<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98713</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระบาดหนัก10เท่า! รอบใหม่พันธ์อังกฤษลามทั่วปท./ข้องใจไทม์ไลน์ศักดิ์สยาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; โควิดลามทั่วประเทศ ยอดพุ่ง 334 ราย โยงสถานบันเทิง 291 ราย &amp;quot;ศบค.&amp;quot; ยังไม่ปรับระดับสีพื้นที่ รอ &amp;quot;สธ.-มท.&amp;quot;&amp;nbsp; หารือ 1-2 วัน เปิดช่องผู้ว่าฯ สั่งคุมเข้มเองได้ &amp;quot;หมอยง&amp;quot; ชี้คลัสเตอร์ทองหล่อสายพันธุ์อังกฤษ แพร่กระจายเร็วถึง 1.7 เท่า &amp;quot;อธิบดีควบคุมโรค&amp;quot; ชงโมเดลสงกรานต์ปี 62 ข้ามจังหวัดเท่าที่จำเป็น หวั่นแพร่เชื้อเพิ่ม &amp;quot;ครม.&amp;quot; เงียบเหงา รมต.กลุ่มเสี่ยงลากักตัว &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เครียดห่วงสถานการณ์ ยันไม่ล็อกดาวน์ สั่งเตรียมตั้ง รพ.สนามในกรุงเทพฯ &amp;quot;ศักดิ์สยาม&amp;quot; ไม่รอดติดโควิดพร้อมลูกน้องอีก 3 ราย &amp;quot;มาดามเดียร์&amp;quot; จี้เปิดไทม์ไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 7 เม.ย. พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 334 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 327 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 174 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 153 ราย นอกจากนี้เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 7 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 29,905 ราย หายป่วยสะสม 28,096 ราย อยู่ระหว่างรักษา 1,741 ราย ซึ่งตัวเลขดังกล่าวยังไม่นับรวมกรณีของนายอภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข หรือแสตมป์ ศิลปิน และบุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลราชวิถี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อวันนี้เป็นในส่วน กทม. 216 ราย ในจำนวนนี้มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 83 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 133 ราย นอกจากนี้ยังมีการสรุปผู้ติดเชื้อที่เชื่อมโยงกับคลัสเตอร์สถานบันเทิง กทม.และปริมณฑล ตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค.-6 เม.ย. รวมทั้งสิ้น 291 ราย แบ่งเป็น กทม. 200 ราย, ชลบุรี 23 ราย, สมุทรปราการ 18 ราย, สุพรรณบุรี 14 ราย, นนทบุรี 13 ราย, นครปฐม 7 ราย, ปทุมธานี 5 ราย, เชียงใหม่ ชุมพร สมุทรสาคร จังหวัดละ 2 ราย, เลย กาญจนบุรี ตาก ลพบุรี สระแก้ว จังหวัดละ 1 ราย ยังไม่รวมกับผู้ติดเชื้อในจังหวัดยโสธร,เพชรบูรณ์, เชียงราย ที่เพิ่งมีการรายงานเข้ามาว่าเชื่อมโยงกับคลัสเตอร์สถานบันเทิง กทม.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รอง ผบช.น.ได้หารือร่วมกับ กทม.ในการออกคำสั่งปิดสถานบันเทิงใน 3 เขต ได้แก่ วัฒนา, คลองเตย และบางแค ระหว่างวันที่ 6-19 เม.ย. รวมทั้งได้มีการทบทวนเพิ่มความเข้มข้นมาตรการในการกำกับดูแล และเพิ่มความถี่ในการตรวจสถานบันเทิง&amp;quot; พญ.อภิสมัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก ศบค.กล่าวว่า สืบเนื่องจากข้อเสนอจากที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข (อีโอซี) เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ที่หารือถึงการทบทวนปรับระดับพื้นที่ กำหนดพื้นที่ทั่วราชอาณาจักร โดยเสนอให้ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กพิจารณา ซึ่งที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กเห็นว่า ตามมาตรการเดิมได้ให้อำนาจ สธ.และมหาดไทยในการหาข้อสรุปที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมการแพร่ระบาด ดังนั้นจะยังไม่มีการปรับพื้นที่หรือปรับสี ขอให้ทั้งสองกระทรวงหารือในรายละเอียดกันก่อน ซึ่งจะมีการหารือกันใน 1-2 วันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตามประกาศ ศบค.ฉบับที่ 18 และ 15 ซึ่งออกตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ได้ระบุชัดเจนว่า ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าตรวจสอบสถานที่ให้เป็นไปตามแนวทางป้องกันโรค ให้คำแนะนำ ตักเตือน ห้ามปราม กำหนดช่วงเวลาให้มีการแก้ไขปรับปรุงเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด และมีอำนาจเสนอให้สั่งปิดชั่วคราว นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าฯ กทม.สามารถพิจารณาปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ย่อยในเขตพื้นที่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดในห้วงต่างๆ ได้ และเมื่อในแต่ละพื้นที่มีความเห็นอย่างไร สามารถดำเนินการได้ ส่วนการใช้ยาแรงปิดประเทศไม่ถือว่ามีประสิทธิภาพ เพราะพื้นที่จะเข้าใจปัญหาของตัวเองและสามารถกำหนดมาตรการได้ดีที่สุด&amp;quot; รองโฆษก ศบค.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหาร สถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (ศปก.ศบค.) ได้มอบหมายให้ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) แถลงข่าวในเวลา 11.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ในวันพฤหัสบดีที่ 8 เม.ย.นี้ ทั้งที่เดิม ศบค.มีกำหนดแถลงข่าวตามปกติในวันศุกร์ที่ 9 เม.ย.
โควิดพันธุ์อังกฤษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การปรับให้ นพ.ทวีศิลป์มาแถลงข่าว คาดว่ามาจากกรณีที่ ศบค.ชุดเล็กหารือและเตรียมออกมาตรการให้มีการปรับพื้นที่โซนสีให้สอดคล้องเหมาะสมต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่มีตัวเลขสูงขึ้นมากในขณะนี้ เพื่อปรับมาตรการให้สอดคล้องกับพื้นที่ ที่ดูแนวโน้มการแบ่งโซนพื้นที่สีอาจมีมากขึ้นกว่าเดิม และอาจมีมาตรการให้เดินทางข้ามจังหวัดยากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และ นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมแถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาสกล่าวว่า การระบาดรอบนี้เชื้อได้กระจายไปในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย เหมือนสะเก็ดไฟ จึงขอเสนอแบบจำลองโมเดลลิงในช่วงสงกรานต์ ซึ่งเป็นการศึกษาจากปีที่แล้ว เพราะการระบาดคล้ายกับครั้งนี้มาก คือเริ่มตั้งแต่เดือน มี.ค.ก่อนเม.ย. พบผู้ป่วยมากขึ้น เราคาดการณ์ว่าทุกคนจะมีกิจกรรม รวมถึงการเดินทางที่มากขึ้น ดังนั้นจากสมมติฐานช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะมีการพบปะผู้คนเพิ่มมากกว่าภาวะปกติ 2, 4, 6, 8 เท่า และกรณีที่เป็นการระบาดของเชื้อกลายพันธุ์ การแพร่เชื้อจะเร็วขึ้นกว่าปกติ 1.7 เท่า ซึ่งอาจพบผู้ติดเชื้อได้วันละ 1,000 คน และหากไม่มีการควบคุม หยุดยั้ง หรือพยายามทำให้กิจกรรมต่างๆ ลดลง แต่ละวันอาจพบผู้ป่วยวันละหลายพันคนหรือหลายหมื่นคนได้ หากการเดินทางข้ามจังหวัดมากขึ้น อาจส่งผลให้มีผู้แพร่เชื้อโควิดเพิ่ม 1.3-100 เท่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.ยงกล่าวว่า สาเหตุการติดเชื้อที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วจากสถานบันเทิงขณะนี้เป็นการติดเชื้อสายพันธุ์อังกฤษ ซึ่งเร็วกว่าสายพันธุ์เดิมถึง 1.7 เท่า ทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อในปีนี้มากกว่าปีที่แล้วถึง 10 เท่า ประกอบกับเชื้อเป็นสายพันธุ์อังกฤษด้วย ทำให้การแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นเป็น 170 เท่า ซึ่งการตรวจหาเชื้อด้วยวิธีการสวอป (SWAB) จากผู้ป่วย 24 คน จากสถานบันเทิงย่านทองหล่อ เป็นสายพันธุ์อังกฤษทั้งหมด และพบปริมาณไวรัสในลำคอเป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้ผู้ป่วยจะไม่มีอาการก็ตาม แต่ปริมาณไวรัสก็มีมาก ทำให้การติดเชื้อแพร่ได้เร็วมากขึ้น ในส่วนตัวแล้วยอมรับว่าเป็นห่วงการเดินทางช่วงสงกรานต์ที่คนหนุ่มสาวนำเชื้อไปติดผู้สูงอายุ ที่มีโอกาสป่วยและเสียชีวิตได้ง่ายตามวัย ขณะเดียวกันสถานบันเทิงเป็นสถานที่อับ ถึงแม้จะไม่มีการสัมผัสกัน แต่การร้องเพลง การเล่นดนตรี หรือการพูดเสียงดัง เชื้อก็กระจายในอากาศ สามารถติดเชื้อได้&amp;quot; ศ.นพ.ยงกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 06.50 น. น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำด้านประสานกิจการภายในประเทศ และผู้อำนวยการสำนักโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งผ่านไลน์กลุ่มผู้สื่อข่าวทำเนียบรัฐบาล ถึงรัฐมนตรีที่ลาประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ โดยแจ้งว่าเป็นข้อมูลที่ได้รับทราบเมื่อเที่ยงคืนที่ผ่านมา แบ่งเป็นรัฐมนตรีที่ลาการประชุม เนื่องจากอยู่ใกล้ชิดกับบุคคลที่มีความเสี่ยง ประกอบด้วย 1.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี 2.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา 3.นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม 4.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ 5.น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ 6.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ 7.น.ส.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ 8.น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งรัฐมนตรีที่ลาการประชุมบางส่วนจะวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากที่บ้าน 9.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ และ 10.นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน ลาการประชุมเนื่องจากติดภารกิจตรวจราชการที่ จ.กระบี่
&amp;#39;ศักดิ์สยาม&amp;#39;ติดไวรัส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของรัฐมนตรีที่ไม่ได้เดินทางมาร่วมประชุมที่ทำเนียบฯ แต่จะประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข, นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศ และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ทำให้วันนี้มีรัฐมนตรีที่เข้าประชุมที่ทำเนียบฯ ประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม,&amp;nbsp; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี, นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน, นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน, นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส และนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ก่อนการประชุม ครม.ที่ห้องเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า เจ้าหน้าที่จากสถาบันบำราศนราดูรได้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ซิโนแวคให้กับรัฐมนตรี อาทิ นายชัยวุฒิ ได้รับการฉีดเข็มแรก, นายสุชาติ ได้รับการฉีดเป็นเข็มที่สอง รวมถึงนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นต้น ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์จะยังไม่ได้รับวัคซีนเข็มที่สอง เนื่องจากนายกฯ ได้รับวัคซีนของแอสตราเซเนกา ซึ่งเข็มที่สองจะต้องใช้ระยะเวลาห่างกัน 10-12 สัปดาห์ โดยนายกฯ จะเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มที่สองอีกครั้งตามใบนัดแพทย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายวิษณุที่ลาประชุม ครม.และกักตัว 14 วัน ได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เพื่อฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาเข็มแรกแล้ว รวมถึงนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ฉีดวัคซีนเป็นเข็มที่สองที่โรงพยาบาลบำราศนราดูร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุม ครม.ถึงความกังวลจากสถานการณ์โควิดหลังรัฐมนตรีหลายคนต้องกักตัวว่า ก็กังวล ซึ่งวันนี้การประชุม ครม.ก็เปลี่ยนเป็นระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ในส่วนของตนก็ตรวจแบบสวอปไปแล้ว ยังไม่พบอะไร ก็ยังโอเคอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นในการประชุม ครม.ได้มีการหารือถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19? โดย พล.อ.ณัฐพล? เลขาฯ สมช. ในฐานะผอ.ศปก.ศบค.? ได้รายงานว่า ขณะนี้สถานการณ์ยังทรงๆ อยู่ คงยังไม่มีมาตรการอะไรออกมาเพิ่มเติม แต่ขอประเมินสถานการณ์อีก 2-3 วันข้างหน้าก่อน ส่วน? พล.อ.ประยุทธ์ได้กำชับ ครม.ตอนหนึ่ง ว่าให้รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี อย่าให้ไปติดโควิด-19 มาอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวยอมรับว่า ในวันนี้เริ่มมีอาการไข้สูงถึง 38 องศาเซลเซียส แพทย์จึงแนะนำให้เดินทางเข้ามารับการรักษาและเฝ้าสังเกตอาการที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ โดยตนได้แอดมิตที่โรงพยาบาลเมื่อช่วงเช้า และได้เจาะเลือดไปตรวจอีกครั้ง ผลออกมาเป็นบวก ดังนั้นจะเข้ารับการรักษาตามขั้นตอนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า ตามกำหนดเดิมนายศักดิ์สยามมีกำหนดรับวัคซีนเข็มที่ 2 ในวันนี้ ก็ต้องงดไปก่อน ส่วนตนเองผลจากการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา มีผลเป็นลบ พร้อมเจาะเลือดเพื่อตรวจหาระดับภูมิคุ้มกันโรคหลังการรับวัคซีนซิโนแวคเข็มที่ 2 ครบ 14 วัน ซึ่งร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อโรคในระดับสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ได้ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ซ้ำเป็นครั้งที่ 2 มีผลเป็นลบเช่นเดิม และเตรียมเข้ารับการตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อโรคอีกครั้งในวันที่ 8 เม.ย. ส่วนที่ผมใกล้ชิดกับนายศักดิ์สยามในงานเลี้ยงทำบุญพรรคภูมิใจไทย รวมถึงการพบปะเจอกันในโอกาสต่างๆ ก่อนหน้านั้น ผมและนายศักดิ์สยามสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา พูดคุยกันไม่เกิน 5 นาที รวมถึงได้รับวัคซีนป้องกันครบ 2 เข็มแล้ว ซึ่งประสิทธิภาพของวัคซีนสามารถลดโอกาสเสี่ยงในการรับเชื้อได้ในระดับหนึ่ง&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ที่ปรึกษาและผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สำหรับคนที่ได้รับวัคซีนเข็มแรกแล้วเกิดติดเชื้อ ก็หมายความว่าวัคซีนยังไม่ได้ตอบสนองหรือแสดงประสิทธิภาพทันที ส่วนใหญ่วัคซีนจะเริ่มตอบสนอง 14 วันขึ้นไป บางชนิดของวัคซีนก็ต้องรับครบถึง 2 เข็ม อย่างวัคซีนซิโนแวค จึงเป็นเหตุให้ต้องยังสวมหน้ากากอนามัย มีระยะห่าง ล้างมือ และลดปัจจัยเสี่ยง คนได้รับวัคซีนเข็มแรกยังต้องระวังตัว สำหรับคนที่ติดเชื้อจากการรับวัคซีนแค่เพียง 1 เข็ม ยังต้องรอให้พ้น 3 เดือนก่อน จึงจะกลับมารับเข็ม 2 ต่อได้
เดียร์ทวงไทม์ไลน์ รมต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์แถลงหลังประชุม ครม.ว่า ขณะนี้รัฐบาลห่วงใยและจำเป็นต้องหามาตรการเหมาะสมที่เป็นมาตรการในการดำเนินการ เราต้องบริหารในหลายเรื่องด้วยกัน ทั้งโควิด เศรษฐกิจ การบริหารความรู้สึกประชาชน ซึ่งตนไม่สบายใจหลายเรื่องขณะนี้ด้วยกัน แต่อย่าท้อแท้ ต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ไม่ว่าการแพร่ระบาดจะระดับใดก็ตาม หรือโควิด-19 จะกลายพันธุ์หรือไม่กลายพันธุ์ เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องมาตรการด้านสาธารณสุข ซึ่งคณะแพทย์ได้หารือกันขณะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ต้องเร่งรัดฉีดวัคซีนให้มากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับวัคซีนที่กำลังทยอยเข้ามาในประเทศเวลานี้ และขอความร่วมมือจากทุกคนให้ความร่วมมือกับภาครัฐ และทุกคนต้องมีมาตรการของตัวเอง ใส่หน้ากากอนามัย รักษาระยะห่าง ไม่เข้าไปอยู่สถานที่เสี่ยง สถานที่ท่องเที่ยว สถานบันเทิง ซึ่งรัฐบาลจำเป็นจะต้องปิดสถานบริการบางแห่ง บางพื้นที่หากมีการตรวจสอบพบว่าจัดทำมาตรการควบคุมโควิดไม่พร้อมก็จะสั่งปิดโดยทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่อยากสั่งปิดทั่วประเทศ เพราะผมเข้าใจ แต่ทุกคนจะต้องเรียนรู้ดูแลตัวเองและครอบครัวอย่างไร ความสนุกสนาน ความบันเทิง ขอทุกคนระงับยับยั้งและชั่งใจด้วย เพราะผลมันกระทบต่อครอบครัวตัวเองและสังคม ทั้งนี้ ไม่ว่าเป็นใครก็ตาม ผมก็ห่วงใยทั้งสิ้น&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ได้สั่งการกระทรวงสาธารณสุขให้มีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด การรักษา ยืนยันทุกอย่างในขณะนี้เรายังรับได้อยู่ ขณะเดียวกันได้สั่งการให้เตรียมการโรงพยาบาลสนามในพื้นที่กรุงเทพฯ โดย กทม.ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยจัดเตรียมพื้นที่สำหรับทำโรงพยาบาลสนามในกรณีสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดจำนวนมาก ให้พร้อมตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หากไม่เพียงพอให้กระทรวงกลาโหมจัดหาพื้นที่เพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ติดเชื้อโควิด-19 จากการไปร่วมเล่นกีฬาฟุตบอลกับเพื่อน ซึ่งต่อมาได้รับแจ้งว่ามีหนึ่งในนั้นติดเชื้อดังกล่าว โดยตอนนี้กำลังเข้ารับรักษาตัวที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข จ.บุรีรัมย์ นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ พร้อมด้วย นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล นายแพทย์สาธารณสุข จ.บุรีรัมย์, นพ.ยุทธนา สุริยะ นายแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านเวชกรรมป้องกัน) และ นพ.ภูวดล กิตติวัฒนาสาร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบุรีรัมย์ ร่วมกันแถลงข่าวสถานการณ์โควิด จ.บุรีรัมย์ ว่าพบผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 4 ราย ซึ่ง 1 ใน 4 คือนายศักดิ์สยาม นอกจากนี้ ล่าสุดยังพบผู้ใกล้ชิดนายศักดิ์สยามอีก 3 รายคือ เลขาฯ, ผู้ติดตาม และตำรวจ ติดเชื้อโควิด รวมทั้งผู้ติดเชื้อโควิดทั้งสิ้น 7 ราย มีการกักตัวและตรวจหาเชื้อผู้ที่มีความเสี่ยงสูงกว่า 10 ราย ซึ่งมีความใกล้ชิดกับนายศักดิ์สยาม ช่วงที่เดินทางมา จ.บุรีรัมย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วิทิตกล่าวว่า จากการสอบสวนโรค นายศักดิ์สยามเดินทางไปปฏิบัติงานที่จังหวัดบุรีรัมย์ช่วงบ่ายของวันที่ 6 เม.ย. ยังไม่ได้เดินทางไปร่วมงานที่ไหน มีไข้ และท้องเสีย เข้ารับการตรวจในครั้งแรกผลเป็นลบ ในระหว่างนั้นได้ทราบว่าทีมงานเลขานุการได้ไปพื้นที่เสี่ยง ได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นโควิด-19 เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ จึงมีการตรวจซ้ำอีกครั้ง พบผลเป็นบวก และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์อยู่ในขณะนี้ อาการไม่รุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการสอบสวนทางระบาดวิทยา ทราบว่าก่อนหน้านี้ 1 อาทิตย์ท่านได้ปฏิบัติงานที่กระทรวงโดยตลอด ความเสี่ยงก็คือทีมเลขานุการหน้าห้องได้ไปสถานที่ที่มีการระบาดของเชื้อโควิด-19 และปฏิบัติงาน ท่านทานข้าวร่วมกับเพื่อนร่วมงาน และได้มีการตรวจหาเชื้อกับผู้ที่เกี่ยวข้องก็ติดเชื้อโควิด&amp;quot; นายแพทย์สาธารณสุข จ.บุรีรัมย์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เฟซบุ๊ก เดียร์ วทันยา วงษ์โอภาสี ของ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ในฐานะผู้แทนประชาชน และเป็นหนึ่งในทีมผู้บริหารประเทศ การแสดงตนเป็นตัวอย่างโดยการเปิดเผยไทม์ไลน์อย่างละเอียดถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในการปฏิบัติตามกฎหมาย และจิตสำนึกต่อสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายศุภชัย ใจสมุทร&amp;nbsp; ส.ส.บัญชีรายชื่อและนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย ชี้แจงการเรียกร้องให้เปิดไทม์ไลน์ของนายศักดิ์สยามว่า การเปิดไทม์ไลน์เป็นเรื่องระหว่างคนไข้กับแพทย์ เพื่อประโยชน์ในการสอบสวนโรค เป็นหน้าที่ของแพทย์ เรื่องการสอบสวนโรค ซึ่งกรณีนี้เจ้าตัวบอกแล้วว่าติดมาจากทีมงานหน้าห้อง ซึ่งทางทีมสอบสวนโรคจะไปดำเนินการตามกระบวนการต่อไป การติดโรคไม่ใช่อาชญากรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความพยายามขยายผล ให้ความจริงเพียงครึ่งเดียว หรือนำภาพภาพเดียวมาใช้ทำลายกันแบบนี้ สังคมรู้ว่าเขาทำเพราะเรื่องอะไร มีอะไรขัดแย้งทางการเมืองซ่อนอยู่หรือไม่&amp;quot; นายศุภชัยระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า กมธ.เตรียมเชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ตำรวจ เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตฯ ผู้ประกอบการ และรัฐมนตรีที่ปรากฏตามข่าวมาชี้แจงต่อ กมธ. เนื่องจากหลายประเด็นที่สังคมสงสัย เช่น สถานบันเทิงดังกล่าวเปิดเกินเวลาหรือไม่ ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานบันเทิงประเภทใด หรือมีใบอนุญาตประกอบกิจการหรือไม่ รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ เหตุใดจึงมีการปล่อยปละละเลยให้เปิดเกินเวลา เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รัฐมนตรีที่เป็นข่าวต้องตอบสังคมว่าท่านไปเที่ยวผับเที่ยวเลานจ์จริงหรือไม่ และท่านไปไหนมาบ้าง ท่านต้องชี้แจงไทม์ไลน์ เพราะหากไม่ชี้แจง จะถือว่าผิดกฎหมาย เนื่องจากกฎหมายบังคับใช้กับประชาชนทั่วไป ดังนั้นคนที่มีชื่อเสียงยิ่งต้องชี้แจงยิ่งกว่าคนธรรมดา&amp;rdquo; นายสิระกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98713</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คลัสเตอร์ทองหล่อ, ควบคุมโรค, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ระดับสีพื้นที่, ศบค., สถานบันเทิง, สายพันธ์อังกฤษ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แพร่กระจายเร็ว, โควิด 19, โควิด-19, โควิดลามทั่วประเทศ, โมเดลสงกรานต์ปี 62</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606dc823551e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59202</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>80ผีน้อยหนีกักโรค! สาธิตขีดเส้น3วันรายงานตัว/143ชีวิตเข้าศูนย์สัตหีบแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;สธ.&amp;quot; เร่งตามหา 80 ผีน้อยหลุดมาตรการกักกัน 14 วัน &amp;quot;รองอธิบดีกรมควบคุมโรค&amp;quot; อ้างเป็นไฟลต์ก่อนที่จะเริ่มมีการคัดกรอง แถม จนท.ยังไม่สามารถชี้แจงมาตรการกักตัว 14 วันให้เข้าใจจนตื่นตระหนก วอนรีบมารายงานตัว ช้าเสี่ยงติดคนในครอบครัว &amp;quot;ทร.&amp;quot; เผย 143 คนจากเกาหลีเข้าสู่ระบบเฝ้าระวังที่สัตหีบแล้ว &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่ง กอ.รมน.ช่วยสาธารณสุขพื้นที่ดูแล &amp;quot;สมาคมร้านขายยา&amp;quot; โวยหน้ากากอนามัยกระจายไม่ถึงมือ &amp;quot;โพล&amp;quot; ชี้ ปชช.กังวลการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้าภายหลังจากแรงงานไทยผิดกฎหมายเดินทางกลับจากเกาหลีใต้ หรือผีน้อย เมื่อเวลา 01.15-02.30 น. วันที่ 8 มี.ค.2563 รัฐบาลโดยกองทัพเรือ สาธารณสุข และคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ และนำทั้งหมดเดินทางโดยรถของกระทรวงคมนาคมจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเข้าสู่พื้นที่กักกันเฝ้าระวังการติดเชื้อโควิด-19 เป็นเวลา 14 วัน ภายในอาคารรับรอง สวัสดิการอาคารรับรอง กองทัพเรือ อ่าวดงตาล อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อถึงที่สัตหีบ ทั้งหมดเดินแถวเข้าสู่กระบวนการคัดแยก เจ้าหน้าที่จากกระทรวงสาธารณสุขได้ตรวจวัดไข้และตรวจสุขภาพ จากนั้นผ่านกระบวนการทำความสะอาดฆ่าเชื้อสัมภาระที่ติดตัวมาทั้งหมดโดยกรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ ก่อนจะลงทะเบียน และสามารถแยกย้ายเข้าสู่ห้องพักในอาคารที่จัดเตรียมไว้ตึก 3-5 ที่เคยใช้ดูแลผู้กักกันคนไทยกลับบ้านจากอู่ฮั่น โดยการเข้าพักแบ่งเป็น 3 โซน คือ โซนหญิง โซนชาย และโซนครอบครัว ซึ่งทั้งหมดจะอยู่ในความดูแล เฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ท.ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ โฆษกกองทัพเรือ พร้อมด้วย น.อ.ชาญชัย สมบูรณ์ศักดิกุล รอง ผอ.รพ.อาภากรเกียรติวงศ์, นพ.อภิชาติ รอดสม สาธารณาสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 6 และนางอำไพ ศักดานุกูลจิต สไลวินสกี้ ผช.ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชลบุรี ร่วมให้การต้อนรับกลุ่มแรงงานไทยในประเทศเกาหลีใต้ ที่ลงเครื่องจากสุวรรณภูมิ ชุดที่ 1 ในช่วงเช้ามืด จำนวน 60 คน และชุดที่ 2 ในช่วงบ่าย จำนวน 83 คน รวม 143 คน เข้าสู่พื้นที่กักกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พื้นที่กักกันของกองทัพเรือสามารถรองรับคนไทยกลับจากเกาหลีใต้จำนวน 400 คน สูงสุด 750 คน ซึ่งมีการเตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้าน เพื่อให้ทุกคนได้อยู่กันอย่างมีความสุข ตลอดระยะเวลา 14 วัน ไม่เกิดความตึงเครียด พร้อมมีทีมจิตแพทย์คอยให้คำปรึกษา รวมถึงทีมแพทย์ที่ครบครัน คอยให้การดูแลเรื่องสุขภาพ และตรวจเช็กร่างกายในทุกๆ วัน&amp;quot; โฆษกกองทัพเรือกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่แรงงานไทยผิดกฎหมายดังกล่าวเดินทางไปที่พื้นที่กักกัน ได้มีกระแสข่าวมีผีน้อยหลบหนีจากการกักกันตัวเพื่อเฝ้าระวังโรค 14 วันออกไปจากสนามบินสุวรรณภูมิ ประมาณ 70-80 คน ทำให้เกิดกระแสตื่นตระหนักจากสังคมตลอดทั้งวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งในการแถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ประจำวัน ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) ชี้แจงข่าวผีน้อยหลบหนีจากการกักกันเฝ้าระวังโรค 14 วันว่า เราเริ่มคัดกรองแรงงานนอกระบบกลับจากเกาหลีใต้ไฟลต์แรก เมื่อวันที่ 7 มี.ค.2562 คือ ไฟลต์ LJ003 มีจำนวน 104 คน โดยวันที่ 7 มี.ค.2563 มีจำนวน 4 ไฟลต์บิน คัดกรองแรงงานนอกระบบกลับจากเกาหลีใต้ได้ประมาณกว่า 500 คน และได้รับความร่วมมือจากทุกคนในการพาไปยังสถานที่เพื่อเฝ้าสังเกตอาการทุกคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่มีข่าวว่าหนีนั้น เข้าใจว่าเป็นไฟลต์ก่อนหน้าที่จะเริ่มมีการคัดกรอง ที่เรายังไม่สามารถชี้แจงมาตรการอย่างเข้าอกเข้าใจได้ ทำให้เกิดความตื่นตระหนกว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขา ซึ่งเราจะติดตามให้ได้ทุกคน เพื่อให้ลงทะเบียนรายงานสุขภาพทุกวัน โดยจะขอให้กักตัวอยู่ที่บ้าน 14 วัน แต่หากไม่ปฏิบัติตามก็จะนำตัวมายังสถานที่เฝ้าระวัง อย่างไรก็ตาม กลุ่มนี้ผมยังไม่ถือว่าหลบหนี เพราะยังไม่ได้มีการชี้แจงมาตรการให้เข้าใจ&amp;quot; นพ.ธนรักษ์กล่าว
เร่งหาผีน้อยหลุดกักตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า นับตั้งแต่เริ่มคัดกรองไฟลต์แรก แรงงานนอกระบบกลับจากเกาหลีใต้ให้ความร่วมมือทุกคนในการไปสถานที่เพื่อเฝ้าระวังโรค เพราะเรามีการชี้แจงทำความเข้าใจว่ามาตรการนี้เป็นมาตรการลดความเสี่ยงประเทศไทย และครอบครัวของแรงงานไทยกลับจากเกาหลี เพราะหากกลับมาพร้อมโรค การกลับไปอยู่บ้านกับครอบครัว แล้วมีอาการขึ้นมา หากอยู่ในสถานที่รับไว้สังเกตอาการที่รัฐจัดให้ โอกาสแพร่เชื้อคนอื่นก็แทบเป็นศูนย์ เพราะดูแลอย่างดี แต่ถ้ากลับไปโดยไม่รู้ปฏิบัติตัวอย่างไร แล้วมีอาการขึ้นมา คนเสี่ยงที่สุดคือคนในบ้านจะเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้ามองว่าเป็นมาตรการที่ทุกคนชนะน่าจะเป็นเรื่องที่ดี เรารับมาสังเกตอาการ ซึ่งยังไม่ป่วย และถ้าป่วยก็จะรู้โดยเร็วส่งไปรักษาได้ทันที โอกาสโรคแพร่ออกจากสถานที่รับไว้สังเกตอาการแทบไม่มีเลย อยากเรียนให้คนไทยที่ออกมาตั้งแง่ไม่อยากให้สถานที่กักกันอยู่ตรงนั้นตรงนี้ได้เข้าใจ ให้ลดการตั้งแง่รังเกียจซึ่งกันและกัน มาเป็นร่วมมือกันดีกว่า ประเทศไทยต้องการสิ่งนี้มากๆ ถึงผ่านวิกฤตินี้ไปได้&amp;quot; รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธนรักษ์กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 วันนี้ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ ผู้ป่วยสะสมจึงยังเท่าเดิม 50 ราย รักษาหายกลับบ้านเพิ่มอีก 2 ราย รวมเป็น 33 ราย เสียชีวิต 1 ราย ยังรักษาตัวอยู่ใน รพ. 16 ราย จำนวนนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก 1 ราย แต่อาการไม่ได้ดีขึ้นหรือแย่ลง ยังคงรับการดูแลรักษาจากแพทย์อย่างใกล้ชิด ส่วนผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคทั้งหมด 4,366 คน กลับบ้านแล้ว 2,629 คน ยังรักษาตัวใน รพ. 1,737 คน เฉพาะเมื่อวานมีผู้เข้าเกณฑ์มากกว่า 130 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีการวิพากษ์วิจารณ์ไทยมีการตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 น้อย ทำให้มีรายงานผู้ป่วยน้อย ต่างจากประเทศอื่นที่มีการตรวจคัดกรองจำนวนมาก นพ.ธนรักษ์กล่าวว่า เราจะเปรียบเทียบกับประเทศที่มีการระบาดแล้วไม่ได้ ซึ่งเมื่อเขามีผู้ป่วยจำนวนมากก็ต้องมีการตรวจจำนวนมาก ส่วนของประเทศไทยนอกจากผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคที่มีการตรวจคัดกรอง ยังมีการตรวจผู้สัมผัสใกล้ชิดของผู้ป่วยอีก การมีเคสจำนวนมากก็ต้องมีการตรวจมาก อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าเราไม่ได้มีการตรวจน้อยแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า ในการชะลอการแพร่ระบาดในไทยมี 2 ส่วน คือ 1.การจัดการกับผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศ มาตรการเฝ้าระวังคนไทยด้วยกัน เพราะมีอาชีพความเสี่ยงติดโรคได้ ซึ่งเรามีการขยายวงเฝ้าระวังออกไป และพยายามเตรียมสถานพยาบาลให้พร้อมหากแพร่ระบาดในประเทศ รพ.ทุกจังหวัดกำลังเตรียมความพร้อม และ 2.ประชาชนและสังคมต้องเตรียมพร้อมด้วย เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่ภาครัฐฝ่ายเดียวที่จะจัดการปัญหานี้ได้ โดยประชาชนทั้งระดับตัวบุคคล ครอบครัว และชุมชนหรือสังคม เตรียมพร้อม รู้วิธีปฏิบัติตัวหรือยังว่าต้องทำอย่างไรถึงป้องกันการติดเชื้อ บริษัทห้างร้านต่างๆ ออกมาตรการที่เหมาะสมแล้วหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าร่วมกันคนละไม้คนละมือออกมาตรการต่างๆ ออกมา ส่งเสริมสนับสนุนลดการแพร่โรค พวกเราจะมีภูมิคุ้มกันต่อโรคนี้ในสังคมไทยมากขึ้นด้วย หรือส่งข้อความช่วยให้เรารู้ว่าควรทำตัวอย่างไรถึงจะไม่ติดโรค ไม่ทำให้สถานการณ์แย่ลงด้วยการสร้างความตื่นกลัว ตีตรา รังเกียจผู้ป่วยสัมผัสโรค จะทำให้มาตรการที่คิดไว้ดำเนินการไปได้มีประสิทธิภาพ&amp;quot; รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามกรณีอินเดียพบผู้ป่วยหลังเดินทางกลับจากประเทศไทย นพ.ธนรักษ์กล่าวว่า จากการรายงานพบว่าเป็นผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค ยังไม่ได้เป็นผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อ ซึ่งหากเป็นผู้ป่วยเข้าเกณฑ์ ไทยก็คงยังไม่ต้องมีการสอบสวนโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ให้รับผิดชอบการดำเนินการรองรับกลุ่มแรงงานนอกระบบจากประเทศเกาหลีใต้ กล่าวถึงกรณีผีน้อย 80 รายว่า ขอให้แรงงานนอกระบบจากเกาหลีใต้ที่ยังไม่รับการเฝ้าระวังสังเกตอาการในพื้นที่ควบคุมโรคที่รัฐกำหนด ให้เข้ารายงานตัวที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตามภูมิลำเนา ภายใน 3 วัน ไม่เช่นนั้นจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ 2558
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องแรงงานที่กลับจากเกาหลีใต้หลบหนีการกักกันตัว 14 วันว่า ขณะนี้ทางกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสาธารณสุขอยู่ระหว่างการประสานงานร่วมกันเพื่อเร่งติดตามแรงงานทั้งหมดกลับมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้สั่งให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการที่สังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กันว่ารัฐบาลเอาไม่อยู่ มองว่าคงไม่ถึงขนาดนั้น รัฐบาลยังสามารถรับกับสถานการณ์ได้ ข้อเท็จจริงได้แบ่งประเภทแรงงานเป็น 2 กลุ่มจาก 2 เมือง ตั้งแต่ที่สนามบินไปส่งที่ อ.สัตหีบแล้ว&amp;quot; นางนฤมลกล่าว
ส่ง กอ.รมน.ช่วย สธ.พื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าประชาชนตื่นตระหนกหาก 70- 80 คนมีอาการติดโควิด-19 โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า เขายังไม่ได้ป่วย ต้องรอรายงานอย่างเป็นทางการขึ้นมาก่อน &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ได้สั่งการให้ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค เร่งตรวจสอบรายชื่อข้อมูลผู้ที่เดินทางมาว่าใครหลบหนีไปบ้าง เพื่อนำตัวกลับมากักกันโรค และดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า เมื่อเวลา 09.00 น. พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พร้อมปลัดกระทรวงกลาโหม ได้ประชุมหารือร่วมกับทุกเหล่าทัพ ที่ศาลาว่าการกลาโหม เพื่อรับทราบสถานการณ์และการสนับสนุน สธ.รับมือกับการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 &amp;nbsp;โดยภาพรวมที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมได้จัดกำลังพลสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกระบวนการคัดกรองแรงงานไทยกลุ่มเสี่ยงที่ทยอยเดินทางกลับจากเกาหลีใต้ที่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐ และนำพาเข้าพื้นที่ควบคุมโรคในพื้นที่กองทัพเรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รมช.กลาโหมแจ้งว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้ย้ำและสั่งการ ขอให้ กอ.รมน.จังหวัดเข้าไปสนับสนุนและร่วมเสริมการทำงานของ สธ.ในพื้นที่ &amp;nbsp;ทั้งการร่วมดูแลคัดกรอง ณ สนามบินนานาชาติในพื้นที่ การเคลื่อนย้ายและการดูแลในพื้นที่ควบคุมโรคที่แต่ละจังหวัดจัดตั้งขึ้น ขณะเดียวกัน ขอให้กระทรวงกลาโหมโดยทุกเหล่าทัพ เร่งจัดกำลังพลเพิ่มเติมเข้าไปสนับสนุนการปฏิบัติงานของ สธ. เพื่อเสริมความเข้มแข็งของระบบและมาตรการคัดกรองในทุกสนามบินนานาชาติภายในประเทศ และประสิทธิภาพในการนำทุกกลุ่มเสี่ยงเข้าระบบควบคุมที่รัฐกำหนด&amp;quot; โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายถนอม อ่อนเกตุพล โฆษกศูนย์ข้อมูลมาตรการแก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ประจำทำเนียบรัฐบาล ชี้แจงเรื่องหน้ากากอนามัยขาดแคลนว่า ไทยมี 11 โรงงาน ผลิตหน้ากากได้วันละ 1.2 ล้านชิ้นต่อวัน 36 ล้านชิ้นต่อเดือน คนไทยมีประมาณ 67 ล้านคน เดิมที่ไม่ขาดแคลน เพราะใช้เฉพาะผู้ป่วย คนกลุ่มเสี่ยงเท่านั้น และยังมีการนำเข้าอีก 20 ล้านชิ้นต่อเดือน แต่ปัจจุบันจีนผู้ส่งออกไม่ส่งออกแล้ว เหลือที่นำเข้าได้ตอนนี้เพียง 1 ล้านชิ้นต่อเดือนเท่านั้น ทั้งนี้ ล่าสุดกรมการค้าภายในส่งเจ้าหน้าที่ทหารไปคุมโรงงานผลิตแล้วนำส่งตัวเลขการผลิตให้ศูนย์หน้ากากอนามัยที่กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข บริหารจัดสรรปันส่วน โดย 700,000 ชิ้นแรก จัดให้บุคลากรทางการแพทย์ทุกแห่ง ทั้งรัฐ เอกชน และผู้มีหน้าที่ให้เพียงพอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ส่วนที่ 2 จำนวน 500,000 ชิ้น จัดให้บุคลากร องค์กรที่ต้องใช้ควบคุม ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคให้พอ เช่น สายการบิน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกระจายไปภูมิภาค ผ่านร้านธงฟ้า รถธงฟ้า 111 คัน เป็นต้น และถ้าส่วนแรกไม่พอก็ให้นำส่วนของ 500,000 ชิ้น ไปเติมให้ส่วนแรกให้เพียงพอก่อน ทั้งนี้กรมการค้าภายในยอมรับว่าจัดสรรอย่างไรก็ไม่พอต่อความต้องการใช้ เพราะของมีจำกัด นำเข้าก็ไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทางแก้อีกทางหนึ่งสำหรับคนที่ไม่ป่วย คือรัฐให้งบประมาณองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย จำนวน 225 ล้านบาท ไปทำหน้ากากผ้าใช้เองในแต่ละพื้นที่ ทั้ง 7,774 อปท.ทั่วประเทศ จำนวน 50 ล้านชิ้น ให้ผู้ผลิตอุตสาหกรรมสิ่งทอฯ ทำหน้ากากผ้าแจกอีก 30 ล้านชิ้น ให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ทำแจกใช้เองอีก 1.3 ล้านชิ้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและปัญหาขาดแคลนไปก่อน&amp;quot; โฆษกศูนย์ข้อมูลโควิด-19 กล่าว
ร้านยาโวยหน้ากากขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน สมาคมร้านขายยา ออกแถลงการณ์ระบุว่า ไม่เคยได้รับหน้ากากอนามัยจากกรมการค้าภายในแต่อย่างใด หลังมีการรายงานข่าวว่ากรมการค้าภายในได้จัดสรรหน้ากากอนามัยให้แก่ สมาคมร้านขายยา จำนวนวันละ 25,000 ชิ้น เพื่อจำหน่ายให้กับประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาคมร้านขายยาระบุว่า ตามที่มีข่าวปรากฏทางโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ วิทยุ ว่า กรมการค้าภายในได้จัดสรรหน้ากากอนามัยให้แก่สมาคมร้านขายยา วันละ 2.5 หมื่นชิ้น เพื่อจำหน่ายกับผู้ที่ต้องการนั้น ขอแจ้งให้ทราบโดยทั่วกันว่า จนถึงขณะนี้สมาคมฯ ยังไม่ได้เคยได้รับหน้ากากอนามัยจากกรมการค้าภายในเลยแม้แต่น้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฉะนั้นเพื่อความยุติธรรม ตลอดจนลดแรงกดดัน และเพื่อให้สมาคมร้านขายยาที่มีสมาชิกอยู่ทั่วประเทศ ช่วยลดช่องว่าง ช่วยแบ่งเบาภาระทางราชการในการป้องกันไวรัส COVID-19 สมาคมร้านขายยา ขอเรียกร้องกรมการค้าภายใน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการตามที่ปรากฏเป็นข่าวด้วยจะเป็นพระคุณยิ่ง&amp;quot; สมาคมร้านขายยาระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น นำคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ จ.ขอนแก่น ลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมอาคารอเนกประสงค์ ภายในพุทธมณฑลอีสาน ริมถนนเลี่ยงเมืองสายขอนแก่น-กาฬสินธุ์ ต.ศิลา อ.เมืองฯ จ.ขอนแก่น ซึ่งกำหนดเป็นสถานที่พักพิงและควบคุมโรคสำหรับผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศกลุ่มเสี่ยงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวว่า เมื่อเช้ามีนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงเข้ามาขอรับการควบคุมโรคทั้งหมด 8 คน ซึ่งคณะทำงานได้กำหนดมาตรการการป้องกันอย่างสูงสุดและรัดกุมทันที โดยจากตรวจสอบพบ 6 คนนั้นมีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด จึงได้ประสานงานส่งต่อไปรับการควบคุมโรคที่จังหวัดภูมิลำเนาของแต่ละคนเรียบร้อยแล้ว และอีก 2 คนอยู่ในการควบคุมโรคที่ รพ.ขอนแก่น ซึ่งทุกคนนั้นเดินทางกลับมาจากต่างประเทศและผ่านขั้นตอนการตรวจร่างกายมาอย่างละเอียดและครบถ้วนตั้งแต่ต้นทางมาจนถึงปลายทาง และไม่มีบุคคลใดที่มีไข้สูงหรืออาการที่แสดงให้เห็นถึงการติดเชื้อ แต่เพื่อความปลอดภัยทั้ง 8 คนจึงขอเข้ารับการควบคุมโรคตามมาตรการดังกล่าวโดยทั้งหมดเพื่อความปลอดภัยในภาพรวม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ว่าอยากจะฝากไว้ 3 เรื่อง คือการป้องกันไม่ให้มีผู้ติดเชื้อใหม่เดินทางเข้าประเทศไทย จะต้องมีการดูแลด่านพรมแดนทั้งทางบก เรือ และทางอากาศ ซึ่งมีความสำคัญทุกด้าน ความจำเป็นที่จะต้องแยกให้ชัดเจนจากประเทศที่มีการระบาดหนัก หรือจุดที่มีการระบาด เราจะต้องมีการเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางเข้ามา 14 วัน ต้องทำให้มีมาตรฐานและชัดเจน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ส่วนที่ 2 คือเกิดการระบาดแล้วในประเทศ จะต้องมีมาตรการระบาดวิทยา ในการควบคุมการระบาด &amp;nbsp;การติดตามผู้ที่สัมผัสกับผู้ที่ติดเชื้ออย่างมีมาตรการเข้มแข็ง และเป็นมาตรการที่ได้มาตรฐานสากล ส่วนที่ 3 เป็นส่วนสุดท้ายคือควรจะให้ความรู้กับประชาชนในการป้องกันตนเอง จัดหาอุปกรณ์ในการป้องกันให้กับประชาชนได้เพียงพอ ไม่ได้มาแจก แต่อย่างน้อยหน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ และเจลล้างมือ ต้องกระจายให้มีการจำหน่ายอย่างทั่วถึง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประเด็นคือการระบาดเป็นเรื่องสำคัญที่สุดคือ โรงพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์เป็นด่านหน้า อุปกรณ์ก็ต้องมีครบหมด &amp;nbsp;และการสาธารณสุขก็สำคัญมาก อุปกรณ์พวกเขาต้องมีครบหมดทั้งหน้ากาก เสื้อป้องกัน ทุกอย่าง เห็นว่าหลายโรงพยาบาลก็ร้องเรียนกันอยู่ ซึ่งรัฐบาลจะต้องเร่งแก้ใน 4 จุดนี้&amp;rdquo; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
ปชช.กังวลแพร่ระบาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า มาตรการภาครัฐมีความล่าช้ากว่าสถานการณ์อย่างน้อย 1 ก้าวตลอดเวลา อย่างกรณีที่ผู้ใช้แรงงานที่เข้าไปทำงานในประเทศเกาหลีใต้ทั้งถูกและผิดกฎหมายยังขาดมาตรการการกักตัว จำกัดบริเวณอย่างเป็นรูปธรรมที่ดีเพียงพอ เพิ่งจะมีประกาศของกระทรวงสาธารณสุขบังคับใช้เมื่อวันที่ 6 มี.ค. เป็นการล่าช้า เพราะมีกลุ่มที่เข้ามาแล้วหลายร้อยคนก็ไม่ได้มีมาตรการอย่างชัดเจน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยังมีผู้ที่หลุดรอดออกไปถึง 70-80 คน เห็นได้ว่าการทำงานของรัฐมีจุดบกพร่องในเชิงปฏิบัติอยู่ ฝากรัฐบาลในมาตรการต่อไปต้องเตรียมบุคลากร อุปกรณ์และสถานที่ให้รัดกุม การทำงานในตอนนี้ไม่ใช่แค่กระทรวงสาธารณสุข แต่มันต้องบูรณาการกระทรวงอื่นๆ ด้วย&amp;quot; นพ.วาโยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ไทยยังไม่มีการปิดกั้นหรือจำกัดเที่ยวบินที่มาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง เข้าใจได้ว่ารัฐบาลต้องการชั่งน้ำหนักระหว่างปัจจัยต่างๆ ทั้งเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ปัญหาวิกฤติของคนในชาติในภายภาคหน้ามันจะหนักขึ้นกว่านี้ รัฐต้องชั่งน้ำหนักทั้ง 3 ปัจจัย ทั้งเศรษฐกิจ ความมั่นคง และสาธารณสุข อย่างเท่าเทียมกัน จึงเสนอให้รัฐมีโควตาในการขอตรวจลงตราวีซ่าเพื่อเข้าประเทศในกรณีที่ผู้เดินทางได้เดินทางมาถึงประเทศ (VISA on Arrival) หรือจำกัดเที่ยวบินในบางประเทศ อาจต้องใช้มาตรการกักตัวอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ใช่แค่คนไทยที่กลับจากประเทศเกาหลีใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า การแก้ปัญหาเรื่องผีน้อยชุดแรกที่กลับมาเข้าประเทศก็เป็นปัญหาแล้ว เพราะไม่มีการกักตัวแบบกรณีคนไทยกลับจากอู่ฮั่น โดยแรงงานไทยกลับจากเกาหลีใต้เมื่อมาถึงไทยรอบแรกกลับปล่อยตัวแล้วให้ไปกักตัวเอง แต่ไปกักตัวกันเองที่ร้านสุกี้ ห้างสรรพสินค้า จนร้านค้าต้องปิดตัวทำความสะอาดกันไปทั่ว กระทั่งสาธารณสุขบอกว่าจากนี้ผีน้อยกลับมาประเทศไทย ต้องเป็นภารระรัฐบาลต้องกักตัว 14 วัน แต่ผีน้อยก็หลุดด่านที่สนามบินไปได้กว่า 70 คน ถ้าเข้าไปอยู่ในทำเนียบรัฐบาลจะไม่ว่าสักคำ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตั้งแต่ผีน้อยหนีด่านกักตัวสนามบินนั้น ถึงวันนี้ไม่รู้ว่าคนกว่า 70 คนไปที่ไหนบ้าง และไม่มีใครการันตีว่าโรคจะระบาดกันไปถึงไหน นอกจากนี้ รมต. 3 คนที่เดินทางมาจากประเทศสุ่มเสี่ยงมีเชื้อโควิด-19 ไม่ยอมกักตัวเองเป็นแบบอย่าง ซึ่งสิ่งสำคัญเหล่านี้สะท้อนศักยภาพการบริหารจัดการของรัฐบาล จนทำให้คนจากประเทศสุ่มเสี่ยงหลุดหายไปถึง 70 คน&amp;quot; นายจตุพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธาน นปช.กล่าวว่า การบริหารเรื่องหน้ากากอนามัย สะท้อนประสิทธิภาพอย่างรุนแรง เมื่อประเทศเกิดวิกฤติ รัฐบาลต้องคิดเรื่องการผลิตหน้ากากแก้ปัญหาขาดแคลนกับความต้องการ ถึงขั้นหมอไม่มีปัญญาหามาใช้ได้ แล้วประชาชนจะอยู่อย่างไร วันนี้ยังไม่เห็นศักยภาพในการแก้ปัญหาเรื่องนี้เลย รัฐบาลคงนึกแล้วว่าแก้ปัญหาผีน้อยและหน้ากากไม่ได้ จึงต้องแจกเงินดีกว่า เอาไปคนละพันสองพัน และแวบหนึ่งก็คิดได้ว่า ครม.สิงคโปร์บริจาคเงินเดือนคนละเดือน ก็เอากับเขาบ้าง บริจาคด้วย และแจกด้วย จนถูกคนต่อว่าทั้งบ้านทั้งเมือง เมื่อโควิด-19 ทำลายการท่องเที่ยวพังพินาศย่อยยับหมด พังกันทั้งแผ่นดิน ประชาชนยิ่งเพิ่มความไม่สบายใจ ต้องผวากับแรงงานหลุดรอดการกักตัวถึง 70 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมนตรี วิบูลยรัตน์ ที่ปรึกษาด้านข้อมูลธรรมาภิบาล สำนักวิจัยซูเปอร์โพล ร่วมกับนายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยสำรวจเรื่อง รัฐร่วมราษฎร์ข้ามปัญหาโควิด-19 กรณีศึกษาประชาชนจำนวน 1,129 ตัวอย่าง ระหว่าง 5-7 มี.ค. พบส่วนใหญ่ ร้อยละ 75.2 กังวลผู้ติดเชื้อ ผู้ที่มาจากประเทศเสี่ยงสูงขาดความรับผิดชอบต่อสังคม, ร้อยละ 67.9 กังวลผลกระทบต่อสุขภาพและสาธารณสุข, ร้อยละ 64.3 กังวลผู้ติดเชื้อปกปิดความจริง, ร้อยละ 63.2 กังวลผลกระทบธุรกิจท่องเที่ยว, ร้อยละ 46.4 กังวลธุรกิจขาดทุน คนตกงาน และร้อยละ 44.5 กังวลคนเกิดความกลัวต่อกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความเหมาะสมของมาตรการรัฐร่วมราษฎร์ ข้ามปัญหาโควิด-19 พบว่า อันดับแรก ร้อยละ 96.4 ระบุเหมาะสมที่ บริษัท ซีพีฯ ผลิตหน้ากากอนามัยแจกประชาชน เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นมอบโรงงานให้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ รองลงมาคือ ร้อยละ 95.3 ระบุเหมาะสม ต่อมาตรการเอาผิดทั้งจำคุกและปรับผู้กักตุนหน้ากากอนามัย, ร้อยละ 91.7 ระบุเหมาะสมต่อถ้ามีมาตรการกักตัวผู้มาจากประเทศแพร่ระบาดสูงจาก 14 วัน เป็น 27 วัน, ร้อยละ 90.9 ระบุเหมาะสม ถ้ามีมาตรการหยุดออกวีซ่า ใบอนุญาตเข้าประเทศ กลุ่มคนมาจากประเทศแพร่ระบาดสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ปรึกษาด้านข้อมูลธรรมาภิบาลกล่าวว่า ผลจากการสำรวจครั้งนี้ รัฐบาลน่าจะเน้นมาตรการทางกฎหมายเพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพราะความรับผิดชอบต่อสังคมของผีน้อยบางท่านยังไม่มี แต่จะมีคำว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ ที่สังคมคงไม่อยากได้ยินคำนี้ เพราะผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อสังคมอาจทำให้เกิดปัญหาวิกฤติเกินที่จะควบคุมสถานการณ์ได้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59202</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ควบคุมโรค, ผีน้อย, มาตรการกักกัน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200308/image_big_5e6503053b8fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
