<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57673</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2020 06:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2020 06:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตุฯประกาศฉบับ 1 เตือนคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ระวังคลื่นซัดฝั่ง 20-24 ก.พ.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ.63 - เมื่อเวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง &amp;quot;คลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 20-24 กุมภาพันธ์ 2563)&amp;quot; ฉบับที่ 1 ระบุว่า&amp;nbsp;ลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงอย่างต่อเนื่อง ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยยังคงมีกำลังแรง โดยบริเวณอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมามีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งของภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่&amp;nbsp;20-24 ก.พ. 63
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57673</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, คลื่นซัดฝั่ง, คลื่นลมแรง, คลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย, ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190104/image_big_5c2ecc1461c5b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52064</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2019 09:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2019 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใต้เผชิญคลื่นซัดลมแรง หาดเก้าเส้งหายเรียบลงทะเล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค.62- &amp;nbsp;สถานการณ์คลื่นลมแรงกัดเซาะชายหาดชุมชนบ้านเก้าเส้งที่เติมทรายเสร็จเรียบร้อยแล้ว140 เมตรจากชายฝั่ง หายลงทะเลไปเกือบหมดแล้ว ท่ามกลางความเสียดายของเด็กๆในชุมชนที่ลานกีฬาชายหาดเก้าเส้งหายไป &amp;nbsp;โดยคลื่นยังคงกระหน่ำเข้ามาจนถึงบริเวณที่จอดเรือบนชายฝั่งและโรงเก็บเครื่องมือประมง หากคลื่นลมแรงต่อไปอีกชุมชนบ้านเก้าเส้งจะต้องเผชิญกับน้ำทะเลคลื่นซัดขึ้นมาเข้าบ้านเรือนอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา มีการเปิดพื้นที่ชายหาดเก้าเส้งและชายหาดชลาทัศน์ จุดที่ 1 คืนพื้นที่ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เข้ามาใช้พื้นที่และเข้ามาสัมผัสชายหาดเก้าเส้งและชายหาดชลาทัศน์ในรูปแบบใหม่หลังเติมทรายชายหาดเสร็จสมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เด็กๆในชุมชนบ้านเก้าเส้งเริงร่าเปิดลานกีฬาชายหาดเก้าเส้งนำฟุตบอล วอลเลย์บอล มาเล่นกันบนชายหาดที่กว้างใหญ่ เป็นกลุ่มๆด้วยความสนุกสนาน ชายหาดที่เติมทรายยื่นออกมาในทะเล140 เมตรจากชายฝั่ง เรือประมงพื้นบ้าน 20 ลำลอยลำบริเวณชายฝั่งที่ทำเป็นเวิ้งอ่าวสำหรับจอดเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในวันนี้ชายหาดเก้าเส้งถูกคลื่นลมแรงพัดกระหน่ำกัดเซาะอยู่ตลอดเวลามาตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย. ที่ผ่านมา เนื่องจากภาคใต้เป็นช่วงฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือของทุกปีจะมีคลื่นลมแรงพัดเข้าหาฝั่งอยู่ตลอดเวลา ทำให้คลื่นลมแรงกัดเซาะชายหาดชุมชนบ้านเก้าเส้งที่เติมทรายเสร็จเรียบร้อยแล้ว140 เมตรจากชายฝั่ง หายลงทะเลไปเกือบหมดแล้ว ท่ามกลางความเสียดายของเด็กๆในชุมชนที่ลานกีฬาชายหาดเก้าเส้งหายไป ขณะนี้คลื่นยังคงกระหน่ำเข้ามาจนถึงบริเวณที่จอดเรือบนชายฝั่งและโรงเก็บเครื่องมือประมง หากคลื่นลมแรงต่อไปอีกชุมชนบ้านเก้าเส้งจะต้องเผชิญกับน้ำทะเลที่คลื่นซัดขึ้นมาเข้าบ้านเรือนอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งปากคลองสำโรงที่เคยเปิดให้เรือประมงเข้าออกไปทำการประมงถูกคลื่นลมแรงพัดเอาดินทรายมาปิดปากคลองอีกครั้ง ทำให้เรือไม่สามารถเข้าไปจอดในคลองสำโรงได้ ต้องนำเรือไปฝากจอดที่ชายหาดบ้านบ่ออิฐ ต.เกาะแต้ว อ.เมืองสงขลาแทน นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวต่างมีความเสียดายชายหาดเก้าเส้งที่หายไป ขณะนี้ชายหาดชุมชนบ้านเก้าเส้งกลับสู่สภาพเดิมที่จะต้องเผชิญกับคลื่นซัดน้ำทะเลขึ้นมาเข้าบ้านเรือนอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะเดียวกันศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกรายงานสภาพอากาศโดยระบุว่า &amp;nbsp;มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันเริ่มมีกำลังอ่อนลง ส่วนอ่าวไทยทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงมา มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52064</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลื่นซัดฝั่ง, จ.สงขลา, หาดเก้าเส้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191209/image_big_5dedaedd38b85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2019 13:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2019 13:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตุฯยัน &#039;พายุปาบึก&#039; เปลี่ยนทิศ คาดขึ้นฝั่งถล่มนครศรีธรรมราช ค่ำ 4 ม.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ม.ค.62 -&amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 12 เรื่อง &amp;quot;พายุ &amp;ldquo;ปาบึก&amp;rdquo; (PABUK)&amp;quot; ระบุว่า&amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (3 ม.ค. 62) พายุโซนร้อน &amp;ldquo;ปาบึก&amp;rdquo; (PABUK) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง โดยมีศูนย์กลางห่างประมาณ 550 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดนครศรีธรรมราช หรือที่ละติจูด 6.1 องศาเหนือ ลองจิจูด 104.5 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกอย่างช้า ๆ คาดว่าจะเคลื่อนลงอ่าวไทยในวันนี้ (3 มกราคม 2562) และจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช ในช่วงค่ำของวันที่ 4 มกราคม 2562 โดยจะมีผลกระทบต่อภาคใต้ในช่วงวันที่ 3-5 มกราคม 2562 ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง โดยมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ โดยมีผลกระทบดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันที่ 3 มกราคม 2562 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งกับมีลมแรง บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงวันที่ 4-5 มกราคม 2562 บริเวณภาคใต้จะมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง กับมีลมแรงบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 3-5 เมตร ส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากลมแรง และคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง&amp;nbsp;ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรงดการเดินเรือตั้งแต่วันที่ 3-5 มกราคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวัฒนา กันบัว ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาทางทะเล กล่าวว่า ตำแหน่งการเคลื่อนตัวของพายุปาบึกมีการเปลี่ยนแปลง จากเดิมคาดว่าจะเคลื่อนผ่านดอนสัก เกาะสมุย ผ่านสุราษฎ์ธานี รอยต่อชุมพร แต่ล่าสุดเคลื่อนตัวต่ำลง ทำให้สมุยได้รับผลกระทบน้อยลง โดยศูนย์กลางจะเคลื่อนเข้าจังหวัดนครศรีธรรมราช สอดคล้องกับแบบจำลองพยากรณ์ของญี่ปุ่น ส่วนฝนที่ตกช่วงเช้านี้ทางภาคใต้เป็นอิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ อิทธิพลของพายุยังไม่เข้ามา โดยจะเคลื่อนสู่อ่าวไทยช่วง-บ่ายถึงค่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โดยเฉพาะที่อำเภอหัวไทร จะมีฝนตกหนักตั้งแต่เช้ามืดวันที่ 4 มกราคม มีฝนตกรุนแรงตั้งแต่ 37-150 มิลลิเมตร ความเร็วลม 65&amp;nbsp;กม.ต่อชม.พัดต่อเนื่อง 6 ชั่วโมง และอาจจะเกิดสตอร์มเซิร์จ&amp;nbsp;สาเหตุที่ทำให้พายุเปลี่ยนทิศทาง เนื่องจากมีมวลอากาศเย็นลงมา เกิดจากความแปรปรวนของความกดอากาศ&amp;quot;นายวัฒนา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25664</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, คลื่นซัดฝั่ง, คลื่นลมแรง, ฝนตกหนัก, พายุปาบึก, พายุโซนร้อน, พายุโซนร้อนปาบึก, อ่าวไทยมีคลื่นสูง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190103/image_big_5c2d9632ce65a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
