<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43048</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มอบนโยบาย หัวหน้าขรก. สั่งลุยเกียร์5</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายกฯ ปธ.มอบนโยบายหัวหน้าส่วนราชการ &amp;quot;สมคิด&amp;quot; ยันรัฐบาลผสมทำงานร่วมกันได้ไม่ขัดแย้ง ย้ำต่อยอดอีอีซี ลุยลงทุนดิจิทัลปีหน้า 5Gต้องเกิด &amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; ผุดโมบายยูนิตจดทะเบียนสินค้าจีไอรายจังหวัด &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ชูไทยแลนด์เฟิร์ส สั่ง ขรก.ลุยเกียร์ 5 ทำงาน ประเดิม ครม.สัญจรแรกนครพนม-มุกดาหาร 19-20 ส.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมชี้แจงนโยบายรัฐบาลต่อผู้บริหารระดับสูง โดยมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผู้บัญชาการเหล่าทัพ หัวหน้าส่วนราชการระดับสูง และผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ จากทุกหน่วยงาน ประมาณ 800 คน เข้ารับฟัง ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าในการรักษาความปลอดภัยนอกจากใช้มาตรการขั้นสูงสุดแล้ว ยังมีความละเอียดในการป้องกันมากกว่าทุกครั้ง โดยแยกช่องทางในการเข้า-ออกของนายกฯ ครม. และผู้เข้าร่วมงานออกจากกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวระหว่างมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า สำหรับมาตรการทางภาษี ขอฝากทุกคนให้มีจิตสำนึกในการเสียภาษีตามกฎหมาย และไม่ใช่ว่ารัฐบาลจะรีดภาษีกับทุกคนอย่างที่วิพากษ์วิจารณ์ ยืนยันว่าการเงินการคลังของเรายังมีความเข้มแข็ง เงินทุนสำรองยังอยู่ในระดับสูง เพียงมีปัญหาในเศรษฐกิจโลก ส่วนเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศยังแข็งแกร่ง ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ และยังได้รับรายงานว่าค่าเงินบาทของไทยได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ว่าเป็นค่าเงินที่ปลอดภัยที่สุด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ? รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้กำชับเรื่องการส่งเสริมโครงการเน็ตประชารัฐ การตั้งศูนย์ป้องกันข่าวปลอมที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เพิ่มพื้นที่ป่าสีเขียว แก้ปัญหาหมอกควันไฟป่าและภัยแล้ง? โดยให้ข้าราชการทุกคนนำศาสตร์พระราชามาประยุกต์ใช้การทำงานให้ประชาชน ขณะเดียวกัน? ขอให้ตรวจสอบแรงงานต่างด้าวเพื่อป้องกันภัยความมั่นคง โดยเฉพาะในพื้นที่อีอีซีอย่างเข้มงวด เนื่องจากมีแรงงานเข้ามาทำงานจำนวนมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตัวเองได้รับมอบหมายให้ดูงานหลายกระทรวง แต่ในทางปฏิบัติ รัฐมนตรีแต่ละคนจะประสานงานกับกระทรวงอื่นด้วย สิ่งแรกที่จะขอพูดคือสถานการณ์ระยะสั้นที่เราเผชิญกันอยู่ เศรษฐกิจโลกเป็นอย่างไร โดยเฉพาะกรณีสหรัฐอเมริกา ประกาศขึ้นกำแพงภาษีสินค้าจีน ทำให้หุ้นทั่วโลกตกหมด ไทยถึงเมื่อวันที่ 7 ส.ค. ตกไป 2% กว่า ถือว่าฐานตลาดหุ้นไทยค่อนข้างแข็งแรง ขณะเดียวกันการบริโภคภายในประเทศ ขึ้นอยู่กับความมั่นใจของคนในประเทศ และความเชื่อมั่นของนักลงทุน สำคัญที่สุดคือคนไทยกันเองต้องมีความมั่นใจ วันนี้ค่าเงินบาทก็แข็ง นักลงทุนไทยต้องใช้จังหวะในลงทุนในประเทศให้มากขึ้น รัฐวิสาหกิจใหญ่ๆ ต้องถือโอกาสลงทุนในช่วงนี้ ได้แนะนำ รมว.คลัง และ รมว.คมนาคม ไปร่วมฟังการลงทุนของรัฐวิสาหกิจทั้งหมดว่าเขาจะช่วยกันอย่างไร ก็ได้รับความร่วมมือค่อนข้างดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ห่วงว่ารัฐบาลผสมทำงานไม่ได้ก็ไม่จริง เพราะทุกคนรู้จักกันดี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข รู้จักกันมา 20 กว่าปี ส่วนนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ &amp;nbsp;เป็นนักศึกษารุ่นใกล้เคียงกัน ดังนั้นแต่ละท่านรู้จักกันมา 20 กว่าปี การปรึกษาหารือไม่มีปัญหาเด็ดขาด เราต้องการอะไร เขาต้องการอะไรพูดคุยได้หมด ฉะนั้นเรื่องความกังวลความขัดแย้ง ความไม่ลงรอย ไม่มีอย่างเด็ดขาด&amp;quot; นายสมคิดระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เราต้องมองไปที่การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง กระทรวงต่างๆ ต้องให้ความสำคัญการต่อยอดโครงการเก่าที่รัฐบาลทำอยู่ เรื่องแรกคืออีอีซี แบ่งเป็น 3 เฟส เริ่มจากขายแนวความคิดช่วง 2 ปีแรก เพื่อให้เห็นว่าเป็นโครงการใหญ่ ต้องทำอย่างไรให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ดึงลงทุนเข้ามาที่นี่ นอกเหนือจากไปที่จีน การคมนาคมจึงเกิดขึ้น เพราะมีส่วนสำคัญในการปูพื้นฐานการพัฒนา จากนั้นจะเป็นเรื่องของดิจิทัล ทีโอที แคท ต้องการเน้นการลงทุนดิจิทัล จะทำโครงการเสนอขึ้นมา ย้ำนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยบอกว่า 5G ปีหน้าต้องเกิดให้ได้ ส่วนเฟสสอง ต้องคิดว่าทำอย่างไรให้นักลงทุนมาไทยให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเฟสสุดท้าย คือการรู้จักใช้เกมระหว่างประเทศทำให้คนตัวเล็กกลายเป็นคนตัวใหญ่เช่นเดียวกับสิงคโปร์ ฉะนั้นงานของกระทรวงการต่างประเทศในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาเปลี่ยนแปลงเร็วมาก เราทำให้ไทยจากโนบอดี้ ให้กลายเป็นพระเอกเสียงดังในอาเซียน และขณะนี้เราต้องเล่นไพ่ 3 ใบ จีน สหรัฐ และญี่ปุ่น เราประสานงานกับทุกประเทศอย่างเท่าเทียม ไม่มีเอนเอียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า เรื่องแรกที่อยากพูดถึงคือการประกันรายได้เกษตรกร นโยบายรัฐบาลเขียนไว้ชัดในนโยบายเร่งด่วน โดยเฉพาะผลผลิตทางการเกษตร 5 ประเภท คือ ข้าว มัน ยาง ปาล์ม และข้าวโพด โดยเมื่อวันที่ 7 ส.ค.ได้สรุปแล้วว่าจะประกันรายได้เกษตรกรสวนปาล์มกิโลกรัมละ 4 บาท ณ น้ำมัน 18% ตามมาตรฐานกลาง แต่ละครอบครัวที่ปลูกปาล์มจะได้รับไม่เกิน 25 ไร่ต่อครัวเรือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังฝากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีผลไม้หลายชนิดที่ต้องพึ่งพาการส่งออก ตลาดใหญ่สุดคือจีน แต่เขาเริ่มเคร่งครัดเรื่องมาตรฐานผลไม้และสินค้าเกษตรส่งออก โดยต้องการเอกสาร GAP ที่ยืนยันว่าผลิตได้อย่างมีมาตรฐาน แม้ที่ผ่านมาจะได้ดำเนินการไปแล้วอย่างต่อเนื่อง แต่ก็มีเกษตรกรจำนวนไม่น้อยอยากให้เร่งรัดการออกเอกสารดังกล่าว หากติดปัญหาคอขวดตรงนี้ จะทำให้การส่งออกมีปัญหา และตัวเลขเศรษฐกิจในภาพรวมจะมีปัญหา ส่วนเรื่องที่สองคือเซฟการ์ด หากมีสินค้าเกษตรตัวใดนำเข้ามาในปริมาณผิดปกติ เราสามารถใช้มาตรการเซฟการ์ด ตัดสินใจดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อไม่ให้กระทบสินค้าเกษตรภายในประเทศ ซึ่งขอให้กระทรวงเกษตรฯ เร่งดำเนินการเรื่องนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกประเด็นที่คิดว่าจะเพิ่มมูลค่าการส่งออกได้ คือ การเพิ่มมูลค่าทางการค้าชายแดนในกลุ่มประเทศอาเซียน ที่จะต้องทำให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ สำหรับการพัฒนาเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ได้เล็งเห็นความสำคัญของการจดทะเบียน จีไอ หรือการบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เช่น ไข่เค็มไชยา ได้ประสานงานผ่านกระทรวงมหาดไทย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรวบรวมสินค้าที่ยังไม่ได้จดทะเบียนจีไอ จากนั้นจะจัดโมบายยูนิตลงไปจดทะเบียน เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าในท้องถิ่นต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า วันนี้พวกเรามีหน้าที่ต้องให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน เราผ่านยุค 5 ปีที่ผ่านมา ข้าราชการลงพื้นที่กันตามหน้าที่ &amp;nbsp;สิ่งที่จะต้องทำจากนี้ ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ต้องมีคำตอบให้ทุกเรื่อง ในส่วนของตัวเองที่มีรัฐมนตรีสังกัดพรรคภูมิใจไทย 7 คน ได้คุยกันและคิดนโยบายภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ไทยแลนด์เฟิร์ส&amp;rdquo; คือ ไทยคิด ไทยทำ และคนไทยต้องได้เป็นคนแรก งบประมาณที่จะใช้จ่ายแต่ละปี มีทั้งจากการท่องเที่ยว การขายสินค้าไทย รับจ้างแรงงานไทย เราจะหาทางทำให้เงินหมุนเวียนได้หลายรอบ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนในเศรษฐกิจฐานราก ทุกงบประมาณต้องลงถึงประชาชนในทุกระดับชั้นให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกระทรวงสาธารณสุขก็มีเรื่องกัญชา ที่จะนำไปใช้ทางการแพทย์ ต่อยอดภาคอุตสาหกรรม หากผลการศึกษาออกมาเป็นที่น่าพอใจ ตัวสารสกัดจากกัญชาจะช่วยต่อยอดทางเศรษฐกิจได้มาก นอกจากนั้นจะโปรโมตการแพทย์แผนไทย แพทย์ทางเลือก สมุนไพรไทย มาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราไม่ได้มาห้ำหั่นอะไรกัน ลืมอดีตทุกอย่าง มองไปข้างหน้า ขอให้ท่านเอาผลงานมาแลก จะได้รู้ว่าอยู่ได้หรือไม่ได้ ถ้าทำได้ดี ไม่มีใครย้ายท่านได้ เพราะเราต้องการคนทำงาน ขอให้ใส่เกียร์ 5 ลุยให้เต็มที่ ไม่ต้องรอดูว่ารัฐมนตรีมีนโยบายอย่างไร ถ้าผลงานดี ไม่มีใครทำอะไรท่านได้ ความเป็นธรรมเกิดขึ้นแน่นอน ขอให้ท่านได้สบายใจ ทำงานอย่างเต็มที่ไม่ต้องเหลียวหลัง&amp;quot; นายอนุทินระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า รัฐบาลได้เตรียมจัดการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) เป็นครั้งแรกของรัฐบาลปัจจุบัน ในระหว่างวันที่ 19-20 ส.ค.นี้ ที่จังหวัดนครพนม-มุกดาหาร ซึ่งถือเป็นการประชุมพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคอีสานตอนบน โดยจะมีการแบ่งงานให้รัฐมนตรีลงพื้นที่ในจังหวัดใกล้เคียง เพื่อรับฟังปัญหาจากประชาชน รวมทั้งติดตามงานตามนโยบายรัฐบาลที่วางไว้ด้วย ในส่วนของการประชุม ครม.เศรษฐกิจ เลื่อนจากวันที่ 19 ส.ค. มาเป็นวันที่ 21 ส.ค.แทน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43048</URL_LINK>
                <HASHTAG>5G, คลื่น 5G, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มอบนโยบายหัวหน้าส่วนราชการ, หนังสือพิมพ์, ไทยแลนด์เฟิร์ส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190808/image_big_5d4c2bb41fa09.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38990</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จัดสรร5Gลงตัว 3ค่ายมือถือดี๊ด๊า รัฐได้5.6หมื่นล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จัดสรรคลื่น 5G ลงตัว! 3 ค่ายมือถือคว้าใบอนุญาตความถี่ 700 MHz ถ้วนหน้า โกยเงินเข้ารัฐ 5.6 หมื่นล้าน กสทช.แบ่ง 3.6 หมื่นล้านอุ้มทีวีดิจิทัล เหลือ 2 หมื่นล้านส่งคลัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้เปิดให้ผู้ประกอบการที่สนใจยื่นคำขอและจัดสรรชุดคลื่นความถี่ย่าน 700 MHz ซึ่งปรากฏว่ามีเอกชน 3 ราย ประกอบด้วย บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด, บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด และ บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด มายื่นขอรับการจัดสรร &amp;nbsp;โดยหลังจากนั้น กสทช.ได้ตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารหลักฐานและคุณสมบัติ ก่อนจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการจัดสรรคลื่นความถี่ ซึ่งผลที่ออกมาคือทั้ง 3 บริษัทผ่านคุณสมบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น ในช่วงบ่าย กสทช.ประกาศผลการจัดสรรคลื่น โดยพบว่าไม่มีผู้ขอรับการจัดสรรคลื่นฯ เลือกชุดคลื่นความถี่ซ้ำกัน โดย 1.คลื่นความถี่ชุดที่ 1 ช่วงความถี่วิทยุ 703-713 MHz คู่กับ 758-768 MHz บ.ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด เป็นผู้มีสิทธิ์ได้รับการจัดสรร 2.คลื่นความถี่ชุดที่ 2 ช่วงความถี่วิทยุ 713-723 MHz คู่กับ 768-778 MHz บ.ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด เป็นผู้มีสิทธิ์ได้รับการจัดสรร 3.คลื่นความถี่ชุดที่ 3 ช่วงความถี่วิทยุ 723-733 MHz คู่กับ 778-788 MHz บ.แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด เป็นผู้มีสิทธิ์ได้รับการจัดสรร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีราคาการอนุญาตรวมทั้งสิ้น 52,752 ล้านบาท และมีรายได้จากการจัดสรรฯ เข้ารัฐรวมภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งสิ้น 56,444.64 ล้านบาท โดยผู้มีสิทธิ์ได้รับการจัดสรรคลื่นฯ ต้องนำเงินงวดแรกพร้อมหลักประกันมาชำระให้แก่สำนักงาน กสทช. ก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 15 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า หลังจากให้ 3 ค่ายมือถือรายใหญ่ อย่าง เอไอเอส ดีแทค ทรู ยื่นขอรับการจัดสรรคลื่น 700 MHz ตามเงื่อนไขการขอยืดเวลาจ่ายเงินประมูลคลื่น 900 MHz ตามคำสั่ง คสช. ที่ 4/2562 ปรากฏว่าได้รับความร่วมมืออย่างดีจากทั้ง 3 บริษัท ทำให้กระบวนการจัดสรรคลื่นเป็นไปอย่างเรียบร้อย ผู้ให้บริการทั้ง 3 รายสามารถตกลงเลือกชุดคลื่นได้โดยไม่ซ้ำกัน ทำให้ไม่ต้องมีการเสนอราคาเพิ่ม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการจัดสรรคลื่นครั้งนี้ กสทช.จะได้รับเงิน 56,544 ล้านบาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ทำให้มีเงินราว 36,000 ล้านบาท ที่จะนำไปช่วยเหลือทีวีดิจิทัลที่ประสบปัญหาขาดทุนตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และยังเหลืออีก 20,000 ล้านบาท จะนำส่งเข้ากระทรวงการคลังต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การให้บริการ 5G คลื่นแค่นี้ก็คงไม่เพียงพอ จึงต้องมีการจัดสรรคลื่นเพิ่ม ทั้งในส่วนของ 2600 MHz 26-28 GHz จะมีการเสนอประมูลแบบมัลติแบรนด์ ที่จะเสนอเข้าบอร์ดอีกครั้ง ถ้าสามารถจัดสรรคลื่นได้ภายในสิ้นปีก็จะดี เพราะไม่ต้องรอเหมือนคลื่น 700 MHz ที่ต้องรอให้เคลียร์คลื่นก่อน ซึ่งประสานกับ MUX เพื่อให้ใช้งานได้ก่อน ต.ค.2563 อาจจะเป็น มิ.ย.2563&amp;quot; นายฐากรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเอไอเอส กล่าวว่า คลื่นความถี่เป็นสิ่งจำเป็นในการทำธุรกิจ ซึ่งเมื่อคณะที่ปรึกษาได้ให้ข้อมูลการวิเคราะห์ความคุ้มค่าของคลื่นแล้ว คณะกรรมการบริหารได้อนุมัติให้ยื่นข้อเสนอในครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ รองประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ต้องขอบคุณ กสทช. ที่ให้โอกาสในการเข้ารับจัดสรรคลื่น 700 MHz ครั้งนี้ มีเจตนารมณ์เพื่อช่วยในฝั่งของทีวีดิจิทัลด้วย ก็นำเข้าบอร์ดในสัปดาห์ที่แล้ว อนุมัติให้เข้ารับการจัดสรร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางอเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า การเข้าร่วมรับการจัดสรรคลื่นในครั้งนี้เป็นไปตามที่ดีแทคสัญญาไว้ว่าจะไม่หยุดในการพัฒนาการให้บริการ ยินดียิ่งที่ได้คลื่นย่านนี้เพื่อนำมาให้บริการแก่ลูกค้า และเป็นการก้าวสู่การให้บริการ 5G ซึ่งจำเป็นจะต้องใช้งานคลื่นความถี่อีกมาก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคลื่นความถี่ย่าน 700 MHz ที่นำมาจัดสรรในครั้งนี้ มีจำนวน 30 MHz แบ่งจำนวนใบอนุญาตออกเป็น 3 ใบ (3 ชุดคลื่นความถี่) ใบอนุญาตละ 10 MHz ราคาการจัดสรรคลื่นความถี่อยู่ที่ 17,584 ล้านบาทต่อหนึ่งชุดใบอนุญาต ใบอนุญาตจะมีอายุ 15 ปี โดยระยะเวลาการชำระเงินแบ่งออกเป็น 10 งวด ปีละหนึ่งงวด งวดละเท่าๆ กัน นับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38990</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 ค่ายมือถือ, คลื่น 5G, จัดสรรคลื่น 5G, หนังสือพิมพ์, อุ้มทีวีดิจิทัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190619/image_big_5d0a4902a3d11.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
