<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34848</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2019 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2019 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ส่งข้อมูลแจงศาลปกครอง ยันโรงพยาบาลเอกชนบางแห่งโขกค่ายาเกินจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค. 2562 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า เมื่อวันที่ 29 เม.ย.62 กรมการค้าภายใน ได้ส่งหนังสือชี้แจงไปให้ศาลปกครอง ภายหลังจากที่สมาคมโรงพยาบาลเอกชนได้ฟ้องร้องต่อศาลปกครอง ขอให้คุ้มครองชั่วคราวคำสั่งคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ที่มีรมว.พาณิชย์ เป็นประธาน และกกร.ได้มีมติให้นำยาและเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ เป็นสินค้าและบริการควบคุมประจำปี 62 และศาลได้แจ้งมายังกระทรวงพาณิชย์ให้ทำหนังสือชี้แจงภายใน 15 วัน โดยไม่ต้องไปชี้แจงต่อศาลด้วยตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หากมีข้อมูลใดเพิ่มเติม สามารถส่งไปให้ศาลได้อีกจนถึงวันที่ 1 พ.ค.นี้ โดยหลังจากนี้ ต้องรอให้ศาลพิจารณาและตัดสินก่อน ซึ่งไม่ว่าในที่สุดแล้ว ศาลจะตัดสินอย่างไร กระทรวงพาณิชย์พร้อมดำเนินการตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สมาคมโรงพยาบาลเอกชน ได้ฟ้องร้องต่อศาลปกครองขอให้คุ้มครองชั่วคราวคำสั่ง กกร. ที่นำยาและเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ เป็นสินค้าและบริการควบคุม โดยอ้างว่า ก่อนที่กกร.จะนำเข้าสู่บัญชีควบคุม สมาคมไม่ได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นใดๆ และคำสั่งดังกล่าวบังคับใช้เฉพาะกับโรงพยาบาลเอกชนเท่านั้น ไม่ได้รวมถึงโรงพยาบาลของรัฐด้วย จึงส่งผลเสียหายต่อโรงพยาบาลเอกชน และขอให้ศาลคุ้มครองคำสั่งชั่วคราว เพื่อให้การออกประกาศของกกร.หยุดการบังคับใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหนังสือชี้แจงดังกล่าว &amp;nbsp;เป็นการชี้แจงถึงสาเหตุที่กระทรวงพาณิชย์ต้องเสนอให้ กกร. และคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้เป็นสินค้าและบริการควบคุม เพราะได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากว่า โรงพยาบาลเอกชนบางแห่งคิดค่ายา และค่ารักษาพยาบาลสูงเกินจริง จนได้รับความเดือดร้อนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ยังชี้แจงอีกว่า ก่อนที่จะเสนอให้ กกร. และครม.อนุมัติให้เป็นสินค้าควบคุมนั้น กระทรวงได้หารือ และขอความเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว ทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข สมาคมโรงพยาบาลเอกชน สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัยไทย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและกำกับการประกอบธุรกิจประกันภัย มูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ประกาศของกกร.ไม่ได้บังคับใช้เฉพาะกับยา เวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลเอกชนเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงสถานพยาบาลทุกแห่ง ทั้งของรัฐ และเอกชนด้วย ไม่ได้เลือกปฏิบัติ และการขอข้อมูลราคาซื้อขาย ราคานำเข้ายา เวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์จากโรงพยาบาลเอกชน ก็เพื่อนำมาศึกษาโครงสร้างต้นทุนราคา เพื่อให้รู้ว่า โรงพยาบาลคิดราคาสูงเกินจริงอย่างที่ผู้บริโภคร้องเรียนหรือไม่ ก่อนที่จะหามาตรการกำกับดูแลต่อไป ซึ่งต้องเป็นมาตรการที่โปร่งใส เป็นธรรม แลทุกฝ่ายเห็นชอบ ยืนยันว่า จนถึงขณะนี้ กระทรวงยังไม่ได้ควบคุมราคาขาย และจะไม่มีมาตรการควบคุมราคาขายแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พร้อมกันนั้น กระทรวงได้ส่งข้อมูลราคาซื้อขาย และนำเข้า ที่ได้จากการสอบถามโรงพยาบาเอกชน ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และร้านขายยารายใหญ่ ไปให้ศาลด้วย ซึ่งจากราคาดังกล่าว กระทรวงได้วิเคราะห์แล้วพบว่า โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง คิดราคายาชนิดเดียวกันแตกต่างกันมาก โดยบางแห่งคิดราคาขายโดยบวกเพิ่มจากราคาต้นทุนไม่กี่เปอร์เซ็นต์ แต่บางแห่งบวกเพิ่มสูงถึง 200-300% เมื่อสอบถามโรงพยาบาลถึงสาเหตุที่คิดราคาสูงเกินจริง บางแห่งตอบไม่ได้ แต่บางแห่งบอกว่า จะนำรายได้ไปลงทุนเพิ่ม ซึ่งกระทรวงมองว่า ไม่ควรนำค่าใช้จ่ายอื่นๆ หรือค่าใช้จ่ายจากการลงทุนมาบวกเพิ่มในราคายา เพราะไม่เป็นธรรมกับประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34848</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าภายใน, ควบคุมราคาค่ารักษาพยาบาล, ราคายา, ศาลปกครอง, สมาคมโรงพยาบาลเอกชน, แจงข้อมูลศาลปกครอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190128/image_big_5c4e80bc8700f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26231</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2019 16:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2019 16:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ปรียนันท์&quot;ลุ้นครม.เห็นขอบควบคุมค่ารักษาพยาบาล แนะตั้งกก.กลางตรวจสอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
10ม.ค.62-นางปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา จากเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ กล่าวถึงการควบคุมราคายาและค่ารักษาพยาบาลว่า ถ้าทำสำเร็จจริง ถือว่าเป็นประโยชน์มาก อยากให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) ผ่านการพิจารณาเรื่องนี้ แต่ประเด็นคือ จะเป็นการผ่านในหลักการหรือไม่ เพราะในรายละเอียดมีปลีกย่อยอีกเยอะ เนื่องจากไม่ใช่ว่าจะควบคุมกันได้ง่ายๆการดำเนินการค่อนข้างยุ่งยาก อย่างใบเสร็จหนึ่งออกมา หากแพงจนเกินไปจะมีการดำเนินการอย่างไร ผู้บริโภค ผู้ป่วยจะไปร้องที่ไหน จะเป็นที่กระทรวงพาณิชย์เป็นผู้จัดการเบ็ดเสร็จ เรียกว่า เป็นวันสต๊อป เซอร์วิส หรือไม่ ซึ่งตนมองว่าควรมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเรื่องนี้โดยเฉพาะ ทำเป็นคณะกรรมการกลางขึ้นมาเลย ว่า หากโรงพยาบาลไหนคิดราคาเกิน ค่ารักษาแพงมาก ก็ต้องมีหน่วยงานรับเรื่องนี้เฉพาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กังวลเพียงว่าจะทำไม่ได้จริงมากกว่า เพราะมีคนต้านเยอะ โรงพยาบาลเอกชนก็ไม่ยอมง่ายๆอย่างแน่นอน ประเด็นคือ ทางเครือข่ายฯติดตามเรื่องนี้มาตลอด แต่กลับถูกให้อยู่นอกวง ไม่ได้ถูกเข้าไปอยู่ในวงด้วย การดำเนินการใดๆก็ไม่ทราบเรื่อง จึงไม่รู้ว่า การที่ออกมาลักษณะว่าจะควบคุมราคายา เวชภัณฑ์ ค่าบริการทางการแพทย์ จะได้จริงมากน้อยแค่ไหน หรือเพราะใกล้เลือกตั้ง ตนก็ไม่ทราบ&amp;rdquo; นางปรียนันท์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26231</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควบคุมราคาค่ารักษาพยาบาล, ปรียานันท์ ล้อเสริมวัฒนา, เครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190110/image_big_5c3716d548a47.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26229</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2019 16:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2019 16:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯรพ.เอกชนชี้รัฐบาลต้องคิดดีๆ ผลดีผลเสียควบคุมราคายา เท่ากับปิดกั้นเสรีภาพทำให้โครงสรัางใหญ่เสีย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
10 ม.ค.62- ทพ.อาคม ประดิษฐ์สุวรรณ ผอ.กองการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (9 ม.ค.) ได้มีการหารือร่วมกันระหว่างรพ.เอกชน เกี่ยวกับกรณีที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กำหนดให้ค่ายา และเวชภัณฑ์ รวมถึงค่ารักษาพยาบาล ในรพ.เอกชนเป็นสินค้าควบคุมว่า เรื่องนี้ยังต้องมีการหารือกับอีกรอบกับผู้ที่เกี่ยวข้อง แต่กรณีนี้จะมีผลให้ราคายาถูกควบคุม ราคายา ในร้ายขายยา จะต้องไม่เกินที่กำหนดข้างกล่องยา ขณะเดียวกันราคายาในโรงพยาบาล ต้องมีการพิจารณาตีความว่า ยาเป็นส่วนหนึ่งของการประกอบโรคศิลปะหรือไม่ เพราะถือว่าการสั่งจ่ายยาอยู่ในความรับผิดชอบของแพทย์ ไม่ใช่ผู้ป่วยเป็นผู้ซื้อหายามาใช้เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เอื้อชาติ กาญจนพิทักษ์ อดีตนายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน &amp;nbsp;กล่าวว่าประชาชนมีโรงพยาบาลตามสิทธิ์การรักษาอยู่แล้ว ซึ่งการที่เราต้องการไปรักษาพยาบาลใน รพ.ที่ไม่ใช่โรงพยาบาลตามสิทธิ์ ก่อนที่จะเข้ารักษาเราสามารถสอบถามราคาก่อนได้ หากพอใจก็รักษาไม่พอใจก็ไม่รักษาเป็นสิทธิที่ประชาชนคนไทยมี อีกประเด็นคือ หากเป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน &amp;nbsp;มีการประเมินว่าเข้าเกณฑ์ฉุกเฉินก็สามารถเข้ารักษาได้ฟรี หากไม่เข้าเกณฑ์และไม่ต้องการรักษาก็สามารถส่งต่อไปรักษาใน รพ.ตามสิทธิ์ได้ เมื่อเบื้องต้นเป็นเช่นนี้จึงสรุปได้ว่า ทุกคนไม่จำเป็นต้องไปเดือดร้อนกับราคาค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาล &amp;nbsp;เพราะไม่ได้เป็นการรักษาแบบบังคับแต่เป็นทางเลือกของประชาชนการที่รัฐ จะเข้ามาควบคุมราคายา และค่ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชน เท่ากับเป็นการปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของประชาชน ในการเลือกรับบริการ ถามว่าประชาชนอยากมีทางเลือกมากหรือไม่หรืออยากมีทางเลือกน้อยๆ การที่จะเดินเข้าในโรงพยาบาลเรารู้เกือบทันทีจากลักษณะการดูแลของ รพ. ว่าราคาจะสูงหรือไม่สูง อีกคำถามคือโรงพยาบาลเหลือเงินมากหรือไม่หลังจากเก็บค่ารักษา 18 โรงพยาบาลเอกชนในตลาดหลักทรัพย์ มีกำไรจากยอดขาย 100 บาท สูงสูด 14 บาท ต่ำสุด 8-9 บาท ไม่ได้มากมายมีการปันผลเพียง 2 % ที่เหลือนำไปพัฒนาโรงพยาบาลให้ดีขึ้น เพื่อให้ดูแลประชาชนที่มีประสิทธิภาพเรื่อยๆ ประเทศไทยจึงมีชื่อเสียงเพราะ รพ.เหล่านี้มีรายได้ในการพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เอื้อชาติ กล่าวอีกว่า &amp;nbsp; ปัจจุบันคนไทยรักษาภายในประเทศ ไม่ได้ไปรักษาในต่างประเทศเหมือนในอดีต เพราะเรามีการพัฒนา ซึ่งการพัฒนาได้ก็ต้องมีเงิน ไม่มีคุณภาพใดๆที่เกิดขึ้นโดยไม่ใช้เงิน ดังนั้นการไปจำกัดราคาเป็นอุปสรรคในการพัฒนา และผลสุดท้ายผลกระทบจะเกิดขึ้นกับทางเลือกของประชาชน ซึ่งขณะนี้มีผู้ป่วยนอกที่ไปใช้บริการในรพ.ที่ต้องจ่ายเงินเองโดยไม่ใช้สิทธิ์ ทั้งประกันสังคม สวัสดิการข้าราชการ และหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 250 ล้านครั้งต่อปี ซึ่งแน่นอนอาจต้องมีปัญหา อาจจะมีบอกว่าแพงบ้าง 2.5 ล้านครั้ง หรือต่ำกว่านี้ ดังนั้น เมื่อมีปัญหาเล็กน้อย อย่าไปทำให้โครงสร้างใหญ่เสีย การที่รัฐบาลจะออกกฎเกณฑ์อะไรก็ต้องคิดไตร่ตรองให้รอบคอบว่าสิ่งที่เป็นอยู่มันมีข้อดีมากกว่าข้อเสีย หรือข้อเสียมากกว่าข้อดีส่วนที่มีต่างชาติมาร้องเรียน ว่ามาใช้บริการรพ.เอกชนไทย และเก็บค่ารักษาพยาบาลแพงนั้น เรื่องนี้ต้องดูกันให้แน่ชัด ว่า สัดส่วนของคนที่ร้องเรียนมีกันกี่คน อย่าเอาคนส่วนน้อยมากสร้างผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา กรรมการแพทยสภา กล่าวว่า การควบคุมราคายา และเวชภัณฑ์ รวมถึงค่ารักษาพยาบาลในรพ.เอกชน มีทั้งข้อดีและเสีย ข้อดีคือราคาอาจถูกลง แต่ว่า ต่อไปอาจทำให้เป็นแพงเรื่องอื่นแทน โดยเห็นว่า สิ่งที่ควรควบคุม คือ เรื่องค่าธรรมเนียมแพทย์ และ อัตราราคายาก็ควรสมเหตุสมผล ตรงไปตรงมา โดยปัจจุบัน มีกลไปการควบคุมอยู่แล้ว เช่น ในระบบการประกันชีวิต หากมีการจ่ายยาเกินจำเป็น หรือ มีราคาแพงเกินไป ทางบริษัทประกันจะเข้ามาตรวจสอบ และกำหนดสถานพยาบาลว่า ควรใช้สถานพยาบาลไหนอยู่แล้ว อีกทั้งทุกรพ.มีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ไม่เหมือนกัน รพ.เอกชน ต้องสร้างอาคารเอง ค่าน้ำไฟ ต้องจ่ายเอง ขณะที่รพ.รัฐ มีงบประมาณ เข้ามาช่วยสนับสนุน ทั้งนี้ สิ่งที่อยากเตือนคือ หากมีการควบคุมมากจนเกินไป แม้จะลดลงในส่วนนี้ ก็อาจเป็นไปส่วนอื่นแทน ฉะนั้นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26229</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควบคุมราคาค่ารักษาพยาบาล, นพ.เอื้อชาติ กาญจนพิทักษ์, สบส., สมาคมรพ.เอกชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190110/image_big_5c370e0867acd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26158</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2019 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2019 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.สธ.ส่งซิก &quot;ก.พาณิชย์&quot;เท่านั้นชี้ขาดว่าจะควบคุมราคาค่ารักษาพยาบาลได้หรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ม.ค.62- ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)เปิดเผยว่า เรื่องค่ารักษาพยาบาลแพงนั้น ในภาครัฐเชื่อว่ามีการควบคุมที่ดีอยู่แล้ว โดยพื้นที่ไหนจะมีการตั้งคลินิกนอกเวลา &amp;nbsp;จะต้องทำประชาพิจารณ์ และได้รับความเห็นชอบจากประชาชนในพื้นที่ก่อนถึงจะทำได้ ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีคลินิกนอกเวลาเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้สามารถใช้สถานพยาบาลให้เกิดประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ส่วนโรงพยาบาลเอกชน ก็ต้องมีการหารือกันระหว่างกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) และกระทรวงพาณิชย์ ส่วนจะต้องกำหนดราคาหรือไม่นั้นต้องดูตามความเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าถึงข้อเรียกร้องให้กำหนดค่ารักษาพยาบาลให้เป็นสินค้าควบคุม ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า คิดว่าเรื่องนี้ต้องมีการคุยกัน แต่ไม่ใช่ลักษณะของการบังคับให้เอกชนต้องทำตาม เพราะค่ารักษาพยาบาลแต่ละแห่งมีหลายอย่างประกอบกัน ทั้ง ต้นทุนต่างกัน ค่าใช้จ่ายต่างกัน ค่ารักษาไม่ใช่อาหาร ไม่ใช่เนย แต่สิ่งที่จำเป็นต้องทำคือการประกาศค่าใช้จ่ายให้ประชาชนทราบเพื่อจะได้รู้งบประมาณ และเตรียมพร้อมด้านการเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามต่อว่าทราบว่าในวันนี้ทางกระทรวงพาณิชย์จะมีการประชุมเรื่องการกำหนดให้ค่ารักษาพยาบาลเป็นสินค้าที่ต้องควบคุม หากมีมติเห็นชอบตามนั้นจะมีผลต่อระบบสาธารณสุขอย่างไรบ้างศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล กล่าวว่ารอให้เขาอนุมัติก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ ผอ.สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ สบส.กล่าวว่า มีเรื่องร้องเรียนโรงพยาบาลเอกชนเข้ามาประมาณ 300 เรื่องต่อปี โดยเป็นเรื่องค่ารักษาพยาบาลแพงมีการร้องเรียนเข้ามามากที่สุด อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา สบส. พยายามแก้ไขราคายาไม่ให้เกินจริง อีกทั้งวันนี้ จะมีการประชุมเฉพาะกิจร่วมกับนายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน และผู้แทนโรงพยาบาลเอกชนจำนวนหนึ่งเพื่อหารือ และวิเคราะห์แนวทางที่เคยทำมาต่างๆ นั้นมีข้อดี ข้อเสียอย่างไร ตรงไหนที่ต้องมีการปรับปรุง เป็นต้น แต่ไม่ได้มีการหารือเรื่องการคุมค่ารักษาโดยตรง ส่วนนี้เป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ โดยคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.).&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26158</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงสาธารณสุข, ควบคุมราคาค่ารักษาพยาบาล, นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร, สบส., สมาคมโรงพยาบาลเอกชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181203/image_big_5c05402ecf920.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
