<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99295</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2021 18:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2021 18:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญาติหนุ่มคลั่งช็อกตาย ข้องใจตร.ทำเกินกว่าเหตุ ยันเอาเรื่องถึงที่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 เม.ย.64 -&amp;nbsp;ที่ศาลการเปรียญ วัดสี่ร้อย ตำบลบางจัก อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ญาติได้เดินทางไปรับศพ นายดลรวี แจ้งกระจ่าง หรือ ติ๊ป อายุ 30 ปี หนุ่มคลั่งที่เสียชีวิต&amp;nbsp;จากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนำมาตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่วัดสี่ร้อย ซึ่งจะทำการฌาปนกิจในวันที่&amp;nbsp;15 เม.ย. 64 โดยผลชันสูตรเบื้องต้นแพทย์ลงความเห็นว่า สาเหตุของการเสียชีวิตเพราะระบบหายใจและระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว&amp;nbsp;ส่วนผลชันสูตรอย่างละเอียดต้องรอผลอีก 45 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากทราบผลชันสูตรเบื้องต้น นางพรสม แจ้งกระจ่าง อายุ 57 ปี แม่ของนายติ๊ป&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ตนอยากขอความเป็นธรรมให้กับลูกชาย&amp;nbsp;เพราะทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการระงับเหตุเกินกว่าเหตุ&amp;nbsp;จนทำให้ลูกชายต้องเสียชีวิต โดยทางตนเองและครอบครัวจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด&amp;nbsp;ทั้งที่ตนเองแจ้งให้มาระงับเหตุลูกชายอาละวาด และลูกชายก็ไม่มีอาวุธ&amp;nbsp;เพียงแค่อยากให้นำตัวไปโรงพักเพื่อสงบสติอารมณ์ แต่ทำไมทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมาทำถึงขนาดนี้&amp;nbsp;ถ้าเป็นลูกหลานของเจ้าหน้าที่บ้างจะรู้สึกอย่างไร&amp;nbsp;และที่เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ข่าวว่าทำตามทฤษฎีของต่างประเทศ ตนอยากจะถามว่าในต่างประเทศที่มีข่าวตำรวจเข้าระงับเหตุจนหัวใจวายตายก็เยอะ&amp;nbsp;ซึ่งลูกชายของตนเองมีบาดแผลฟกช้ำทั้งร่างกายตั้งแต่เกิดเรื่องตนเองยังไม่เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาพูดคุยและบอกว่าจะนำภาพจากกล้องของตำรวจไปให้ทางผู้กำกับดูก็ยังไม่นำไปให้ดู หากไม่ได้รับความเป็นธรรม&amp;nbsp;ตนและครอบครัวก็จะนำเรื่องเข้าไปร้องเรียนในกรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นางสาวภัคนิจ แจ้งกระจ่าง อายุ 30 ปี&amp;nbsp;ภรรยานายติ๊ป&amp;nbsp;เปิดเผยว่า ตนยังรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;แค่ช่วงเวลาไม่นานเพียง 5-10 นาที พอมารู้อีกทีสามีหยุดหายใจแล้ว ในตอนแรกสามีตนเองก็ยอมให้ควบคุมตัว&amp;nbsp;แต่พอมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาเสริม ไปกดและขึ้นไปนั่งทับอีกก็เกิดชุลมุนสู้กันขึ้นมาอีก&amp;nbsp;ต่อจากนั้นตนก็ไม่เห็นเหตุการณ์เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตนเองไปทำการค้นรถยนต์และบอกให้ตามไปที่โรงพยาบาล&amp;nbsp;มารู้อีกทีสามีของตนเองหยุดหายใจต้องปั๊มหัวใจแล้ว&amp;nbsp;หลังจากสามีเสียชีวิต ตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร&amp;nbsp;เพราะสามีเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงทำมาหากินเลี้ยงครอบครัว โดยเป็นพ่อครัวของร้านข้าวต้ม&amp;nbsp;และยังมีลูกสาวอีก 2 คนยังเล็ก&amp;nbsp;คนโตอายุ 7 ขวบ และคนเล็กอายุ 2 ขวบเศษ ตนเองอยากได้คำอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นที่ทำให้สามีต้องเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอ่างทอง&amp;nbsp;ได้รับแจ้งเหตุมีชายคลุ้มคลั่งอาละวาดอยู่ที่บริเวณบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านเปี่ยมสุข 2&amp;nbsp;ตำบลบ้านแห อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง&amp;nbsp;หลังได้รับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัย จังหวัดอ่างทอง&amp;nbsp;เข้าไปตรวจสอบพบชายวัยรุ่นไม่สวมเสื้อ&amp;nbsp;นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ กำลังคลุ้มคลั่งอาละวาดอยู่ในบ้านของเพื่อนบ้าน จึงได้ทำการเจรจาและช่วยกันควบตัวไว้ เพื่อให้อาการสงบและเย็นลง ทราบชื่อต่อมาว่า นายดลรวี&amp;nbsp;แจ้งกระจ่าง อายุ 30 ปี หรือ ติ๊ป จากการสอบถามเบื้องต้น ทราบว่ามีปัญหาทำร้ายกันภายในครอบครัว และได้คลุ้มคลั่งออกมาอาละวาดในบ้านเพื่อนบ้านก่อนจะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาระงับเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังเข้าทำการเข้าควบคุมตัว พร้อมนำใส่กุญแจมือ เพื่อนำตัวส่งสภ.เมืองอ่างทอง แต่ขณะที่จะนำตัวขึ้นรถยนต์ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกชุดเข้ามาสมทบ นายติ๊ปได้โวยวายและดิ้นอีกครั้ง&amp;nbsp;จะทำการสลัดกุญแจมือออก เจ้าหน้าที่หน้าที่ตำรวจและกู้ภัยจึงได้ช่วยกันจับชุลมุน&amp;nbsp;ส่วนนายติ๊ปพยายามดิ้นรนขัดขืนโวยวายตลอดเวลา&amp;nbsp;โดยใช้เวลานานกว่า 20 นาทีจึงควบคุมคุมตัวได้ พร้อมใช้ผ้าดิบนำมาฉีกทำการมัดมือและเท้า พร้อมนำตัวขึ้นท้ายรถยนต์&amp;nbsp;เพื่อนำตัวส่ง สภ.เมืองอ่างทอง นายติ๊ปดิ้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนสงบแน่นิ่งไม่มีสติและหยุดหายใจ เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลอ่างทองเพื่อให้ทางแพทย์ พยาบาลทำการรักษาและตรวจอาการให้การช่วยเหลือฟื้นคืนชีพ ก่อนที่จะเสียชีวิตลงในตอนเช้ามืดของวันรุ่งขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99295</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลุ้มคลั่ง, จังหวัดอ่างทอง, สภ.เมืองอ่างทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210412/image_big_60742b6ccd182.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69675</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2020 11:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2020 11:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระทึก! หนุ่มเมายาคลุ้มคลั่งขโมยปืนก่อเหตุรัวยิงหลบหนีสระบุรี-ปทุมธานี พ่อเกลี้ยกล่อมยอมมอบตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย.63 - พ.ต.อ.จักรกริศน์ โฉสูงเนิน ผกก.สภ.หนองเสือ ได้รับแจ้งจากประชาชนมีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าบริเวณหน้าวัดบึงบา ประตูฝั่งถนนบางขัน-หนองเสือ ต.บึงบา อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่รุดไปที่เกิดเหตุ เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบเพียงปลอกกระสุนปืน ตกอยู่จำนวน4ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนคนร้ายหลังก่อเหตุได้ขับรถยนต์หลบหนีไปทางถนนเลียบคลองสิบหนองเสือ-สระบุรี จึงได้ประสานทางวิทยุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่ จ.สระบุรี ช่วยสกัดจับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.หนองแค ได้รับแจ้งว่ามีชายคนร้ายใช้อาวุธปืนไล่ยิงเจ้าหน้าที่ประจำสถานีวิทยุกรมประชาสัมพันธ์ตำบลหนองโรง อ.หนองแค จ.สระบุรี เจ้าหน้าที่ไฟฟ้าเข้าเวรเฝ้าสถานีวิทยุกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต.หนองโรง อ.หนองแค จ.สระบุรี ได้ประสานรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ซึ่งคนร้ายมีอาวุธปืนที่ขโมยมาจากบ้านคนข้างบ้านมาก่อเหตุ มีกระสุนกว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;นัด ใช้ในการข่มขู่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และไล่ยิงโดยรอบพื้นที่ประมาณ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;นัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทราบชื่อต่อมาว่าชื่อ นายสมภพ แพรสีเขียว หรือ นิดซาไก อายุ&amp;nbsp;36&amp;nbsp;ปี ชาว ต.หนองโรง ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนขนาด&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มม. ไล่ยิงเจ้าหน้าที่ช่างไฟฟ้าประจำสถานีวิทยุ พร้อมขโมยรถยนต์ ยี่ห้ออีซูซุ สีแดง หลบหนีไปก่อเหตุยิงที่วัดบึงบา จากนั้นคนร้ายได้ย้อนมาที่สถานีเพื่อจะก่อเหตุซ้ำ เจอเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขับรถที่ขโมยมาวิ่งตรงไป แต่ติดทางตัน คนร้ายจึงวิ่งหนีข้ามรั้วเข้า อบต.หนองโรง เข้าไปในพงหญ้าเจ้าหน้าที่ได้ประสานงานหน่วยไล่ล่า กว่า&amp;nbsp;50&amp;nbsp;นาย ปิดล้อมกดดันคนร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา&amp;nbsp;01.45&amp;nbsp;น. พลตำรวจโทอำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1&amp;nbsp;ลงพื้นที่ อ.หนองแคบริเวณวัดคลองห้า ม.9&amp;nbsp;ต.หนองโรง อ.หนองแค จ.สระบุรี เพื่อวางแผนการจับกุมไล่ล่าคนร้ายกระทั่งเวลา&amp;nbsp;02.00&amp;nbsp;น. ได้พ่อแม่และญาติเกลี้ยกล่อมคนร้ายซึ่งหนีไปอยู่บ้านญาติ เขต ต.นพรัตน์ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี เป็นเขตติดต่อ อ.หนองแค ให้เข้ามอบตัว โดยผู้เป็นแม่ได้พูดเกลี้ยกล่อมลูกชายให้เข้ามอบตัว แต่คนร้ายไม่ยอมมอบตัว จนผู้เป็นพ่อช่วยเจรจาจนคนร้ายยอมมอบตัวพร้อมอาวุธปืนขนาด&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มม. พร้อมพร้อมแม็กกาซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมภพ&amp;nbsp;ซึ่งยังอยู่ในอาการที่ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ เปิดเผยว่า ปืนที่ตนเองใช้ก่อเหตุเป็นปืนของตนเองก็หาซื้อมา และได้ขับรถยนต์ไปที่หน้าวัดบึงบา เพราะมีคนยิงตนเอง ตนจึงชักอาวุธปืนออกมายิง และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบโรงกระดูก ซึ่งตนเองเคยถูกจับในคดีชิงทรัพย์ และเสพยาเสพติด ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวขึ้นรถไปทำการสงบสติอารมณ์เพื่อรอการสอบสวนอย่างละเอียด ที่ สภ.หนองแค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1&amp;nbsp;เปิดเผยว่า ผู้ต้องหายังไม่สามารถให้การอะไรได้เพราะยังอยู่ในอาการเมาสารเสพติด เบื้องต้นคาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะใช้สารเสพติดเข้าไปและคิดว่าจะมีคนมาทำร้ายจึงก่อเหตุขึ้น จากการสอบถามญาติทราบว่าเมื่อเวลา&amp;nbsp;17.00&amp;nbsp;น. วันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ผู้ก่อเหตุได้มีอาการทางประสาทระแวงว่าจะมีคนมาทำร้ายและเผาสวน โดยคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนขนาด .45&amp;nbsp;มม.กระสุนเกือบ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;นัด ที่ทราบว่าเป็นของครูท่านหนึ่งที่เกษียณราชการ ไปก่อเหตุยิงคนแปลกหน้าที่คาดว่าเป็นคนที่จะมาทำร้าย ทั้งในเขตพื้นที่ จ.สระบุรี และ จ.ปทุมธานี ก่อนจะกลับมาที่บ้านพักแล้วคลุ้มคลั่งโวยวาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าปิดล้อมและเจรจาจนยอมจำนนโชคดีที่ไม่เกิดเหตุการนองเลือด สำหรับตัวผู้ต้องหายังอยู่ในสภาพมึนงง ที่คาดว่าเป็นผลมาจากการใช้ยาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไล่ล่าคนร้ายจนจับกุมตัวสำเร็จ ซึ่งไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาว่า มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพกพาอาวุธปืนไม่มีเหตุอันควร และยิงปืนในที่สาธารณะ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองแค เพื่อดำเนินคดีต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69675</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลุ้มคลั่ง, ปทุมธานี, รัวยิง, เมายา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200625/image_big_5ef421e23d529.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2018 11:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2018 11:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาวใหญ่ฝรั่งเศสคลั่งโดดตึก! โชคดีช่วยทัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ค. 61 - เมื่อเวลา 07:40 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเพชรบุรี ช่วยเหลือหญิงต่างชาติ ที่เกิดอาการคลุ้มคลั่งปีนขึ้นไปยืนอยู่บนแผงปลูกต้นไม้อย่างน่าหวาดเสียวเพื่อจะโดดลงมาจากดาดฟ้าชั้น 3 ของเกสเฮ้าส์ แห่งหนึ่ง ที่อยู่ใจกลางเมืองเพชรบุรี เลขที่ 33 ซอย บันไดอิฐ 2 ต.บ้านหม้อ อ.เมือง จ.เพชรบุรี ทราบชื่อต่อมาคือ นาง DJERAIBI MORAINE อายุ 61 ปี ชาวฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าบุกชาร์จตัวลงมาได้อย่างปลอดภัย และช่วยกันหามลงมาจากตัวอาคารนำขึ้นรถโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเพชรบุรีเพื่อส่งโรงพยาบาล ทั้งนี้ในช่วงที่เข้าควบคุมหญิงคนดังกล่าวได้ตะโกนพูดจาตลอดเวลาซึ่งเจ้าหน้าที่พยาบาลได้นำตัวไปตรวจดูอาการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบในห้องพักที่อยู่ชั้น 1 ของตัวอาคาร พบกระเป๋าและยารักษาโรคไทลอยด์ สอบถามเจ้าของเกสเฮ้าส์ทราบว่า หญิงคนดังกล่าวเข้ามาพักตั้งแต่สิ้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยเข้าพักเพียงลำพังไม่มีญาติหรือเพื่อนมาด้วย แต่ไม่มีอาการอะไรจนกระทั่งเช้าวันนี้ได้ปีนแผงปลูกต้นไม้ที่อยู่บนชั้นดาดฟ้าเพื่อจะกระโดดลงไป โดยมีอาการคลุ้มคลั่งควบคุมสติอารมณ์ไม่ได้ จึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาช่วยเหลือดังกล่าว ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างตรวจสอบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13630</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลุ้มคลั่ง, ตร.ช่วยทัน, สาวใหญ่ฝรั่งเศส, เพชรบุรี, โดดตึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180718/image_big_5b4ebdcc00943.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
