<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110803</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 09:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถอดคลิปเสียงตบหน้า &#039;ณวัฒน์&#039; หมอขอเตียง คนละเรื่องเดียวกับไลฟ์สด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.64 -&amp;nbsp;สืบเนื่องจากกรณี นายณวัฒน์ อิสรไกรศีล พิธีกรคนดัง ซึ่งอยู่ระหว่างการรักษาโควิด-19 ในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ได้ออกมาไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กเมื่อช่วงค่ำวันที่ 21 ก.ค.ผ่านมา โดยช่วงหนึ่ว นายณวัฒน์ ร่ำไห้แล้วอ้างว่าถูกหมอให้ออกจากโรงพยาบาลไปรักษาตัวที่บ้าน ทั้งที่ยังไม่ครบกำหนดการรักษาวันที่ 29 ก.ค.และตนยังฉีดยาไม่ครบโดส จนทำให้ #ณวัฒน์อิสรไกรศีล พุ่งติดอันดับทวิตเตอร์อย่างรวดเร็วนั้น
&amp;nbsp;
ล่าสุด ในโซเชียลมีเดีย มีการแชร์คลิปเสียงการสนทนาของนายณวัฒน์ และนพ.วิชัย ทวีปวรเดช รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มจากนพ.วิชัย ได้แนะนำตัว ก่อนระบุว่า ผมมีเรื่องจะอยากขอความร่วมมือจากนายณวัฒน์ว่าเนื่องจากตอนนี้สถานการณ์ภายนอกคนไข้รอเข้าโรงพยาบาลเยอะ นายณวัฒน์อยู่จนครบ และทางแพทย์ลงความแล้วเห็นว่านายณวัฒน์สามารถดูแลตัวเองได้แล้ว เราจึงจะขอเตียงให้คนไข้รายอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ณวัฒน์ : แต่ตอนนี้อาการของผมยังไม่ดีเท่าที่ควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วิชัย : &amp;nbsp;ทางแพทย์ลงความเห็นแล้วว่าสามารถกลับได้ครับ เพราะคนไข้ที่ออกจากโรงพยาบาลก็ไม่ต้องมีความแข็งแรงครบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ณวัฒน์ : ตอนนี้ที่บ้านตนติดโควิดทั้งหมด ไม่มีใครดูแล อยู่ที่นี่หมดเลย ผมไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองครับ ผมยังไม่สามารถออกไปใช้ชีวิตได้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วิชัย : ถ้างั้นคุณณวัฒน์ ต้องร่วมมือเปิดกล้องวงจรปิดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ณวัฒน์ : ได้ครับ...หมายความว่าอย่างไรครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วิชีย : คุณต้องปฏิบัติตามเหมือนคนไข้ทุกคนที่อยู่ในนี้ เพื่อจะได้ติดตามดูอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ณวัฒน์ : ปัญหาของผมคือไม่มีใครอยู่บ้าน มีแต่หมากับแมวอยู่ตามลำพัง ส่วนคนใช้แจ้งว่าจะได้กลับวันที่ 23 ก.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วิชัย : ถ้างั้นระหว่างคุณณวัฒน์จะต้องร่วมมือเปิดกล้องวงจรปิดด้วยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ณวัฒน์ : เพื่ออะไรครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วิชัย : เพื่อการดูอาการเพราะคุณบอกว่าอาการไม่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ณวัฒน์ : พยาบาลก็เข้ามาตลอดเวลาไม่ใช่หรือครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วิชัย : ไม่ใช่ตลออดเวลาครับ พยาบาลเขาจะเข้าเป็นเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ณวัฒน์ : ก็แล้วแต่ครับ แล้วแต่แพทย์เห็นสมควร... มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วิชัย : มีปัญหาครับครับ เราต้องการเตียงให้คนไข้รายอื่นครับ ถ้าคุณแข็งแรงดี คุณจะใช้สิทธิว่าไม่มีใครอยู่บ้านไม่ได้ครับ เพราะทุกคนก็มีสภาวะแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ณวัฒน์ : ได้ครับ...ถ้าอย่างนั้นหมายความว่าอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วิชัย : หมายความว่า แพทย์ลงความเห็นว่าคุณกลับบ้านได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ณวัฒน์ : หมายถึงกลับวันไหนครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วิชัย : พรุ่งนี้...ให้เวลาเตรียมตัวครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ณวัฒน์ : ถ้าอย่างนั้นทำหนังสือให้ผมหน่อยละกันครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วิชัย : ทำหนังสือแจ้งว่าอะไรครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ณวัฒน์ : แจ้งอย่างที่แจ้งผมทางนี่อะครับ ผมต้องการเป็นเอกสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วิชัย : อ๋อ...ได้ครับเดี๋ยวจะให้ทางแพทย์เซ็นต์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ณวัฒน์ : ได้ครับยินดีครับ ขอบคุณครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วิชัย : คุณณวัฒน์เปิดกล้องด้วยนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ณวัฒน์ : รอสักครู่นะครับเพราะผมกำลังทำความสะอาดตัวเองอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นเอามาก! &amp;#39;ณวัฒน์&amp;#39; ร่ำไห้ อ้างดาราม่าถูกหมอให้ออกจาก รพ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110803</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลิปเสียง, ณวัฒน์ อิสรไกรศีล, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f8ddcf86256.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79544</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2020 15:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2020 15:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่ง &#039;วิระชัย&#039; ส่งเอกสารเพิ่มคดีฟ้อง 8 ตร.สอบข้อเท็จจริงไม่ชอบปมปล่อยคลิปเสียงยิงรถบิ๊กโจ๊ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.63 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลอ่านคำสั่งในชั้นตรวจคำฟ้อง คดีหมายเลขดำ อท.144/2563 ที่ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร, พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร, พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี, พล.ต.ต.วีระวิทย์ วัจนะพุกกะ, พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์, พ.ต.อ อุกฤษฏ์ ศรีเสือขาม, พ.ต.อ.จิรพัฒน์ พรหมสิทธิการ, พ.ต.อ.สมเกียรติ ค้ำชู และ พ.ต.อ.นิภพล สุขนิยม ทั้ง 8 คน เป็นจำเลย ในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 157&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งแปดเป็นเจ้าพนักงานและมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง จัดทำรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง และรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ขณะนั้น) ผู้ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 24/2563 กรณีสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับคลิปโทรศัพท์การสนทนากรณีมีคนร้ายยิงรถยนต์ของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ระหว่าง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา กับโจทก์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลได้ตรวจฟ้องของโจทก์แล้ว โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยทั้งแปดซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 24/2563 ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่ชอบ โดยสรุปรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงขัดต่อพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่ทำการตรวจสอบเป็นเหตุให้โจทก์ถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 383/2563 และสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีคำสั่งให้โจทก์สำรองราชการ ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 387/2563 แต่โจทก์ไม่ได้เสนอรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงและรายงานการสอบสวนมาเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นในชั้นนี้ เพื่อให้ได้ความชัดแจ้งในข้อเท็จจริงแห่งคดี อาศัยอำนาจตามข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยวิธีการดำเนินคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 ข้อ 16 จึงเห็นควรมีหนังสือให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติส่งสำเนารายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ 24/2563 และสำเนารายงานการสอบสวนตามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนที่ 383/2563 พร้อมสำเนาเอกสารที่เกี่ยวข้องทุกฉบับต่อศาล ภายในวันที่ 5 พ.ย. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีคำสั่งให้สำรองราชการโจทก์ ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 387/2563 นั้น เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณา จึงให้โจทก์ยื่นคำแถลงว่าได้มีการอุทธรณ์คำสั่งหรือฟ้องคดีต่อศาลปกครองหรือดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 387/2563 ดังกล่าวหรือไม่ หากมีให้โจทก์แถลงพร้อมกับส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาภายใน 30 วันนับแต่วันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งให้มีหนังสือสอบถามพร้อมส่งสำเนาคำฟ้องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. และคณะกรรมการ ป.ป.ท. เพื่อตรวจสอบว่ามีการกล่าวหาจำเลยทั้งแปดในเรื่องเดียวกันกับที่โจทก์ยื่นฟ้องหรือไม่ จากนั้นแจ้งให้ศาลทราบเพื่อประกอบการพิจารณาภายในวันที่ 5 พ.ย. 2563 ให้เลื่อนไปนัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาวันที่ 23 พ.ย. 2563 เวลา 10.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79544</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลิปเสียง, คำสั่งสำรองราชการ, พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา, ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200124/image_big_5e2ae08c27c2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76050</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2020 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2020 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลิปเสียงร้อนฉ่า &#039;ส.ส.มงคลกิตติ์&#039; เตือนลั่นระวังดาบนี้คืนสนอง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ส.ค.63 - นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายลชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;nbsp;&amp;quot;เลิกขู่กรรโชกแลกคดีส่วนตัวได้แล้ว แน่จริงเปิดคลิปเลย ชอบนักใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ รับงานกลุ่มที่ทุจริต cctv ใต้ มาข่มขู่ ผู้ร้องอย่างผมให้ถอนคดี ไม่ทันแล้ว ตอนนี้ ปปช.ใกล้แจ้งข้อกล่าวหา-ชี้มูล แล้ว &amp;quot;เราบ่ผิดท่านมาล้าง ดาบนี้คืนสนอง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	ส.ส.คนดังหนาว! &amp;#39;ศรีสุวรรณ&amp;#39;ส่งคลิปตบทรัพย์ถึงมือปปช.แล้ว
	จับตา &amp;#39;สิระ&amp;#39; เตรียมเปิดคลิป ส.ส. รีดทรัพย์ภาคเอกชน


&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76050</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, คลิปเสียง, มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200827/image_big_5f4782a2bf4e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73993</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2020 17:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2020 16:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จเรตำรวจ&#039; แจงยิบออกคำสั่งสำรองราชการ &#039;วิระชัย&#039; ตามขั้นตอนปกติ ใช้เวลา 20 วันไม่ได้เร่งรัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค.63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร จเรตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยพล.ต.ท.สมหมาย พัชรอินโต ผบช.กมค. พล.ต.ท.นิทัศน์ ลิ้มศิริพันธ์ ผบช.ก.ตร.พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันท์ รอง ผบช.สกพ. และพล.ต.ต.นพพร ศุภพัฒน์ ผบก.กองวินัย แถลงชี้แจงถึงกระบวนการขั้นตอนการดำเนินการทางวินัยและอาญา กรณีคลิปเสียงการสนทนของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา สำรองราชการ ตร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากพล.ต.อ.จักรทิพย์ มาสรุปขั้นตอนการดำเนินการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่เกี่ยวกับพล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา สืบเนื่องจาก 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา การนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนเกี่ยวกับการดำเนินในส่วนของพล.ต.อ.วิระชัยมีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง และเพื่อให้ข้อเท็จจริงชัดเจน ให้สื่อมวลชนได้ชี้แจงกับประชาชนให้ถูกต้อง จึงขอสรุปสั้นๆ เกี่ยวกับรายละเอียดการดำเนินการตั้งแต่ต้นทางวินัยในกรณีที่เกี่ยวข้องกับพล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา จนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พล.ต.อ.ชนสิษฏ์ ได้กล่าวอธิบาย ลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2563 - 29 กรกฎาคม 2563 ว่า สืบเนื่องจากวันที่ 6 มกราคม 2563เวลาประมาณ 20.00 น. มีเหตุยิงรถยนต์ของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ในท้องที่บางรัก หลังจากนั้นวันที่ 9 มกราคม 2563 เวลาประมาณ 08.00 น. มีการเผยแพร่คลิปเสียงผ่านสื่อมวลชนเกี่ยวกับการสนทนาทางโทรศัพท์ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกับพล.ต.อ.วิระชัย ที่เป็นข้อสั่งการเกี่ยวกับการสอบสวนการดำเนินคดีอาญา ซึ่งถือเป็นความลับของทางราชการ อันเป็นการใช้อำนาจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนทั่วราชอาณาจักรแล้วมีการนำไปเผยแพร่ตามสื่อมวลชนหลายแขนงส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จนเป็นเหตุให้ราชการเสียหาย จากนั้นก็มีสื่ออื่นๆ เผยแพร่ต่อเนื่องโดยตลอดมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 21 มกราคม 2563 สืบเนื่องจากความเสียหายดังกล่าวข้างต้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้นมาคณะหนึ่งโดยมีผมเป็นประธานกรรมการ และกรรมส่วนใหญ่เป็นหัวหน้าส่วนราชการระดับผู้บัญชาการซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบดังกล่าว ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รายงานข้อเท็จจริงการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้นายกรัฐมนตรีทราบ และให้เหตุผลในการรายงานโดยมีรายละเอียดสรุปได้ดังนี้ เพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงและการดำเนินการเป็นไปอย่างโปร่งใสและมีความน่าเชื่อถือเพียงพอจึงเสนอให้พิจารณาสั่งการให้พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ไปปฏิบัติราชการนอกสังกัดตร. เพื่อประโยชน์แก่การตรวจสอบดังกล่าว ต่อมาวันที่ 23 มกราคม 2563 มีคำสั่งสำนักนายกให้พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ไปปฏิบัติราชการที่สำนักนายก ตามเสนอของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.ชนสิษฏ์ กล่าวว่า หลังจากที่มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงถึงวันที่ 10 กรกฎาคม 2563 เป็นเวลา 6 เดือน คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้รายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผ่านกองวินัย การรายงานได้รวบรวมพยานหลักฐานโดยให้ทุกฝ่ายชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่แล้ว มีมติคณะกรรมการทั้งหมดมีมติเป็นเอกฉันท์สรุปได้ว่า แบ่งออกเป็น 2 กรณี คือการดำเนินการทางวินัย และการดำเนินการทางอาญา ส่วนการดำเนินการทางวินัยตามวินัยมีมูลเพียงพอที่จะรับฟังได้ว่า พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา กระทำความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ส่วนการดำเนินการทางอาญา มีมูลรับฟังได้ว่าเป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 มาตรา 74 และประกาศคปค. ฉบับที่ 21 เรื่องการห้ามดักฟังทางโทรศัพท์และเครื่องมือสื่อสารอื่นใด และในความเห็นนั้นเสนอให้กองวินัย และสำนักงานกฎหมายและคดีดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดำเนินการทางวินัย วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 หลังจากได้รับรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบ ในวันที่ 18 กรกฎาคม 2563 กองวินัยรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และมีความเห็นว่าเป็นกรณีมีมูลเพียงพอที่จะแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง ตามเสนอของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและมีหนังสือกราบเรียนนายกรัฐมนตรี เพื่อโปรดทราบผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นกรณีเร่งด่วน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้พิจารณาเห็นชอบและสั่งการให้หน่วยเกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของหน่วยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 ได้รายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อนายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าพล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร จตช. ประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงเสร็จสิ้นแล้ว เห็นว่ามีมูลเพียงพอรับฟังได้ว่ากระทำความผิดวินัยร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดำเนินคดีอาญา ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2563 สำนักงานกฎหมายและคดี รายงานผลการดำเนินการจัดทำคำกล่าวโทษและส่งให้ผบช.ก. ดำเนินการไปตามกฎหมายตามอำนาจและหน้าที่เนื่องจากบก.ป. เป็นหน่วยงานสอบสวนในสังกัดบช.ก. มีอำนาจสอบสวนทั่วราชอาณาจักรแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 สกพ. เสนอผบ.ตร. ว่ากรณีการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้เสร็จสิ้นแล้ว ตามที่ตร. ได้รายงานผลให้นายกรัฐมนตรีรับทราบ เห็นควรกราบเรียนนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาสั่งการให้พล.ต.อ.วิระชัย กลับมาปฏิบัติราชการที่ตร. เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องและเพื่อประโยชน์ในการบังคับบัญชากำกับดูแลการปฏิบัติราชการตามกฎหมายระเบียบและคำสั่งที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเสนอนายกรัฐมนตรีว่า การตรวจสอบข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุที่เสนอให้ไปปฏิบัติราชการเสร็จสิ้นแล้ว เห็นควรสั่งให้พล.ต.อ.วิระชัย กลับมาปฏิบัติราชการที่ตร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 219/2563 ลง 23 กรกฎาคม 2563 อ้างถึงคำสั่งให้พล.ต.อ.วิระชัยไปปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี โดยไม่ขาดจากตำแหน่งเดิม เพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริง โปร่งใส น่าเชื่อถือ ตามเสนอของตร. บัดนี้การตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้วจึงให้พล.ต.อ.วิระชัย กลับไปดำรงตำแหน่งรองผบ.ตร. กลับไปปฏิบัติราชการที่ตร. ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงนามคำสั่งตร. ที่ 383/2563 ตามที่กองวินัยเสนอเรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2563 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนพล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ผู้ถูกกล่าวหา กรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรงสองประเด็นตามความเห็นที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเสนอไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตร. มีคำสั่งสำรองราชการที่ 387/2563 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจสำรองราชการ วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงนามในคำสั่งสำรองราชการ เนื่องจากตร. มีคำสั่งตั้งกรรมการวินัยร้ายแรงพล.ต อ.วิระชัย ทรงเมตตา และ บก.ป. ได้รับคำร้องทุกข์กรณีกล่าวโทษว่ามีการกระทำอันเป็นความผิดต่อรัฐมีมูลเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ม. 74 และตามประกาศคปค. ฉบับที่ 21 อันเป็นเหตุให้สำรองราชการได้ตามข้อ 3(1) แห่งกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจประจำตร. หรือส่วนราชการใดหรือสำรองในส่วนราชการใด พ.ศ.2548 กรณีนี้เป็นการเสนอของสกพ. เพื่อให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ใช้ดุลพินิจสั่งการตามอำนาจหน้าที่เพื่อประโยชน์แห่งความเป็นธรรมในการดำเนินการทางวินัยและอาญา เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการในภาพรวมของตร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.ชนสิษฏ์ กล่าวว่า การดำเนินการทั้งหมดข้างต้นเป็นการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในฐานะผู้บังคับบัญชา ซึ่งตามพ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 หมวด 5 วินัยและการรักษาวินัยได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาไว้ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่เสริมสร้างและพัฒนาให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชามีวินัย ป้องกันมิให้ผู้ใต้บังคับบัญชากระทำผิดวินัย และดำเนินการทางวินัยแก่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา ซึ่งมีกรณีอันมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมิได้อยู่ในฐานะคู่กรณีตามบทบัญญัติของกฎหมายตามที่คนทั่วไปเข้าใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้รับรายงานจากผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีมูลเพียงพอรับฟังได้ว่าเป็นกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงและกองวินัยได้ให้ความเห็นพ้องด้วยกับคณะกรรมการตรวจสอบประกอบกับทางอาญาพงส. ได้รับคำร้องทุกข์ไว้แล้วในกรณีการกล่าวโทษว่ามีการกระทำอันเป็นความผิดต่อรัฐ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติซึ่งมีหน้าที่ตามกฎหมายจึงต้องดำเนินการตามขั้นตอน บทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว และไม่สามารถดำเนินการโดยใช้ดุลพินิจเป็นอย่างอื่น นอกเหนือจากที่กฎหมายบัญญัติไว้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะเห็นได้ว่าการดำเนินการและการสั่งการของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นการกระทำในหน้าที่ของผู้บังคับบัญชา ซึ่งได้ดำเนินการไปตามลำดับขั้นตอน โดยมีความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรองรับการพิจารณาสั่งการด้วยเสมอ รวมระยะเวลานับตั้งแต่ที่คณะกรรมการรายงาน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่ 10 กรกฎาคม 2563 จนถึงการออกคำสั่งสำรองราชการ 29 กรกฎาคม 2563 รวมทั้งสิ้น 20 วัน เป็นระยะเวลาในการดำเนินเนินงานทางธุรการตามปกติไม่ได้เป็นการเร่งรัดหรือตระเตรียมการไว้ แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.ชนสิษฏ์ กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้มาชี้แจงเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินการทั้งหมดที่ผ่านมา ทั้งวินัยและอาญา เกี่ยวกับ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา สำรองราชการ ตร. โดยยืนยันว่าทำตามขั้นตอน ไม่ได้เร่งรัดดำเนินการ ตั้งแต่ตนทำเรื่องเสนอ ผบ.ตร. จนจบกระบวนการสำรองราชการ ใช้เวลาประมาณ 20 วัน ไม่ใช่เพิ่งทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ ยืนยันว่าหากไม่พบความผิด พล.ต.อ.วิระชัย สามารถกลับเข้ามาดำรงตำแหน่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดังเดิม แต่ส่วนตัวปฏิเสธจะให้ความเห็นว่าพล.ต.อ.วิระชัย ยังมีสิทธิ์ ได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้อีกหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรอบระยะเวลาการสอบสวนวินัยร้ายแรง พล.ต.ต.นพพร กล่าวว่า เป็นไปตาม กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสอบสวนพิจารณา พ.ศ.2547 ต้องเรียกผู้ถูกกล่าวหามาแจ้งอธิบายให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ ภายใน 15 วัน จากนั้นรวบรวมพยานหลักฐานในเรื่องที่กล่าวหา และประชุมพยานหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวหา และสรุป ใช้เวลา 60 วัน หลังสรุปแล้วหากมีมูลความผิดจะเรียกผู้ถูกกล่าวหามาแจ้งข้อกล่าวหา ภายใน 15 วัน หลังแจ้งข้อกล่าวหาก็ถามความความประสงค์ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจง อธิบายข้อกล่าวหา และทำเรื่องมาให้ถ้อยคำเพิ่มเติมภายใน 60 วัน หลังจากนั้นคณะกรรมการรวบรวมพพยานหลักฐานภายใน 30 วัน สรุปสำนวนเสนอผู้สั่งตั้งคณะกรรมการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ท.นิทัศน์ กล่าววถึงกรณีที่ พล.ต.อ.วิระชัย ร้องขอความเป็นธรรม คือ คำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ได้มีการร้องทุกข์ และคัดค้านคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวน และร้องทุกข์และอุทธรณ์คำสั่งของ ผบ.ตร. ที่สั่งให้สำรองราชการ ทั้งสองส่วนเรื่องถูกส่งไปที่สำนักงาน ก.ตร. ในฐานะเป็นเลขานุการ ก.ตร. ซึ่งสำนักงาน ก.ตร. ต้องส่งเรื่องให้ประธานคณะอนุกรรมการ ก.ตร. เกี่ยวกับการร้องทุกข์ ซึ่งมี พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. เป็นประธาน นำเข้าสู่การพิจารณากับคณะอนุกรรมการ เมื่อพิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว เรื่องจะเข้าสู่ ก.ตร. อีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73993</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดียิงรถบิ๊กโจ๊ก, คลิปเสียง, จเรตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา, สำรองราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200810/image_big_5f310a974b97a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟ้าผ่า!กรมปทุมวัน เด้ง‘วิระชัย-ชัยวัฒน์’เข้ากรุ/บิ๊กตู่คาดโทษ‘โจ๊ก’ห้ามประพฤติชั่ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ฟ้าผ่า &amp;quot;กรมปทุมวัน&amp;quot; สั่งเด้ง 2 รอง ผบ.ตร.เข้ากรุ &amp;quot;จักรทิพย์&amp;quot; แจงเหตุ &amp;quot;วิระชัย&amp;quot; ไปปฏิบัติราชการสำนักนายกฯ เซ่นคลิปเสียง &amp;quot;ชัยวัฒน์&amp;quot; โดนประจำ ศปก.ตร. เพื่อความเหมาะสม &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เซ็นคำสั่งกำราบ &amp;quot;บิ๊กโจ๊ก&amp;quot; รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ ฮึ่ม!ต้องไม่กระทำการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง หุ้น &amp;quot;เอซีอี&amp;quot; ร่วงหลัง &amp;quot;วิระชัย&amp;quot; ผู้ถือหุ้นใหญ่โดนย้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 22/2563 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจมาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เนื้อหาระบุว่า ด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติรายงานว่า พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) มีพฤติการณ์และการกระทำซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในการอำนวยการยุติธรรม กระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และการปฏิบัติราชการของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นเหตุให้ราชการเสียหาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 24/2563 ลงวันที่ 21 มกราคม 2563 แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อประโยชน์แก่การตรวจสอบเรื่องดังกล่าวและเรื่องอื่นๆ ในมูลกรณีที่ประชาชนร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ระหว่างตรวจสอบให้เป็นไปอย่างโปร่งใส มีความน่าเชื่อถือ และเพื่อให้เป็นที่ยอมรับแก่ประชาชนและผู้ร้องเรียน สมควรพิจารณาสั่งการให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ไปปฏิบัติราชการนอกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (4) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 จึงมีคำสั่งให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. มาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี โดยไม่ขาดจากอัตราเงินเดือนทางสังกัดเดิม และให้ได้รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง เงินเพิ่มพิเศษและสิทธิประโยชน์อื่นใดไม่ต่ำกว่าที่ได้รับอยู่เดิม โดยเบิกจ่ายจากสังกัดเดิม ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประการอื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ลงนามในคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 28/2563 เรื่อง ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ คำสั่งดังกล่าวระบุว่า เพื่อให้การปฏิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 1 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 และข้อ 8(1) แห่งระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2552
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงให้ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) อาคาร 1 ชั้น 20 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ทางตำแหน่งเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบหมาย ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ มีคำสั่งที่ 29/2563 เรื่องกำหนดลักษณะงานและมอบอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบให้จเรตำรวจแห่งชาติ รอง ผบ.ตร. ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ช่วย ผบ.ตร. รองจเรตำรวจ และผู้บัญชาการประจำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื้อหาระบุว่า ตามที่มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 22/2563 ลงวันที่ 23 ม.ค.2563 ให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 28/2563 ลงวันที่ 23 ม.ค. ให้พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. ปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิม
เด้ง&amp;#39;วิระชัย&amp;#39;เซ่นคลิปเสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีคำสั่งยกเลิกการมอบหมายอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบกำกับดูแลรวมทั้งสั่งและปฏิบัติราชการ ในส่วนงานที่อยู่ในงานด้านกฎหมายและคดี งานด้านปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ในส่วนรับผิดชอบของ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. และยกเลิกงานด้านสืบสวนสอบสวน ในส่วนของ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายคำสั่งยังระบุว่า มีคำสั่งมอบหมายให้ พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร จเรตำรวจแห่งชาติ รับผิดชอบงานด้านกฎหมายและคดี และงานปราบปรามด้านละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบส่วนงานด้านสืบสวนสอบสวน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนเแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ให้สัมภาษณ์ถึงคำสั่งโยกย้าย พล.ต.อ.วิระชัยและ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ ว่าไม่ได้หนักใจในการเซ็นคำสั่งโยกย้ายดังกล่าวแต่อย่างใด โดยกรณีของ พล.ต.อ.วิระชัยนั้น ตนได้เสนอไปยังสำนักนายกรัฐมนตรีให้มีการพิจารณากรณีดังกล่าว จริงๆ แล้วเป็นเรื่องของการมีเอกภาพในการตรวจสอบข้อเท็จจริงของรอง ผบ.ตร.ดังกล่าว หากดำรงตำแหน่งเกรงว่าจะมีอุปสรรคปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าสาเหตุในการเด้ง พล.ต.อ.วิระชัยคือคลิปเสียงที่มีการสนทนาระหว่างผู้ใหญ่ 2 ท่านคุยกันใช่หรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวสั้นๆ ว่า ใช่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการโยกย้าย พล.ต.อ.ชัยวัฒน์นั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวเพียงว่า เพื่อความเหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ห้องทำงาน พล.ต.อ.วิระชัย ภายหลังมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีให้ไปปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น ค่อนข้างเงียบเหงา มีตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสำนักงานเพียง 3 นาย ทุกคนมีสีหน้าเรียบเฉย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจภายในสำนักงาน ตอบเพียงสั้นๆ ว่า &amp;quot;นายไม่เข้าสำนักงาน มีประชุมข้างนอก&amp;quot; โดยไม่ได้เข้ามาที่สำนักงานมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ สอดคล้องกับมีข่าวลือในกลุ่มข้าราชการตำรวจที่ซุบซิบกันมาหลายวันว่า พล.ต.อ.วิระชัยจะถูกสั่งย้าย กระทั่งมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีออกมาดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อไปยัง พล.ต.อ.วิระชัย เมื่อมีผู้รับสายแต่ไม่ใช่ พล.ต.อ.วิระชัย บอกเพียงว่า &amp;ldquo;นายไม่สะดวกรับสาย อยู่ระหว่างการบรรยายพิเศษหลักสูตรผู้บริหารกระบวนการระดับสูง&amp;quot; ก่อนจะวางสายไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า คลิปเสียงที่ถูกนำมาเผยแพร่ทางโซเชียล ซึ่งเป็นการสนทนาระหว่าง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ขณะไปปฏิบัติราชการอยู่ที่ต่างประเทศ กับ พล.ต.อ.วิระชัย ซึ่งรักษาราชการแทน ผบ.ตร. โดยเนื้อหาเกี่ยวกับการทำคดีคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ใช้อาวุธปืนยิงใส่รถยนต์ยี่ห้อเล็กซัส สีขาว หมายเลขทะเบียน 9 กจ 351 กทม. ของบิ๊กโจ๊ก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นักบริหารระดับสูง) และอดีต ผบช.สตม. ฝั่งประตูรถมุมล่างด้านซ้าย บริเวณลานจอดรถหน้าร้านนวดแผนโบราณแห่งหนึ่ง ถนนสุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กทม. เมื่อเวลา 21.40 น. วันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่น 36 รุ่นเดียวกับ ผบ.ตร. รวมทั้งเพิ่งร่วมกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์คลี่คลายคดีนายประสิทธิชัย เขาแก้ว ผอ.โรงเรียนวัดโพธิ์ชัย ผู้ต้องหาก่อเหตุชิงทองที่ จ.ลพบุรี โดยมีข่าวระบุว่า การโยกย้าย พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ อาจจะเกี่ยวข้องกับกรณีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่บริเวณบ้านโคกมะยม ต.คานหาม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ว่าพบตู้ม้า 5 ตู้ พร้อมทั้งระบุว่าเจ้าของตู้ม้าได้รับสัมปทานจากคนมีสีชื่อ &amp;ldquo;นายช้าง&amp;rdquo; นอกจากนี้ยังมีสาเหตุมาจากการปฏิบัติหน้าที่ศูนย์ปราบปรามน้ำมันเถื่อนด้วย
เตือน&amp;#39;โจ๊ก&amp;#39;รักษาจรรยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้ลงนามในหนังสือ คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 6/2563 เรื่อง ให้ข้าราชการรักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ เนื้อหาระบุว่า ตามที่ได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 2/2562 ลงวันที่ 9 เม.ย.2562 สั่งให้ พล.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ขาดจากการเป็นข้าราชการตำรวจ และให้โอนไปเป็นข้าราชการพลเรือนเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในกรอบอัตรากำลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษในสำนักนายกรัฐมนตรี ตามมาตรการแก้ไขปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างถูกตรวจสอบซึ่งเป็นตำแหน่งที่ได้รับเฉพาะเงินเดือน โดยไม่ได้รับเงินประจำตำแหน่งและสิทธิประโยชน์ประจำตำแหน่งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ และเพื่อให้การปฏิบัติงานของข้าราชการดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง อาศัยอำนาจตามข้อ 1(1) ของบัญชีห้าท้ายคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 9/2562 ลงวันที่ 9 ก.ค.2562 มาตรา 87 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 และหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1011/ว 12 ลงวันที่ 21 ส.ค.2556 นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง จึงเห็นสมควรกำชับให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเหตุดังต่อไปนี้ 1.ไม่กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ไม่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่ราชการโดยทุจริต ไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา ไม่ปฏิบัติราชการอันเป็นการกระทำการข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน ไม่อาศัยตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนหาประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น ไม่ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ ไม่ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ ไม่กระทำการอันเป็นการกลั่นแกล้ง กดขี่ ข่มเหงกันในการปฏิบัติราชการ ไม่ดูหมิ่น เหยียดหยามประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบ ของทางราชการ ด้วยความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ อุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ รักษาความลับของทางราชการ มีความสุภาพ เรียบร้อย รักษาความสามัคคี ช่วยเหลือการปฏิบัติราชการระหว่างข้าราชการด้วยกันและผู้ร่วมปฏิบัติราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายหนังสือระบุว่า ทั้งนี้ ให้ข้าราชการดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ แต่ให้งดการมอบหมายงานพิเศษและสำคัญ และหากมีกรณีไม่รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ ให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัยต่อไป ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 24 ม.ค.2563&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน มีความเคลื่อนไหวจากตลาดหลักทรัพย์ โดยเฉพาะราคาหุ้น บมจ.แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ (เอซีอี) ซึ่งมี พล.ต.อ.วิระชัยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ อันดับที่ 1 ของ บมจ.แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ ที่ประกอบธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น ที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำและธุรกิจอื่นที่สนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่อง โดยมีหุ้นอยู่ที่ 2,282 ล้านหุ้น คิดเป็น 22.43% ตลอดวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา เคลื่อนไหวในแดนลบ เนื่องจากนักลงทุนเกิดความกังวลและขายออกมา หลังคำสั่งให้ พล.ต.อ.วิระชัยมาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรีเผยแพร่ ส่งผลให้ราคาปิดตลาดหุ้นเช้าอยู่ในระดับต่ำสุดที่ซื้อได้ระหว่างวัน (ฟลอร์) จากราคาหุ้นละ 4.32 บาท ลงมาอยู่ที่หุ้นละ 3.04 บาท ก่อนที่ช่วงบ่ายจะมีแรงซื้อเข้ามาบ้าง ทำให้ปิดตลาดหุ้นราคาหุ้นเอซีอีอยู่ที่ 3.20 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนะชัย บัณฑิตวรภูมิ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ (เอซีอี) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กรณีการโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ ขอชี้แจงว่า บริษัทไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากเหตุการณ์ดังกล่าว เพราะไม่ได้เป็นผู้บริหาร หรือกรรมการของบริษัท หรือตัวแทนของบริษัทแต่อย่างใด ที่สำคัญบริษัทมีการบริหารงานด้วยระบบมืออาชีพ ตามหลักธรรมาภิบาล โดยคณะกรรมการ คณะผู้บริหาร และบุคลากรของบริษัท ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญทั้งในอุตสาหกรรมพลังงานและการลงทุนเป็นอย่างดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอเรียนให้ความเชื่อมั่นต่อผู้ลงทุนว่า การดำเนินธุรกิจ การพัฒนาโครงการ รวมทั้งการขยายกิจการในอนาคตของบริษัท ยังคงดำเนินไปอย่างปกติตามแผนการที่วางไว้ทุกประการ&amp;quot; นายธนะชัยกล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55425</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมปทุมวัน, คลิปเสียง, จรรยาและวินัยข้าราชการ, พล.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย, พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200124/image_big_5e2b08d42376f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54441</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2020 15:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2020 15:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองโฆษกตร.อัด &#039;ไร้มารยาท&#039; ปล่อยคลิปเสียง ผบ.ตร. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค. 63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงประเด็นคลิปเสียงระหว่าง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กับ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ว่า ตนก็อยากทราบว่าใครนำคลิปเสียงดังกล่าวมาปล่อย คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการดีกว่า วันที่มีการคุยโทรศัพท์กันตนนั่งอยู่ข้าง ผบ.ตร. ด้วย สีหน้าอารมณ์ของ ผบ.ตร. ก็ค่อนข้างปกติ ฟังจากน้ำเสียงแล้วทุกท่านก็คงทราบ ซึ่งก็เป็นการพูดกำชับการปฏิบัติหน้าที่ของระดับ ตร. ไม่ได้พูดในลักษณะใช้อารมณ์ ใช้คำพูดไม่สุภาพ ตนนั่งอยู่ด้วยสามารถเป็นพยานได้ แต่ก็อยากจะทราบเหมือนกันว่าใครเป็นคนทำ ใครเป็นคนอัด ใครเป็นคนปล่อย เพราะนั่งอยู่กันไม่กี่คน ซึ่ง ผบ.ตร.เองก็ไม่ทราบว่าเสียงจะถูกนำมาปล่อย เพราะโดยปกติคุยกันคงไม่มีการอัดเสียง ขนาดโทรไปคอลเซ็นเตอร์เขาจะอัดเสียงสนทนายังมีมารยาทขออนุญาติเพื่อนำไปปรับปรุงการให้บริการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54441</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลิปเสียง, บิ๊กแป๊ะ, ผบ.ตร., พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200113/image_big_5e1c23e1ca349.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43948</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2019 16:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2019 16:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อสส.เซ็นเด้ง&#039;2 อัยการภูเก็ต&#039;เซ่นคลิปเสียงช่วยเหลือคดีระหว่างสอบสวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ส.ค.62 ๐ นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีมีคลิปเสียงที่อ้างว่าเป็นอัยการจังหวัดภูเก็ตพูดคุยกับหญิงสาวพนักงานบริษัท เจรจาต่อรองผลประโยชน์เกี่ยวกับการช่วยเหลือทางคดี เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตและรองผู้ว่าฯ มีคำสั่งไม่ฟ้องคดีแผ้วถางทำลายครอบครองป่าในที่ดินอันเป็นเขตอุทยานแห่งชาติฯ โดยเรียกเงิน 7-8 หลักว่า เรื่องดังกล่าวนายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด ได้มีคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุดที่ 1191/2562 ลงวันที่ 15 ส.ค. 2562 ให้ย้าย นายธรรมะ สอนใจ อัยการผู้เชี่ยวชาญสำนักงานอัยการภาค 8 พ้นจากการรักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดภูเก็ต ให้มาช่วยราชการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ ปฏิบัติราชการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 5 และย้าย นายวันฉัตร ชุนหถนอม อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต ช่วยราชการสำนักงานคดีศาลแขวง ปฏิบัติราชการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 2 ซึ่งการย้าย 2 อัยการภูเก็ตดังกล่าว เป็นการย้ายระหว่างที่อธิบดีอัยการภาค 8 มีคำสั่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากกรณีที่ปรากฏคลิปเสียงดังกล่าว ส่วนระยะเวลาการสอบข้อเท็จจริงแม้ไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ แต่ทางอัยการสูงสุดก็ได้กำชับว่าจะต้องไม่ล่าช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่ปรากฏคลิปเสียงดังกล่าว นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้มอบอำนาจให้นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ไปลงบันทึกประจำวันลงวันที่ 6 ส.ค. 2562 เพื่อเป็นหลักฐานแสดงความบริสุทธิ์ใจ &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การแจ้งความดังกล่าวยังไม่ใช่เป็นการแจ้งความดำเนินคดีแก่ผู้ที่กล่าวอ้างในคลิปเสียงแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43948</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลิปเสียง, นายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด, นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง, อัยการจังหวัดภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afeb0f575624.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
