<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69677</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2020 11:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2020 11:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮ ขสมก.คลายล็อครับเปิดเทอมเสริมรถเมล์ให้บริการ3พันคัน/วัน  เริ่ม 1 ก.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 มิ.ย.63-นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล &amp;nbsp;ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่าภายหลังรัฐบาลได้เตรียมผ่อนคลาย มาตรการสกัดกั้นการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด - 19 ในระยะที่ 5 แล้ว รวมทั้ง &amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 &amp;nbsp;ซึ่งตรงกับวันเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 &amp;nbsp;โดยจะมีนักเรียน นิสิต นักศึกษา ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป ใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ประกอบกับกระทรวงคมนาคม มีนโยบาย ให้หน่วยงาน ในสังกัด เตรียมผ่อนคลายมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ในระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อให้สามารถ รองรับผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 70 % &amp;nbsp;โดยอนุญาตให้ผู้ใช้บริการที่เดินทางมาด้วยกัน หรือ เดินทางมาเป็นครอบครัวสามารถนั่งติดกันได้ บนเบาะที่นั่งที่กำหนด ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามคาดว่าจะมีผู้ใช้บริการรถโดยสารของ ขสมก.เพิ่มขึ้นเป็น วันละ ประมาณ 900,000 คน ขสมก.จึงจัดแผนการเดินรถโดยสาร ในช่วงมาตรการผ่อนคลายระยะที่ 5 และช่วงเปิดภาคเรียน คือ ด้านรถโดยสาร 1. จัดรถออกวิ่ง 100 % (3,000 คัน/วัน) หรือจัดรถออกวิ่งให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในแต่ละช่วงเวลา &amp;nbsp;โดยมีเที่ยววิ่งเฉลี่ย วันละประมาณ 25,000 เที่ยว ซึ่งก่อนนำรถออกวิ่ง จะใช้ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 70% ฉีดพ่นและเช็ดทำความสะอาดอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ผู้ใช้บริการต้องสัมผัส เช่น เบาะที่นั่ง ราวจับ กริ่งสัญญาณ เป็นต้น &amp;nbsp;พร้อมทั้งติดตั้ง ขวดเจลแอลกอฮอล์ &amp;nbsp;สำหรับให้ผู้ใช้บริการล้างมือ บริเวณประตูทางขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. กำหนดจุดนั่ง (เบาะที่ไม่มีเครื่องหมายกากบาท) และจุดยืนให้มีระยะห่างกัน 1 เมตร ซึ่งรถโดยสาร 1 คัน อนุญาตให้ ผู้ใช้บริการ ยืนได้ไม่เกิน 10 คน กรณีผู้ใช้บริการเต็ม พนักงานเก็บค่าโดยสารจะติดป้ายข้อความ &amp;ldquo; ผู้ใช้บริการเต็ม โปรดใช้บริการ รถคันถัดไป&amp;rdquo; บริเวณกระจกหน้ารถโดยสาร พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้บริการรับทราบ เพื่อรอใช้บริการรถโดยสารคันถัดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. กำหนดจุดนั่งเบาะคู่ (เบาะคู่ที่ไม่มีเครื่องหมายกากบาททั้ง 2 เบาะ) เพิ่มเติม สำหรับให้ผู้ใช้บริการที่เดินทางมาด้วยกัน หรือ ผู้ใช้บริการที่เป็นครอบครัวเดียวกัน สามารถนั่งติดกันได้ &amp;nbsp;และ4. ตรวจเช็คสภาพ และตรวจสอบการซ่อมบำรุงอุปกรณ์ส่วนควบต่าง &amp;nbsp;ๆของรถโดยสาร ให้มีความมั่นคงแข็งแรง &amp;nbsp;พร้อมทั้งตรวจเช็คประตูเปิด-ปิดอัตโนมัติ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ติดตั้ง QR Code แอปพลิเคชันไทยชนะ บริเวณหลังเบาะที่นั่ง และบริเวณผนังด้านข้างภายในรถโดยสาร สำหรับให้ผู้ใช้บริการสแกนผ่านโทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟน เพื่อเก็บข้อมูลการเดินทาง กรณีตรวจพบผู้ติดเชื้อใช้บริการรถโดยสารคันเดียว และเวลาเดียวกันกับผู้ใช้บริการ จะมีการแจ้งเตือนผ่านระบบ SMS ว่าผู้ใช้บริการมีความเสี่ยงให้รีบไปพบแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนด้านบุคลากร ขสมก.จะกำกับดูแลพนักงานขับรถโดยสารให้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด รวมทั้งให้พนักงานเก็บค่าโดยสาร คอยดูแลการขึ้น-ลงของผู้ใช้บริการอย่างใกล้ชิด ให้บริการด้วยความสุภาพเรียบร้อย มีการตรวจวัดแอลกอฮอล์ &amp;nbsp;ความดันโลหิต และอุณหภูมิร่างกายของพนักงานขับรถ และพนักงานเก็บค่าโดยสารทุกครั้ง ก่อนขึ้นปฏิบัติ หน้าที่บนรถโดยสาร &amp;nbsp;พร้อมทั้งกำชับพนักงานขับรถและพนักงานเก็บค่าโดยสาร สวมหน้ากากอนามัย และถุงมือทุกครั้ง ขณะปฏิบัติ หน้าที่บนรถโดยสาร,จัดพนักงานนายตรวจ และเจ้าหน้าที่สายตรวจพิเศษประจำจุด ณ บริเวณหน้าโรงเรียน และป้ายหยุด รถโดยสาร ที่มีผู้ใช้บริการ หนาแน่น เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจร และดูแลการขึ้น-ลงรถของผู้ใช้บริการ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการปฏิบัติตัวบองผู้ใช้บริการ &amp;nbsp;ผู้ใช้บริการจะต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง ขณะใช้บริการรถโดยสาร,ผู้ใช้บริการจะต้องนั่ง และยืนตามจุดที่กำหนด &amp;nbsp;กรณีผู้ใช้บริการเต็มจะต้องรอใช้บริการรถโดยสารคันถัดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีผู้ใช้บริการที่เดินทางมาด้วยกัน หรือ เดินทางมาเป็นครอบครัว สามารถนั่งบนเบาะที่นั่งคู่ที่กำหนดไว้ (เบาะคู่ ที่ไม่มี เครื่องหมายกากบาททั้ง 2 เบาะ) ส่วนผู้ใช้บริการที่เดินทางมาคนเดียว ขอความกรุณานั่งบนเบาะที่นั่งอื่น ๆที่ไม่มีเครื่องหมายกากบาท เพื่อประโยชน์ของผู้ใช้บริการ ควรสแกน QR Code แอปพลิเคชันไทยชนะ บนรถโดยสาร เพื่อเช็คอินเมื่อขึ้นรถ และเช็คเอาท์ ก่อนลงจากรถ &amp;nbsp;รวมทั้งผู้ใช้บริการจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงานเก็บค่าโดยสาร นายตรวจ และเจ้าหน้าที่สายตรวจพิเศษอย่างเคร่งครัด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69677</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขสมก, คลายล็อค, รถเมล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200625/image_big_5ef4271fc73f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68506</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2020 16:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2020 16:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สวนน้ำ-สวนสนุกเฮ!ปลดล็อคพร้อมเปิดให้บริการอีกครั้ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มิ.ย. 63 - นางนพกาญจน์ &amp;nbsp;เหลืองอมรเลิศ &amp;nbsp;รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายการตลาดและการขาย บริษัท สยามพาร์คบางกอก จำกัด ผู้บริหารสวนน้ำสวนสนุกภายใต้ชื่อ &amp;ldquo;สยามอะเมซิ่งพาร์ค&amp;rdquo; เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทเตรียมความพร้อมในการกลับมาเปิดให้บริการตามมาตรการผ่อนคลายระยะ 4 ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2563 นี้เป็นต้นไป โดยจัดเตรียมความพร้อมสถานที่และขั้นตอนการให้บริการที่สอดคล้องกับมาตรการของรัฐ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ใช้บริการและพนักงาน โดยในเบื้องต้นพนักงานทุกคนได้ผ่านการตรวจเชื้อโควิด-19 จากโรงพยาบาลนวมินทร์ 9 ก่อนกลับเข้าปฏิบัติงานและมีวิถีปฏิบัติแบบนิว นอร์มอล ในการให้บริการสวนน้ำสวนสนุกอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมาตรการเบื้องต้นของผู้ที่จะเข้ามาในสวนน้ำสวนสนุกบริษัท คือพนักงานทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาที่ใช้บริการ ยกเว้นเมื่อใช้บริการในสระว่ายน้ำ ขณะเดียวกันยังคัดกรองผู้ผ่านเข้าพื้นที่ทุกคนต้องมีอุณหภูมิร่างกายไม่สูงกว่า 37.3 องศาเซลเซียส รวมถึงการเช็คอินผ่านแพลตฟอร์มไทยชนะ จำกัดจำนวนผู้ใช้บริการตามความหนาแน่นที่ภาครัฐกำหนด ควบคู่ไปกับการจัดระยะห่างที่นั่งบนเครื่องเล่นทุกชนิดและระยะห่างในทุกพื้นที่บริการไม่น้อยกว่า 1 เมตร รวมถึงทำความสะอาดจุดสัมผัสบนเครื่องเล่นหลังให้บริการทุกรอบ และทำความสะอาดจุดสัมผัสในพื้นที่ให้บริการทุก 1 ชั่วโมงด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ บริษัทยังรักษาความเข้มข้นของคลอรีนในสระว่ายน้ำไม่น้อยกว่า 1 ppm &amp;nbsp;โดยด้านร้านอาหารจะบริการอาหารปรุงสดใหม่ เลี่ยงการสัมผัสกับอากาศภายนอกกรณีอาหารปรุงสำเร็จ รวมถึงส่งเสริมการชำระเงินผ่านระบบดิจิตอลแบงกิ้ง งดเว้นการวนใช้บัตรแคชการ์ดในระหว่างวัน มีการจัดเจลแอลกอฮอล์บริการทั่วบริเวณ จัดทำเคาน์เตอร์ชิลด์ทุกจุดขายสินค้าและจุดชำระเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนพกาญจน์ &amp;nbsp;กล่าวว่า ในช่วงที่ของการปิดให้บริการชั่วคราว บริษัทยังได้ทำการปรับปรุงเครื่องเล่นหลายอย่าง แต่การกลับมาเปิดให้บริการครั้งนี้จะมีบางเครื่งอเล่นที่ที่มีจุดสัมผัสเยอะ หรือไม่สามารถจัดที่นั่งห่างกันได้ 1 เมตร และเครื่องเล่นในห้องแอร์ จะไม่สามารถเปิดให้บริการได้ โดยบริษัทยังมีโปรโมชั่นพิเศษเพื่อมอบสิทธิประโยชน์ ความคุ้มค่าคุ้มราคาให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทย บัตรซูเปอร์พาส (Super Pass) ราคา 1,200 บาท เที่ยวฟรีกินฟรี 1,200 บาท หรือบัตรเที่ยวครั้งเดียวเพียง 500 บาท (จากปกติ 900) เที่ยวสวนน้ำสวนสนุกไม่อั้นตลอดวัน พร้อมสิทธิ์เที่ยวฟรีสำหรับบุคลากรทางการแพทย์อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นส. รัสรินทร์ &amp;nbsp;มิลินวรพัฒน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดสวนสนุกดรีมเวิลด์ กล่าวว่า &amp;nbsp;ในเบื้องต้นสวนสนุกดรีมเวิลด์ได้มีมาตรการและข้อกำหนดตอบสนองภาครัฐทุกอย่าง ทั้งการดูแลภายในสวนสนุกและมาตรการสำหรับเครื่องเล่น โดยบัตรจะเปลี่ยนเป็นสายรัดข้อมือ เพื่อที่จะไม่ต้องแลกก่อนใช้บริการ และลดการสัมผัส คาดการณ์ว่าว่าจะเปิดให้บริการได้ในวันที่ &amp;nbsp;27 มิถุนายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ราคาบัตรอาจมีการปรับลดลง ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา แต่คงไม่สามารถทำโปรโมชั่นแรงได้มากนัก เนื่องจากต้องจำกัดผู้เข้าใช้บริการตามมาตรการของภาครัฐ ซึ่งต้องมาดูกันว่าราคาไหนจะตอบสนองได้ทั้งลูกค้าและสนองต่อมาตรการจากทางรัฐบาลควบคู่กันไปด้วย โดยปัจจุบันมีเครื่องเล่นทั้งหมด 26 ตัว โดยปกติคนเข้าใช้บริการเกือบ 1 ล้านต่อปี แต่ด้วยข้อจำกัดที่มากขึ้นในระยะนี้อาจะทำให้ลูกค้หายไปมากกว่า 50% ขึ้นอยู่กับผู้เข้าใช้บริการในแต่ละวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สวนน้ำ วานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล หัวหิน ได้ชูจุดแข็งทางขนาดของพื้นที่ถึง 20 ไร่ จึงทำให้จัดการเรื่องความแอดอัดได้อย่างไม่น่ากังวล ตลอดจนการจำกัดจำนวนคนของการลงสระว่ายน้ำในแต่ละโซนด้วย &amp;nbsp;และยังมีการใช้เทคโนโลยี RFID ซึ่งปกติได้มีการใช้งานอยู่แล้วในการใช้เข้า-ออกสวนน้ำฯ และใช้ชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ &amp;nbsp;และเพิ่มฟังชั่นการติดตามเข้าไป เริ่มจากบันทึกข้อมูลลูกค้าตั้งแต่เข้าสวนน้ำ-ออกสวนน้ำ และติดตามว่าลูกค้าไปใช้บริการเครื่องเล่นใดในสวนน้ำบ้างฯ เพื่อที่จะสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ทางสวนน้ำฯ ได้เตรียมความพร้อมสร้างความปลอดภัยและมั่นใจให้แก่ลูกค้า ด้วยมาตราการความปลอดภัยและป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;โดยยึดตามข้อกำหนดมาตราฐานระดับโลกจากสมาคมสวนสนุกนานาชาติ และตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อยกระดับความปลอดภัย และเป็นแนวทางในการปฏิบัติทั้งตัวสถานที่ พนักงาน และลูกค้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68506</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อค, ยกเลิกเคอร์ฟิว, สวนน้ำ, สวนสนุก, เปิดบริการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200612/image_big_5ee351271f572.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64792</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2020 21:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2020 15:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการนำเสนอทางออกสำหรับการเตรียมตัวมาตรการเปิดเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
01 เมษายน 2563 มูลนิธินโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมาภิบาล ซึ่งประกอบไปด้วยคณะนักวิชาการ 11 ท่าน ประกอบไปด้วย นายบัณฑิต นิจถาวร &amp;nbsp;, นางสิริลักษณา คอมันตร์ &amp;nbsp; ,นายปรีดา เตียสุวรรณ์ &amp;nbsp;,นางอัจนา ไวความดี &amp;nbsp;, หม่อมหลวงทยา กิติยากร &amp;nbsp; ,นายพรายพล คุ้มทรัพย์ &amp;nbsp; , นายสุธรรม ส่งศิริ &amp;nbsp; ,นายแพทย์สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ &amp;nbsp; ,นายต่อตระกูล ยมนาค &amp;nbsp; ,นางสาวเอด้า จิรไพศาลกุล &amp;nbsp; ,นางพรรณี วรวุฒิจงสถิต &amp;nbsp;นำเสนอบทความวิชาการเกี่ยวกับมาตรการเปิดเมือง มีเนื้อหาดังนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบบสำคัญที่ต้องมีก่อนเริ่มมาตรการเปิดเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังหนึ่งเดือนของมาตรการควบคุมโรคไวรัสโควิด-19 (มาตรการล็อคดาวน์) แม้ในหลายพื้นที่ปัญหาจะอยู่ในระดับที่ควบคุมได้และสถานการณ์การแพร่ระบาดของผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ลดลงต่อเนื่อง อีกด้านแรงกดดันเรียกร้องให้ภาครัฐผ่อนปรนมาตรการการควบคุมไวรัสกำลังเพิ่มขึ้น เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไปมากกว่านี้และให้ภาคธุรกิจสามารถกลับมาดำเนินการได้อีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากที่ขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนและยาในการรักษา ประกอบกับประชาชนในประเทศยังไม่มีภูมิคุ้มกันหมู่ที่มากพอ การเปิดให้ภาคธุรกิจกลับมาดำเนินการได้ใหม่จะยังไม่ปลอดภัยและมีความเสี่ยงที่การแพร่เชื้อจะเพิ่มขึ้นอีกระลอก คล้ายกับกรณีสิงคโปร์และญี่ปุ่นที่ทางการต้องขยายเวลาการล็อคดาวน์อีกครั้ง กระบวนการเปลี่ยนผ่านไปสู่กิจกรรมทางเศรษฐกิจจึงอาจเหมือนเป็นวัฏจักรของการเปิดใหม่และการปิดล๊อคดาวน์ธุรกิจเป็นรอบ ๆ ทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะลากยาวเหมือนตัว W ที่มีความผันผวนจนกว่าจะมีการพัฒนาวัคซีนหรือวิธีรักษาที่ชัดเจน ดังนั้นความท้าทายของการเปิดให้ภาคธุรกิจสามารถดำเนินการได้ใหม่คือ ทำให้กระบวนการเปิดเมืองสามารถควบคุมได้ คือควบคุมความเสี่ยงของการแพร่ระบาดให้อยู่ในระดับต่ำ ขณะที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจสามารถทำได้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ เพื่อรับรองให้มาตรการเปิดเมืองสามารถควบคุมการแพร่ระบาดและนำไปสู่การขยายตัวทางเศรษฐกิจ จำเป็นที่ทางการต้องให้ความสำคัญกับระบบสำคัญ 4 ระบบ เพื่อให้มาตรการเปิดเมืองประสบความสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ระบบการติดตามทดสอบและแยกผู้ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้มาตรการเปิดเมืองประสบความสำเร็จ คือ ความสามารถในการติดตาม ทดสอบและแยกผู้ติดเชื้อ (Trace, Test and Isolation Capacity :TTI) ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้ที่มีสุขภาพดีสามารถกลับไปทำงานได้และแยกผู้ติดเชื้อเข้าสู่กระบวนการรักษาได้อย่างทันท่วงที ซึ่งหลังจากที่เปิดเมืองให้มีการทำธุรกิจได้ใหม่ ระบบ TTI จะต้องนำมาใช้อย่างเข้มข้นต่อเนื่อง เพื่อมีข้อมูลให้สามารถค้นหาผู้ที่มีโอกาสแพร่เชื้อและหยุดหรือชะลอการแพร่เชื้อด้วยการกักตัว (Isolation) อย่างมีประสิทธิผล ทั้งนี้เพื่อรักษาให้สภาพแวดล้อมในระบบเศรษฐกิจมีความเสี่ยงในระดับที่ต่ำ ที่จะช่วยให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจสามารถดำเนินการต่อไปได้ เพราะหากไม่มีระบบ TTI ที่ดีพอ การเปิดเมืองให้ทำกิจกรรมได้ใหม่ย่อมไม่อาจประสบผลสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นประเทศไทยจะต้องลงทุนกับระบบ TTI ซึ่งรวมถึงการจัดให้มีชุดทดสอบที่ผลิตขึ้นในประเทศมีผู้ที่ทำหน้าที่คอยติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ (tracers) จำนวนมาก พร้อมทั้งมีสถานที่สำหรับการแยกผู้ติดเชื้ออย่างเพียงพอ ในเรื่องนี้ประเทศไทยมีศักยภาพดีพอ ตัวอย่างเช่น โรงพยาบาลรามาธิบดีได้ร่วมกับบริษัทเอกชนพัฒนาชุดทดสอบโดยใช้วิธี RT-PCR และ LAMP PCR ซึ่งการลงทุนและความร่วมมือในโครงการดังกล่าวเป็นสิ่งจำเป็นเพราะจะช่วยให้ประเทศสามารถผลิตชุดทดสอบได้ในปริมาณมาก ส่งผลให้การตรวจสอบหาเชื้อมีราคาถูกและสามารถทำได้ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ต้องระดมกำลังจากภาคประชาชนและชุมชน ให้ทำงานร่วมกับภาครัฐในการคอยติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ ตรวจหาการติดเชื้ออย่างรวดเร็ว ตลอดจนการแยกดูแลผู้มีความเสี่ยงสูงที่จะแพร่เชื้อ &amp;nbsp;ซึ่งในการตรวจหาการติดเชื้อ ควรพิจารณานำเทคโนโลยีมาช่วยในการตรวจหาการติดเชื้อ (tracing) เช่น แอพพลิเคชั่นชื่อ &amp;ldquo;หมอชนะ&amp;rdquo; บนมือถือ ซึ่งจะช่วยให้ข้อมูลได้ว่ามีบุคคลใดที่เข้าไปใกล้ชิดหรือสัมผัสผู้ติดเชื้อ ซึ่งผู้ที่ทำหน้าที่ติดตามและเฝ้าระวังอาจเป็นอาสาสมัครที่ได้รับการคัดเลือกและฝึกอบรมอย่างเหมาะสม ส่วนสถานที่ในการกักตัวผู้ต้องสงสัยสามารถพิจารณาใช้สถานที่กักตัวที่จังหวัดจัดตั้งขึ้นหรือโรงแรมที่มีอยู่ในพื้นที่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ระบบการเตรียมความพร้อมระดับจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเตรียมความพร้อมมีความสำคัญเพื่อลดความเสี่ยงต่างๆที่อาจเกิดขึ้นหลังการเปิดเมือง ซึ่งการเตรียมความพร้อมระดับจังหวัดควรมีการดำเนินการใน 3 ด้าน
1) &amp;nbsp;จังหวัดมีระดับการแพร่ระบาดต่ำ
2) &amp;nbsp;มีขีดความสามารถในการให้บริการด้านสุขภาพ (Health Capacity)
3) มีแนวปฏิบัติในการรักษาระยะห่างทางสังคม (Health and Social Distancing (HSD) Guidelines) ที่ภาคธุรกิจและผู้ให้บริการสาธารณะต้องยึดถือปฏิบัติหลังจากเปิดเมืองให้ทำการใหม่
&amp;nbsp;
2.1 จังหวัดมีระดับการแพร่ระบาดต่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดที่เปิดเมืองควรมีความเสี่ยงของการแพร่ระบาดอยู่ในระดับต่ำสุดตามประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 2019 (COVID-19) หรือ ศบค. โดยต้องเป็นจังหวัดที่ไม่มีประวัติของผู้ติดเชื้อ COVID-19 หรือไม่มียอดการติดเชื้อรายใหม่ หรือไม่เป็นแหล่งกำเนิดของการติดเชื้อรายใหม่เป็นเวลาอย่างน้อย 14 วันติดต่อกัน มีอัตราการติดเชื้อที่จะแพร่ไปสู่ประชากรของจังหวัด (R-naught หรือ Rt) ต้องอยู่ที่ระดับ 1 หรือต่ำกว่า และควรได้ทำการทดสอบการติดเชื้อ (testing) แบบสุ่มตัวอย่าง ทั้งจากประชาชนทั่วไปและกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงและมีผลเป็นที่น่าพอใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.2 มีขีดความสามารถในการให้บริการด้านสุขภาพ (Health Capacity)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดที่เปิดเมืองควรมีระบบและวิธีการทำงานที่สามารถติดตามและจัดการกับกลุ่มเสี่ยงสูงได้ทันการณ์ โดยสามารถตรวจหาการติดเชื่อใน &amp;ldquo;กลุ่มผู้สงสัย&amp;rdquo; ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง พร้อมทั้งมีระบบการส่งตรวจหาเชื้อที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย มีกลไกในการสอดส่องหากลุ่มเสี่ยงอย่างจริงจังและทั่วถึงในทุกพื้นที่ &amp;nbsp;มีความสามารถในการทดสอบ ระบุตัว และตรวจสอบผู้ป่วยที่เป็นพาหะได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีระบบดูแลป้องกันกลุ่มเปราะบางไม่ให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อ เช่นกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้พิการ รวมทั้งมีขีดความสามารถรองรับในการกักตัวผู้ต้องสงสัยที่มีความเสี่ยงสูงและผู้ต้องสงสัยที่มีความเสี่ยงต่ำ มีความสามารถในการรักษาผู้ป่วยระยะวิกฤต (ICU patients) พร้อมทั้งมีแพทย์เฉพาะทาง พยาบาล เครื่องมือแพทย์และเวชภัณฑ์ในการดูแลรักษาผู้ป่วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้จังหวัดต้องมีความสามารถในการบริหารจัดการและมีระบบในการติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด สามารถคาดการณ์ ระบุเป้าหมาย ทดสอบ ติดตาม วิเคราะห์ และแยกแยะรายละเอียดโดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง รวมทั้งสามารถรายงานกรณีที่มีความเป็นไปได้และรายงานสถานการณ์ทั่วทั้งจังหวัดได้แบบ real time ซึ่งต้องสะท้อนสถานการณ์ที่เป็นจริงและบอกความผิดปกติได้ล่วงหน้า เพื่อให้สามารถเข้าดำเนินการแก้ไขปัญหาได้ทันทีและอยู่ภายในเวลาที่เหมาะสม ตลอดจนต้องมีความสามารถในการแยกผู้ต้องสงสัย ตรวจสอบ และควบคุมความเคลื่อนไหวของประชาชนที่เข้ามาในพื้นที่จังหวัดโดยการเดินทางและคมนาคมขนส่งทั้งภายในจังหวัดและข้ามจังหวัดเพื่อป้องกันการระบาดของโรคได้อย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.3 แนวปฏิบัติในการรักษาระยะห่างทางสังคม (Health and Social Distancing (HSD) Guidelines)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขั้นต้นของการเปิด ภาคธุรกิจที่สามารถเปิดทำการได้ใหม่จะต้องถูกคัดเลือกและได้รับอนุญาตให้เปิดดำเนินการได้เป็นระดับตามความเสี่ยง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าความเสี่ยงของการกลับมาแพร่ระบาดอยู่ในระดับต่ำและจำนวนของผู้ติดเชื้อรายใหม่ในแต่ละวันอยู่ในขีดความสามารถของระบบสุขภาพของจังหวัดในการบริหารจัดการได้ โดยไม่ส่งผลให้เกิดความเสียหาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยธุรกิจและหน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่จะเปิดควรมีแนวปฏิบัติด้านการรักษาระยะห่างจากสังคม (HSD) ที่เหมาะกับธุรกิจหรือหน่วยงานของตนอย่างชัดเจนและได้รับการรับรองจากหน่วยงานด้านสาธารณสุข เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อ แนวปฏิบัติดังกล่าวต้องให้ความสำคัญกับการรักษาระยะห่างทางสังคม การส่งเสริมสุขลักษณะให้กับบุคคลและสาธารณะ การระบายอากาศ การกำจัดสารคัดหลั่ง การบังคับให้สวมถุงมือและหน้ากากอนามัย รวมทั้งการกำหนดจำนวนคนที่จะเข้าร่วมกิจกรรมแต่ละประเภทในแต่ละคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเจ้าของธุรกิจหรือผู้ดำเนินการจะต้องปฏิบัติตามแนวทางด้านสุขภาพและความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด และต้องได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานสาธารณสุขก่อนดำเนินการ เพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อในชุมชน สำหรับแนวปฏิบัติในการรักษาระยะห่างทางสังคม (HSD) สำหรับธุรกิจที่ไม่จำเป็นและอาจมีความเสี่ยงสูงต่อการแพร่ระบาด แนวปฏิบัติในการรักษาระยะห่างทางสังคม (HSD) ต้องเข้มงวดมากกว่าธุรกิจที่มีความจำเป็นและเป็นความรับผิดชอบของเจ้าของธุรกิจหรือผู้ปฏิบัติงานที่ต้องทำให้มั่นใจว่าได้ปฏิบัติตามข้อกำหนด HSD อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนงานทั้งในและนอกสถานที่ทำการที่ต้องได้รับการรับรองและอนุมัติจากหน่วยงานสาธารณสุขก่อนที่จะเปิดทำการ ซึ่งรวมถึงสถานที่พักและสภาพความเป็นอยู่ของแรงงานด้วย ทั้งนี้หากมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามสามารถดำเนินการปิดได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ระบบตรวจสอบ (audit) และกำกับดูแลการปฏิบัติตามแนวปฏิบัติในการรักษาระยะห่างทางสังคม (HSD)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงสัปดาห์แรกของการเปิดทำการใหม่ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นช่วงที่อาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 รอบใหม่ได้ ซึ่งหมายความว่าในช่วงสัปดาห์แรกระบบการติดตาม ตรวจและแยกผู้ติดเชื้อ (TTI) จะต้องถูกนำมาใช้เพื่อตรวจหาช่องโหว่ ขณะเดียวกันระบบตรวจสอบและกำกับดูแล การปฏิบัติตามแนวปฏิบัติในการรักษาระยะห่างทางสังคม (HSD) ก็ต้องถูกนำมาใช้เช่นกัน เพราะกุญแจสู่ความสำเร็จในการเปิดเมืองให้ธุรกิจกลับมาทำการได้ใหม่คือทั้งสองระบบทำงานสอดคล้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในรายละเอียดระบบการตรวจสอบ (audit) และกำกับดูแลการปฏิบัติตามแนวปฏิบัติในการรักษาระยะห่างทางสังคม (HSD) ควรทำมีสามระดับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่ง ระดับผู้ประกอบการในสถานที่ประกอบการที่ต้องสร้างความมั่นใจว่าได้มีการใช้แนวทาง HSD อย่างเต็มรูปแบบผ่านการตรวจสอบรายการแบบรายวัน มีการเก็บบันทึก รวมถึงข้อมูลจากกล้องวงจรปิดและรายงานการไม่ปฏิบัติตามต่อหน่วยงานด้านสาธารณสุขโดยทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง ระดับบริษัท บริษัทต้องรับผิดชอบต่อการปฏิบัติตามแนวปฏิบัติในการรักษาระยะห่างทางสังคม (HSD) ผ่านกลไกตรวจสอบภายในของบริษัท สำหรับธุรกิจที่ไม่มีการติดต่อกับลูกค้าโดยตรง เช่นโรงงานและธุรกิจออนไลน์ บริษัทสามารถตรวจสอบการปฏิบัติตาม HSD โดยหน่วยงานตรวจสอบภายในของบริษัท พร้อมรายงานผลการตรวจสอบต่อคณะกรรมการตรวจสอบ ทั้งนี้คณะกรรมการบริษัทจะเป็นผู้รับผิดชอบในการกำกับดูแลการปฏิบัติตาม HSD สำหรับธุรกิจที่มีการติดต่อกับลูกค้าโดยตรง เช่นห้างสรรพสินค้าและร้านอาหาร คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่รับผิดชอบในการกำกับดูแลการปฏิบัติตาม HSD โดยใช้กลไกการตรวจสอบภายในของบริษัท หรือตรวจสอบโดยกรรมการและผู้ตรวจสอบอิสระภายนอกสำหรับบริษัทขนาดเล็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาม ระดับประชาชน สำหรับธุรกิจที่มีการติดต่อกับลูกค้า ควรเปิดให้ลูกค้าสามารถรายงานการไม่ปฏิบัติตาม HSD ต่อผู้มีอำนาจรับผิดชอบได้โดยตรงผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการรับรองความปลอดภัยสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. &amp;nbsp;ระบบการมีส่วนร่วมของประชาชน (Active Citizen)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนสามารถมีบทบาทอย่างสำคัญที่จะทำให้มาตรการเปิดเมืองประสบความสำเร็จ ที่ผ่านมาความร่วมมือของประชาชนต่อมาตรการล็อกดาวน์เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตัวเลขการแพร่ระบาดในประเทศลดลงได้ต่อเนื่อง ในลักษณะเดียวกัน ความสำเร็จของมาตรการเปิดเมืองเพื่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจสามารถทำได้มากขึ้น ก็จะขึ้นอยู่กับบทบาทและความร่วมมือของภาคประชาชน ซึ่งสามารถทำได้ในสามทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่ง ในฐานะผู้บริโภค ภาคประชาชนสามารถช่วยสอดส่องดูแลการไม่ปฏิบัติตามแนวปฏิบัติในการรักษาระยะห่างทางสังคม (HSD) ของกิจการร้านค้าต่างๆ และแจ้งการไม่ปฏิบัติดังกล่าวให้แก่หน่วยงานราชการที่รับผิดชอบทราบ บทบาทนี้สำคัญมากที่จะช่วยให้มาตรการ HSD ประสบความสำเร็จ นำมาสู่การลดการระบาดที่จะทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจสามารถผ่อนคลายได้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง มีส่วนร่วมในกระบวนการป้องกันด้านสาธารณสุขในการติดตามสถานการณ์ เช่น เป็นอาสาสมัครในการตรวจหาการติดเชื้อ (tracers) เพื่อให้การตรวจหาเชื้อเป็นไปอย่างรวดเร็วและเหมาะสม รวมถึงการให้ความช่วยเหลือภาคทางการและชุมชนในสิ่งต่างๆที่ต้องดำเนินการเพื่อช่วยเหลือสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาม เป็นประชาชนที่ดีในช่วงการแพร่ระบาดหรือช่วงการระบาดยังไม่จบสิ้น โดยให้ความร่วมมือลดความเสี่ยงของการระบาด เช่น อยู่บ้าน ออกนอกบ้านเท่าที่จำเป็น สวมหน้ากากเมื่อออกนอกบ้าน ล้างมือบ่อยๆ และปฏิบัติตามแนวทาง HSD อย่างเคร่งครัดเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64792</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อค, เปิดเมือง, โควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200428/image_big_5ea7bfae7ffcb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64691</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2020 12:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2020 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หน้าหงายกันเป็นแถบ! &#039;โฆษก กทม.&#039; ยันคำสั่งนายกฯ ไม่ได้เบรกผู้ว่าฯคลายล็อค-ผ่อนปรนกิจการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.63 - ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า คำถาม คาใจชาว กทม. หลายๆคน 1.ทำไม กทม.ต้องมาแถลงมาตรการก่อน ? ตอบ เพราะก่อนที่ ศบค. จะมีวันที่ประกาศคลายล็อคสถานที่ ที่จะอนุญาตให้เปิด กทม.อยากให้กิจการที่จะกลับมาทำการได้ ได้ที่การเตรียมพร้อม เพราะมาตรการต่างๆ อาจต้องใช้เวลาในการเตรียมตัว เช่น ร้านอาหาร ต้องมีการจัดโต๊ะ เขียนจุดต่างๆ เป็นต้นครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. แล้วทำไม กทม. ไม่เคาะวันที่แน่นอนไป และรอ ศบค. ทำไม ?? ตอบ กทม. มองว่าหาก กทม.เปิดสถานที่ต่างๆก่อน อาจทำให้คนจังหวัดอื่นๆ โดยเฉพาะจังหวัดรอบข้างมารวมตัวกันมากขึ้น ใช้บริการร้านที่เปิดก่อนในกทมมากๆ เช่น คนจากจังหวัดปริมณฑล เข้ามาตัดผมใน กทม. ในช่วงที่จังหวัดอื่นๆ ยังปิดร้านตัดผมครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. มีการประกาศราชกิจจานุเบกษาเมื่อคืน ว่าให้คำสั่งเดิมที่เคยออกก่อนวันที่ 1 พ.ค. มีผลต่อไป เบรคการปลดล๊อค ของ กทม. รึเปล่า ??? ตอบ ไม่ใช่นะครับ คำสั่งเมื่อคืนเป็นการออก เพราะว่าคำสั่งที่ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศมีการออกคำสั่งปิดสถานที่ต่างๆ จะหมดลงในวันที่ 30 เม.ย. จึงทำให้ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศอาจต้องออกคำสั่งใหม่ในช่วงไม่กี่วันระหว่างรอ ศบค. ออกแนวทางการคลายล๊อค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ดังนั้น เพื่ออุดช่องว่างไม่กี่วันเหล่านี้ จึงมีการออกคำสั่งเมื่อคืนครับ จึงขอให้พวกเราชาว กทม. ทุกคน เตรียมตัว และรอรับฟังข่าวสารจากทาง ศบค. ต่อไปครับผม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#เราจะผ่านไปด้วยกัน ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64691</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, คลายล็อค, ผ่อนปรน, ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง, โฆษก กทม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200430/image_big_5eaa65081a3c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64318</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2020 16:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2020 16:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อ๋อย&#039;จี้รบ.แจงคลายล็อคให้ชัดอย่ารู้กันเฉพาะวงในทำผู้ประกอบการบางรายได้เปรียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.63-นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า &amp;nbsp;
จะคลายล็อคหรือไม่ ยังไม่มีอะไรชัดเจน การให้ข่าวก็ไปคนละทิศคนละทาง ศบค.ดูจะเน้นเรื่องจำนวนผู้ติดเชื้อเป็นหลักและย้ำแต่ว่าเหตุใดยังไม่สามารถคลายล็อค ในขณะที่บางจังหวัดก็เริ่มพูดถึงการคลายล็อคในแบบต่างๆกัน ห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆซักซ้อมกับร้านค้าในห้างแล้ว แต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าจะเปิดได้เมื่อไหร่เปิดอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจาตุรนต์ ระบุว่า มีการปล่อยข่าวหรือข้อมูลออกมาจากที่โน้นบ้างที่นี่บ้าง จนไม่มีใครรู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริง หากปล่อยให้ทุกอย่างสับสนอยู่แบบนี้นอกจากจะเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในการทำธุรกิจ ผู้ประกอบการบางส่วนรู้ข้อมูลวงในก็เตรียมพร้อมได้ก่อน ผู้ไม่ได้ข้อมูลก็ไม่กล้าเตรียมการ ถึงเวลาเปิดก็เปิดไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รัฐบาลควรตัดสินใจและมีแผนอย่างเป็นขั้นตอน ควรทำความเข้าใจถึงมาตรการและเงื่อนไขในการเปิดกิจการและทำกิจกรรมต่างๆว่าจะต้องมีแนวปฏิบัติอย่างไร เมื่อเปิดแล้วจะมีมาตรการทางด้านสาธารณสุขและมาตรการการจัดระยะห่างทางสังคมอย่างไร รัฐบาลควรจัดให้มีการชี้แจงของผู้รับผิดชอบด้านต่างๆทางทีวีพูลเลยปล่อยให้คลุมเครืออยู่อย่างนี้ จะเปิดก็เปิดไม่ได้ ทำให้ปัญหาวนไปเวียนมาหาทางออกไม่เจอ คนเดือดร้อนก็มากขึ้นทุกวันและเห็นได้ชัดแล้วว่ารัฐบาลดูแลไม่ไหว&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64318</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อค, นายจาตุรนต์ ฉายแสง, ผู้ประกอบการ, รัฐบาล, ศบค., โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200204/image_big_5e38c7bd5697b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64268</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2020 10:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2020 10:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชลบุรีเอาอยู่คุมโควิดเกือบเป็นศูนย์เตรียมเปิดให้ประชาชนทำมาหากินหลัง 30 เม.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เมษายน 2563 นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผวจ.ชลบุรี กล่าวถึงสถานการณ์โครโควิด 19 ของจังหวัดชลบุรี ในปัจจุบันว่า ตั้งแต่เริ่มจนถึงปัจจุบันมีผู้ป่วยโควิด 19 สะสมรวม 87 คน หายกลับบ้านไป 67 คน เสียชีวิต 2 คนเป็นชาวรัสเซียและฝรั่งเศส ที่ อ.บางละมุง เมืองพัทยา และอยู่ในความควบคุมรักษาของแพทย์ขณะนี้ 18 คน &amp;nbsp;ซึ่งสามารถดูแลผู้ป่วยเหล่านี้ได้อย่างสบาย ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งขณะนี้ ชลบุรีมีกลุ่มผู้ป่วยรายสุดท้าย คือ รายที่ 87 เป็นพนักงานอยู่ในโรงงานนิคมอุตสาหกรรมแห่งหนึ่ง อ.พานทอง และทางสำนักงานสาธารณสุข จ.ชลบุรี ก็ได้ตามไปตรวจคนที่อยู่ในคนข้างเคียงของรายที่ 87 จำนวน 64 คน ไม่ติดเชื้อ 40 คน รอฟังผล 24 คน หากผล 24 คนนี้ ไม่ติดเชื้อ ชลบุรีก็จะเป็น 0 ไม่มีกลุ่มผู้ป่วยเพิ่ม แต่ทางจังหวัดชลบุรี ก็ไม่นิ่งนอน ก็จะต้องติดตามเฝ้าระวังว่าจะมีผู้ป่วยกลุ่มใหม่อีกหรือไม่&amp;nbsp; หากมีผู้ป่วยใหม่ติดเชื้อขึ้นมา คณะกรรมการโรคติดต่อ จ.ชลบุรี ก็จะใช้วิธีเข้าไปหาสาเหตุว่าติดเชื้อมาจากที่ไหน แล้วไปกระจายสู่คนรอบข้างหรือไม่ โดยจะเข้าไปตรวจสอบอย่างเร่งด่วน และรอบคอบ เพื่อไม่ให้เชื้อแพร่กระจายเป็นวงกว้าง ก็จะสามารถควบคุมให้เชื้ออยู่ในวงจำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเอาบทเรียนจากหลายประเทศ ที่ปล่อยให้เชื้อกระจายเป็นวงกว้าง จนไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น &amp;nbsp;จ.ชลบุรี จึงต้องใช้วิธีบล็อกจุดที่จะทำให้เชื้อขยายเป็นวงกว้าง ให้อยู่ในวงจำกัด จึงทำให้ จ.ชลบุรี ในขณะนี้ แทบจะไม่มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น เมื่ออยู่ในวงจำกัด จ.ชลบุรี ก็จะเริ่มผ่อนปรนให้ประชาชนกลับมาประกอบอาชีพ ให้มีรายได้ โดยจะพิจารณาว่า ธุรกิจหรือกิจการไหน ที่สามารถผ่อนปรนได้ จ.ชลบุรี ก็จะผ่อนปรนให้ แต่ทั้งนี้ หลังผ่อนปรนไปแล้ว ก็จะต้องมีมาตราการป้องกันไม่ให้เชื้อกลับมาแพร่กระจาย อาทิ เช่น ร้านอาหาร ก็ให้ทุกคนสวมหน้ากากอนามัย วัดอุณภูมิร่างใช้เจลล้างมือบ่อย เว้นระยะการนั่งให้ห่างกันคนละ 2 เมตร รวมทั้งไม่รับประทานร่วมกับญาติพี่น้อง เหมือนในอดีต พร้อมกับช้อนกลางเป็นของแต่ละคน ไม่ใช้ช้อนกลางร่วมกันเป็นต้น
ผวจ.ชลบุรี ยังกล่าวอีกว่า เกี่ยวกับว่า วันที่ 1 พ.ค.จะคลายล็อคหรือไม่นั้น ตามคำสั่งของกระทรวงมหาดไทย ได้มอบนโยบายให้ทุกจังหวัด กำหนดเงื่อนเวลาให้สิ้นสุดคำสั่งต่าง ๆ ของแต่ละจังหวัด ในวันที่ 30 เม.ย.63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่กลายจะคลายล็อคหรือจะผ่อนปรนให้ประกอบธุรกิจไหนได้บ้าง ต้องรอภาพรวมของประเทศ และมาตราต่าง ๆ ที่รัฐบาลกำหนด เพื่อให้สอดคล้องกันทั้งประเทศ และธุรกิจไหน ที่สามารถที่จะให้กลับมาเปิดได้ ก็ต้องมาดูว่ามีมาตรการป้องกันหลังเปิดไปแล้วอย่างไร เพื่อไม่ให้มีการระบาดของเชื้อโควิด 19 เป็นรอบที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนชายหาดพัทยาและชายหาดบางแสน ที่ กรรมการควบคุมโรคติดต่อ จ.ชลบุรี มีการสั่งให้ปิด ห้ามไม่ให้เข้าไปชุมนุม สังสรรค์ หรือเอาอาหารเข้าไปรับประทานตามชายหาด ก็ทำให้สามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด 19 ได้เป็นอย่างดี ซึ่งหากหลังวันที่ 30 เม.ย.63 ทางกรรมการควบคุมโรคติดต่อ จ.ชลบุรี อนุญาตให้เปิดหาดได้ ก็ยังคงมีมาตรการ ห้ามชุมนุม ห้ามสังสรรค์ ห้ามนำอาหารไปรับประทานตามชายหาด เพราะจะชีวิตแบบเหมือนไม่ได้แล้ว ในช่วงการระบาดของโรคโควิด 19 จะต้องใช้ชีวิตแบบ นิวโมเดล คือเว้นระยะห่างทางสังคม ใส่หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ พกแอลกอฮอล์ จนกว่า สถานการณ์จะคลี่คบายไปในทางที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผวจ.ชลบุรี ยังกล่าวอีกว่า นักการเมืองจังหวัดชลบุรี ทุกระดับ ตั้งแต่นักการเมืองระดับชาติ การเมืองท้องถิ่น หรือคนที่ไม่มีตำแหน่งทางการเมือง &amp;nbsp; จะร่วมมือในการช่วยพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเขตที่ตนเองสมัครเลือกตั้ง หรือนอกเขต ก็จะเข้าช่วยเหลือ ให้พี่น้องประชาชนปลอดภัยจากโรคโควิด 19 โดย้างก็เอาแจกหน้ากากอนามัย แจกเจลและแอลกอฮอล์ล้างมือ หรือแม้กระทั่ง นำน้ำยาฆ่าเชื้อไปฉีดพ่นในทุกตำบล อบต.อำเภอ ๆ ละหลาย ๆ ครั้ง อีกทั้งยังนำข้าวสาร อาหารแห้งและอาหารปรุงสุก ไข่ ข้างของเครื่องใช้ ทุกชนิด ไประดมแจกให้กับพี่น้องประชาชน โดยไม่ได้หวังสิ่งตอบแทน หรือหวังคะแนนทางการเมือง และก็ไม่สามารถที่จะเลือกแจกได้ว่า เป็นหัวคะแนนหรือไม่หัวคะแนน ถือว่าเป็นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน โดยไม่มีการแบ่งแยก หลายคนไม่มีตำแหน่งทางการเมือง ก็ยังได้เข้ามาช่ยกันอย่างเต็มใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตนคิดว่า จะเรื่องที่ดี ที่ทุกคนร่วมไม้ร่วมมือช่วยเหลือกัน นยมที่ทุกคนลำบาก ช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไร เพื่อบรรเทาและช่วยพี่น้องประชาชนให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ พร้อให้ขวัญและกำลังใจ ให้ทุกคนมีชีวิตอยู่ โดยไม่รู้วึกว่า ถูกทอดทิ้ง โดยช่วยเหลือกันอย่างต่อิเนื่อง ในภาวะที่กำลังลำบาก ให้ประชาชนมีความมั่นใจ เป็นเรื่องของคนที่มีศักยภาพที่พอจะช่วยเหลือผู้อื่นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตนขอชื่นชมว่า เป็นเรื่องที่ดีของจังหวัดชลบุรี อีกด้วย และหากนักการเมืองหรือใครก็ตามที่มีแนวคิดแนวทาง ที่จะช่วยเหลือสัคม ในภาวะวิกฤตนี้ ก็ขอให้เอาเรื่องมาแจ้ง กับตนหรือกรรมการควบคุมโรคติดต่อ จ.ชลบุรี ก็จะนำไปพิจารณา เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือประชาชนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน นายประมวล เอมเปีย อดีต ส.ส.ชลบุรี กล่าวว่า ตนไม่มีตำแหน่งทางการเมือง แต่ชาวบ้านมาแจ้งว่า มีความเดือดร้อน จากวิกฤต โควิด 19 ในช่วงแรก ตนเห็นว่าชายบ้านต้องการหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือ ด้วยความห่วง เพราะตนต้องการช่วยพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว จึงนำเอาหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ ออกไปตระเวนแจกทั้งในพื้นที่และนอกเขต เพื่อบรรเดทาความเดือดร้อนและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ โดยไม่ได้หวังสิ่งตอบแทน หรือคะแนนทางการเมือง เพราะตนสามารถที่พอจะช่วยเหลือความเดือดร้อนของประชาชนได้ ก็ยินดีทำ นอกจากนี้ก็ยังเอารถฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโควิด 19 ไปฉีดพ่นตามถนนหนทาง และบ้านเรือนประชาชน เพื่อต้องการฆ่าเชื้อ หยุดการแพร่ระบาด หลายครั้งหลายหน &amp;nbsp;เพราะตนมีศัพยภาพพอที่จะออกบรรเทาความเดือดร้อนได้ สร้างความมั่นใจให้ทุกคนว่าเชื้อจะไม่มีอยู่ โดยใช้งบส่วนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตนอยากให้ คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ จ.ชลบุรี คลายล็อคหลังวันที่ 30 เม.ยง63 เพราะสถานการณ์ของโรคคิด จ.ชลบุรี อยู่ในวงจำกัด แทบจะมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม ดังนั้น จึงควรจะคลายล็อค ให้พี่น้องประชาชนกลับไปทำมาหากิน จะได้มีรายได้ไปเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง แต่จะต้องอยู่ภายใต้มาตรการการควบคุมโรคโควิด 19 เพื่อมิให้กลับมาแพร่ระบาดเป็นรอบที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนตน หากทาง ผวจ.ชลบุรี อยากให้ตนเข้าไปช่วยเหลือ ร่วมแก้ไขปัญหา ปากท้องของพี่น้องประชาชน หลังคลายล็อค ให้กลับมาทำธุรกิจกันได้ ตนก็ยินดีเต็มใจช่วยเหลือ เพราะพี่น้องประชาชน เปรียบเหมือนคนในครอบครัว หากกินอยู่ดี ตนก็มีความสุขไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64268</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อค, ชลบุรี, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200426/image_big_5ea5013694eed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19272</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2018 11:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2018 11:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นพดล จี้คลายล็อคให้พรรคสื่อสารนโยบาย อ้างประชาชนอยากฟัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพดล ย้ำ ประชาชนอยากเปรียบเทียบนโยบาย ร้องเปิดพื้นที่พรรคสื่อสารนโยบายได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อีกไม่กี่เดือนจะเลือกตั้ง ประชาชนอยากฟังและเปรียบเทียบนโยบายของพรรคต่างๆว่าจะตอบโจทย์ประเทศและความเปลี่ยนแปลงของโลกในทำนองเกาถูกที่คันหรือไม่ เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมาโลกเปลี่ยนแปลงเร็วมาทุกมิติ นอกจากนั้นประชาชนจะได้ดูว่านโยบายที่เสนอทำได้จริงไหม ยิ่งให้เวลาพรรคการเมืองจัดทำนโยบายและสื่อสารแลกเปลี่ยนกับประชาชนยิ่งจะทำให้มีการแข่งขันของแต่ละพรรค และการรับฟังประชาชนในพื้นที่จะทำให้คิดนโยบายแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากกว่า ทุกฝ่ายได้ประโยชน์และจะทำให้การเลือกตั้งครั้งหน้ามีความหมายและประชาชนจะตื่นตัวไปใช้สิทธิเลือกตั้งมากขึ้นด้วย เนื่องจากประชาชนจะให้ความสำคัญกับแนวทางการแก้ปัญหาให้ประเทศมากกว่าตัวบุคคล ซึ่งเป็นการยกระดับการเมืองของประเทศ พูดกันมามากว่าจะปฏิรูปการเมือง ดังนั้นควรเริ่มจากจุดนี้และผู้มีอำนาจควรเปิดให้พรรคพบปะประชาชนเพื่อทำและนำเสนอนโยบายได้แล้ว ไม่มีเหตุที่ต้องกังวล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนพดลกล่าวว่า ส่วนที่มีข่าวว่ามีคนจะชวนตนไปร่วมงานกับพรรคการเมืองอื่นนั้น ไม่ทราบว่าข่าวนี้ออกมาได้อย่างไร ไม่ขอก้าวล่วงบุคคลอื่น แต่ขอเรียนว่า เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ไม่เปลี่ยนแปลง อีกทั้งไม่เคยมีใครชวนไปที่อื่นตามข่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19272</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, คลายล็อค, นพดล ปัทมะ, สื่อสารนโยบาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180808/image_big_5b6a623f5b2d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
