<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>6844</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2018 17:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2018 16:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตอกย้ำปฏิรูปตำรวจเหลว Police Watch จี้นายกฯทบทวนรายงานชุด&#039;บุญสร้าง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10เม.ย.61 -ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ฝั่งก.พ. นายบุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์ และนางสมศรี หาญอนันทสุข ตัวแทนเครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ(คป.ตร.) หรือ Police Watch ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่านนายสาธิต สุทธิเสริม หัวหน้าฝ่ายประสานมวลชน ศูนย์บริการประชาชน เพื่อขอให้ทบทวนผลการดำเนินงานของคณะปฏิรูปตำรวจที่มีพล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธานฯ และเร่งปฏิรูปโครงสร้างองค์กรตำรวจในระยะเร่งด่วน พร้อมแนบแถลงการณ์ผลการตรวจการบ้าน1ปีปฏิรูปตำรวจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายบุญแทน กล่าวว่า ขอให้นายกฯทบทวนผลการดำเนินงานของคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจและทำหนังสือสั่งการรัฐมนตรีว่าการทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เร่งดำเนินการโอนตำรวจ 11 หน่วย ทั้งอำนาจหน้าที่ ทรัพย์สิน และสิ่งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 3 ปี &amp;nbsp;รวมถึงขอให้นายกฯสั่งการรมว.มหาดไทย ออกกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์การสอบสวนความผิดอาญาโดยพนักงานสอบสวนกรุงเทพฯ ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 1 เดือน &amp;nbsp;เพื่อให้เจ้าพนักงานที่ผู้ว่าฯแต่งตั้งสามารถดำเนินการสอบสวน ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการสั่งฟ้องคดีตาม พ.ร.บ.ที่กรุงเทพฯรับผิดชอบจำนวน 28 ฉบับ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญแทน กล่าวต่อว่า ขอให้ทำหนังสือสั่งการ ผบ.ตร.ให้ปฏิบัติตามข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย พ.ศ.2523 &amp;nbsp;ซึ่งออกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พ.ศ.2477 &amp;nbsp; มาตรา 5 &amp;nbsp;ที่กำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอมีอำนาจตรวจสอบและควบคุมการสอบสวนคดีวิสามัญฆาตกรรม &amp;nbsp;คดีป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ &amp;nbsp;รวมทั้งคดีที่ประชาชนร้องขอความเป็นธรรมอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ยังขอให้สั่งเลขาธิการคณะกรรมกการกฤษฎีกาแก้ไขกฎหมาย ป.วิอาญาให้พนักงานอัยการมีอำนาจตรวจสอบควบคุมสอบสวนคดีอาญาในคดีสำคัญและคดีที่มีการร้องเรียนทุกคดี
----------
สำหรับจดหมายเปิดผนึกมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(คป.ตร.)&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; Police &amp;nbsp;Watch
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่ &amp;nbsp; &amp;nbsp;10 &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมษายน &amp;nbsp;2561
เรื่อง &amp;nbsp;ขอให้ทบททวนผลการดำเนินการของคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจและเร่งปฏิรูปโครงสร้างองค์กรและระบบงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย ลดความเดือดร้อนของประชาชนในระยะเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ส่งมาด้วย &amp;nbsp;แถลงการณ์ ผลการตรวจการบ้าน 1 ปี ปฏิรูปตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กราบเรียน &amp;nbsp;ฯพณฯ พลเอก ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา &amp;nbsp;หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติและนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามที่คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม(ตำรวจ)ที่ฯพณฯได้แต่งตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญมาตรา 258 ง. และ &amp;nbsp;260 &amp;nbsp;โดยมี พลเอก บุญสร้าง &amp;nbsp;เนียมประดิษฐ์ &amp;nbsp;เป็นประธานฯ &amp;nbsp;ได้สรุปแนวทางดำเนินการชี้แจงต่อประชาชนเมื่อวันพุธที่ &amp;nbsp;28 &amp;nbsp;มีนาคม &amp;nbsp; 2561 &amp;nbsp; ณ ห้องประชุมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร &amp;nbsp; รวมทั้งได้ทำหนังสือรายงานต่อฯพณฯเพื่อพิจารณาดำเนินการนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครือข่ายประชาชนเพื่อการปฏิรูปตำรวจ ได้มีการประชุมและเสวนาเรื่อง &amp;ldquo;ตรวจการบ้าน 1 ปี ปฏิรูปตำรวจ แก้ปัญหาประชาชนได้จริงหรือไม่?&amp;rdquo; เมื่อวันที่ 1เมษายน ที่ผ่านมา ได้มีข้อสรุปว่า(ตามเอกสารแนบท้าย) ข้อเสนอของคณะกรรมการฯ ทั้งหมดดังกล่าว ไม่ได้เป็นการปฏิรูปโครงสร้างองค์กรและระบบงานตำรวจที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างแท้จริงแต่อย่างใด &amp;nbsp; ประเด็นดำเนินการยังคงเน้นการเพิ่มเงิน เพิ่มคนและอำนาจให้กับตำรวจเป็นส่วนใหญ่ &amp;nbsp; ส่งผลให้รัฐต้องใช้จ่ายเงินงบประมาณเพิ่มมากขึ้นโดยไม่จำเป็น &amp;nbsp;อีกทั้งบางเรื่องก็เป็นการปรับปรุงการทำงานและบริหารงานบุคคลภายในตามปกติเท่านั้น &amp;nbsp; บางส่วนที่เป็นการปฏิรูป เช่น การโอนตำรวจ 11 &amp;nbsp;หน่วยไปให้กระทรวงทบวงกรมที่มีหน้าที่ตามกฎหมายไปรับผิดชอบซึ่งเป็นมติของสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.)และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2558 &amp;nbsp; ก็ไม่มีแผนดำเนินการที่เป็นรูปธรรมโดยเร็ว &amp;nbsp;รวมทั้งไม่ได้ดำเนินการตามที่ท่านได้เคยให้นโยบายไว้เมื่อวันที่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;23พฤษภาคม 2560 &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในส่วนที่เกี่ยวกับ &amp;nbsp;(1) การให้ตำรวจสังกัดจังหวัด &amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องมีอำนาจตรวจสอบควบคุม &amp;nbsp; และข้อสั่งการของฯพณฯเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2560 &amp;nbsp;(2) การแยกงานสอบสวนออกจากตำรวจให้ชัดเจน ตามหนังสือเวียนของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเมือวันที่ 3 พฤศจิกายน 2560&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นเพื่อให้การปฏิรูปตำรวจสามารถแก้ปัญหาของประชาชนได้อย่างแท้จริง จึงเรียนมายังฯพณฯเพื่อทบทวนผลการดำเนินงานของคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจและโปรดทราบและพิจารณาสั่งการดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1.ให้ทำหนังสือสั่งการรัฐมนตรีว่าการทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เร่งดำเนินการโอนตำรวจ 11 หน่วยทั้งอาคาร &amp;nbsp;สถานที่ &amp;nbsp;อำนาจหน้าที่ &amp;nbsp;ทรัพย์สิน งบประมาณ และสิ่งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 3 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2.สั่งการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย &amp;nbsp;ออก &amp;nbsp;&amp;ldquo;กฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์การสอบสวนความผิดอาญาโดยพนักงานสอบสวนกรุงเทพมหานคร&amp;rdquo; &amp;nbsp;ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาหนึ่งเดือน &amp;nbsp;เพื่อให้เจ้าพนักงานที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้งสามารถดำเนินการสอบสวนส่งสำนวนให้พนักงานอัยการสั่งฟ้องคดีตาม พ.ร.บ.ที่กรุงเทพมหานคร รับผิดชอบจำนวน 28 ฉบับ &amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้การบังคับใช้กฎหมายในความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานครมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3.ทำหนังสือสั่งการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติดังนี้
3.1 ให้ปฏิบัติตามข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย พ.ศ.2523 &amp;nbsp;ซึ่งออกตามประมวล
กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พ.ศ.2477 &amp;nbsp; มาตรา 5 &amp;nbsp;ที่กำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอมีอำนาจตรวจสอบและควบคุมการสอบสวนคดีวิสามัญฆาตกรรม &amp;nbsp;คดีป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ &amp;nbsp;รวมทั้งคดีที่ประชาชนร้องขอความเป็นธรรมอย่างเคร่งครัด
3.2 &amp;nbsp;ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติดำเนินการปรับวิธีการลงบันทึกประจำวันจากการเขียนด้วยลายมือให้เป็นการบันทึกในระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมดภายในระยะเวลาหนึ่งปี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4.สั่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีการ่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย
วิธีพิจารณาความอาญาในส่วนที่สำคัญดังนี้ &amp;nbsp;
4.1 &amp;nbsp;ให้พนักงานอัยการมีอำนาจตรวจสอบควบคุมการสอบสวนคดีอาญาที่มีโทษ
จำคุกห้าปีขึ้นไป &amp;nbsp;คดีสำคัญ หรือคดีที่มีการร้องเรียนทุกคดี &amp;nbsp;โดยพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบมีหน้าที่รายงานให้พนักงานอัยการทราบทันทีในโอกาสแรกที่กระทำได้ พร้อมกับนายอำเภอสำหรับในส่วนภูมิภาคเพื่อเป็นข้อมูลในการสืบหาพยานหลักฐานสนับสนุนการปฏิบัติงานของพนักงานอัยการรวมทั้งเพื่อการรักษาความสงบเรียบร้อยในอำเภอ
4.2 &amp;nbsp;กำหนดให้การสอบปากคำบุคคลไม่ว่าจะในฐานะผู้เสียหาย &amp;nbsp;ผู้ต้องหา หรือ
พยานจะต้องกระทำในห้องที่จัดเฉพาะมีระบบบันทึกภาพและเสียงอัตโนมัติเก็บเป็นหลักฐานไว้ให้อัยการและศาลเรียกตรวจสอบได้เมื่อจำเป็นทุกคดี
4.3 กำหนดให้ตำแหน่งหัวหน้างานสอบสวนทุกสถานี เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนแทนหัวหน้าสถานีทุกแห่ง &amp;nbsp; มีอำนาจตรวจสอบควบคุมการสอบสวนของพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบภายในสถานีปฏิบัติตามคำแนะนำหรือ คำสั่งของพนักงานอัยการ &amp;nbsp;และมีอำนาจส่งสำนวนการสอบสวนให้พนักงานอัยการพิจารณาสั่งคดีได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการโดยเร็ว &amp;nbsp;ผลเป็นประการใด &amp;nbsp;ขอได้โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อจะได้แจ้งให้สื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนทราบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;( นางสมศรี &amp;nbsp;หาญอนันทสุข )
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (คป.ตร.) &amp;nbsp;Police Watch
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6844</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพมหานคร, คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม(ตำรวจ), คลินิกอัยการอาสา, นางสมศรี หาญอนันทสุข, นายกรัฐมนตรี, ปฏิรูปตำรวจ, พนักงานสอบสวน, พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์, เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180410/image_big_5acc7de2150a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2018 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2018 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดคลินิกอัยการอาสาเคลื่อนที่คุ้มครองสิทธิแรงงานต่างด้าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.61- นางสาวนิภาพร รุจนรงค์ รองอัยการสูงสุด เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการคลินิกอัยการอาสาเคลื่อนที่คุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ ด้านการคุ้มครองแรงงานต่างด้าว และการค้ามนุษย์ ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;โดยมีนายประภัสสร์ มาลากาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร,&amp;nbsp;รองอธิบดีอัยการภาค&amp;nbsp;7,&amp;nbsp;รองอธิบดีอัยการ สํานักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน,&amp;nbsp;ผู้อํานวยการ สํานักงานกิจการและโครงการในพระดําริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา,&amp;nbsp;อัยการพิเศษฝ่าย,&amp;nbsp;อัยการจังหวัด ผู้แทนจากส่วนราชการ สถานประกอการภาคอุตสาหกรรม เข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;ณ โรงแรมเซ็นทรัลเพลส ตำบลมหาชัย อำเภอเมือง จังหวัด&amp;nbsp;สมุทรสาคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยปัจจุบันมีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทยเป็นจํานวนมาก ภาครัฐและเอกชนจึงควรต้องตระหนักถึงความสําคัญของการคุ้มครองสิทธิแรงงานต่างด้าว ที่เข้ามาทํางานในประเทศไทย ซึ่งหากเป็นการเดินทางเข้ามาทํางานโดยผิดกฎหมายก็อาจ ก่อให้เกิดปัญหาแก่ผู้ประกอบการและแรงงานต่างด้าว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องการเข้าเมือง โดยผิดกฎหมาย ปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งนับวันได้ทวีความรุนแรงขึ้นตามลําดับ เพราะการกระทําดังกล่าวนอกจากจะถือได้ว่าเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อสวัสดิภาพของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อเด็กและสตรีแล้ว ยังพบว่าขบวนการการค้ามนุษย์มีความเชื่อมโยงกับ การประกอบอาชญากรรมอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมักจะถูกใช้เป็นช่องทางในการหารายได้ ให้แก่กลุ่มก่อการร้ายและองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งสหประชาชาติได้ให้ความสนใจ เกี่ยวกับประเด็นปัญหาการค้ามนุษย์และการใช้แรงงานต่างด้าวของไทยเป็นอย่างมาก ประกอบกับจากรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ประเทศไทยได้รับการจัด อันดับให้อยู่ในกลุ่มที่ ๒ บัญชีรายชื่อประเทศที่ต้องจับตามอง (Tier 2)&amp;nbsp;รัฐบาลจึงให้ความสําคัญ กับการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้านสํานักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ สํานักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน จึงได้จัดโครงการฯ ขึ้นเพื่อจะได้รับความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับกฎหมายคุ้มครองแรงงานต่างด้าว กฎหมายคนเข้าเมืองและกฎหมายเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ รวมถึงการน้อมนําหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อันเป็นแนวพระราชดําริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สู่หลักนิติธรรม ซึ่งสํานักงานว่าด้วยยาเสพติด และอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC)&amp;nbsp;ได้ทูลเกล้าฯ ถวายตําแหน่งทูตสันถวไมตรี ด้านหลักนิติธรรม สําหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แด่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เพื่อนํามาใช้เป็นหลักในการดํารงชีวิตและในการประกอบกิจการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายในงานมีการจัดวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะ ด้านในกฎหมายดังกล่าวจากผู้อํานวยการ สํานักพัฒนามาตรฐานแรงงาน กรมสวัสดิการและ คุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ผู้กํากับการ กลุ่มงานความมั่นคง กองแผนงานกิจการพิเศษ สํานักงานยุทธศาสตร์ตํารวจ ผู้อํานวยการ สํานักงานกิจการและโครงการในพระดําริพระเจ้า หลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา สํานักงานอัยการสูงสุด และอัยการผู้เชี่ยวชาญ สํานักงาน อัยการพิเศษฝ่ายแผนช่วยเหลือทางกฎหมาย สํานักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย แก่ประชาชน สํานักงานอัยการสูงสุด ที่มาให้ความรู้ด้านต่างๆ ผู้เข้าร่วมโครงการได้นําไปใช้ในการปฏิบัติงานและการประกอบกิจการที่ถูกต้องตามกฎหมาย และในขณะเดียวกันก็เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่จะได้รับรู้ถึงสิทธิและหน้าที่ของตนเพื่อป้องกันมิให้ผู้ใดเอาเปรียบ หรือล่วงละเมิดได้ อันเป็นการคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศที่สําคัญ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5687</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลินิกอัยการอาสา, นิภาพร รุจนรงค์ รองอัยการสูงสุด, อัยการคลื่อนที่, แรงงานต่างด้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180324/image_big_5ab5f7ae0cdfd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
