<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31453</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮโลฟ้อง‘กกต.’สารพัดเรื่อง พท.ดิ้นเทือกแฉวิดีโอชุมนุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; กกต.คึกคัก นักร้องทุกสายแห่ร้องเรียนหัวกระไดไม่แห้ง เพื่อไทยห้าม &amp;quot;สุเทพ&amp;quot; เปิดคลิปชุมนุมกปปส. อ้างใส่ร้ายและจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทย &amp;quot;เรืองไกร&amp;quot; ยังวนกับคุณสมบัติบิ๊กตู่ &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; ขอล้างตาชงยุบอนาคตใหม่อีกที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 มีนาคม นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย พร้อมคณะ เดินทางไปยังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องให้ตรวจสอบนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ที่ประกาศจะนำคลิปภาพการชุมนุมของ กปปส.มาเผยแพร่ ซึ่งพรรคเพื่อไทยเห็นว่าเข้าข่ายการใส่ร้ายและจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า แม้เป็นการนำภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน พ.ร.ฎ.การเลือกตั้งมาเผยแพร่ แต่ก็เป็นการกระทำเพื่อต้องการทำลายคะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทยโดยตรง รวมถึงการปราศรัยหาเสียงในลักษณะก้าวร้าว รุนแรง ปลุกระดม โดยการกระทำของนายสุเทพ อยู่ในการรับรู้ของกรรมการบริหารพรรค รปช. พรรคเพื่อไทยจึงยื่นคำร้องให้ กกต.ดำเนินการกับนายสุเทพและพรรค รปช. รวมทั้งขอเรียกร้องไปยังนายสุเทพ ให้หาเสียงอย่างสุภาพบุรุษ ไม่ใช้วิธีการสกปรก ซึ่งเป็นการรื้อฟื้นให้ความขัดแย้งกลับมาอีกครั้ง เพราะนายสุเทพมีส่วนสำคัญในการสร้างความขัดแย้งจนนำไปสู่การรัฐประหารในปี 2557 จึงไม่ควรสร้างความขัดแย้งขึ้นมาใหม่ด้วยวิธีการเดิมๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยรักษาชาติ เดินทางมายื่นหนังสือถึง กกต. เพื่อคัดค้านการนำคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินมาประกอบการพิจารณากรณีตนเคยมายื่นร้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าข่ายเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐหรือไม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเรืองไกรอ้างว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ใช่ผู้ตีความกฎหมาย จึงจะวินิจฉัยกรณีดังกล่าวไม่ได้ ต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ตีความ โดยตนมีหลักฐานคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2562 กรณีนายรังสิมันต์ โรม ขัดคำสั่ง คมช. โดยไม่ยอมพิมพ์ลายนิ้วมือ ที่นายรังสิมันต์โต้แย้งว่า คำสั่งของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ขัดแย้งรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลได้วินิจฉัยว่า คำสั่งของ คมช.ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ หลังจากที่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งกรณีนี้เป็นข้อพิสูจน์ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินอาจไม่ได้นำมาประกอบการพิจารณา ในความเห็นของตน พล.อ.ประยุทธ์มีอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ เพียงแค่ 2 เดือน คือ 22 พ.ค.2557 ถึง 22 ก.ค.2557 &amp;nbsp;เท่านั้น เพราะมีรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาบังคับใช้ และให้อำนาจ พล.อ.ประยุทธ์ ในการใช้มาตรา 44 โดยต้องรายงานประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และคณะรัฐมนตรี ซึ่งในประเด็นนี้จะโต้แย้งคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ก็ยังมีคำพิพากษาของศาลฎีกาในคดีที่พนักงานอัยการยื่นฟ้องนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ที่ไม่ได้ไปรายงานตัวตามคำสั่งหัวหน้า คสช. แล้วนายสมบัติแย้งว่าตนเองไม่ต้องไปรายงานตัวเพราะ คสช.ไม่ใช่เจ้าพนักงานของรัฐนั้น ศาลฎีกาก็วินิจฉัยว่าหัวหน้า คสช.เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ดังนั้น ตนจึงนำคำพิพากษาของศาลมาให้ กกต.พิจารณา &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมบัติ เดินทางมายื่นหนังสือถึง กกต.ในประเด็นเดียวกัน โดยบอกว่าศาลชั้นต้น อุทธรณ์ ฎีกา ได้วินิจฉัยว่า คสช.เป็นเจ้าพนักงาน ดังนั้นตนจึงยินดีที่จะมาเป็นพยานยืนยันสถานะ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ใช่เจ้าพนักงาน เพราะตำแหน่งหัวหน้า คสช. ไม่ได้มาโดยการสมัคร หรือสรรหา แต่เป็นการเข้ามาโดยใช้กำลัง ใช้ปืน ใช้อาวุธ เพื่อยึดอำนาจการปกครองของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ประเด็นหลักคือ ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ได้แยกสถานะของ พล.อ.ประยุทธ์ ในช่วงของการเข้ามายึดอำนาจ ด้วยการฉีกรัฐธรรมนูญสถาปนาตัวเอง เป็นรัฏฐาธิปัตย์ กับสถานะภายหลังที่มีรัฐธรรมนูญชั่วคราวและรัฐธรรมนูญถาวร มีความแตกต่างกัน อีกด้านคือพฤติกรรมของการใช้อำนาจ ที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติบริหารราชการแผ่นดินและพระราชบัญญัติเงินเดือน ซึ่งผู้ที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐก็ต้องขึ้นอยู่กับ 2 พระราชบัญญัตินี้ รวมกระทั่งการยอมรับเองของ พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยการสัมภาษณ์ และสื่อมวลชนก็ได้นำมาลงว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ สอดคล้องกับการที่ไปลงใน Facebook ระบุสถานะตัวเองว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ได้เผยแพร่จดหมายเรียกร้องให้ กกต. ทำหน้าที่เพื่อการเลือกตั้งที่เป็นธรรม โดยเรียกร้องให้ กกต.ดำเนินคดีกับพรรคพลังประชารัฐ ในกรณีอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยในบรรทัดฐานเดียวกันกับการยุบพรรคไทยรักษาชาติไปก่อนหน้านี้ และเรียกร้องให้ กกต.อย่าเพิกเฉยกับข้อมูลทุจริตและปัญหาการจัดการการเลือกตั้ง โดยข้อความเรียกร้องใน 2 ประเด็นคือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทำหน้าที่เพื่อการเลือกตั้งที่เป็นธรรม ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณากรณีที่พรรคพลังประชารัฐอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย ให้เสร็จสิ้นก่อนวันเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ขอให้ไม่เพิกเฉยต่อข้อมูลการทุจริตและปัญหาการจัดการการเลือกตั้งต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ทั่วไปในสื่อหลักและสื่อออนไลน์ โดยให้มีความกระตือรือร้นเท่ากับที่ได้ปฏิบัติต่อพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม คสช. โดยไม่ต้องมีผู้ร้องเรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์กรพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นคำร้องขอให้ กกต.ตรวจสอบและพิจารณาสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ ตาม &amp;nbsp;พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 92 (3) จากรณีที่นางฐิติมา ฉายแสง อดีตผู้สมัครของพรรคไทยรักษาชาติ ที่ถูกยุบพรรค ปราศรัยเทคะแนนให้กับนายกิตติชัย &amp;nbsp;เรืองสวัสดิ์ ผู้สมัครเขต 1 ของพรรคอนาคตใหม่ เข้าข่ายเป็นการกระทำปล่อยให้บุคคลที่มิใช่สมาชิกพรรค ครอบงำ ชี้นำ การทำกิจกรรมของพรรค ซึ่งผิดมาตรา 28 ของกฎหมายเดียวกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงาน กกต.ออกเอกสารเผยแพร่ข่าว กรณีคำสั่ง กกต.ให้ลบภาพและข้อความหาเสียงที่เข้าข่ายผิดกฎหมายและระเบียบ กกต.ว่าด้วยการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งที่ 2 โดยมี 37 กรณี ส่วนใหญ่พรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์หาเสียงพรรคเพื่อไทยและพรรคเพื่อไทย ถูกโจมตีมากสุด และยังคงเป็นกรณีเผาบ้านเผาเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองลงมาเป็นนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โดนโจมตีการล้มล้างรัฐธรรมนูญและล้มมาตรา 112, พรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประยุทธ์ โจมตีเรื่องเผด็จการและเรื่อง ส.ว. 250 คน, &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป โดนโจมตีการนำพุทธศาสนามาหาเสียง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ไม่ปรากฏว่ามีการโจมตีใส่ร้ายพรรคประชาธิปัตย์ ที่น่าสนใจ กรณีเพจเฟซบุ๊กหมวดเจี๊ยบ Sunisa Divakorndamrong ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่ตลาดนัดจตุจักร และมีข้อความตอนหนึ่งว่า &amp;ldquo;แบบนี้เท่ากับใช้อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์ในการหาเสียง ซึ่งถือเป็นการโกงการเลือกตั้งอย่างหนึ่ง&amp;rdquo; หรือกรณีเฟซบุ๊ก นปช.อียู สวีเดน โพสต์ภาพของป้ายผู้สมัครรับเลือกตั้งและมีข้อความว่า &amp;ldquo;กูจะฟ้องพระอานนท์ มึงดึงพระพุทธเจ้ามาช่วยหาเสียง&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31453</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., คลิปชุมนุมกปปส., หนังสือพิมพ์, เลือกตั้ง, ใส่ร้ายและจูงใจให้เข้าใจผิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190315/image_big_5c8bb7c09823f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
