<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41952</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 19:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทุกคลื่นความถี่ ...เราเห็น &quot;อนาคต&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;คลื่นความถี่อยู่รอบตัวเรา ในทุกๆวัน ในทุกนาที การสื่อสารโทรคมนาคมที่ดี อยู่รอบตัวคุณ ช่วยอำนวยความสะดวกให้คุณถึงทุกเป้าหมายได้ตามที่ต้องการ เพราะคลื่นความถี่ที่ทำให้ มีการสื่อสารที่มีคุณภาพ และอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงที่สามารถไปถึงทุกคนได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;แต่เราจะไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ในทุกๆ โอกาส เราเห็นอนาคต จากทุกความตั้งใจของทุกคน ที่มอบเเรงบันดาลใจให้ กสทช. บริหารจัดการคลื่นความถี่ เพื่อให้การสื่อสารโทรคมนาคมสามารถพาไปให้ถึงในจุดที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อคนไทย ทุกคน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ทำหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่วิทยุ เพื่อให้มีเพียงพอต่อการใช้งานด้านการสื่อสารโทรคมนาคมของคนไทย ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพทั้งในวันนี้ และพร้อมรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆอย่าง 5G ในวันข้างหน้า&amp;nbsp; เพื่อให้ประเทศไทยก้าวไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ได้อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41952</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช.., คลื่นความถี่, อินเทอร์เน็ตไร้สาย, เราจะไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190725/image_big_5d39a439c17b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2019 16:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>5G หัวใจสำคัญของเมืองอัจฉริยะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ได้กลายเป็นหัวข้อหลักในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมที่ทั่วโลกให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งในส่วนของประเทศไทยได้เริ่มขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอย่างจริงจัง และมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำทางด้านดังกล่าวในภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;เห็นได้จากแผนของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) หน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ก็เร่งนำร่อง เมืองอัจฉริยะที่กรุงเทพมหานคร และหัวเมืองใหญ่ อย่าง ภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่น และในพื้นที่อีอีซี 3 จังหวัด คือ ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา ซึ่งก็มีความคืบหน้าไปในหลายด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;แต่อย่างไรก็ดีการสร้างเมืองอัจฉริยะ&amp;nbsp; (SmartCity) ให้สามารถใช้งานได้จริงนั้น ระบบการเชื่อมโยง สื่อสารจะต้องมีอย่างทั่วถึง และ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจะต้องมีเพียงพอต่อการใช้งาน&amp;nbsp; เพราะเมืองอัจฉริยะจะต้องขับเคลื่อนด้วยระบบเซ็นเซอร์ และอุปกรณ์&amp;nbsp; IoT ชนิดครอบคลุมทั้งเมือง ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ จำเป็นต้องใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เป็นสื่อกลาง ซึ่งเทคโนโลยีที่สามารถรองรับการรับส่งข้อมูลได้จำนวนมหาศาล โดยมีความหน่วงที่ต่ำมาก ก็หนีไม่พ้น เทคโนโลยี 5G&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;สรุปง่ายๆก็คือ 5G คือ หัวใจของเมืองอัจฉริยะ&amp;nbsp; มันจะเกิดขึ้นได้โดยขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;นี่จึงเป็นความจำเป็นที่ ทำให้ ทางสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) จำเป็นต้องผลักดันให้ 5G เกิดขึ้นในประเทศไทยให้ได้โดยเร็วที่สุด เห็นได้จากการเริ่มต้นด้วยการจัดสรรคคลื่นความถี่ย่าน 700 MHz ที่ผ่านมา และในช่วงปลายปี 2662 จะมีการจัดสรรคลื่นความถี่ด้วยวิธีประมูลในคลื่นความถี่ย่าน 2600 MHz 26 GHz และ 28 GHz &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้เพื่อผลักดันให้ประเทศไทย ปักหมุด 5G ได้ก่อนใครในภูมิภาค ซึ่งนำไปสู่การสร้างโอกาสอีกมากมายมหาศาล&amp;nbsp; เพราะตอนนี้ บางประเทศอย่าง เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ก็เริ่มเปิดให้บริการ 5G ไปแล้ว และล่าสุด ทางจีน ก็ได้ออกใบอนุญาตให้บริการเครือข่ายติดต่อสื่อสารไร้สายระบบ 5G แก่ รัฐวิสาหกิจผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมรวม 4 ราย ได้แก่ ไชน่า เทเลคอม, ไชน่า โมบาย, ไชน่า ยูนิคอม, และ ไชน่า บรอดแคสติ้ง เน็ตเวิร์ก คอร์เปอเรชั่น&amp;nbsp; เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และปีนี้ ใน 40 เมืองใหญ่ของจีน มีบริการ 5G ใช้แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;ถ้าหากในปี 2563 ไทยไม่สามารถดำเนินการ 5G ได้สำเร็จ ผลที่เกิดขึ้น คือ 1.กระทบภาคการผลิตและอุตสาหกรรม ภาพรวมประเทศจะ สูญเสียมูลค่าเศรษฐกิจสูงถึง 2.3 ล้านล้านบาทในปี 2573 คิดเป็น 20% ของจีดีพีประเทศ หรือ77% ของงบประมาณประเทศ เฉพาะภาคอุตสาหกรรมจะเสียหาย 7 แสนล้านบาท-1.6 ล้านล้านบาท คิดเป็น 10-30% กระทบจีดีพีภาคอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;2. กระทบต่อแผนการผลักดันสมาร์ท ซิตี้ หรือเมืองอัจฉริยะ เพราะ 5G จะเข้ามาช่วยให้การใช้ชีวิตของประชาชนสะดวกขึ้น ทั้งการเรียน ทำงาน ท่องเที่ยว และกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน&amp;nbsp; 3.กระทบ สมาร์ท ฮอสพิทอล หรือโรงพยาบาลอัจฉริยะ อีก 25 ปี ไทยจะมีผู้สูงอายุ 20 ล้านคนซึ่ง 5G จะเข้ามาช่วยในการรักษาพยาบาลมีเทคโนโลยีอำนวยความสะดวก จะมีการผ่าตัดที่บ้าน ช่วยประหยัดค่ารักษาพยาบาลของภาครัฐคิดเป็น 1.1 หมื่นล้านบาทต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;ฉะนั้นไทยจึงรอไม่ได้ที่จะเลื่อนเปิดให้บริการ 5G เพราะการสร้างเมืองอัจฉริยะ&amp;nbsp; ซึ่งถือเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล จะไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย ถ้า 5G ไม่เข้ามาสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;สำหรับการเกิดขึ้นของ เมืองอัจฉริยะ จะต้องมีองค์ประกอบ 7 อย่าง ดังต่อไปนี้ 1. Smart Mobility การสัญจรอัจฉริยะ&amp;nbsp; 2. Smart Community ชุมชนอัจฉริยะ 3. Smart Economy เศรษฐกิจอัจฉริยะ 4. Smart Environment สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ&amp;nbsp; 5. Smart Governance การปกครองอัจฉริยะ&amp;nbsp; 6. Smart Building อาคารอัจฉริยะ 7. Smart Energy พลังงานอัจฉริยะ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;ซึ่ง 7 หลักการที่ว่านี้ ก็ต้องพึ่งพาแอพพลิเคชัน, ปัญญาประดิษฐ์, บิ๊กดาต้า และ อุปกรณ์ IoT ที่จะต้องใช้การสื่อสารความเร็วสูงอย่าง 5G เป็นตัวเชื่อมต่อทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;ลองนึกภาพดู เมืองที่ใช้การจัดการไฟจราจร ด้วยระบบอัตโนมัติ เมื่อมีปัญหารถติด ระบบสามารถจัดการระบายรถ ด้วยเทคโนโลยี ที่จัดการได้ทั้งเมือง ไม่จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่มาสับสวิทซ์ทีละแยก ที่สำคัญเมื่อเกิดอุบัติเหตุระบบสามารถแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ และรถฉุกเฉิน ให้ไปยังจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็วที่สุด ขณะที่ระบบไฟฟ้า ประปา ตรวจสอบได้จากที่ศูนย์กลาง ทุกอย่างทำงานบนเซ็นเซอร์ IoT ที่จะคอยแจ้งสถานะต่างๆ เรียกว่า เมืองจะมีสมองของตัวเอง ที่สามารถดูแลได้สะดวกและง่ายที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;แน่นอนทาง กสทช. ก็ต้องการมีส่วนร่วมในการสร้างเมืองอัจฉริยะให้เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเมื่อไม่นานมานี่ ก็ได้ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ลงนามความร่วมมือทางวิชาการจัดตั้งศูนย์ทดลองทดสอบ 5G เพื่อเตรียมความพร้อมและรองรับการให้บริการโทรคมนาคม ตามแนวนโยบายรัฐบาลในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติผลักดันประเทศไทยเข้าสู่เทคโนโลยี 5G&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;โดยที่ศูนย์นี้จะดำเนินการศึกษา ทดสอบ และตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์ ระบบ รวมถึงบริการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี 5G ได้แก่ อุปกรณ์เชื่อมต่อ Internet of Things (IoT) ระบบการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล Big Data ระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ (Intelligent Transportation System: ITS) ระบบสาธารณสุขทางไกล (Telehealth) เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้เชื่อว่าการให้บริการโทรคมนาคมในระบบ 5G จึงเป็นอนาคตของการให้บริการโทรคมนาคมในประเทศไทยที่จะช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40098</URL_LINK>
                <HASHTAG>5G, SmartCity, กสทช., กิจการกระจายเสียง, คลื่นความถี่, เมืองอัจฉริยะ, เศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190703/image_big_5d1c7a439319d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38958</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2019 19:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2019 19:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรู รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคม ย่าน 700MHz. จากกสทช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กลุ่มทรู นำโดย นายวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ รองประธานคณะกรรมการบริหาร และ ดร.กิตติณัฐ ทีคะวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น นำทัพคณะผู้บริหารและพนักงานกลุ่มทรู เข้ารับการจัดสรรชุดคลื่นความถี่ย่าน 700MHz. จากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดย บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (TUC) ได้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 700MHz. ช่วงความถี่วิทยุ 703-713 MHZ. คู่กับ 758-768 MHZ. พร้อมกันนี้ กลุ่มทรูประกาศมั่นใจเป็นผู้นำ True5G ร่วมเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศไทยเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยจะนำคลื่นความถี่ที่ได้รับการจัดสรรมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม พร้อมร่วมมือกับเหล่าพันธมิตรชั้นนำในการพัฒนา Used Case ควบคู่กับการสร้างระบบนิเวศ 5G เพื่อรองรับการใช้งานของลูกค้าและภาคธุรกิจในทุกอุตสาหกรรม เสริมสร้างความแข็งแกร่งเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38958</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มทรู, คลื่นความถี่, ดร.กิตติณัฐ ทีคะวรรณ, ทรู คอร์ปอเรชั่น, นายวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190619/image_big_5d0a27c8c1b08.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35736</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2019 16:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2019 16:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยต้องปักธง 5 จี ก่อนใครในอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;บรรดาประเทศชั้นนำของโลก ทั้งจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา และเยอรมนี ได้เริ่มต้นนับหนึ่งกับเทคโนโลยี 5จี กันแล้ว อย่างในประเทศเยอรมนี เพิ่งมีการเปิดประมูลคลื่นความถี่เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2562 ที่ผ่านมา ทั้งนี้มีการประเมินกันว่า เทคโนโลยี 5จี จะเริ่มต้นใช้งานกันอย่างเป็นทางการในปี2020 ที่จะถึงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ในปี 2563 จะเป็นปีที่มียูสเคส (การใช้งาน) เกี่ยวกับเทคโนโลยี 5จี ในเชิงรูปธรรมออกมามากที่สุด โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น ที่มีแผนจะนำเสนอความสามารถของ 5จี มาใช้กับมหกรรมกีฬาโอลิมปิก ซึ่งตนเองเป็นเจ้าภาพ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สำหรับประเทศไทยเอง สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ก็ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการเริ่มต้น นับ 1 สำหรับเทคโนโลยี 5จี โดยที่ผ่านมาก็ได้เปิดให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือได้เริ่มต้นทดสอบ บริการ 5จี ไปบ้างแล้ว ตั้งแต่ปี 2561 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ขณะเดียวกัน กสทช.เองก็ได้ร่วมลงนามความร่วมมือทางวิชาการกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติและทดสอบ5จี เป็นเวลา 2 ปี ภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในชื่อ ศูนย์ 5จี เอไอ/ไอโอที อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ ซึ่งตั้งอยู่ในอาคารคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยภารกิจในศูนย์นี้ จะทำหน้าที่ทดสอบ 5จี บนคลื่นความถี่ย่าน 26-28 กิกะเฮิรตซ์ ในการเตรียมความพร้อม และรองรับการให้บริการโทรคมนาคมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;โดยภายในศูนย์มีการติดตั้ง และดูแลอุปกรณ์สถานีฐานของโครงข่าย 5จี ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Operator) ผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคม (Vendor) และภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง ทั้งนี้ เพื่อให้หน่วยงานด้านโทรคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมศึกษาและพัฒนารูปแบบการใช้งาน (Use Case) ร่วมกัน เพื่อให้ทราบถึงทิศทางการนำ 5จี ไปใช้งานสำหรับประเทศไทยในอนาคต และเมื่อ 5จี พร้อมให้บริการสามารถนำไปใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งหมด คือ การเตรียมความพร้อมเบื้องต้น เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าเข้าสู่ ยุค 5จี ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาลที่ต้องการให้ ไทย มี 5จี ใช้งานก่อนใครในอาเซียน เพราะภาครัฐต้องการปักธง ดึงดูดให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ในฐานะประเทศที่มุ่งในการพัฒนาอุตสาหกรรมไฮเทค &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สำหรับปัจจัยที่จะทำให้ 5จี เกิดขึ้นในประเทศไทย จะประกอบไปด้วย 3 ปัจจัยหลัก ปัจจัยที่ 1 Spectrum (คลื่นความถี่) ซึ่งที่เตรียมจะมีการประมูลในเร็วนี้ๆ มี 2 คลื่น คือ คลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน (Bandwidth) 90 เมกะเฮิรตซ์ และคลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 180 เมกะเฮิรตซ์ ขณะเดียวกันยังมีคลื่นกลุ่มใหม่ที่อยู่ในความสนใจ คือ คลื่นย่าน 3.5 กิกะเฮิรตซ์ (C-Band) จำนวนสูงสุด 200 เมกะเฮิรตซ์ และคลื่นย่าน 26 และ 28 กิกะเฮิรตซ์ จำนวนสูงสุด 3 กิกะเฮิรตซ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;โดยนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ระบุว่า คลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ที่ปัจจุบันใช้ในกิจการทีวีดิจิทัล จะมีการปรับเปลี่ยนมาใช้ในกิจการโทรคมนาคมนั้นจำเป็นต้องอาศัยระยะเวลาในการปรับปรุงโครงข่าย กสทช. จึงมีการพิจารณาให้มีการจัดการประมูลคลื่นความถี่ล่วงหน้า ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2562 และเมื่อคลื่นความถี่พร้อมใช้งานจึงเริ่มนับอายุใบอนุญาต ซึ่งคาดว่าคลื่นความถี่ดังกล่าว จะสามารถใช้ได้เร็วสุดในเดือนธันวาคม2563 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ส่วนในกรณีของคลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ นั้น สำนักงาน กสทช. อยู่ในขั้นตอนดำเนินการเรียกคืนคลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อนำกลับมาจัดสรรด้วยวิธีประมูล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ปัจจัยที่ 2 Infrasturcture (โครงสร้างพื้นฐาน) ต้องยอมรับว่า เทคโนโลยี 5จี นั้นจะต้องรองรับการรับส่งข้อมูลปริมาณมาก ฉะนั้นเพื่อให้เกิดการใช้งานที่เสถียร จะต้องมีการลงทุนจำนวนมหาศาล เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศเพื่อไม่ให้เกิดคอขวดในการใช้งาน ดังนั้น ทาง กสทช. ก็จะพยายามสนับสนุนให้เกิดการร่วมกันขยายข่ายโครงสร้างพื้นฐานของผู้ให้บริการ หรือ infrastructure sharing จะช่วยลดวงเงินลงทุนตั้งต้นและความเสี่ยงจากการลงทุนให้กับผู้ให้บริการแต่ละรายได้ และสามารถขยายโครงข่ายให้มีพื้นที่บริการให้ครอบคลุมรวดเร็วยิ่งขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ปัจจัยที่ 3 Connectivity (การเชื่อมต่อ) สำหรับเทคโนโลยี 5จี จะเป็นโครงข่ายอัจฉริยะที่ไม่ใช่เพียงเชื่อมโยงมนุษย์ด้วยกันแบบกรณี 4G แต่เป็นโครงข่ายที่รองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตสรรพสิ่ง หรือไอโอที (Internet of Things) และการสื่อสารของ AI อีกด้วย ดังนั้น การเชื่อมโยงโครงข่ายของ 5จี จะต้องออกมาดี 
มีความง่าย และเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่หลากหลายแบบไร้รอยต่อ ดังนั้นหน้าที่ของ กสทช. คือ การจัดการให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อได้อย่างสะดวก การจัดการให้ผู้ประกอบการสามารถติดตั้งอุปกรณ์และให้บริการในรูปแบบใหม่ๆได้ มีค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก เป็นสิ่งสำคัญ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ดังนั้น 5จี จึงเป็นสิ่งที่รอไม่ได้เพราะหากประเทศไทยขยับตัวช้า จะส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขัน และส่งผลต่อภาคการผลิตและภาคอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมหาศาล ซึ่งจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม ต่อไปในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ทาง กสทช. ก็มีเป้าหมายชัดเจนว่า 5จีในประเทศไทยจะต้องเกิดขึ้นอย่างช้าสุด คือปลายปี 2563 หรือต้นปี 2564 ซึ่งก็เชื่อว่า ทุกอย่างจะเป็นไปตามที่ตั้งเป้าเอาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35736</URL_LINK>
                <HASHTAG>5 จี, 5G, กสทช., คลื่นความถี่, ฐากร ตัณฑสิทธิ์, เมกะเฮิรตซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190513/image_big_5cd93bb33bf92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30544</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2019 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2019 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสทช.เคาะเรียกคืนคลื่น ย่าน 2600 MHz จากอสมทและกองทัพบก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มี.ค. 2562 - นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า วที่ประชุม กสทช. ได้รับทราบรายงานการวิเคราะห์การเรียกคืนคลื่นความถี่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์หรือใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า หรือนำมาใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่ายิ่งขึ้น ย่าน 2500-2690 เมกะเฮิรตซ์ พร้อมทั้งเห็นชอบการเรียกคืนคลื่นความถี่ย่าน 2600 MHz จำนวนรวม 190 MHz โดยเรียกคืนจากบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) จำนวน 154 MHz กรมการทหารสื่อสาร กองทัพบก และกรมการสื่อสารทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย รวม 2 หน่วยงานอีก 12 MHz ที่เหลือเป็นคลื่นว่างที่ไม่มีการใช้งาน เพื่อนำมาจัดสรรใหม่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล เพื่อให้เกิดประโยชน์ยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ กสทช. ได้กำหนดวันสิ้นสุดการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เป็น 45 วันนับจากวันที่ กสทช. มีมติให้เรียกคืนคลื่นความถี่ พร้อมทั้งกำหนดเงื่อนไขการยุติการใช้คลื่นความถี่ที่เรียกคืน โดยในระหว่างดำเนินการให้สามารถใช้คลื่นความถี่ที่เรียกคืนดังกล่าวไปพลางก่อนได้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 120 วันนับจากที่ กสทช. มีมติให้เรียกคืนคลื่นความถี่

และมีมติอนุมัติสำรองค่าใช้จ่ายจากเงินงบประมาณรายจ่าย รายการเงินงบกลางของสำนักงาน กสทช. ประจำปี พ.ศ. 2562 เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาเพื่อประเมินมูลค่าการเรียกคืนคลื่นความถี่ และการทดแทน ชดใช้ หรือจ่ายค่าตอบแทนสำหรับผู้ที่ถูกเรียกคืนคลื่นความถี่ย่าน 2500-2690 เมกะเฮิรตซ์ การประเมินมูลค่าคลื่นความถี่ในการนำมาใช้ในกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากลในย่านความถี่ดังกล่าว จำนวน 3 ชุด รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 7,500,000 บาท และเมื่อมีการประมูลคลื่นความถี่ 2500-2690 เมกะเฮิรตซ์ เสร็จสิ้นแล้ว ให้ดำเนินการหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาดังกล่าวจากเงินรายได้ที่ได้รับจากการประมูล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30544</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., กองทัพบก, คลื่นความถี่, อสมท, เรียกคืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180124/image_big_5a685921199b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21964</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2018 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2018 15:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>5จีเกิดได้หรือไม่ แนวทางจัดสรรคลื่นของกสทช.เป็นตัวชี้วัด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดูเหมือนว่าในขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำลังเตรียมความพร้อม สำหรับการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีการสื่อสาร ไปสู่ยุค 5จี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมาก &amp;nbsp;โดยในปี 2020 หรือ ปี 2563 ก็มีบางประเทศจะเริ่มต้นใช้งาน 5จี อย่างเป็นทางการแล้ว &amp;nbsp;ขณะที่ไทยก็ไม่อยากตกขบวนเหมือนในอดีต รัฐบาลก็มีเป้าหมายที่จะมีการเริ่มทดลองใช้งาน 5จี ในปี 2563 เช่นกัน ดังนั้นมันจึงเหลือเวลา สำหรับการศึกษาและการเตรียมการไม่มากนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับแรกต้องทราบกันก่อนว่า พื้นฐานของเทคโนโลยี 5จี นั้นไม่ใช่เพื่อการโทรคมนาคมทางด้านเสียง หรือแค่ส่งผ่านข้อมูลสำหรับสมาร์ทโฟนเท่านั้น แต่ในยุค 5จี คือ ยุคของการเชื่อมโยงทุกอุปกรณ์เข้าด้วยกัน หรือที่เรียกว่า อินเทอร์เน็ตออฟธิงค์ ( IoT) อย่างที่เราได้ยินกัน ดังนั้นระบบจึงต้องการเครือข่ายการสื่อสารอัจฉริยะ ที่สามารถรองรับการใช้ได้หลายอุปกรณ์ และ หลายประเภท และรับส่งข้อมูลได้จำนวนมหาศาล เพื่อทำให้เกิดโครงข่ายเมืองอัจฉริยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นเรื่องของการจัดสรรคลื่นความถี่ให้พอเพียงกับความต้องการใช้ 5จี นั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยความเร็วในการรับส่งข้อมูลเบื้องต้นในยุค 5จี จะมีความเร็วในการส่งข้อมูลสูงกว่า 4จี อย่างน้อย 10 เท่า &amp;nbsp;หรือ เรียกว่า เป็นการรับส่งข้อมูลด้วยความเร็วที่ระดับ กิกะบิตเพอร์เชค(Gbps) &amp;nbsp;ซึ่งก็จะรับส่งข้อมูลจำนวนสูงขนาดนี้ จำเป็นต้องใช้คลื่นความถี่จำนวนมากขึ้นตามไปด้วย เพื่อรองรับคุณสมบัติดังกล่าว &amp;nbsp;อย่างน้อยที่สุดคลื่นที่จะนำมาใช้ได้ ก็จะต้องช่วงความกว้างของคลื่นความถี่ จะต้องไม่ต่ำกว่า 50-100 MHz &amp;nbsp;จึงบอกได้เลยว่าจำนวนคลื่นความถี่ที่ให้บริการในปัจจุบันจะมีไม่เพียงพออย่างแน่นอน และจำเป็นจะต้องสรรหาคลื่นใหม่มาจัดสรรเพิ่มเติม เพื่อรองรับการให้บริการบนเทคโนโลยี 5จี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงไม่แปลกใจเลยว่า เมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองด้านโทรคมนาคม ของกสทช. จึงมีมติเห็นชอบร่างหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การเรียกคืนคลื่นความถี่ที่ไม่ได้ ใช้ประโยชน์ หรือใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า หรือนำมาใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่ายิ่งขึ้น &amp;nbsp;ซึ่งเรื่องนี้จะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของกรรมการ (บอร์ด) กสทช.ในวันที่ 20 พ.ย.ที่จะถึงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าทำไมต้องเรียกคืนคลื่น ก็อย่างที่ทราบว่า เทคโนโลยี 5จีจะต้องใช้คลื่นจำนวนมหาศาล ซึ่งในขณะนี้ก็ยังไม่แน่ชัดว่า ตัว 5จี จะใช้ช่วงคลื่นชุดใด เป็นตัวขับเคลื่อน มีเพียงความเห็นของ ของนายเสน่ห์ สายวงศ์ ผู้อำนวยการ สำนักบริหารคลื่นความถี่ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานด้านเทคนิค 5จี ที่ระบุว่า หลังจากคุยกับผู้ผลิตเทคโนโลยีหลายๆเจ้า ก็มีความคิดว่าจะใช้คลื่นความถี่ C-Band ในช่วงย่านความถี่ 3500 เมกะเฮิรตซ์ ที่จำนวนความจุ (แบนด์วิธ) 100 เมกะเฮิรตซ์ และคลื่นความถี่ 24 กิกะเฮิรตซ์ ที่จำนวนความจุ 1 กิกะเฮิรตซ์ มาเริ่มต้นทำการทดลองใช้งานเทคโนโลยีบนระบบ 5จี &amp;nbsp;แต่สุดท้ายก็ยังไม่มีข้อสรุปว่า จะเลือกใช้คลื่นนี้อย่างเป็นทางการหรือๆไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในแง่โรดแมปการทำงาน กสทช. จำเป็นต้องต้องกำหนดแผนจัดสรรคลื่นความถี่ อย่างนี้ 3-5ปี &amp;nbsp;เพื่อให้ภาคธุรกิจเอกชน ที่สนใจในตัวเทคโนโลยีดังกล่าว สามารถเตรียมความพร้อมทางการลงทุนและทำแผนธุรกิจ แน่นอนหากไม่ประกาศให้ชัดคนทำธุรกิจก็ลำบาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การลงทุน 5 จี นั้นมีมูลค่ามหาศาล และมีธุรกิจอื่นๆที่มาเกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก การมีแผนที่ชัดเจน ก็จะช่วยให้เกิดความมั่นใจว่าอนาคตจะมีคลื่นความถี่มารองรับนวัตกรรมใหม่ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดีแม้ว่าจะมีการเตรียมการและมีแผนที่จะทำ แต่สิ่งหนึ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ การประมูลคลื่นรอบใหม่ ในช่วงต้นปีหน้า ที่ยังมีคลื่น ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ จำนวนที่เหลืออยู่ 7 ใบอนุญาตๆละ 5 เมกะเฮิรตซ์จำนวน 35 เมกะเฮิรตซ์ &amp;nbsp;ที่ยังประมูลได้ไม่หมดและคลื่น ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ 3400 -3500 เมกะเฮิรตซ์ 26- 28 กิกะเฮิรตซ์ มาประมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเบื้องต้น กสทช.ได้ให้สัมภาษณ์ว่า สำหรับ คลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ 7 ใบที่เหลือ จะยึดตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการประมูลคลื่นความถี่เบื้องต้นเดิมที่ ตั้งราคาเริ่มต้นประมูลไว้ที่ &amp;nbsp;12,486 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงมาก หากรวมทั้ง 7 ใบอนุญาต จะต้องใช้วงเงินอย่างน้อย 87,402 ล้านบาท ซึ่งตอนนี้เอกชนก็น่าจะแบกต้นทุนค่าคลื่นกันเต็มกลืนแล้ว หากยังคงตั้งราคาแบบนี้ ก็ยากที่จะมีคนมาร่วมประมูล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญการประมูลคลื่นเหล่านี้มีความคาบเกี่ยวกับช่วงที่มีการเกิดเทคโนโลยี 5จี ซึ่งตามหลัก ภาคเอกชนจะต้องเป็นผู้ขับเคลื่อนการลงทุน &amp;nbsp;แต่จะทำอย่างไรเพราะการลงทุน 5จี นั้นต้องมีการลงทุนมากกว่า ระบบ 4จี เป็นเท่าตัว &amp;nbsp;อย่าง 4จี ใช้เสากระจายสัญญาณเพียง 2-5 ต้น &amp;nbsp;แต่สำหรับ 5จี ในพื้นที่เท่ากันจะต้องลงทุนเสา10-15 ต้น ถามว่า ในเวลานี้ 3 ผู้ประกอบการไทยมีเงินไหม ก็ต้องยอมรับในข้อเท็จจริงกันก่อนว่าทุกเจ้าก็แบกต้นทุนค่าใบอนุญาต กันทะลุแสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นหาก กสทช. ต้องการจะให้ 5จีเกิดจริงๆ การทบทวนหลักเกณฑ์ในการประมูลคลื่นความถี่รวมถึงมูลค่าคลื่นให้สอดคล้องกับความเป็นจริง นั้นเป็นสิ่งสำคัญ รวมถึงเกณฑ์การชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตที่จะมีการขยายเวลาออกไปให้มากขึ้น รวมถึงการประเมินมูลค่าคลื่นความถี่ให้สอดคล้องกับความเป็นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งแน่นอน เอกชน คงไม่สามารถแบกรับการค่าประมูลคลื่น ที่มหาศาลติดระดับโลกได้อีกแล้ว ทุกอย่างต้องสมเหตุสมผลและ ตอบโจทย์ธุรกิจจริงๆ เพราะภารกิจนี้ไม่ใช่ การหารายได้เข้ารัฐ เพียงอย่างเดียวแล้ว แต่จะต้องผลักดันเทคโนโลยีการสื่อสาร 5จีให้เกิดขึ้น เพื่อนำไปสู่การเกิดของสมาร์ทซิตี้ และ ไทยแลนด์ 4.0 หากยึดเอาแต่เงินประมูลเป็นตัวตั้ง บอกได้เลย เอกชน คงเซย์โน ไม่ต่างจากที่ตอนนี้ยังมี คลื่น 1800 MHz ค้างสต็อกประมูลไม่ออกอีกเพียบ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21964</URL_LINK>
                <HASHTAG>5G, 5จี, กสทช., คลื่นความถี่, จัดสรรคลื่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181114/image_big_5bebdd653406d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21084</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2018 16:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2018 14:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราคาประมูลคลื่นแพง ประชาชนได้ประโยชน์จริงเหรอ??</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สิ้นสุดกันไปแล้วสำหรับการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz ล็อตสุดท้ายที่เหลืออีก 10 MHz (2x5 MHz) ซึ่งตอนนี้ได้ผู้ชนะประมูล นั้นก็คือ บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด บริษัทย่อยในกลุ่มบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ซึ่งใช้เงินในการประมูลในครั้งนี้จำนวน 38,064 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ซึ่งการคว้าใบอนุญาตดังกล่าว ทำให้ &amp;quot;ดีแทค&amp;quot; จะเป็นอีกหนึ่งผู้ให้บริการมือถือที่มีบริการคลื่นความถี่ที่ครอบคลุมทั้งย่านคลื่นความถี่ต่ำ และย่านความถี่สูง (High-band spectrum) รวมกัน 110 MHz ทั้งคลื่น 900 MHz, 1800 MHz, 2100 MHz และคลื่น 2300 MHzของทีโอทีที่ดีแทคเป็นพันธมิตร ด้วยจำนวนคลื่นที่มากพอ ก็จะส่งผลดีในการสนองความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือที่เพิ่มขึ้น และสามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างสนุกมากยิ่งขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;แต่อย่างไรก็ดี แม้ว่าในปัจจุบันผู้ให้บริการมือถือแต่ละค่าย จะมีการถือครองจำนวนคลื่นที่สูสีกัน แต่ในส่วนเรื่องคุณภาพการให้บริการจะเป็นอย่างไรนั้น ก็ยังยากที่จะมีตอบได้ เพราะในเวลานี้ ผู้ให้บริการมือถือทุกเจ้าต่างก็ต้องเผชิญกับการแบกต้นทุนค่าใบอนุญาตกันจำนวนมหาศาล หากดูจากข้อมูลของ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่จัดประมูลคลื่นมาแล้ว 5 ครั้ง พบว่า สามารถหาเงินจากการประมูลคลื่นความถี่รวมกันกว่า 337,000 ล้านบาท ซึ่งเงินนี้ยังไม่นับรวมจากรายได้จากการให้บริการในช่วงมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการอีกกว่า 11,000 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ต้นทุนที่เกิดขึ้นมา จะกลายเป็นการผลักภาระมายังลูกค้า ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม &amp;nbsp;ที่เห็นได้ชัดคือมีผลกระทบเรื่องคุณภาพการให้บริการ แผนการลงทุนขยายโครงข่าย เพราะติดปัญหาเรื่องเงินทุนและสภาพคล่องที่ต้องไปลงกับค่าใบอนุญาตที่มีราคาแพง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;หลายท่านยังไม่รู้ว่า ราคาค่าใบอนุญาตคลื่นความถี่ของประเทศไทยนั้น มีราคาแพงติดอันดับต้นๆ ของโลก โดยเฉพาะในการประมูลคลื่น 900 MHz เมื่อปี พ.ศ. 2558 ที่แข่งกันอย่างรุนแรง จนทำให้ราคาขึ้นไปทำลายสถิติโลกที่ 151,952 ล้านบาท หรือเฉลี่ย เมกะเฮิร์ตละ 3,798 ล้านบาท ซึ่งราคาดังกล่าว ก็กลายมาเป็นบรรทัดฐานในการประมูลคลื่น 900 MHz งวดล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;แน่นอนในมุมการหารายได้ ก็ต้องยอมรับว่าเป็นผลงานของ &amp;#39;กสทช.&amp;#39; เต็มตัว แต่ในแง่ของการส่งเสริมภาพรวมอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและการช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนนั้น ก็ยังเป็นข้อสงสัยอยู่ว่าประสบความสำเร็จหรือไม่ ?? &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ซึ่งจริงๆแล้ว ค่าใบอนุญาตที่แพง นั้นมีผลการศึกษาที่ชัดเจนว่า ส่งผลต่อแผนการลงทุนและอัตราค่าบริการ ซึ่งเรื่องนี้ มีผลการศึกษาจาก NERA Economic Consulting ระบุไว้ว่า ราคาคลื่น 900 MHz ของไทย ถือเป็นราคาสูงกว่าราคาเฉลี่ยทั่วโลกถึง 6 เท่าตัว ขณะที่คลื่น 1800 MHz ก็มีราคาสูงกว่าราคาเฉลี่ยทั่วโลกถึง 3 เท่า ซึ่งต้นทุนดังกล่าวมีผลกระทบต่อคุณภาพของบริการแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การตั้งราคาคลื่นแพงเกินไปนั้นไม่เกิดประโยชน์ ต่อเศรษฐกิจโดยรวมเลยแม้ว่า ทางกสทช. ระบุว่า การประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ นั้นก่อให้เกิดเงินลงทุนถึง 700,000 ล้านบาท แต่สิ่งที่ต้องแลกก็คือ ค่าบริการที่สูงและ การเข้าถึงอินเทอรเน็ตได้น้อย ก็เท่ากับเป็นการเสียเปรียบสำหรับการแข่งขันของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ การตั้งราคาเริ่มต้นที่สูงเกินไป ก็จะกลายเป็นการสร้างดีมานด์เทียมที่หลอกตา และจะส่งผลให้เกิดปัญหาในระยะยาว ซึ่งในตอนนี้ก็เริ่มเห็นเค้าลางออกมาบ้างแล้ว โดยเฉพาะการปฏิเสธการเข้าร่วมประมูลของบรรดาโอเปอเรเตอร์ที่สู้ราคาเริ่มไม่ไหว อย่างในกรณีประมูลคลื่น 900 MHz ครั้งล่าสุด ก็มีการเลื่อนการประมูลไปมา เพราะไม่มีใครร่วมประมูล เนื่องจากเงื่อนไขและราคาที่สูงเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ดังนั้นถึงเวลาแล้วหรือยังที่ประเทศเราจะต้องมีการทบทวนการตั้งราคาคลื่นใหม่ โดยอิงที่สภาพตลาด และส่งเสริมการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่แท้จริง โดยเฉพาะในเรื่องของการใช้ 5จี ที่ กสทช. จะต้องผลักดันให้เกิดขึ้น เพื่อให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ของรัฐบาลที่ ต้องการจะนำไปประเทศไทย เข้าสู่ ยุคไทยแลนด์ 4.0 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ลองคิดดู หากตั้งราคาสูงแบบนี้อีก ก็กลายเป็นเรื่องยากที่จะมีผู้เข้าร่วมประมูล ยิ่งผู้ให้บริการรายใหม่ก็คงไม่มีทางเกิดในไทย ส่วนผู้ให้บริการเดิมตอนนี้ทุกรายก็แบกค่าใบอนุญาตกับอ่วมอรทัย และหาก 5จี ไม่เกิด ภายใน 10 ปี แผนที่วาดฝันไว้ ทั้งเรื่อง อีอีซี สมาร์ทซิตี้ ไทยแลนด์ 4.0 ก็คงได้แต่เพียงฝัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ถึงเวลานี้ กสทช. ก็ยากที่จะไปชวนให้ใครให้เข้าประมูล ซึ่งคงไม่ง่ายเหมือนครั้งที่ผ่านมา เพราะตอนนี้ผู้ให้บริการทุกราย ก็มีคลื่นเพียงพอต่อการให้บริการแล้วทั้งนั้น และ 5จี ยังต้องใช้เงินลงทุนโครงข่ายอีกจำนวนมหาศาล แต่ละรายยิ่งต้องคิดถึงภาระที่ยังจ่ายค่าคลื่นของเดิมยังไม่หมดยิ่งทำให้เกิดการลงทุนใหม่ได้ยาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21084</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., คลื่นความถี่, ดีแทค, ประมูลคลื่น, ราคาคลื่นความถี่แพง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181031/image_big_5bd9598a621fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
