<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64454</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้งผบก.อุบลฯจอมกร่าง สอบผญบ.บุรีรัมย์รีดเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; โควิดพ่นพิษ &amp;quot;ผบช.ภ.3&amp;quot; สั่งเด้ง &amp;quot;ผู้การฯอุบลราชธานี&amp;quot; เข้ากรุ 30 วัน หลังมีข่าวไม่ให้ความร่วมมือคัดกรองโรค พร้อมตั้ง กก.ตรวจสอบข้อเท็จจริง ส่วน &amp;quot;ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์&amp;quot; สอบ &amp;quot;ผญบ.&amp;quot; &amp;nbsp;รีดไถเงินค่าติดสติกเกอร์ปลอดเชื้อโควิด ฮึ่ม! ผิดจริงฟันไม่เลี้ยง &amp;quot;นครพนม&amp;quot; ไม่ยอมการ์ดตก คลายล็อกแต่ไม่ปลดล็อก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 เม.ย. พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 (ผบช.ภ.3) ได้ลงคำสั่งด่วนที่สุด ที่ 0018.112/2517 ให้ พล.ต.ต.รณกร ฤทธิรงค์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี (ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี) ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติราชการตำรวจภูธรภาค 3 โดยขาดจากตำแหน่งและหน้าที่สังกัดเดิม มีกำหนด 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย.2563 เป็นต้นไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พล.ต.ท.พูลทรัพย์ยังลงนามคำสั่งที่ 706/2563 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจรักษาราชการแทน ระบุว่า เพื่อให้การปฏิบัติราชการในภาพรวมของตำรวจภูธรภาค 3 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์ต่อทางราชการ ฉะนั้นอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 72 (3) แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 และแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 7/2559 ลงวันที่ 5 ก.พ.2559 จึงให้ พล.ต.ต.ธเนศ เทพสุด ผู้บังคับการประจำตำรวจภูธรภาค 3 (ผบก.ประจำบช.ภ.3) รักษาราชการในตำแหน่ง ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี อีกหน้าที่หนึ่งโดยไม่ขาดจากตำแหน่งและหน้าที่สังกัดเดิม มีกำหนด 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย.2563 เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีผู้มาดำรงตำแหน่งตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำสั่งให้ พล.ต.ต.รณกรไปช่วยราชการที่ศปก.ภ.3 ครั้งนี้ อาจจะเกี่ยวข้องกับกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ก่อนหน้านี้ในโลกโซเชียล ที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงจังหวัดอุบลราชธานีที่เดินทางกลับจากกรุงเทพมหานคร มาลงที่ท่าอากาศยานอุบลราชธานี แต่ไม่ยอมให้ความร่วมมือในการคัดกรองการแพร่เชื้อไวรัสโควิด เหตุเกิดวันที่ 13 เม.ย. ขั้นตอนการคัดกรองผู้โดยสารทุกคนต้องกรอกเอกสารระบุรายละเอียด ข้อมูลส่วนตัว สถานที่จะเดินทางไป ซึ่งมาตรการนี้ใช้ทุกจังหวัดทั่วประเทศ แต่นายตำรวจคนดังกล่าวไม่ยอมกรอกข้อมูล แสดงอาการหงุดหงิด แต่เมื่อเจ้าหน้าที่หญิงสอบถามถึงสถานที่เดินทางมาและสถานที่จะไปพักในจังหวัดอุบลฯ แถมยังด่ากราดลูกน้องที่มาคอยรับดังลั่นสนามบิน สร้างความแตกตื่นให้กับผู้โดยสารคนอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.พูลทรัพย์กล่าวถึงคำสั่งย้าย พล.ต.ต.รณกรไปปฏิบัติราชการที่ ศปก.ภ.3 ว่า ได้ออกคำสั่งให้มาช่วยราชการตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา และให้มารายงานตัวตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย. พร้อมทั้งได้แต่งตั้ง พล.ต.ต.ภาณุ บูรณศิริ รอง ผบช.ภ.3 ซึ่งรับผิดชอบ จ.อุบลราชธานีกับ จ.อำนาจเจริญ และรับผิดชอบงานจเร ของ บช.ภ.3 ให้ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อที่จะได้สะดวกแก่ผู้ตรวจสอบและผู้ที่จะให้ปากคำต่างๆ ก็ให้ ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานีมาช่วยราชการก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลักฐานต่างๆ ยังไม่ชัดเจน ก็ต้องให้ผู้ที่มีหน้าที่ไปทำการตรวจสอบเพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนเรื่องที่ว่าจะปกป้องช่วยเหลือกันนั้น ทุกอย่างต้องว่าไปตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริง หากตรวจพบกระทำผิดตามข้อกล่าวหาจริงๆ เราก็ลงโทษเลย แต่ตอนนี้เป็นข่าวก็ต้องตรวจสอบ ฉะนั้นต้องให้ความเป็นธรรมต่อทุกคน&amp;quot; พล.ต.ท.พูลทรัพย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ EOC โควิด-19 จังหวัดบุรีรัมย์ ได้จับกุมนายบรรณชัย (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 ต.หนองแวง อ.ละหานทราย ที่ถูกร้องเรียนและโพสต์คลิปแฉในโซเชียลว่ามีพฤติกรรมเรียกเก็บเงินค่าดำเนินการติดสติกเกอร์บนบัตรประจำตัวประชาชนจากชาวบ้าน รายละ 20 บาท ซึ่งการติดสติกเกอร์ Buriram Healthy บนบัตรประชาชนเป็นการรับรองการปลอดเชื้อของผู้ที่ได้รับการติดสติกเกอร์ ตามมาตรการของคณะกรรมการโรคติดต่อเพื่อควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ได้สั่งการให้ ร.ต.เสถียร สาระสิทธิ์ นายอำเภอละหานทราย ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวแล้ว หากพบพยานหลักฐานว่ามีการกระทำผิดจริง ก็จะถูกลงโทษทั้งวินัยและอาญา เนื่องจากเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ แต่กลับใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปแสวงหาผลประโยชน์ซ้ำเติมชาวบ้านในช่วงไวรัสโควิดระบาด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ละหานทราย ท้องที่เกิดเหตุ ก็ได้ลงพื้นที่หาข้อมูลหลักฐานเพิ่มเติม และเรียกสอบปากคำผู้มีส่วนเกี่ยวข้องว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องในการกระทำผิดด้วยหรือไม่ ส่วนผู้ใหญ่บ้านที่ถูกจับกุมเบื้องต้นก็ได้แจ้งข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 157 หลังจากนี้ก็จะได้รวบรวมพยานหลักฐานสรุปสำนวนส่งอัยการตามขั้นตอนต่อไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ รองผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นการซ้ำเติมประชาชนที่ประสบปัญหาเดือดร้อนจากการระบาดของเชื้อโควิด-19 จึงได้เร่งรัดให้ทางอำเภอดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และหากมีพยานหลักฐานชัดเจนก็จะถูกดำเนินการเอาทั้งวินัยและอาญาโดยไม่ละเว้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้กำชับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้นำชุมชน มีหน้าที่นำสติกเกอร์ไปติดให้แก่ประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ ห้ามมีพฤติกรรมที่เป็นการซ้ำเติมหรือสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างเด็ดขาด&amp;quot; รองผู้ว่าฯ บุรีรัมย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมาตรการของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ตามแนวทาง Buriram Healthy Model ระหว่างวันที่ 1-31 พ.ค.63 ข้อที่ 2 บุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปที่พักอาศัยอยู่ในท้องที่จังหวัดบุรีรัมย์ ไม่ว่าจะมีภูมิลำเนาอยู่ ณ ท้องที่ใดก็ตาม ต้องมีเครื่องหมายแสดงการปลอดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 (สติกเกอร์) ติดอยู่บนบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง (บุคคลต่างด้าว) หากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบแล้ว ไม่พบเครื่องหมายปลอดเชื้อโควิด-19 (สติกเกอร์) บนบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทาง (บุคคลต่างด้าว) ผู้นั้นจะต้องเข้าสู่กระบวนการกักตัวตามระยะเวลา 14 วัน ตามประกาศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ภูเก็ต คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต แจ้งสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จังหวัดภูเก็ต ข้อมูล ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.-26 เม.ย. มีผู้ติดเชื้อยืนยันโรคโควิด-19 แล้วจำนวน 207 ราย (รายใหม่ 1 ราย) โดยผู้ติดเชื้อได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน 168 ราย (เพิ่มขึ้นจากเดิม 7 ราย) กำลังรักษาพยาบาลอยู่ 38 ราย ในจำนวนนี้อาการรุนแรง 3 ราย เสียชีวิต 1 ราย ที่เหลืออาการอยู่ในเกณฑ์ที่ดี อยู่ระหว่างรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ 36 ราย สำหรับผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 รายใหม่ &amp;nbsp;1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 66 ปี อาชีพแม่บ้าน เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดร่วมบ้านกับผู้ป่วยยืนยันรายที่ 204 ในพื้นที่บางเทา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นครพนม นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าฯ นครพนม เป็นประธานการประชุมร่วมกับ นพ.ธราพงษ์ กัปโก รองนายแพทย์สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันโควิดหลังวันที่ 30 เม.ย. ที่จะครบกำหนดการล็อกดาวน์จังหวัด ซึ่งที่ประชุมมีมาตรการจะผ่อนคลายล็อก แต่ไม่ใช่ปลดล็อก ด้วยการให้ผู้ที่จะเดินทางเข้าจังหวัดนครพนมไม่ต้องใช้หนังสือขออนุญาตเข้าเมือง แต่จะให้แสดงบัตรประชาชน จดบันทึกเลข 13 หลัก พร้อมเบอร์โทรศัพท์ให้เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจหลัก ลงบันทึกว่าเข้ามาในพื้นที่เป็นเวลากี่วัน หากเลยกำหนดที่บันทึกไว้ก็จะติดตามตัวทันที เริ่มมาตรการใหม่นี้ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64454</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คลายล็อกแต่ไม่ปลดล็อก, ผู้การฯอุบลราชธานี, รีดไถเงินค่าติดสติกเกอร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, โควิดพ่นพิษ, ไม่ให้ความร่วมมือคัดกรองโรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200427/image_big_5ea6d8861d6ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
