<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13519</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2018 19:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2018 19:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาหารไร้ไขมันทรานส์เริ่มบังคับใช้ม.ค.62 เชื่อลดโรคหัวใจได้แน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย. ประกาศ ม.ค.ปี62 อาหารที่ผลิตในประเทศและนำเข้า จะไม่มีการการใช้ไขมันทรานสในการผลิตอีก &amp;nbsp; เผยใช้เวลาวางแผนเตรียมการ 2-3ปีก่อนยกเลิก หวังคุ้มครองสุขภาพประชาชน เชื่อช่วยลดเรื่องโรคหัวใจในคนไทยได้จำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.61- นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวถึงการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข กำหนดให้น้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วนหรือไขมันทรานส์ และอาหารที่มีไขมันทรานส์เป็นส่วนประกอบ เป็นอาหารห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย โดยมีผลบังคับใช้ใน 180 วัน ว่า &amp;nbsp;ไขมันทรานส์เป็นไขมันอิ่มตัว พบว่าเป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้ประเทศอเมริกา และหลายประเทศสั่งยกเลิกการใช้ ซึ่งมักใช้กับอาหารกลุ่มของทอด เช่น โดนัท พัฟฟ์ พาย เป็นต้น ซึ่งในเชิงอุตสาหกรรมนิยมใช้เพราะจะทำให้กลิ่นหืนหายไปและสามารถเก็บได้นานยิ่งขึ้น&amp;nbsp;
เลขาอย.กล่าวอีกว่า ส่วนในประเทศไทย อย. จึงได้มีการเสนอให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมีการลงนามห้ามใช้ไขมันทรานส์ จึงได้มีการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 388 พ.ศ. 2561 เรื่องกำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 2561 &amp;nbsp;ซึ่งจะมีผลบังคับใช้หลังจากมีประกาศ 180 วัน หรือ6 เดือน หรือประมาณในเดือนมกราคมที่จะถึงนี้ จากการศึกษาของ อย. ร่วมกับสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และอาจารย์ด้านโภชนาการจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ถึงอันตรายที่เกิดขึ้นจากไขมันทรานส์ เพื่อวางแผนยกเลิกการใช้ไขมัน มา 2-3 ปีแล้ว &amp;nbsp; จนได้ข้อสรุปว่าจะมีการขอยกเลิก ซึ่งทางผู้ประกอบการก็ได้ขอเวลา 6 เดือนในการปรับตัว ซึ่งตั้งแต่ ม.ค.2562 เป็นต้นไปประเทศไทยจะไม่มีการการใช้ไขมันทรานส์ในการผลิตอาหารอีก เพื่อเป็นการคุ้มครองสุขภาพประชาชน และน่าจะลดเรื่องโรคหัวใจในคนไทยลงไปได้จำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เชื่อว่าผู้ประกอบการบางส่วนมีการเตรียมตัวมานานแล้ว &amp;nbsp;บางรายมีการดำเนินการไปแล้ว อาจใช้เวลา 3-4 เดือน ก็สามารถเปลี่ยนการผลิตโดยไม่ใช้ไขมนัทรานส์ได้ ซึ่งตั้งแต่ ม.ค. 2562 เป็นต้นไป ก็ไม่จำเป็นต้องมาดูฉลากว่ามีไขมันทรานส์เป็นส่วนประกอบหรือไม่ เพราะเราห้ามทั้งหมดทั้งที่ผลิตในประเทศและนำเข้า ต้องไม่มีการใช้ไขมันทราส์เป็นส่วนประกอบอีกต่อไป&amp;quot; นพ.วันชัย กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13519</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายควบคุมไขมันทรานส์, ควบคุมไขมันทรานมีผลบังคับใช้มกราคม2562, ควบคุมไขมันทรานส์เพื่อลดโรคหัวใจ, อย.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180306/image_big_5a9e793c42f8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
