<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54209</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปล่อยคลิปถล่ม‘แป๊ะ’โทรเบรก‘วิระชัย’คดียิงรถ‘โจ๊ก’/เสรีฯชี้จัดฉากเลื่อยเก้าอี้ผบ.ตร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สีกากีเดือด! คลิปลับโผล่ &amp;quot;จักรทิพย์&amp;quot; โทร.เบรก &amp;quot;วิระชัย&amp;quot; อย่ายุ่งคดียิงรถอดีต ผบช.สตม. บอกปล่อยนครบาลดำเนินการ &amp;quot;โฆษก ตร.&amp;quot; ยันแค่สั่งงานปกติ ชี้คนอัดเสียงมีเจตนารมณ์แอบแฝง &amp;quot;บิ๊กต้อย&amp;quot; ลอยตัวปัดไม่รู้เรื่อง &amp;quot;บิ๊กโจ๊ก&amp;quot; ออกทีวีซัด &amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; ฟังคลิปเสียงแล้วหดหู่ใจ ระบุจริยธรรมผู้นำสั่งแบบนี้ลาออกดีกว่า เผย 10 ม.ค.ไป ป.ป.ช.ให้ปากคำจัดซื้อไบโอเมทริกซ์ &amp;quot;ลุงป้อม&amp;quot; อ้อมแอ้มถ้าเจอทั้งคู่พร้อมเป็นกาวใจ &amp;quot;เสรีพิศุทธ์&amp;quot; ฟันธงจัดฉากเลื่อยขาเก้าอี้ ผบ.ตร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 ม.ค. ตั้งแต่ช่วงเช้าในรายการเจาะลึกทั่วไทย ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 ดำเนินรายการโดยนายดนัย เอกมหาสวัสดิ์ และ น.ส.อมรรัตน์ มหิทธิรุกข์ ได้นำเสนอ &amp;ldquo;แฉคลิปลับ....เบรกคดีโจ๊ก&amp;rdquo; ซึ่งเป็นคลิปการคุยทางโทรศัพท์ที่แอบอัดการสนทนาระหว่างผู้ชาย 2 คน ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้ชายในเครื่องแบบทั้งคู่ เกี่ยวกับคดีคนร้ายยิงรถยนต์ของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีต ผบช.สตม. โดยนายดนัยบอกว่า ต้นสายอยู่ที่ต่างประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื้อหาการพูดคุยในคลิป (ชายคนที่ 1) : ผมดูออกเรื่องพวกนี้ไม่ใช่ดูไม่ออก แล้วไปบอกกันที่ 98 คอนโดเพลินจิตนั้น รู้หมดแต่ไม่เคยพูด ที่โทร.มามีแค่นี้แหละ ทำอะไรก็ได้ผู้บังคับบัญชาเขาไว้ใจ อย่าได้ระแวง เข้าใจเปล่า จะเอาอะไรก็แล้วแต่ พี่โทร.มาเตือนแค่นี้แหละ รอง ผบ.หลายคนเขารู้สึก ที่โทร.มาหาพี่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลายสาย (ชายคนที่ 2 ) : &amp;nbsp;ถ้าพี่จะให้ทำอย่างไรก็บอกแล้วกันครับ ที่ผมลงไปก็เพราะว่าถ้าไม่มีทำอะไร เขาก็พูดว่าเราไม่ทำอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(ชายคนที่ 1) : น.1 เขาทำอยู่แล้ว นครบาลเขาทำอยู่แล้ว เขาทำตลอด โทร.รายงานมา ระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎยังทำได้ อย่าไปคล้อยตาม เล่นตาม รับลูกกันนะ ทรงอย่างนี้มันดูออกเข้าใจป่าว..เออ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(ชายคนที่ 2) : หมายความว่าผมไม่ต้องลงไปยุ่งเรื่องนี้ใช่ไหมครับพี่ครับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(ชายคนที่ 1) : ลงไปแล้วก็จบ สั่งการไปแล้วก็พอ แล้วดูเขารายงานกลับขึ้นมาแค่นั้นเอง ไม่ต้องออกไปแถลงข่าวโน้นแถลงข่าวนี้ ไปโอ้โหเหมือนกับเตี๊ยมกันมา มันไม่มีอะไรเลย เขารายงานพี่มานี่พี่ยังไม่เคยโทร.บอกพี่ต้อยเลย นึกว่ามีวุฒิภาวะพอไม่ไปเอาเรื่องส่วนตัว 2 คนเข้ามาร่วมด้วย รู้ทั้งพี่ต้อย โจ๊ก คิดอะไรอยู่ เหมือนที่เขาเคยหลอกใช้พี่ศรีวราห์ พี่รุ่งโรจน์ พี่ใหม่ พี่ช้าง พี่โตป่านนี้ อยู่มาขนาดนี้แล้ว ให้พลโทมาสั่งพลเอกทำโน้นทำนี้มันไม่ใช่ อยู่คนละที่ อยู่สำนักนายกฯ โน้น พี่ไม่อยากพูดถึงขนาดนี้หรอก แต่เขารายงานมา มันมีข้อมูลน่าเชื่อถือ&amp;rdquo; ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสนทนาในคลิปยังมีอีก แต่ทางรายการได้ตัดไป อย่างไรก็ตาม หลังคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกมา ต่างมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเสียงที่ได้ยินคล้าย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สนทนากับกับเสียงที่คล้าย พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ซึ่งลงไปติดตามคดีคนร้ายยิงรถ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์อย่างใกล้ชิด
ชี้คลิปผบ.ตร.แค่สั่งงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกมาชี้แจงถึงคลิปนี้ว่า ขอเรียนชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าวขณะที่มีการสนทนากันตามคลิปเสียงที่สื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์ได้นำเสนอไปนั้น ตนเองได้นั่งอยู่ด้วยในขณะที่มีการสนทนาทางโทรศัพท์ โดยเป็นบทสนทนาระหว่างท่าน ผบ.ตร. พล.ต.อ.จักรทิพย์ และ พล.ต.อ.วิระชัยจริง ซึ่งเป็นการกำชับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บังคับบัญชา ระดับ ตร. ตามปกติในการทำงานให้เป็นพี่เลี้ยงทำการกำกับ ดูแล ให้การสนับสนุน และปล่อยให้หน่วยที่รับผิดชอบได้ดำเนินการตามหน้างานตามปกติไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า ในคดีนี้ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามขั้นตอนตามปกติ และได้รายงานให้ท่าน ผบ.ตร.ทราบเป็นระยะๆ ซึ่งท่านได้กำชับมาโดยตลอดในที่ประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องการอัดคลิปเสียง และมีการปล่อยเสียงสนทนานั้นลงในโลกโซเชียลมีเดีย ก็ไม่ทราบว่าใครอัด และอยากรู้เหมือนกันว่าใครทำ เพราะโดยมารยาทแล้วการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างบุคคลนั้นไม่ควรอัดบทสนทนาเอาไว้ ยกเว้นคู่สนทนาจะมีเจตนารมณ์แอบแฝงในทางที่ไม่ดีกับอีกฝ่ายหนึ่ง&amp;quot; รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.วิระชัยปฏิเสธไม่ทราบเรื่องคลิปเสียงของตนเองกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ที่ถูกแอบอัดและปล่อยออกมา โดยระบุว่า เรื่องนี้ตนยังไม่ทราบ จึงต้องขอตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน แต่ก่อนหน้านี้ก็มีการรายงานทางโทรศัพท์กับ ผบ.ตร. และก็มีการกำชับเกี่ยวกับการทำงานมาโดยตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่การสนทนาดังกล่าวจะถูกดักฟัง พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวว่า ก็อาจเป็นไปได้ เพราะปัจจุบันโทรศัพท์ก็สามารถถูกดักฟังได้ โดยเฉพาะหมายเลขโทรศัพท์ของคนที่มีความสำคัญ ปัจจุบันสามารถทำได้ง่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.ต.อ.วิระชัยได้นำสื่อมวลชนไปดูการผ่าพิสูจน์รถของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานกลาง เพื่อหาหัวกระสุนที่ยังคงเหลือ และหลักฐานอื่นๆ ที่ตกค้างอยู่ภายในรถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวว่า การติดตามตัวคนร้ายจะทำให้เร็วที่สุดและดีที่สุด ขณะนี้กองพิสูจน์หลักฐานดำเนินการเข้าสู่ฐานข้อมูลในเรื่องของหลักฐานที่มี ส่วนการติดตามตัวคนร้ายได้สั่งการให้ตำรวจนครบาล 5, ตำรวจนครบาล 6 และตำรวจสืบสวนนครบาล ช่วยกันสอดประสานแบ่งงานกันทำในการติดตาม มีความคืบหน้าไปมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พอทราบเส้นทางคนร้ายมากพอสมควร ต่อไปนี้จะมีการประชุมติดตามความคืบหน้าทุกวัน กระทั่ง ผบ.ตร.กลับมาจะได้ส่งมอบงานให้ ผบ.ตร.ต่อไป ส่วนรถเบนซ์สีดำที่พบในที่เกิดเหตุ จะเกี่ยวข้องหรือไม่ยังไม่สามารถตอบได้ รวมทั้งเรื่องการให้ปากคำของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ก็บอกถึงกลุ่มที่มาก่อเหตุ ถือเป็นพยานคนหนึ่งที่ให้ปากคำ ทางพนักงานสอบสวนต้องหาพยานหลักฐานให้หมด ต้องทำความจริงให้ปรากฏ&amp;rdquo; รอง ผบ.ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเที่ยง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ไปออกรายการโหนกระแส ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ที่มีนายกรรชัย กำเนิดพลอย ดำเนินรายการ ในประเด็นคลิปเสียง พล.ต.อ.จักรทิพย์กับ พล.ต.อ.วิระชัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงสัมภาษณ์ตอนหนึ่ง นายกรรชัยถาม พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ว่าคลิปที่หลุดออกมาในโซเชียลฯ ทราบใช่ไหมเป็นเสียง ผบ.ตร.กับรอง ผบ.ตร. รู้สึกยังไง เพราะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดียิงรถ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ตอบว่า &amp;quot;ผมเรียนตรงๆ ฟังแล้วหดหู่ใจ ผมไม่เอ่ยชื่อใครแล้วกัน ถ้าเป็นผู้นำองค์กรแล้วสั่งแบบนี้ อีกคนอยู่ต่างประเทศ อีกคนรักษาราชการ ผบ.ตร. เขาทำตามหน้าที่ ผมเรียนตรงๆ ว่าวันนี้ผมหดหู่ใจเรื่องการจับคนร้าย ดูแล้วต้องทำใจ ในวันเกิดเหตุก็เห็นเฉพาะท่านรองวิระชัยกับผู้การ รองผู้การ รองผู้กำกับ ตั้งแต่เกิดเหตุยังไม่เคยเห็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แต่ผมก็ไม่ตำหนิท่าน แต่ท่านรองวิระชัยท่านก็ออกมาในฐานะผู้แทนองค์กร วันนี้เมื่อประเด็นต่างๆ เข้าไปที่ผู้นำองค์กร ถ้าผมเป็นผู้นำองค์กรต้องทำให้โปร่งใส ยิ่งทำให้สังคมไม่แคลงใจว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับผม ไม่ใช่มาสั่งแบบนี้ สั่งแบบนี้สั่งเพื่อองค์กรหรือสั่งเพื่อตัวเองหรือเพื่ออะไร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรรชัยถามว่า คิดว่าเรื่องนี้จะยาวหรือไม่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ตอบว่า ต้องไปดูว่าผู้ถูกสั่งเขามองว่าผิดอาญาหรือไม่ การสั่งแบบนี้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;#39;ป้อม&amp;#39;พร้อมเป็นกาวใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมพูดทิ้งท้ายว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริยธรรม ถ้าผมเป็นผู้นำองค์กรแล้วไปสั่งแบบนี้ ผมเป็นผู้นำแบบนี้ แล้ววันนี้สังคมรู้แบบนี้ ผมลาออกดีกว่า ผมบอกเลยว่าอยู่ไม่ได้หรอก ผมมีสปิริต เรื่องนี้เป็นเรื่องคุณธรรมจริยธรรม ผมถามว่าวันนี้จะให้สังคมมั่นใจได้ยังไง จะอยู่ยังไง องค์กรจะอยู่ยังไง&amp;rdquo; พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.บางรัก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อขอรับคืนรถคันที่ถูกลอบยิงหลังจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บพยานหลักฐานเสร็จสิ้นแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ให้สัมภาษ์ถึงคลิปดังกล่าวอีกครั้ง ยืนยันไม่มีส่วนรู้เห็นกับคลิปที่ปรากฏออกไป อีกทั้งก็ไม่เคยสั่งการหรือหลอกใช้นายตำรวจระดับพลตำรวจเอก 5 นายตามคำอ้างในคลิปเสียงสนทนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับ พล.ต.อ.วิระชัย ยืนยันไม่ได้สนิทสนมเป็นการส่วนตัว เป็นเพียงผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชาเท่านั้น โดยหลังเกิดเหตุก็ต้องใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น บางครั้งยังต้องขับรถเพียงลำพัง โดยวันที่ 10 ม.ค.นี้ จะเดินทางไปสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เพื่อให้ปากคำในฐานะพยานกรณีโครงการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องไบโอเมทริกซ์&amp;quot; พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่อง พล.ท.สุรเชษฐ์กับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ว่า ให้ไปเคลียร์กันเอง เพราะตนยังไม่ได้มีการพูดคุยกับทั้ง 2 คน ซึ่งเรื่องการจัดซื้อไบโอเมทริกซ์ในขณะนั้นทางตำรวจเป็นผู้ดำเนินการ แต่ส่วนตัวคิดว่าเครื่องดังกล่าวมีประสิทธิภาพดี แต่ก็ไม่รู้รายละเอียด ทราบเพียงว่ามีการจัดซื้อหลายปีแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงเรื่องคลิป พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่รู้ เพราะตอนนี้ไม่ได้คุมตำรวจแล้ว ซึ่งไม่รู้จริงๆ และจะไปตอบได้อย่างไร ย้ำว่าในฐานะที่เป็นพี่ของทั้ง 2 คน จะนัดทั้ง 2 คนมาเคลียร์ใจกันหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่เจอกัน ถ้าเจอกันแล้วจะพูด เนื่องจากตอนนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ปฏิบัติภารกิจอยู่ต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยและอดีต ผบ.ตร. กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นอดีตนายตำรวจ และเคยเป็นผู้บังคับบัญชาของ พล.ต.อ.จักรทิพย์และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ตนเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นการจัดฉากของผู้ที่ถูกยิงใส่รถ สาเหตุเพราะการที่มือปืนจะลงมือสังหารใครต้องมีการติดตามเหยื่อมาอย่างใกล้ชิด เมื่อสบโอกาสจึงลงมือลั่นไกสังหารเหยื่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้เอามือปืนมาจัดฉากยิงใส่รถที่จอดอยู่เฉยๆ ไม่มีเป้าหมายอยู่ในรถแต่อย่างใด เชื่อเป็นการจัดฉากหวังขยายผล เพื่อโจมตีคู่กรณีฝั่งตรงข้ามมากกว่า เพื่อให้มีข้ออ้างจัดการปลดพล.ต.อ.จักรทิพย์ออกจากตำแหน่งก่อนที่จะเกษียณอายุราชการในอีก 8 เดือน เหมือนกับที่ผมก็เคยถูกเล่นงานมาเช่นกัน&amp;quot; พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. ชี้แจงกรณี พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ระบุเครื่องไบโอเมทริกซ์ไม่สามารถใช้งานได้จริงว่า ไม่ทราบ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์เอาข้อมูลมาจากไหน ระบบไบโอเมทริกซ์เป็นระบบที่มีประสิทธิภาพสูง ใช้งานได้จริง ที่ผ่านมาสามารถจับกุมชาวต่างชาติที่ต้องคดี หรือมีประวัติก่ออาชญากรรมที่พยายามหลบหนีเข้าประเทศไทย หรือหลบหนีเข้ามาแล้วได้จำนวนมาก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ไม่ควรนำเรื่องระบบไบโอเมทริกซ์ไปเชื่อมโยงกับความขัดแย้งส่วนตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอาศิส อัญญะโพธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานรัฐบาลพัฒนาดิจิตอล กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หนึ่งในผู้ร่วมตรวจสอบระบบไบโอเมทริกซ์ ยืนยันเช่นกันว่าเป็นระบบที่มีมาตรฐานสากล ท่าอากาศยานชั้นนำของโลกหลายแห่งก็ใช้ระบบนี้ พร้อมกับยืนยันเช่นกันว่าระบบไบโอเมทริกซ์ใช้งานได้จริง แต่อาจจะมีความล่าช้าในการเชื่อมโยงระบบไปบ้าง ซึ่งต้องใช้เวลาสักระยะ เมื่อทุกอย่างเข้าระบบ ก็จะสามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่สำนักงาน ป.ป.ช. นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนเพื่อประชาชนและสังคม เดินทางเข้าให้ปากคำกับคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช. กรณีที่ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบการจัดซื้อเครื่องไบโอเมทริกซ์ และรถตรวจการณ์ไฟฟ้าของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง วงเงิน 2,100 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายษิทราหลังให้ข้อมูล ป.ป.ช.นานกว่า 2 ชม. ว่าจากนี้ ป.ป.ช.จะทยอยเรียกสอบปากคำพยาน เริ่มจากวันที่ 10 ม.ค. เวลา 09.30 น. เรียก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์เข้าให้ปากคำเป็นพยานปากแรก และจะทยอยเรียกพยานคนอื่นๆ มาให้ข้อมูลจนครบทั้ง 13 คน. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54209</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดียิงรถ, คลิปลับโผล่, จัดซื้อไบโอเมทริกซ์, นครบาล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200109/image_big_5e1733712fa31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
