<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11469</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2018 16:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2018 16:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระบี่ขึ้นธงแดง!แจ้งเตือนเรือขนาดเล็กงดออกจากฝั่ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มิ.ย.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ประกอบการเรือหางยาวนำเที่ยว ที่บริเวณ หาดนพรัตน์ธารา ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ ต้องหันหัวเรือกลับเข้าฝั่งเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากทะเลมีคลื่นลมแรงต่อเนื่อง คลื่นสูง ประมาณ 2 เมตร ขณะ นำนักท่องเที่ยว เดินทางไปอ่าวไร่เล &amp;nbsp;ขณะที่เรือบางลำ ยังคงออกให้บริการนักท่องเที่ยว นำเรือออกจากฝั่งฝ่าคลื่นลมแรง ด้วยความหวาดเสียวเรือถูกคลื่นพัดใกล้จะล่ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาวาตรีชัยศิริ ขุนดำ ผู้อำนวยการเจ้าท่าภูมิภาค สาขา กระบี่ ออกประกาศแจ้งเตือนเรือทุกประเภท ให้เฝ้าระวังอันตรายจากคลื่นลมแรง คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ให้เตรียมพร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิต ประจำเรือให้พร้อมใช้งาน โดยเฉพาะเรือเล็กงดออกจากฝั่ง โดยเด็ดขาด ในระยะนี้และต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบการเดินเรืออย่างเคร่งครัด ให้ลดความเร็ว บริเวณปากอ่าว ชายฝั่ง จุดที่มีเรือสัญจรหนาแน่น &amp;nbsp; เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ เรือชนกัน &amp;nbsp; หากฝ่าฝืนมีโทษจะถูกพักใบอนุญาตใช้เรือเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือนในขณะที่หน้าหาดอ่าวนางขึ้นธงแดงเตือนนักท่องเที่ยวแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11469</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบี่, คลื่น, ทะเล, ธงแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180616/image_big_5b24d9102fa72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>389</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2017 08:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2017 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลื่นยักษ์ถล่มชายฝั่ง บ้านเรือน-ถนนยับเยิน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่าวไทยเกิดคลื่นสูงกว่า 3 เมตรซัดถล่มชายฝั่งตลอดแนวปากพนัน-หัวไทรบ้านเรือนราษฎร&amp;nbsp;ถนนเสียหายยับเยิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ธ.ค.60 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทะเลอ่าวไทยได้เกิดคลื่นทะเลสูงกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมตรโดยเฉพาะริมถนนสายปากพนัง&amp;nbsp;&amp;ndash;&amp;nbsp;หัวไทร&amp;nbsp;ตั้งแต่ต.ปากพนังฝั่งตะวันออก&amp;nbsp;บางพระ&amp;nbsp;ขนาบนาค&amp;nbsp;อ.ปากพนัง&amp;nbsp;จนไปถึง&amp;nbsp;ต.หน้าสตน&amp;nbsp;อ.หัวไทร&amp;nbsp;ถูกคลื่นทะเลซัดเข้าชายฝั่งอย่างบ้าคลั่งทำให้ต้นไม้&amp;nbsp;กิ่งไม้&amp;nbsp;ซากสิ่งปฏิกูลต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;กระจายเกลื่อนบนถนน&amp;nbsp;และมีน้ำทะเลเข้าท่วมผิวการจราจร&amp;nbsp;ทำให้การสัญจรไปมาเป็นไปด้วยความยากลำบาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ถนนบริเวณพื้นที่ต่ำในพื้นที่&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;ตำบลดังกล่าว&amp;nbsp;ถูกน้ำทะเลหนุนเข้าท่วมถนนจนรถเล็กไม่สามารถผ่านไปได้&amp;nbsp;บ้านเรือนประชาชนที่ปลูกอาศัยใกล้ชายฝั่งทะเลก็ถูกน้ำทะเลเข้าท่วมบ้านสูงมากขึ้นเรื่อย&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงกันจ้าละหวั่น&amp;nbsp;โดยมีแนวโน้มว่าระดับน้ำทะเลจะเพิ่มสูงขึ้นจะส่งผลกระทบในวงกว้างมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทางด้านเรือประมง&amp;nbsp;ต่างเร่งอพยพโดยนำเรือประมงขึ้นคานห่างจากชายฝั่งประมาณ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;และนำเชือกมาผูกกับหลักเสาหลักเพื่อป้องกันน้ำพัดพาออกไปกลางทะเลได้รับความเสียหายได&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งทางชมรมคนลุ่มน้ำปากพนังพึ่งพาตนเอง&amp;nbsp;นำโดยนายสมเกียรติ&amp;nbsp;ทิศนุ่น&amp;nbsp;ประธานชมรม&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;ได้นำคณะออกสำรวจผลเก็บข้อมูลกระทบและความเสียหายที่เกิดขึ้นพร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนตลอดแนวชายทะเลอย่างต่อเนื่องแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่าตลอดแนวชายฝั่งที่มีการก่อสร้างแนวกั้นคลื่นซึ่งในส่วนดำเนินการก่อก่อสร้างแล้วเสร็จก่อนที่รัฐบาลจะอนุมัติงบประมาณ&amp;nbsp;2,000ล้านให้กรมเจ้าท่าและกรมโยธาธิการและผังเมืองมาก่อสร้างแนวคันกั้นคลื่นเพิ่มเติมในส่วนที่เหลือซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้พบว่าในจุดดังกล่าวสามารถแก้ปัญหาบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชาได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;แต่ในส่วนที่ยังไม่ได้ก่อสร้างและอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างถูกคลื่นพัดถล่มอย่างหนัก&amp;nbsp;ตลอดแนวชายฝั่งพังเสียหายยับเยิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในส่วนของแนวคันกั้นคลื่นของกรมทางหลวงที่ก่อสร้างซับซ้อนกับของกรมโยธาธิการและกรมเจ้าท่า&amp;nbsp;ไม่สามารถป้องกันคลื่นที่พัดถล่มอย่างหนักได้&amp;nbsp;โดยแนวคันดังกล่าวซึ่งดำเนินการก่อสร้างโดยใช้ก่อนหินมากองเป็นแนวริมถนนนอกจากป้องกันแก้ปัญหาไม่ได้แล้วยังสร้างปัญหาเพิ่มขึ้นเนื่องจากคลื่นยักษ์พัดถล่มจนแนวหินได้รับความเสียหายกระจายเกลื่อนบนถนนส่งผลให้การสัญจรไปมาเป็นไปด้วยวามยากลำบากล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ของแขวงการทางนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;และทางหลวงชนบทนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่&amp;nbsp;เข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบแล้ว&amp;nbsp;พร้อมกับพยายามกู้ซากสิ่งปฏิกูลที่ถูกซัดจากทะเลขึ้นมากองบนถนนเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;จนสามารถเปิดเส้นทางการจราจรให้ผู้ใช้รถใช้ถนนได้แต่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/389</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลื่น, ภาคใต้, อ่าวไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171219/5a3861567caa0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
