหน้าจะเติบโตที่ 4.9% จากปีนี้ที่คาดว่าจะขยายตัวติดลบที่ 3.5%&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ฝั่งกระทรวงการคลัง โดย &amp;ldquo;อาคม เติมพิทยาไพสิฐ&amp;rdquo;&amp;nbsp; รมว.การคลัง ออกมายอมรับว่า ปี 2563 ตัวเลขจีดีพีจะขยายตัวติดลบแน่นอน แม้ว่าขณะนี้เครื่องชี้เศรษฐกิจหลายตัวจะเริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าปีนี้เศรษฐกิจจะติดลบน้อยกว่า 7.7% ก่อนจะฟื้นตัวเป็นบวกขึ้นได้ในปี 2564 ที่ระดับ 4% โดยยังต้องจับตาภาคการท่องเที่ยว เพราะหากรัฐบาลสามารถเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ ก็จะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;การใช้จ่ายของประชาชนในไตรมาส 3/2563 เทียบกับไตรมาสก่อนหน้าพลิกกลับมาเป็นบวกที่ 6.3% แต่ยังติดลบ 0.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การลงทุนภาครัฐเป็นบวกที่ 18% เป็นเครื่องยืนยันว่าพื้นฐานเศรษฐกิจไทยดี และช่วงก่อนหน้าที่รัฐบาลจำเป็นต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ก็เพื่อประโยชน์ในการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นการป้องกันไว้ก่อน เมื่อถึงจุดที่มั่นใจแล้วว่าไม่มีการแพร่ระบาดภายในประเทศ รัฐบาลก็ทยอยคลายมาตรการล็อกดาวน์และใช้มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ ซึ่งกระทรวงการคลังใช้ความพยายาม ใช้ความสามารถอย่างที่สุดในการดำเนินการ เพราะการใช้เงินกระตุ้นการใช้จ่ายตรงนี้จะทำให้เกิดผลทวีคูณกลับมา&amp;rdquo; นายอาคมระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ &amp;ldquo;ศูนย์วิจัยกสิกรไทย&amp;rdquo; เอง ก็มองว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3/2563 ฟื้นตัวได้ดีกว่าตลาดคาดการณ์ มาอยู่ที่ติดลบ 8% มาจากแรงหนุนของการส่งออกที่หดตัวน้อยกว่าที่ประเมิน โดยมองว่าในปีนี้ภาพรวมการส่งออกจะขยายตัวติดลบ 7% ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐ ทั้งการบริโภคและการลงทุนก็ทำได้ดีกว่าที่คาดการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ แม้ว่าไตรมาส 3/2563 จะเป็นช่วงรอยต่อการสิ้นสุดมาตรการภาครัฐที่ช่วยเหลือเยียวยา 5,000 บาท ต่อเนื่อง 3 เดือน ในโครงการเราไม่ทิ้งกัน แต่การใช้จ่ายครัวเรือนก็มีการปรับตัวอย่างมากจากไตรมาสก่อนหน้า แม้ว่าจะยังหดตัวอยู่ก็ตาม เป็นการสะท้อนแรงหนุนจากความต้องการที่สะสมมาจากช่วงก่อนหน้า หลังจากมีการผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พร้อมทั้งมองว่าทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2563 จะยังคงหดตัวใกล้เคียงกับไตรมาสที่ 3 และยังต้องเผชิญกับปัจจัยความไม่แน่นอนหลายเรื่อง ทั้งจากความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก แรงกดดันจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศอีกด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ครองขวัญ รอดหมวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84164</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, ครองขวัญ รอดหมวน, คลายล็อกหนุนเศรษฐกิจฟื้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088ef44eff8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
