<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104853</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธปท.รับโควิดทำศก.โคม่า รอลุ้นฟื้นตัวปกติได้Q1/66</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; แบงก์ชาติรับเศรษฐกิจไทยโคม่า หลังเจอพิษโควิด-19 หลายระลอก ชี้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดทำกิจกรรมเศรษฐกิจสะดุด ลุ้นฟื้นตัวสู่ภาวะปกติได้ไตรมาส 1/2566 แจง มิ.ย.นี้ เตรียมปรับจีดีพีใหม่อีกรอบ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานสัมมนาออนไลน์ &amp;ldquo;โครงการประสานพลังเพื่อคู่ค้า เดินหน้าฟื้นฟูธุรกิจ&amp;rdquo; ว่า จากผลกระทบของความรุนแรงจากการระบาดของโควิด-19 ในระลอกที่ 3 รวมถึงการกระจายวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่ยังมีความไม่แน่นอน รวมถึงการระบาดที่เกิดขึ้นในหลายระลอก ประกอบกับมาตรการในการควบคุมการแพร่ระบาดของรัฐบาลที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต้องสะดุดเป็นช่วงๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค และการใช้จ่ายของประชาชน รวมถึงเอสเอ็มอีก็ได้รับผลกระทบด้วย ซึ่งรายใดที่สายป่านสั้น ก็ต้องหยุดดำเนินกิจการ หลายธุรกิจขาดสภาพคล่องจึงจำเป็นต้องให้การช่วยเหลือและเยียวยาอย่างเร่งด่วน จากปัจจัยดังกล่าวทำให้คาดว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยอาจจะต้องรอถึงไตรมาส 1/2566 กว่าจะกลับมาเป็นปกติในช่วงก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่ผ่านมาภาครัฐและ ธปท.ได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ผ่านมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) แต่ยังมีข้อจำกัดในการให้ความช่วยเหลือ ทำให้ความช่วยเหลือเดิมไม่เพียงพอ จึงมีการยกระดับการช่วยเหลือเพิ่มขึ้น ในการออกมาตรการสินเชื่อฟื้นฟู วงเงิน 2.5 แสนล้านบาท โดยปลดล็อกข้อจำกัดของซอฟต์โลนเดิม เพื่อให้ลูกหนี้เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น ขยายเวลาการชวยเหลือเพิ่มขึ้นให้สอดคล้องกับธุรกิจที่ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว ขยายวงเงินช่วยเหลือเพื่อให้เพียงพอในการฟื้นตัว และกำหนดอัตราดอกเบี้ยให้เหมาะสมและเอื้อต่อการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน และได้เพิ่มกลไกการค้ำประกันผ่านบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้าไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แม้จะมีการขยายเงื่อนไขการช่วยเหลือตามมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูให้ครอบคลุมแล้ว แต่สิ่งสำคัญกว่าคือการบริหารจัดการมาตรการ การให้ลูกหนี้เข้าถึงมาตรการมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมายอมรับว่ามีข้อจำกัดที่ทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีหลายรายไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ เพราะเอสเอ็มอีมีความเสี่ยงในช่วงที่เศรษฐกิจไม่แน่นอนสูง ขณะที่สถาบันการเงินประเมินความเสี่ยงของเอสเอ็มอีได้ยาก เนื่องจากขาดข้อมูลในการพิจารณา ขาดคนกลางในการชี้เป้าหมายว่าเอสเอ็มอีใดที่พอจะมีศักยภาพและจะกลับมาฟื้นตัวได้ เพื่อช่วยเหลือได้อย่างตรงจุดมากขึ้น&amp;rdquo; นายเศรษฐพุฒิกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มองไปข้างหน้าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังต้องใช้เวลา ทำให้ระหว่างนี้ต้องเร่งแก้ปัญหา โดยเฉพาะด้านสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไม่ให้ลุกลามมากไปกว่านี้ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 4 ส่วนต้องร่วมมือกัน คือ รัฐบาล สถาบันการเงิน ผู้ประกอบธุรกิจรายใหญ่ และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยยกระดับบทบาทของตัวเองในการช่วยเหลือให้เอสเอ็มอีเข้าถึงสภาพคล่องอย่างทันการ รัฐบาลและ ธปท.มีบทบาทในการลดความเสี่ยงภาพรวมของผู้ประกอบการเอสเอ็มดี ด้วยการเตรียมความพร้อมและเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการสินเชื่อฟื้นฟู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สถาบันการเงินมีบทบาทในการประสานและเชื่อมต่อข้อมูลกับผู้ประกอบธุรกิจรายใหญ่ ปรับแนวทางการประเมินความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อ ส่วนผู้ประกอบธุรกิจรายใหญ่ก็มีบทบาทสำคัญในการประสานความช่วยเหลือกับสถาบันการเงินและผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รวมทั้งสนับสนุนข้อมูลของคู่ค้าที่เดิมเข้าถึงยากให้กับสถาบันการเงิน เพื่อประกอบการประเมินสินเชื่อ ด้านผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเองก็ต้องปรับตัวเพื่อเตรียมพร้อมให้อยู่รอด และรับโอกาสในการสนับสนุนสภาพคล่อง ยกระดับการจัดการธุรกิจ เช่น การจัดการด้านการเงินและบัญชีให้ได้มาตรฐานสากล ดึงเทคโนโลยีเข้ามาใช้ให้มากขึ้น ซึ่งจะเป็นการช่วยบริหารจัดการต้นทุน กำไร และสต๊อกสินค้าได้ดีขึ้นด้วย รวมถึงเป็นการช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้ข้อมูลและฐานะทางการเงินของเอสเอ็มอี ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับสถาบันการเงินในการพิจารณาความเสี่ยงด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า การระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 3 ได้สร้างความรุนแรงและขยายวงกว้างในเวลาอันรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและเศรษฐกิจของประเทศมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา โดยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้ประเมินว่า การระบาดระลอกใหม่นี้จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศในช่วงไตรมาสที่ 2 และไตรมาสที่ 3/2564 ทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่คาดการณ์ จึงได้ปรับลดคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในปีนี้เหลือเพียง 0.5-2.0% ซึ่งได้รวมผลลัพธ์จากมาตรการของรัฐบาลที่ได้มีการประกาศออกมาแล้วด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.มีการทบทวนสถานการณ์ต่างๆ ที่มีผลกับเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 3 ที่มีความรุนแรง และอาจส่งผลให้การเปิดประเทศทำได้ล่าช้าออกไป โดยปัจจัยดังกล่าวอาจทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยจากเดิมที่คาดว่าจะกลับสู่ช่วงก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19 อยู่ที่ไตรมาส 2-3/2565 ล่าช้าออกไปเป็นไตรมาส 1/2566
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในเดือน มิ.ย.2564 ธปท. จะมีการปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจไทยใหม่อีกครั้ง โดยเฉพาะในปี 2565 ซึ่งจะต้องมีการพิจารณาในหลายปัจจัย ทั้งในแง่วัคซีนป้องกันโควิด-19 และการกระจายวัคซีน สถานการณ์การแพร่ระบาดที่มีการเปลี่ยนแปลงทุกวัน ดังนั้นจะต้องพิจารณาข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและมุมมองในอนาคตที่สุด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104853</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ควบคุมการแพร่ระบาด, ปรับจีดีพี, พิษโควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เศรษฐกิจไทย, แบงก์ชาติ, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b4f27645764.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62923</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2020 16:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2020 16:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โสมแดงจี้เพิ่มมาตรการสู้ไวรัส &#039;คิม&#039;วางใจนั่งประชุมไม่สวมมาสก์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ที่ประชุมพรรครัฐบาลเกาหลีเหนือเรียกร้องให้เพิ่มมาตรการที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นในการสกัดกั้นการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาที่ลุกลามไปทั่วโลก เผย &amp;quot;คิม จองอึน&amp;quot; นั่งประธานการประชุมไม่สวมหน้ากาก แต่ข่าวไม่ระบุว่าเกาหลีเหนือมีคนติดเชื้อแล้วหรือยัง ที่ประชุมยังตั้งน้องสาวคิมกลับมารับตำแหน่งสำคัญด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน 2563 อ้างรายงานข่าวของสำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) ของทางการเปียงยางในวันเดียวกันว่า ที่ประชุมกรมการเมืองของคณะกรรมการกลางพรรคแรงงานเกาหลีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาได้หารือเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านการจัดการโรคระบาดโควิด-19 ซึ่งมีผู้ติดเชื้อแล้วมากกว่า 1.7 ล้านคนทั่วโลก คร่าชีวิตคนอย่างน้อย 108,000 ราย และกลายเป็น &amp;quot;ภัยพิบัติครั้งยิ่งใหญ่ที่คุกคามมวลมนุษยชาติโดยไม่มีพรมแดนและทวีป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สภาพแวดล้อมเช่นนี้สามารถกลายเป็นเงื่อนไขที่สร้างอุปสรรคต่อการดิ้นรนต่อสู้และความก้าวหน้าของเรา&amp;quot; เคซีเอ็นเอกล่าว และว่า ทางการเกาหลีเหนือยังคงรักษาสถานการณ์ต่อต้านการระบาดที่มั่นคงมากอยู่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกาหลีเหนือรีบปิดพรมแดนทันทีและออกมาตรการควบคุมโรคอย่างเข้มงวดภายหลังจีนพบการแพร่ระบาดเมื่อเดือนมกราคม เจ้าหน้าที่รัฐบาลเกาหลีเหนือและสื่อของทางการยืนยันมาโดยตลอดว่าเกาหลีเหนือไม่มีผู้ติดเชื้อแม้แต่รายเดียว แต่เอเอฟพีกล่าวว่า รายงานเมื่อวันอาทิตย์ไม่ได้ย้ำถึงประเด็นนี้ แต่บอกว่า ในที่ประชุม เจ้าหน้าที่หลายคนเรียกร้องให้ตรวจสอบการแทรกซึมของไวรัสอย่างเข้มงวดและละเอียดถี่ถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมติร่วมของที่ประชุมรับรองการใช้มาตรการระดับประเทศที่ละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้นเพื่อปกป้องชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน ในการรับมือกับโรคติดต่อที่กำลังระบาดทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์โรดองซินมุนของทางการเผยแพร่ภาพถ่ายของที่ประชุมนี้ ซึ่งไม่มีเจ้าหน้าที่รายใดสวมหน้ากากอนามัยเลย รวมถึงคิม จองอึน ผู้นำสูงสุด โดยทั้งหมดนั่งติดกันรอบโต๊ะกลม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญกล่าวกันว่า เกาหลีเหนือมีความสุ่มเสี่ยงต่อโรคระบาดครั้งนี้เป็นพิเศษเนื่องจากระบบสาธารณสุขอ่อนแอ ชาวเกาหลีเหนือแปรพักตร์หลายคนกล่าวหารัฐบาลเปียงยางด้วยว่ากำลังปกปิดการแพร่ระบาดในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เกาหลีเหนือแยกโรคประชาชนนับหมื่นคนและชาวต่างชาติอีกหลายร้อยคน รวมถึงนักการทูต และดำเนินการฆ่าเชื้อโรค ข้อมูลจากองค์การสหประชาชาติเผยว่า เกาหลีเหนือตรวจเชื้อไวรัสแล้ว 709 รายนับถึงวันที่ 2 เมษายน ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติ 11 ราย และชาวเกาหลีเหนือ 698 ราย และปล่อยตัวผู้ที่ถูกกักกันโรคแล้วมากกว่า 24,800 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวของเคซีเอ็นเอวันเดียวกันกล่าวถึงการปรับตำแหน่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกรมการเมืองของคณะกรรมการกลางพรรคแรงงานด้วย โดยระบุว่าที่ประชุมแต่งตั้งคิม โยจอง น้องสาวที่ทรงอิทธิพลของคิม จองอึน กลับเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสมทบของกรมการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิเคราะห์หลายคนกล่าวว่า คิม โยจอง ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะที่ปรึกษาใกล้ชิดของพี่ชายเธอ ถูกถอดออกจากตำแหน่งนี้เมื่อปีที่แล้ว ภายหลังการประชุมสุดยอดระหว่างคิมกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กรุงฮานอยล้มเหลว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิม โยจอง เคยทำหน้าที่ผู้แทนของพี่ชายมาร่วมงานโอลิมปิกฤดูหนาวพย็องชัง 2018 ที่เกาหลีใต้ ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาความสัมพันธ์ที่คืบหน้าอย่างรวดเร็ว คิมได้ประชุมสุดยอดทั้งกับประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้ และกับทรัมป์ ซึ่งคิม โยจอง อยู่เคียงข้างพี่ชายในซัมมิตเหล่านี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนที่แล้วคิม โยจอง เริ่มสร้างความโดดเด่นทางการเมืองให้ตัวเธอเองด้วยแถลงการณ์วิจารณ์ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับเกาหลีเหนือ ซึ่งนักวิเคราะห์กล่าวกันว่า ขับเน้นบทบาทหลักของเธอในการเมืองระดับสูงของเกาหลีเหนือ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62923</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควบคุมการแพร่ระบาด, คิม จองอึน, คิม โยจอง, เกาหลีเหนือ, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9b427aa8b1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
