<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108882</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 07:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 07:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘หมอยง’เผยสิ้นเดือนนี้รู้กันฉีดวัคซีน2เข็มสลับยี่ห้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;07 ก.ค.2564 - ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;โควิด 19 วัคซีน การฉีดเข็ม 1 และเข็ม 2 สลับชนิดกัน&amp;rdquo; มีเนื้อหาว่า ปัจจุบันยังแนะนำ ให้ฉีดวัคซีนป้องกัน covid 19 &amp;nbsp;เข็ม 1 และเข็ม 2 เป็นชนิดเดียวกัน ขณะนี้เริ่มมีแนวโน้ม มีข้อมูล และกำลังศึกษาเกี่ยวกับการฉีดต่างชนิดของวัคซีนใน เข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 เช่นการให้ &amp;nbsp;virus vector (AstraZeneca) สลับกับ mRNA (Pfizer) และเริ่มมีการยอมรับมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเทศไทยขณะนี้เรามีวัคซีนเชื้อตาย (Sinovac, sinopharm) กับ virus vector (AstraZeneca) &amp;nbsp;และในชีวิตจริง ในบางรายที่แพ้วัคซีนเข็มแรก &amp;nbsp;วัคซีนเข็ม 2 ให้ต่างชนิดกัน ขณะนี้มีเป็นจำนวนมากพอสมควร เข้าใจว่ามีมากกว่า 1000 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การศึกษาของศูนย์ ได้ทำการศึกษาการสลับชนิดของวัคซีน ที่อยู่ระหว่างการศึกษา พบว่าการให้เข็มแรกเป็นวัคซีนเชื้อตาย (Sinovac) และอีก 3-4 สัปดาห์ต่อมา ให้วัคซีน virus vector (AstraZeneca) ภูมิต้านทานที่เกิดขึ้น ได้ปริมาณที่สูงมาก สูงกว่าการให้วัคซีนเชื้อตาย (Sinovac) 2 เข็มห่างกัน 3-4 สัปดาห์ ประมาณ 8 เท่า หรือสูงกว่าภูมิต้านทานที่เกิดจากการติดเชื้อจริงในผู้ป่วยประมาณ 10 เท่า และน้อยกว่าการให้วัคซีน virus vector AstraZeneca 2 ครั้งห่างกัน 10 สัปดาห์ อยู่เพียงเล็กน้อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การให้วัคซีนสลับ เข็มแรกเชื้อตาย &amp;nbsp;เข็มที่ 2 เป็นไวรัสเวกเตอร์ (ห่างกัน 3-4 สัปดาห์) จะทำให้ผู้ที่ได้รับวัคซีนได้ภูมิต้านทานสูงในเวลาเพียง 6-8 สัปดาห์ ซึ่งต่างกับผู้ที่ได้รับวัคซีนไวรัสเวกเตอร์ 2 ครั้ง(ห่างกัน 10 สัปดาห์) กว่าจะได้ภูมิต้านทานสูงดังกล่าวต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 12 - 14 สัปดาห์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลดังกล่าวจึงเป็นประโยชน์ ในช่วงที่มีการระบาดอย่างมาก และทำให้ผู้ที่ฉีดวัคซีนมีภูมิสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และในขณะเดียวกันการบริหารวัคซีนก็จะง่ายขึ้น ในกรณีที่มีวัคซีน ในปริมาณจำกัด การศึกษาทั้งหมดน่าจะเห็นชัดเจนขึ้นภายในสิ้นเดือนนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ได้ยังเป็นข้อมูลที่ศึกษาระดับภูมิต้านทาน สิ่งที่สำคัญจะต้องทำการศึกษาต่อ คือความสามารถในการป้องกันโรค ถึงแม้ว่าจะรู้ว่าระดับภูมิต้านทานที่สูงกว่ามีโอกาสที่จะป้องกันโรคและความรุนแรงของโรคได้มากกว่า การศึกษาในวงกว้างก็ยังมีความจำเป็นที่จะให้ทราบถึงประสิทธิภาพของวัคซีนในการป้องกันโรคถ้าให้วัคซีนสลับกัน #หมอยง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108882</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะแพทยศาสตร์, คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, วัคซีน, ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ, หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา, เฟซบุ๊ก, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60bdd8b4228f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2021 08:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2021 08:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;บอกกว่าไทยจะใช้วัคซีนโลกคงฉีดไปร้อยล้านโดสแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค.2564 - &amp;nbsp;ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;โควิด-19 วัคซีน&amp;rdquo; ระบุว่า โรคทุกโรคป้องกันได้ควรได้รับการป้องกัน ทำนองเดียวกันโควิด-19 ก็ควรได้รับการป้องกันด้วยการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ล้างมือ หรือ ถูแอลกอฮอล์ เว้นระยะห่างของบุคคล นอกจากการปฏิบัติแล้ว ถ้ามีวัคซีนในการป้องกันควรได้รับการป้องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โควิด-19 ระบาดอย่างรวดเร็วและยากที่จะกวาดล้างให้หมดไป มาตรการในการควบคุมป้องกันการระบาด และสูญเสีย จึงจำเป็นที่จะต้องมีวัคซีนมาเสริมป้องกันและควบคุม จึงมีการเร่งพัฒนาผลิตวัคซีนในการป้องกันอย่างมากและรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การพัฒนาเป็นไปตามขั้นตอน จากการทดลองในสัตว์ผ่านเข้าสู่อาสาสมัครในมนุษย์ ระยะที่ 1, 2 และ 3 ในระยะที่ 3 จะต้องใช้อาสาสมัครเป็นหลักหมื่นและทำการศึกษาอย่างละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในภาวะฉุกเฉิน จึงมีการยอมให้ขึ้นทะเบียนในภาวะฉุกเฉินและภาวะปกติจะตามมาทีหลัง มีการรายงานผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นในการให้ประชาชนหมู่มาก โดยทั่วไปจะติดตามต่อหลังใช้แล้วอีก 2 ปี การอนุมัติให้ใช้แบบฉุกเฉินจะมีการคำนึงถึงผลได้ ประโยชน์ และอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้วัคซีนในการป้องกันโควิด-19 แต่ละชนิดมีการใช้หลายล้านโดสโดยรวมได้ถูกไปใช้แล้วประมาณ 30 ล้านโดส และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด กว่าประเทศไทยจะได้ใช้ ก็น่าจะมีการใช้ทั่วโลกไปแล้วโดยรวมเป็นร้อยล้านโดสแล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89643</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะแพทยศาสตร์, คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, วัคซีน, ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ, หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา, เฟซบุ๊ก, โควิด-19, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201011/image_big_5f82b115b4b0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88352</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2020 07:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2020 07:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;สะกิดเรื่องวัคซีนโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ธ.ค.2563 - ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยแพร่บทความผ่านทางเฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;โควิด 19 วัคซีน&amp;rdquo; ระบุว่า 1.ขณะนี้ ทั่วโลก วัคซีนโควิด ที่ได้ขึ้นทะเบียนให้ฉีดในภาวะฉุกเฉิน มีแล้วถึง 6 ชนิด ของจีน 3 ชนิด รัสเซีย 1 ชนิด อเมริกา 1 ชนิด และอเมริการ่วมกับเยอรมัน 1 ชนิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.วัคซีนเป็นเชื้อตาย 2 ชนิดของจีน ไวรัสเวกเตอร์ 2 ชนิดเป็นของจีนและรัสเซีย และ &amp;nbsp;mRNA &amp;nbsp;2 ชนิดเป็นของอเมริกา &amp;nbsp;และอเมริการ่วมกับเยอรมนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.วัคซีน AstraZeneca ที่ไทยรอคอยอยู่ ยังไม่สิ้นสุดการทดลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.มีร่วม 10 ประเทศได้เริ่มฉีดวัคซีนไปแล้ว มากกว่า 5 ล้าน โดส และภายในมกราคม &amp;nbsp;จะมีการฉีดอีกหลายสิบเท่า ซึ่งคาดว่าจะเป็นร้อยล้านโดส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ประเทศต่างๆได้ขึ้นทะเบียน หรือทะเบียนในภาวะฉุกเฉินในวัคซีนบางตัว มากกว่า 30 ประเทศ และรวม EU ทั้งหมด แสดงว่าจะมีการฉีดเป็นจำนวนมาก &amp;nbsp;ในเดือนมกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมประเทศไทยจึงช้าในเรื่องวัคซีนโควิด
1. เพราะเรามุ่งอยู่กับวัคซีนไวรัส เวกเตอร์ของ AstraZeneca อย่างเดียวหรือ? (ไม่ทราบ) ยังทดลองไม่เสร็จ และยังไม่มีประเทศไหนขึ้นทะเบียน แม้กระทั่งในภาวะฉุกเฉิน (รออังกฤษ) ความจำเป็นที่ต้องใช้ มีจำนวนมากกว่าที่ทำสัญญาไว้มาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เราไม่ควรยึดติดอยู่กับวัคซีน บริษัทใดบริษัทหนึ่ง มีวัคซีนให้เลือกในขณะนี้ หลายบริษัท แม้กระทั่งของจีน ยุโรป อเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ขบวนการติดต่อจัดซื้อ ไม่ควรอยู่ที่วัคซีนชนิดใดชนิดหนึ่ง เพราะมีความจำเป็นใช้ถึง 80 ล้านโดส ควรจะมีตัวเลือก และ ถือเป็นเรื่องเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ภาคเอกชนควรมีส่วนช่วยภาครัฐ เชื่อว่าถ้าให้เอกชนนำเข้า จะแบ่งเบาภาครัฐได้มาก ถึงแม้ว่าวัคซีนที่จะต้องเก็บในอุณหภูมิต่ำ ก็ไม่เป็นปัญหา &amp;nbsp;ในสิงคโปร์สามารถจัดการได้ &amp;nbsp;ประเทศไทยก็ควรจะจัดการได้ เพื่อจะได้แบ่งเบาวัคซีนของภาครัฐ ให้ได้เพียงพอกับประชาชนทั่วไปโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.กระบวนการขึ้นทะเบียนของไทย จะต้องมีขั้นตอนที่รวดเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดูแผนที่และข้อมูลจาก Wikipedia การวางแผนการให้วัคซีนของประเทศต่างๆทั่วโลกแล้ว แม้กระทั่งแผนการขึ้น ทะเบียนการใช้อย่างฉุกเฉิน รออยู่ ก็ไม่มีประเทศไทย ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มี สิงคโปร์ มาเลเซีย และ ฟิลิปปินส์ ซึ่งนำหน้าไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจะทำอย่างไร ให้ประเทศไทยขยับตัวได้เร็วกว่านี้ ไม่รอถึงมิถุนายน อย่างที่เป็นข่าว การระบาดครั้งนี้ หนักกว่าที่คิด ผู้รับวัคซีน ควรมีสิทธิ์เลือกที่จะฉีดหรือไม่ฉีด และควรได้รับข้อมูลที่ถูกต้องทั้งหมด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88352</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะแพทยศาสตร์, คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, วัคซีน, ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ, หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา, เฟซบุ๊ก, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201011/image_big_5f82b115b4b0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65181</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2020 08:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2020 08:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นพ.ยง&#039;บอกอย่าตื่นหากหายป่วยโควิด-19แล้วพบเชื้ออยู่อีก45วันแค่ของเก่าค้างเท่านั้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค.2563 - นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;โควิด 19 การตรวจพบเชื้อหลังจากหายจากโรคแล้ว&amp;rdquo; ระบุว่า วิธีการตรวจด้วยRT-PCR มีความไวสูงมาก ทางศูนย์ ที่ผมทำงานอยู่ ร่วมกับ กทม.และศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ทำการตรวจในรายที่หายจากโรคแล้ว เป็นจำนวนมาก พบว่า ในบางรายอาจพบชิ้นส่วนของRNA ไวรัส ถึงแม้ว่าจะหายแล้วอย่างดี และเกิน 30 วันแล้วด้วย บางรายตรวจไม่พบ แล้วมาตรวจพบ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตรวจพบชิ้นส่วน RNA ไวรัส ไม่ได้บอกว่าไวรัสนั้นยังคงสภาพเป็นไวรัสทั้งตัว ที่สามารถติดต่อได้ การศึกษาในเกาหลี หรือ ในประเทศจีน ก็พบได้เช่นเดียวกัน พบได้นานถึง 45 วันและมีบางรายที่ตรวจไม่พบแล้ว มาตรวจพบอีก ก็ไม่ได้หมายความว่า มีการติดเชื้อซ้ำ ปกติแล้วเยื่อบุทางเดินหายใจเราจะมีการหลุดลอก อยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเจริญเติบโตของเซลล์เยื่อบุทางเดินหายใจ กว่าจะหลุดลอกออกมา ใช้เวลาเป็นเดือนเดือน &amp;nbsp;ดังนั้น จึงไม่แปลกเลยที่จะมีการตรวจพบ RNA ไวรัสหลังจากหายแล้ว ในปัจจุบันการศึกษาก็พบว่า ชิ้นส่วนที่หลุดออกมาของไวรัส เป็นเพียงส่วนของไวรัส ไม่สามารถที่จะติดต่อโรคได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตรวจพบก็ไม่ใช่เรื่องแปลก การพบใหม่ หลังจากที่ตรวจไม่พบ ก็ไม่ใช่เป็นการติดเชื้อใหม่ &amp;nbsp;จึงขอให้ทุกท่านและผู้ป่วยที่หายแล้ว ถึงแม้จะยังตรวจพบอยู่ ก็ขอให้สบายใจได้ ไม่ใช่การติดเชื้อเรื้อรังหรือการเป็นใหม่ เป็นของเดิมที่ยังค้างอยู่นั่นเอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65181</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะแพทยศาสตร์, คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นพ.ยง ภู่วรวรรณ, หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200423/image_big_5ea1045000bfc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61698</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2020 14:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2020 14:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;แนะ4ข้อต้องทำเพื่อลดการแพร่กระจายโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เม.ย.2563 - &amp;nbsp;ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวในหัวข้อ &amp;ldquo;โควิด-19 การลดการแพร่กระจายของโรคในประเทศไทย&amp;rdquo; ระบุว่า มาตรการต่าง ๆ ที่ออกมา เราสามารถลดการแพร่กระจายของโรคมาได้ระดับหนึ่ง จากอำนาจการแพร่กระจายปกติ R0 = 2.5 (1 คน แพร่โรคต่อ 2.5 คน) ลดลงเหลือ R0 = 1.5 (1 คนแพร่ไป 1.5 คน) อัตราดังกล่าวยังไม่เป็นที่พอใจ เราจะต้องลดให้เป็น 1 หรือน้อยกว่า 1 ให้ได้ เราต้องมีมาตรการที่เข้มข้นขึ้น จึงจะควบคุมโรคได้ มาตรการทั้งหมดจะต้องประกอบไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.วินิจฉัยโรคให้ได้รวดเร็ว และให้ได้มากที่สุด โดยการตรวจผู้สัมผัส ผู้ต้องสงสัยเพิ่มขึ้น และต้องออกผลให้รวดเร็ว ตรวจจำนวนผู้ต้องสงสัยเพิ่มขึ้น เพื่อควบคุม กักกัน ไม่ให้โรคแพร่กระจาย ผู้ติดเชื้อทุกคนจะต้องได้รับการดูแล ควบคุม ไม่ให้เกิดอาการมาก หรือรุนแรงโดยรักษาแต่เริ่มแรกรวดเร็ว และต้องการลดการแพร่กระจายโรคได้ รวมทั้งผู้ที่รักษาหาย จะต้องมั่นในว่า จะพ้นระยะและไม่ไปแพร่กระจายโรคได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ลดความเสี่ยงในการติดโรคของคนทั่วไป ตั้งแต่สุขอนามัย ล้างมือ กินร้อนที่รู้จัดกันดี ไปจนถึง physical distancing กำหนดระยะห่างของบุคคล สังคม ไม่น้อยกว่า 2 เมตร ไม่ว่านอกบ้าน ในบ้าน การใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่กระจายโรคและ ลดการติดต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ลดการเคลื่อนที่ของประชากร ลดการสัมผัสโรคด้วยการอยู่บ้าน และจะต้องทำให้มากที่สุด ในการลดประชากรที่จะไปสัมผัสโรค การเลื่อนวันหยุดสงกรานต์ การมีมาตรการเข้มงวดในการเคลื่อนที่ การเดินทางของประชาชน เพื่อลดการแพร่กระจายโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.การมีระเบียบวินัย เมื่อเปรียบเทียบ จีน กับประเทศประชาธิปไตยทางตะวันตกแล้ว จีนมีระเบียบวินัยมากกว่า สามารรถควบคุมโรคได้จนไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ ยกเว้นผู้ป่วยนำเข้าจากต่างประเทศ เพราะความมีระเบียบวินัย
มาตรการทั้งหมดจะต้องเข้มข้นขึ้น ก่อนเข้าฤดูฝนที่จะเป็นฤดูกาลของโรคทางเดินหายใจ ไม่เช่นนั้นเราจะยิ่งแยกยากระหว่างโรคโควิด-19 กับโรคทางเดินหายใจอื่น จะสร้างปัญหากับประเทศไทยเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61698</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะแพทยศาสตร์, คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ, หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา, เฟซบุ๊ก, โควิด-19, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200327/image_big_5e7d805238c30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
