<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119865</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 21:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ่านหนังสือช่วยคลายเครียดช่วงโควิดระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;วิธีผ่อนคลายในช่วงโควิด-19 มีให้เลือกหลายรูปแบบ หนึ่งในนั้นคือการอ่านหนังสือ เพราะไม่ใช่การอ่านจะช่วยเติมความรู้ แต่ทว่าช่วยให้เราสามารถปรับพฤติกรรม การดำเนินชีวิตไปในทางบวกได้ และยังช่วยทำให้เกิดการพัฒนาด้านต่างๆอีกด้วย โดยเฉพาะความคิดและมุมมองด้านใหม่ๆ และนั่นจึงทำให้เกิดความเพลิดเพลิน จากการหยิบหนังสือเล่มโปรดขึ้นมา เพราะการใช้เวลาอยู่กับสื่อออนไลน์มากเกินไป อาจทำให้หลายคนรู้สึกเบื่อ แต่หลายคนมักเกิดคำถามว่า นิสัยรักการอ่านนั้นจะต้องเริ่มจากจุดไหน เพราะจากผลสำรวจพบว่าคนไทยอ่านหนังสือปีละไม่เกิน 2 เล่ม และเสียเงินไปกับการซื้อหนังปีละ 260 บาท ขณะที่เพื่อนบ้านอย่าง คนเวียดนามและสิงคโปร์นั้น อ่านหนังสือคนละไม่ต่ำกว่า 40-60 เล่มต่อปี เพื่อช่วยให้แต่คนแต่ละช่วงวัยเลือกอ่านหนังสือได้ถูกต้อง และปลูกฝังนิสัยรักการอ่านเมื่อยามว่าง ท่ามกลางชีวิตภายใต้วิธีนิวนอร์มอล ได้อย่างมีความสุขและสุขภาพจิตที่ดี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;งานนี้ &amp;ldquo;สุจิตร สุวภาพ&amp;rdquo; เลขานุการ สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo; หลักการเลือกอ่านหนังสือที่ดี ต้องเริ่มจากการจำแนกกลุ่มของผู้อ่าน เช่น หากเป็นวัยรุ่นวัยเรียนหนังสือที่อ่านก็จะเป็นคนละแนวกับ วัยทำงาน และวัยเกษียณ ดังนั้นขอเริ่มจากกลุ่มคนทำงานที่บ้าน หรือ &amp;ldquo;คนเวิร์คฟอร์มโฮม&amp;rdquo; ซึ่งเรารู้กันว่าคนกลุ่มต้องทำงานที่บ้าน ไม่สามารถออกไปออกกำลังกายนอกบ้านได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องหาวิธีคลายเครียด เพราะจะทำให้ทำงานทั้งวันก็คงไม่ดี แต่การที่จะอยู่กับมือถือมากเกินไป ก็จะส่งผลเสียต่อสุขภาพ เช่น สายตา&amp;nbsp; หรือแม้แต่การที่คนทำงานหยิบมือถือ มาเปิดดูภาพยนต์ที่ดาวโหลดมาแอพพิเคชั่นออนไลน์ หากดูมากเกินไปก็ทำให้รู้สึกเบื่อ ดังนั้นการอ่านหนังสือจึงเป็นวิธีผ่อนคลายที่ดี เช่น การที่คนวัยทำงานหยิบหนังสือในตู้ ที่เคยอ่านแล้วกลับมาอ่านอีก ก็ทำให้เราย้อนกลับไปคิด ในสิ่งที่เราเคยอ่านเมื่อครั้งวัยหนุ่มสาวได้ ประกอบโควิด-19 นั้น ทำให้ชีวิตของเราเปลี่ยนไป คือทำให้เราถอยหลัง กลับไปใช้ชีวิตที่สโลว์ไลฟ์มากขึ้น และกลับไปอยู่กับธรรมชาตินั่นเอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;สิ่งที่พี่เห็นอีกอย่างหนึ่งคือการ นักเขียนหลายคนใช้เวลาว่างช่วงโควิดระบาด หยิบหนังสือเล่มเก่าในตู้ที่เคยอ่านแล้วมาอ่านอีก ซึ่งตรงนี้มันทำให้เกิดความประทับใจได้เช่นกัน เพราะตอนที่เราอ่านหนังสือนี้ เรายังเป็นวัยรุ่น ความประทับใจมันก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นไปด้วยความประทับใจแบบหวือหวา ดังนั้นเมื่อเวลาผ่านไป 5 ปี หรือ 10 ปี ความดื่มด่ำในอรรถรสของการอ่านหนังสือ มันจะเปลี่ยนไปทำให้รู้สึกซึ้ง ในการอ่านหนังสือเล่มเดิมมากขึ้น เพราะเรามีประสบการณ์ในการใช้ชีวิตมากขึ้น พูดได้ว่าวิกฤตโควิด-19 นั้นถือเป็นสิ่งที่ดี ในการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ที่ทำให้เราได้อ่านหนังสืออีกครั้ง และเมื่ออ่านแล้วก็ทำให้เกิดความประทับใจ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;อ.สุจิตร&amp;rdquo; บอกอีกว่า สำหรับหลักในการเลือกอ่านหนังสือที่ดีนั้น อันดับแรกอยู่ที่ความสนใจ และตั้งใจที่จะอ่านหนังสือเล่มนั้นจริงๆ เพราะความสนใจของคนแต่ละช่วงวัยนั้นต่างกัน &amp;ldquo; เช่นหากเป็น &amp;ldquo;คนวัยเกษียณ&amp;rdquo; ความสนใจอาจอยู่ที่อาหารและงานบ้าน หรือการออกกำลังกายเบา อย่างการเล่นโยคะ หรือหนังสือที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว หนังสืองานเย็บปักถักร้อย หนังสือสุขภาพ เพราะคนวัยนี้ไม่ต้องการอะไรมาก เพียงแค่มีกิจกรรมทำไม่ให้อยู่ว่างๆ ดังนั้นคนกลุ่มนี้ก็มักจะเลือกอ่านหนังสือในสิ่งที่ตัวเองสนใจ แต่สิ่งสำคัญคือการที่เราจะทำอย่างไร ให้คนกลุ่มนี้เข้าถึงหนังสือที่ตัวเองสนใจได้ ดังนั้นการที่นักเขียนใช้ช่องทางโซเชียล เป็นตัวแนะนำหนังสือให้กับคนกลุ่มนี้ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจ และทำให้คนวัยเกษียณเลือกหนังสือได้ตรงจริตมากขึ้น หรือแม้แต่การพิมพ์ตัวอักษรในหนังสือให้ตัวใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับสายตาคนกลุ่มนี้ หรือแม้แต่การดีไซน์หนังสือ ให้คนวัยเกษียณได้อ่านผ่านรูปภาพ ที่เป็นตัวเล่าเรื่อง ก็เป็นตัวเลือกหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ไล่มาถึงการเลือกหนังสือของ &amp;ldquo;กลุ่มเด็กและเยาวชน&amp;rdquo; นั้น เนื่องเด็กวัยนี้จำเป็นต้องมีคนไกด์ไลน์ในการตัดสินใจเลือกหนังสือที่ชอบสักเล่ม ไม่ว่าจะเป็นครูพ่อแม่ เพราะเด็กวัยนี้มักจะไม่มีคนคอยชี้แนะ ประกอบเด็กมักมองว่าตัวเองนั้นมีตัวตน ดังนั้นถ้าจะให้ดีต้องมีคนที่คอยชี้แนะเรื่องการอ่าน แต่สุดท้ายเด็กก็จะเป็นผู้เลือกเองว่า เขายากจะอ่านหนังสือแนวไหน เช่น ชมรมรักการอ่าน และทางสสส.ได้ทำการวิจัยและมีคณะกรรมการ ในการเลือกหนังสือน่าอ่าน 100 เล่ม ไว้ให้กับเยาวชนที่สนใจ ซึ่งสามารถเลือกอ่านตรงตามช่วงวัยของเด็กๆ ตรงนี้ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ในการฝึกนิสัยการอ่านให้กับเด็กๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119865</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายเครียด, สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย, สุจิตร สุวภาพ, อ่านหนังสือ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211015/image_big_6169948780dfb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33735</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2019 08:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2019 08:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลายเครียด&#039;ดร.สมเกียรติ&#039;แนะวิธีวางตัวเป็นกลางทางการเมือง เรื่องของมัน เรื่องของกู เรื่องของมึง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 เม.ย.62- ดร.สมเกียรติ โอสถสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งในวงสนทนา.ในช่วงนี้..ช่วงหาเสียง รวมเสียงตั้งรัฐบาล..ให้ปฏิบัติดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิธีวางตัวเป็นกลางทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้ามีคนมาถาม:&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ท่านคิดว่าพรรคใดจะได้เป็นรัฐบาล?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอบ: เรื่องของมัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ตัวท่านเชียร์พรรคใหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอบ: เรื่องของกู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. แหม แล้วผมจะเอาข้อมูลที่ใหนไปวิเคราะห์?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอบ: เรื่องของมึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#SAVE YOURSELF&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลายเครียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33735</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายเครียด, ดร.สมเกียรติ โอสถสภา, วิธีวางตัวเป็นกลางทางการเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190219/image_big_5c6bc7d3dd8f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2018 17:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2018 17:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ปัดวางยาสลบ&#039;หมูป่า&#039;แล้วลำเลียงออกจากถ้ำ ยันแค่ยาคลายประสาทไม่ให้เครียด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค.61- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมครม.ถึงการเดินทางไปให้กำลังใจทีมกู้ภัยที่ถ้ำหลวงคืนวานนี้ว่า มีนักดำน้ำชาวต่างชาติเข้ามาช่วยในเหตุการณ์ครั้งนี้ทั้งหมดประมาณ 47 คน และการเดินทางไปเชียงรายเมื่อวานนี้ ก็ได้พบประกับทุกคน โดยได้ไปขอบคุณ สวัสดีและกอดคอ เพื่อแสดงให้เห็นว่าทุกคนคือเพื่อนของเรา การไปครั้งนี้ ไม่ใช่เพื่อไปแสดงตนเป็นพระเอก แต่ต้องการไปขอบคุณผู้ที่ทำงาน โดยได้มีโอกาสพบซีลที่ออกจากถ้ำ ผู้ว่าราชการจังหวัดและทีมงาน และคาดหวังว่าการทำงานในวันนี้จะเสร็จเรียบร้อยได้ จากที่เหลืออยู่ในถ้ำ 5 คน ซึ่งเราจะเห็นว่าการนำเด็กออกมาจากถ้ำนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย ใช้เวลาหลายชั่วโมง เพราะต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์น้ำด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯกล่าวว่า ถึงกรณีที่โลกโซเชียลแชร์ข้อความระบุมีการวางยาสลบทีมหมูป่าฯก่อนนำตัวออกจากถ้ำว่า &amp;ldquo;คุณรู้ไหมว่าการแพทย์เขาทำอย่างไรจะให้เด็กไม่แพนิค (ตื่นกลัว-ลนลาน) เวลาออกมา ก็เหมือนที่เราก็กินยาแก้แพ้ ให้มันรู้สึกว่ามันไม่เป็นไร มันไม่ตื่นเต้น ใครจะวางยาสลบแล้วมันจะออกมาได้ไง เขาเรียกว่ายาคลายประสาทอะไรสักอย่างให้เด็กไม่ตื่นเต้นไม่เครียด เรากินมาเยอะแล้ว ยิงปืนเราก็ให้กินแล้วมันจะยิงปืนแม่น เพราะมันไม่ตื่นเต้นไง ลองกินไหม เรากินทุกวันไม่เห็นตายเลย เรากินทุกคืน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า นายกฯทำไมต้องทานยาคลายเครียดทุกคืน พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า &amp;ldquo;ยานี้บางทีมันทำให้ลืมพวกเธอ(ผู้สื่อข่าว)ด้วยไง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า ตั้งแต่เกิดเหตุเด็กติดถ้ำนายกฯนอนหลับบ้างหรือเปล่า พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า &amp;ldquo;ไม่หลับก็ตายไปแล้วสิ หลับบ้างไม่หลับบ้าง&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13138</URL_LINK>
                <HASHTAG>13 หมูป่า, คลายเครียด, นายกฯ, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยาสลบ, ยาแก้แพ้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180710/image_big_5b4489c1e01fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
