<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87838</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝนถล่มอีกระลอก ปัตตานีระทมหนัก น้ำนองสูง2เมตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้รับมือฝนหนักระลอกใหม่ 24-26 ธ.ค. ชุมพร สุราษฎร์ฯ นครศรีธรรมราช พัทลุงและสงขลาเผชิญวิกฤติ ปัตตานีก็ยังอ่วม บางหมู่บ้านน้ำท่วมสูง 2 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่อง &amp;quot;ฝนตกหนักถึงหนักมากและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 24-26 ธ.ค.2563)&amp;quot; ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2563 ความว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง คาดว่าจะเคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณอ่าวไทยและภาคใต้ ในวันพรุ่งนี้ (24 ธ.ค.63) ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยในบริเวณดังกล่าว โดยเฉพาะบริเวณที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่างๆ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่ที่คาดว่าได้รับผลกระทบมีดังนี้ วันที่ 24 ธันวาคม 2563 ฝนตกหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา ฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง และพังงา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 25 ธันวาคม 2563 ฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง และพังงา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2563 ฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง และพังงา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 26 ธันวาคม 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จังหวัดปัตตานียังคงมีฝนตกในหลายพื้นที่ อีกทั้งมวลน้ำตอนบนจังหวัดยะลายังคงไหลบ่าลงสู่แม่น้ำปัตตานีอย่างต่อเนื่องและมีน้ำไหลเชี่ยว ทำให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะหมู่ 8 ต.บาราเฮาะ อ.เมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำ น้ำได้เข้าท่วมเป็นบริเวณวงกว้าง ถนนเข้าออกหมู่บ้านจมอยู่ใต้น้ำ สูงถึง 2 เมตร ส่งผลให้ชาวบ้านหลายร้อยครัวเรือนได้รับผลกระทบและความเป็นอยู่เป็นไปอย่างลำบากมาก ต้องใช้เรือเป็นยานพาหนะเข้าออก อีกทั้งบางหลังน้ำได้ทะลักเข้าท่วมภายในบ้าน ไม่สามารถอาศัยได้ ทำให้ต้องอพยพย้ายไปอยู่บ้านญาติพี่น้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ น้ำยังได้ท่วมโรงเรียนบ้านปากาลิมาปุโระ ม.8 ต.บาราเฮาะ ระดับสูง 1 เมตร โรงเรียนต้องแจ้งปิดเรียนจนกว่าระดับน้ำจะคลี่คลายลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานว่า จนถึงขณะนี้มีน้ำท่วม ดินสไลด์และวาตภัยใน 3 จังหวัด ได้แก่ นราธิวาส ปัตตานี และยะลา รวม 28 อำเภอ 160 ตำบล 787 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 41,223 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 3 ราย (ยะลา 1 ราย นราธิวาส 2 ราย).&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87838</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, คลื่นลมแรง, น้ำท่วมสูง, ฝนตกหนัก, ภาคใต้, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201223/image_big_5fe33e444586c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85710</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2020 12:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2020 12:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯเตือนรัวๆภาคใต้ระวัง&#039;น้ำป่า-ฝนถล่ม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ธ.ค.2563 - น.ส.กรรวี สิทธิชีวภาค รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา รักษาราชการแทน อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา
ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาเรื่อง &amp;quot;ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 4 ธ.ค. 2563)&amp;quot; &amp;nbsp;ฉบับที่ 13 ลงวันที่ 02 ธันวาคม 2563 ระบุว่า มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย และจะเคลื่อนตัวทางตะวันตกเข้าสู่ทะเลอันดามันต่อไป (วันที่ 3 ธ.ค. 63) ทำให้บริเวณภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยในบริเวณดังกล่าวโดยเฉพาะบริเวณที่ลาดเชิงเขา &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และพื้นที่ลุ่มต่าง ๆ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก มีดังนี้ ในช่วงวันที่ 2 ธันวาคม 2563 มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ภาคใต้: จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันที่ 3 ธันวาคม 2563 มีฝนตกหนักบางแห่ง ภาคใต้: จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง และชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณ อ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 4 ธ.ค. 63 จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85710</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลื่นลมแรง, น.ส.กรรวี สิทธิชีวภาค, ฝนตกหนัก, ภาคใต้, รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา, อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201202/image_big_5fc6dbaacca43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85674</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2020 07:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2020 07:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯประกาศเตือน&#039;2-4ธ.ค.&#039;ภาคใต้เตรียมรับฝนกระหน่ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ธ.ค.2563 &amp;ndash; น.ส.กรรวี สิทธิชีวภาค รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา รักษาราชการแทน อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง &amp;quot;ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 4 ธ.ค. 2563)&amp;quot; &amp;nbsp;ฉบับที่ 12 ลงวันที่ 02 ธันวาคม 2563 ระบุว่า มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย และจะเคลื่อนตัวทางตะวันตกเข้าสู่ทะเลอันดามันต่อไป (วันที่ 3 ธ.ค. 63) ทำให้บริเวณภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยในบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากไว้ด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก มีดังนี้ ในช่วงวันที่ 2 ธันวาคม 2563 มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ภาคใต้: จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันที่ 3 ธันวาคม 2563 มีฝนตกหนักบางแห่ง ภาคใต้: จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง และชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 4 ธ.ค. 63 จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85674</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลื่นลมแรง, น.ส.กรรวี สิทธิชีวภาค, ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา, ฝนตกหนัก, ภาคใต้, รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201202/image_big_5fc6dbaacca43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74017</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2020 19:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2020 19:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทะเลขนอมคลื่นลมแรงซัดเรือหางยาวล่ม นักท่องเที่ยวเสียชีวิต 1 สูญหายอีก 1</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค.63 - นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ขณะนี้ทุกฝ่ายยังคงระดมกำลังเข้าให้การค้นหาและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว และนายท้ายเรือ จากเหตุการณ์เรือหางยาวนำนักท่องเที่ยวล่มในพื้นที่บ้านแหลมประทับ ตำบลท้องเนียน อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น.ที่ผ่านมา โดยความคืบหน้าล่าสุด สามารถเข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวได้แล้ว จำนวน 6 ราย พบผู้เสียชีวิต 1 รายและยังคงค้นหาผู้สูญหายอีก 1 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศิริพัฒ กล่าวว่า เรือที่เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว เป็นเรือหางยาวที่นำนักท่องเที่ยวชมอ่าวท้องเนียน อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ได้เกิดพายุลมแรงและฝนตกหนักฉับพลัน ส่งผลให้เรือที่นำนักท่องเที่ยวจำนวน 7 คน พร้อมเจ้าของเรือล่มดังกล่าว โดยขณะนี้ได้มอบหมายให้นายอำเภอขนอมบัญชาการเหตุการณ์พร้อมระดมสรรพกำลังทุกภาคส่วนเพื่อเร่งค้นหา ส่วนการช่วยเหลือดูแลผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตทางจังหวัดจะได้เร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74017</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลื่นลมแรง, จังหวัดนครศรีธรรมราช, ทะเลขนอม, เรือหางยาวล่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200810/image_big_5f31362294229.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58657</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2020 16:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2020 16:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ่าวไทยคลั่งซัดเรือประมงหวิดล่ม ลูกชายพลัดตกทะเล-พ่อกระโดดลงช่วยจมน้ำดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มี.ค.63 -&amp;nbsp;นายธีระพงศ์ ช่วยชู นายอำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีเหตุเรือประมงพื้นบ้านขนาดเล็กชื่อ &amp;quot;น้องตูม&amp;quot;&amp;nbsp;เกิดประสบเหตุถูกคลื่นลมแรงกลางทะเลอ่าวไทยซัดจนเรือโคลงเคลง ทำให้ลูกชายซึ่งมีอาการเป็นลมชักพลัดตกทะเลหายไป ทำให้ผู้เป็นพ่อกระโดดลงไปช่วยแต่กลับจมน้ำหายไปทั้งคู่ เหตุเกิดขึ้นที่บริเวณอ่าวท่าคว่ำ หมู่ 1 ต.ขนอม อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังรับแจ้ง นายธีระพงศ์ได้สั่งการให้ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำรวจน้ำและเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพกู้ภัยมูลนิธิและเทศบาลต่างๆในพื้นที่ อ.ขนอม ระดมนำเรือออกไปช่วยเหลือค้นหาร่างชาวประมง 2 พ่อลูกทันที ท่ามกลางกระแสคลื่นลมแรงตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้ช่วยกันค้นหาร่างชาวประมงที่จมทะเลหายไปอยู่นานประมาณเกือบ 30 นาทีก็สามารถพบร่างผู้เป็นพ่อมาได้ จึงรีบนำขึ้นฝั่งแล้วส่งต่อโรงพยาบาลขนอม และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา เนื่องจากได้จมน้ำเป็นเวลานาน สอบสวนทราบชื่อนายประเสริฐ อักษรคง อายุ 60 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่จนท.กู้ชีพกู้ภัยทุกฝ่ายยังคงงมหาร่างลูกชายนายประเสริฐ ชื่อนายธำรงศักดิ์ อักษรคง อายุ 28 ปี ที่จมทะเลหายไป ยังไม่พบร่างแต่อย่างใด เนื่องจากมีคลื่นลมแรงตลอดเวลาทำให้มีอุปสรรค&amp;nbsp;แต่เจ้าหน้าที่ทุกคนยังไม่ลดละความพยายามในการค้นหาร่างแต่อย่างใด คาดว่าจะพบร่างในเร็วๆนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58657</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลื่นลมแรง, จังหวัดนครศรีธรรมราช, ตำรวจน้ำ, อำเภอขนอม, เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200302/image_big_5e5ccd51ace38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2020 19:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2020 19:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทะเลคลั่ง! คลื่นสูงซัดถล่มถนนเลียบชายหาดสงขลาเสียหาย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ.63 - กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง &amp;quot;คลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563)&amp;quot; ฉบับที่ 4 ระบุว่า ลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงอย่างต่อเนื่อง ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมามีคลื่นสูง 2-3 เมตร และอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราช ลงไปมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งของภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 23-24 ก.พ. 63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่จังหวัดสงขลา คลื่นทะเลอ่าวไทยสูง 2-4 เมตรพัดถล่มถนนเลียบชายทะเล สข.2004 สงขลา-นาทับ ของกรมทางหลวงชนบท ตำบลเกาะแต้ว อำเภอเมืองสงขลา จนได้รับความเสียหายอย่างหนัก หลังถูกคลื่นลมแรงพัดกระหน่ำอย่างต่อเนื่องขึ้นมาบนถนน ส่งผลให้การสัญจรบนถนนเส้นนี้เป็นไปด้วยความยากลำบากเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่เป็นพิเศษ และควรหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางสายนี้ เนื่องจากน้ำเค็มจากทะเลโดนคลื่นซัดข้ามเขื่อนขึ้นมาบนถนนถูกรถยนต์ทำให้รถเป็นสนิมได้ จะต้องเสียเวลาล้างรถเพื่อล้างน้ำเค็มออกทุกวัน หากใช้เส้นทางนี้ในช่วงคลื่นลมแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันถนนเลียบชายทะเล สข.2004 สงขลา-นาทับ อีกจุดหนึ่งที่ไม่มีเขื่อนหินกันคลื่นแบบถาวร แต่มีเขื่อนหินชั่วคราวก็ถูกคลื่นพัดถล่มอย่างหนักอยู่ตลอดเวลาเช่นเดียวกัน โดยถนนได้รับความเสียหายไปแล้ว 1 เลน ระยะทางกว่า 100 เมตร ขณะนี้คลื่นยังคงมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่องรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่จำเป็นต้องใช้ถนนเส้นทางนี้จะต้องเจอกับน้ำทะเลที่ซัดขึ้นมาบนถนนตลอดเวลาจะหลบไปทางไหนก็ไม่ได้เพราะถนนวิ่งได้เพียงเลนเดียวและจะต้องเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่เป็นพิเศษอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57966</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลื่นลมแรง, คลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย, จังหวัดสงขลา, ทะเลมีคลื่นสูง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200223/image_big_5e52681b4c8df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57688</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2020 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2020 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลื่นซัดเรือล่มชาวประมงวัย 33 ปี เสียชีวิตหลังออกทะเลแล้วหายตัว ส่วนเรือยังหาไม่เจอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ.63 -&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.คลองขนาน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ร่วมกับทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ อบต.คลองขนาน เข้าตรวจสอบบริเวณท่าเรือแหลมหิน หลังรับแจ้งจากชาวบ้านว่าได้มีชาวประมงไปพบศพลอยน้ำอยู่ที่หน้าท่าเรือของ กฟผ. อ.เหนือคลอง ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นศพของนายวีรชาติ รักษากิจ อายุ 33 ปี&amp;nbsp; อยู่บ้านเลขที่ 85 ม.3 ต.ตลิ่งชัน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ที่ได้ออกไปตกปลาในทะเลระหว่างตำบลเกาะศรีบอยาและตำบลตลิ่งชัน ตั้งแต่เย็นวันที่ 17 กพ.แล้วหายตัวไปไม่กลับบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางญาติพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จึงลงเรือไปตรวจสอบห่างจากฝั่งประมาณ 2 กม. พบศพลอยน้ำอยู่ ในสภาพนอนหงาย สวมเสื้อยืดด้านนอกสีแดงด้านในสีดำ สวมกางเกงวอมสีดำ ซึ่งญาติยืนยันว่าเป็นศพของนายวีรชาติ แต่ไม่พบเรือ จึงได้กู้ขึ้นมาบนเรือแล้วนำศพเข้าฝั่ง ท่ามกลางชาวบ้านที่เดินทางมาจำนวนมาก จึงนำศพส่งพิสูจน์ที่ รพ.เหนือคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายได้ออกเดินทางตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 17 กพ.ที่ผ่านมาได้ออกไปตกปลา โดยใช้เรือพลีสซึ่งเป็นเรือขนาดเล็กในการเดินทางออกไป แล้วก็หายตัว จนเช้าญาติเริ่มออกค้นหาและระดมชาวบ้านเจ้าหน้าที่กู้ภัยค้นหานานตลอดวันที่ 18 กพ. และต่อเนื่องถึงช่วงวันที่ 19 แต่ไม่พบ จนกระทั่งมีชาวประมงไปพบและแจ้งให้ญาติทราบก่อนไปเก็บกู้ดังกล่าว ส่วนสาเหตุนั้นคาดว่ามาจากเรือล่มเนื่องจากคลื่นลมแรง โดยตลอดช่วงคืนวันที่ 17-18 ก.พ. ทะเลมีคลื่นลมแรงต่อเนื่อง อาจเป็นสาเหตุทำให้เรือของผู้ตายล่มและอยู่ห่างฝั่งหลายกิโลเมตร จนจมน้ำเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57688</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลื่นลมแรง, จังหวัดกระบี่, สภ.คลองขนาน, หน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200220/image_big_5e4dfa27165dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
