<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2020 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2020 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหภาพร้องนายกฯ ขอเลื่อนควบรวม&#039;ทีโอที-กสทฯ&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ธ.ค. 2563นายสังวรณ์ พุ่มเทียน ประธาน &amp;nbsp;สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เปิดเผยว่า สรท.ได้ส่งทำหนังถึง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่องข้อกังวลและปัญหา การเร่งรีบ การควบรวมกิจการ กสทฯ และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ ทีโอที เป็น บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ซึ่งยังไม่มีข้อกำหนดที่ชัดเจน สิ่งใดบ้างที่จะเปลี่ยนแปลงและสภาพที่ต้องการให้เกิดขึ้นภายหลังการควบรวม ซึ่งประเด็นทั้งหลายเท่านี้ยังไม่มีความชัดเจน ทั้งเรื่อง โครงสร้างของ บริษัท NT &amp;nbsp;ตามที่บริษัท ที่ปรึกษากำหนดมาในวันนี้ คือ มีรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ 18 สายงาน &amp;nbsp;ตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ มากกว่า 30 คน ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายจำนวน &amp;nbsp;119 คน และผู้ช่วยผู้จัดการฝ่าย มากกว่า 230 คน ผู้จัดการส่วนราว 2,000 คน ซึ่งการกำหนดโครงสร้างองค์กรแบบ N-3 ที่ยังไม่มุ่งเน้น การเชื่อมโยงสู่กลยุทธ์องค์กรในการจัดทำแผนธุรกิจ ทั้งในระยะกลางและระยะยาว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามปัญหาที่จะเกิดขึ้น คือ โครงสร้างที่มีความซ้ำซ้อน เพิ่มขั้นตอนกระบวนการทำงาน ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งและไม่เป็นหนึ่งเดียวกันในการทำงาน ส้ินเปลืองงบประมาณ เกินความจำเป็น จากเงินประจำตำแหน่ง ไม่มีความชัดเจนในการบริหารทรัพยากรบุคคล รวมไปถึงเรื่องสิทธิประโยชน์ของพนักงาน และสภาพการจ้างงาน ที่ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน &amp;nbsp;จึงไม่สามารถชี้แจงหรือสื่อสารต่อพนักงานได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สร กสท.เห็นว่า การจัดทำโครงสร้างองค์กร และข้อตกลงเรื่อง สวัสดิการ และสิทธิประโยชน์ และสภาพการจ้าง และการคุ้มครองแรงงาน ทั้งหมดจะต้องได้ความชัดเจน และสรุปร่วมกันเป็นข้อตกลงที่จะแนบเป็นบันทึกไว้ในการจัดตั้ง บมจ.NTเพื่อเป็นหลักประกันให้แก่พนักงานซึ่งเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อไม่ให้เกิดการรอนสิทธิตามมติ คณะรัฐมนตรี และ พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2543 ดังนั้น สร.กสท จึงขอให้นายกฯ พิจารณา อย่างรอบครอบอีกครั้ง หรือเลื่อนวันจดทะเบียน ออกไป ถึงเดือน มีนาคม 2564 ตามที่กฏหมายกำหนด เพื่อให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมดำเนินการ &amp;nbsp;และจดทะเบียนการควบรวมกิจการตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 14 ม.ค.2563&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87866</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอเลื่อนการควบรวม, ควบรวมทีโอที-กสท., บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT, สังวรณ์ พุ่มเทียน, เป็น บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201224/image_big_5fe401d84ddff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2020 10:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2020 10:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ควบรวม“ทีโอที-กสทฯ” เลื่อนอีก6 เดือน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.2563 นายพุทธิพงษ์ ปุณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยถึงการควบรวม บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ ทีโอที และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ได้สำเร็จซึ่งภายในเดือนกรกฏาคมนี้ เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขอขยายเวลาการควบรวม เพื่อจัดตั้งบริษัท NT ออกไปอีก 6 เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถามว่าติดปัญหาอะไร การควบรวมหากทำเร็วแล้วไม่ดี ก็ไม่ควรตั้ง การขยายเวลาออกไปอีก 6 เดือน เนื่องจากมีปัญหาและอุปสรรค ในช่วงที่ผ่านมาเกิดสถานการณ์โควิด การจ้างที่ปรึกษา มีบริษัทจากต่างประเทศที่ต้องเข้ามาเจรจา และมีแผนธุรกิจที่จะต้องเข้ามาวิเคราะห์จึงไม่สามารถทำอะไรได้ และการควบรวมจะต้องแจ้งเจ้าหนี้เพื่อให้รับทราบ ขณะเดียวกันกฏหมายซึ่งนี่เป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีเรื่องของพ.ร.บ.รัฐวิสาหกิจเข้ามากระบวนการต่างๆ จะต้องผ่านขั้นตอนทั้งหมด ทำให้การประชุมทั้งหมดหยุด และปัญหาด้านเทคนิค&amp;rdquo;&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ในช่วง 6 เดือน โครงสร้างต่างๆ ของบริษัท NT ทั้งเรื่องธุรกิจ และการจัดตั้งคณะกรรมการจะมีไทม์ไลน์ออกมาให้เห็นชัด วิธีคัดเลือกหน่วยงาน ทั้ง ทีโอที และกสทฯมีจุดแข็งที่ต่างกัน วิธีการบริหารการจัดการพยายามทำให้ทีโอที เป็นบริษัท แม่ เป็นโฮลดิ้ง คัมปะนี ซึ่งในอนาคตจะแยกบริษัทมีประมาณ 4-5 บริษัท เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับ ทีโอทีและกสทฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวระดับสูงจากบมจ.ทีโอที เปิดเผยว่าก่อนหน้านี้การประชุมครม.เมื่อวันที่ 14 ม.ค.2563 มีมติให้เริ่มควบรวมให้เสร็จภายใน 6 เดือน โดยบริษัท NT จะมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดซึ่งผ่านไป 6เดือน ตั้งแต่เดือนมิ.ย.63 ก็ยังไม่สามารถจัดตั้งบริษัทได้ เนื่อง่จากติดปัญหาทั้งทีโอทีและกสทฯ ไม่อยากนำทรัพย์สินมารวมกัน เพราะ การควบรวมทั้ง 2 บริษัท หมายถึงการรวม 2 บริษัทที่มีทรัพย์สินรายละกว่า 1.4 แสนล้านบาทเข้าด้วยกัน แต่ละฝั่งก็ยังมีข้อพิพาทที่มีทั้งระหว่างกันและกับเอกชนภายนอก โดยทีโอทีเป็นจำเลยในคดีสำคัญมีมูลค่ารวมราว 3 หมื่นล้านบาท ส่วนแคทมีคดีที่ตกเป็นจำเลย มูลค่าคดีราว 4 หมื่นล้านบาทรวมถึงการต้องรักษาสถานะการจ้างงานของพนักงานทั้งหมดกว่า 2.4 หมื่นคน แบ่งเป็น ทีโอที 1.9 หมื่นคน และแคท 4 พันคน ก็เป็นความทาทายที่จะขับเคลื่อน NT ต่อไปอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวระดับสูงจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ปัญหาการควบรวม ทีโอทีและกสทฯ จะเป็นเรื่องใหญ่มากในเรื่องของการใบอนุญาต (ไลเซ่นส์) คลื่นความถี่ 5G &amp;nbsp;ที่ทีโอทีได้ไลเซ่นส์ 5G ย่านความถี่ 26.4-26.8GHz. จำนวน 4 ใบ &amp;nbsp;และกสทฯ ได้ไลเซ่นส์ 5G ย่านความถี่ 700 MHz ใบจำนวน 2 ซึ่งกรณีนี้ กสทช.ยังไม่มีการออกประกาศเรื่องกฏหมายการควบรวมธุรกิจ จึงทำให้ไม่สามารถโอนย้ายไลเซ่นส์ที่เป็นคลื่นความถี่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทีโอทีและกสทฯ เจอโจทย์นี้ การโอนอะไรที่ไม่ใช่คลื่นจะไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าเกี่ยวข้องกับคลื่นความถี่เป็นปัญหาใหญ่แน่นอน เนื่องจาก กสทช.ยังไม่มีการออกประกาศหรือกฏหมายเกี่ยวกับการออกไลเซ่นส์หลังการควบรวมกิจการ ซึ่งปัญหานี้ ทรูมูฟฯ กำลังจะเป็นเคสตัวอย่าง หลังจากที่ เรียลมูฟ และทรูมูฟเอช รวมธุรกิจกัน &amp;nbsp;การโอนคลื่นความถี่ไม่สามารถโอนกันได้ ทรู มูฟ ไม่ได้รับการจัดสรรมา แทน เรียลมูฟ ที่ขอใช้บริการ MVNO จาก กสทฯ &amp;nbsp;เนื่องจากคลื่นความถี่ย่าน 850 MHz เป็นของ กสทฯ ดังนั้น ทรู มูฟ ไม่มีสิทธิในการบริหารจัดการคลื่นความถี่ของ บมจ. กสทฯ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน และการรวมธุรกิจทำให้ทรัพย์สินและหนีสิ้นทั้งหมด รวมไปถึงสิทธิต่างๆ ของบริษัท เรียล มูฟฯ จะต้องหมดไปด้วยเช่นกัน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71962</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควบรวมทีโอที-กสท., พุทธิพงษ์ ปุณกันต์, รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200612/image_big_5ee32a48d892a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58624</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2020 10:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2020 10:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“พุทธิพงษ์”ตั้งคณะกรรมการควบรวมฯ ลุยปั้นบริษัท &#039;NT&#039; เกิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มี.ค. 2563 &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.)มีมติให้บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ควบรวมกิจการเป็นบริษัทเดียวกันตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 เมื่อวันที่ 14 ม.ค.2563 ที่ผ่านมาโดยให้บริษัทที่ตั้งใหม่ใช้ชื่อ &amp;ldquo;บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ&amp;rdquo; (National Telecom) หรือ NT&amp;rdquo; นั้น กระทรวงดีอีเอส ได้ทำหนังสือถึง สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เพื่อสอบถามถึงการจัดตั้งคณะกรรมการการควบรวม โดยองค์ประกอบจะต้องมีหน่วยงานใดเป็นคณะกรรมการร่วมในครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามภายในสัปดาห์หน้าคาดว่าจะสามารถตั้งคณะกรรมการควบรวมได้ หลังจากที่สคร.ตอบหนังสือกลับมายังกระทรวงฯ ซึ่งการปฏิบัติทุกขั้นตอนจะต้องเป็นไปตามกฏหมาย ซึ่งจำเป็นที่จะต้องมีการจ้างที่ปรึกษา ดำเนินการตามขั้นตอนให้เป็นไปตามกฏหมาย รวมถึงการปรับโครงสร้างของทั้งสองหน่วยงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราคงต้องรอคณะกรรมการควบรวมฯ ว่าจะต้องมีใครเป็นเจ้าภาพ และคณะกรรมการชุดนี้จะต้องเป็นคณะกรรมการฯ ที่ตัดสินใจเรื่องต่างๆ ของการควบรวม ตอนนี้ยังตอบอะไรไม่ได้ ว่า บริษัท NT จะเป็นในรูปแบบไหน ต้องดูว่าตรงไหนดีที่สุด โครงสร้างผู้ถือหุ้นจะเป็นอย่างไร เพราะทีโอที และ กสทฯ มีทรัพย์สิน บุคคลากร และสัญญาร่วมการงานต่างๆ ที่ต้องทำให้ถูกต้องตามกฏหมาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวระดับสูง จากทีโอที เปิดเผยว่า ก่อนหน้าที่จะมีการควบรวม ทีโอที และ กสทฯ ได้มีการตั้งคณะกรรมการร่วมกัน 13 คณะ &amp;nbsp;ซึ่งคณะกรรมการหลักที่จะต้องเป็นคณะกรรมการในเรื่องการตัดสินใจต่างๆ คือ คณะกรรมการ ที่มีกระทรวงดีอี และกระทรวงการคลัง เป็นคณะกรรมการควบรวมฯ ซึ่งคาดกว่าหลังจากตั้งคณะกรรมการควบรวมฯ ได้แล้วเสร็จในสัปดาห์นี้ การจัดตั้ง บริษัท NT &amp;nbsp;น่าจะแล้วเสร็จปลายเดือน กรกฏาคม นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58624</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควบรวม, ควบรวมทีโอที-กสท., นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200129/image_big_5e31540c1418b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49485</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2019 12:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2019 12:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสธ. ผนึกเครือข่าย “พลิกโฉมระบบสุขภาพปฐมภูมิด้วยดิจิทัล” </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยปลัดกระทรวงสาธารณสุข ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการศึกษาและจัดทำต้นแบบ (Prototype) ระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล (Digital ID) และ Health Information Exchange (HIE) Platform ซึ่งถือเป็นรูปแบบใหม่ โดยจะมีการจัดระบบการให้ข้อมูล การคุ้มครองข้อมูล การจัดการข้อมูลด้านสุขภาพของผู้รับบริการ และการเข้าถึงข้อมูลของแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว รวมทั้งการส่งข้อมูลผู้รับบริการกลับไปยังหน่วยบริการต้นสังกัดเพื่อการบันทึกข้อมูลด้านสุขภาพ รวมทั้ง มีการจัดทำระบบข้อมูลการให้บริการสุขภาพปฐมภูมิ และการขอรับค่ารักษาพยาบาลหรือค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุข อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;วันนี้ (31 ตุลาคม 2562) ณ ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร อาคาร 1 ชั้น 2 ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ดร. มนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หม่อมหลวงจิรเศรษฐ ศุขสวัสดิ์ กรรมการบริษัท บริษัท เนชั่นแนลดิจิทัลไอดี จำกัด พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานต่างๆ ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน หลังพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือของ 3 หน่วยงาน ในการศึกษาและจัดทำต้นแบบ (Prototype) ระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล (Digital ID) และ Health Information Exchange (HIE) Platform ตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562 เรื่องข้อมูลสุขภาพของผู้รับบริการ ให้มีการบริหารข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลสุขภาพของผู้รับบริการที่เหมาะสม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า การสร้างความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขโดยสำนักสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิ กับ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เนชั่นแนลดิจิทัลไอดี จำกัด นับว่าเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญอย่างยิ่งของประเทศ ในการยกระดับการบริการระบบสุขภาพปฐมภูมิให้ตอบสนองความต้องการของประชาชน จากการที่มีข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน ส่งต่อได้รวดเร็ว ผู้ให้บริการและผู้รับบริการสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างปลอดภัย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;นายแพทย์สุขุม กล่าวต่อว่า การปฏิรูปกระบวนการบริหารจัดการข้อมูลโดยการบูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาระบบบริการให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำงานเหมือนในอดีต ที่ทำงานซ้ำซ้อนและขาดความเชื่อมโยงของข้อมูล โดยระยะแรก จะนำร่อง 4 จังหวัด คือ กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ สระบุรี และตรัง เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการยืนยันตัวตนของประชาชนผู้รับบริการ แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน รวมถึงการจัดส่ง การคุ้มครอง และการจัดการข้อมูลสุขภาพของประชาชนผู้รับบริการ ก่อนขยายการดำเนินงานในระดับจังหวัด เขต ภาค และทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนการทำงานของหน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ ที่ขณะนี้มีจำนวน 1,180 แห่ง ครอบคลุมประชากร 13 ล้านคน และจะมีเพิ่มขึ้นเป็น 26 ล้านคน ในปี 2563 (ร้อยละ 40 ของประชากร) และมีหน่วยบริการเพิ่มขึ้นเป็น 2,600 แห่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ด้าน ดร.มนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทีโอที ขอขอบคุณและภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากกระทรวงสาธารณสุขในการจัดทำต้นแบบระบบยืนยันตัวตน Digital ID และ Health Information Exchange Platform เพื่อสนับสนุน พรบ. ระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562 ซึ่งจะเป็นการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาระบบการจัดการข้อมูลด้านสุขภาพ การเข้าถึงข้อมูลของแพทย์เพื่อการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพทำให้การรักษาพยาบาลปลอดภัย ถูกต้อง แม่นยำ และต่อเนื่อง ทั้งนี้ ทีโอที ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านบริการดิจิทัล จะเป็นผู้พัฒนาระบบ Digital ID และ Health Information Exchange Platform ด้วยเทคโนโลยี Blockchain บนมาตรฐานที่กำหนดโดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA&amp;nbsp; โดยการสนับสนุนจาก บริษัท เนชั่นแนลดิจิทัลไอดี จำกัด หรือ NDID &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;ดร.มนต์ชัย กล่าวต่อว่า สำหรับการพัฒนาต้นแบบระบบ Digital ID และ Health Information Exchange Platform จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบการให้บริการสาธารณสุข โดยมีการจัดทำฐานข้อมูลแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวมีชื่อคู่กับประชาชน แพทย์สามารถเรียกดูข้อมูลสุขภาพ และประวัติการรักษาของประชาชนที่มีชื่อคู่กัน รวมทั้งจาก รพ. อื่นที่ประชาชนไปรับการรักษาด้วย โดยต้องยืนยันตัวตนของแพทย์และประชาชนผ่านระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล (Digital ID Platform) ด้วยความยินยอมการให้ใช้ข้อมูลของประชาชน นอกจากนี้ ข้อมูลสุขภาพ และประวัติการรักษา จะถูกส่งไปยังแพทย์ด้วยช่องทางที่ปลอดภัยเพื่อจัดทำให้อยู่ในรูปแบบ Global Medical Record ซึ่งจะทำให้แพทย์มีข้อมูลสำคัญเพื่อสื่อสารและวางแผนสุขภาพกับประชาชนที่มีคู่ชื่อต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;หม่อมหลวงจิรเศรษฐ ศุขสวัสดิ์ กรรมการบริหารบริษัท NDID ชี้แจงว่า ทาง NDID มีความยินดีเป็นอย่างสูงที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของการจัดทำระบบข้อมูลการให้บริการสุขภาพปฐมภูมิ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความถูกต้อง แม่นยำในการยืนยันตัวตน รวมถึงได้รับการยินยอมจากเจ้าของข้อมูล ซึ่งจะเป็นก้าวแรกของความเชื่อมั่น ทั้งในเรื่องการเข้าถึงข้อมูล&amp;nbsp; การจัดเก็บและการโอนย้ายข้อมูลด้านสาธารณสุข และบริการทางการแพทย์ เพื่อให้ผู้รับบริการมีความมั่นใจในมาตรฐานของระบบ ว่าข้อมูลสุขภาพ และประวัติการรักษานั้น ได้รับการดูแลและจัดการอย่างเป็นระบบและมีมาตรฐาน เชื่อถือได้ และการส่งต่อข้อมูลสุขภาพ และประวัติการรักษา จะถูกส่งไปยังหน่วยงานที่ได้รับการยินยอมจากเจ้าของข้อมูลแล้วเท่านั้น โดยบริษัท NDID เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า จาก Platform และความเชี่ยวชาญของ NDID จะสามารถต่อยอด และเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าว อันจะเป็นประโยชน์ต่อความสำเร็จของโครงการนี้ต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49485</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควบรวมทีโอที-กสท., ดร.มนต์ชัย หนูสง, นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย, หม่อมหลวงจิรเศรษฐ ศุขสวัสดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191104/image_big_5dbfb669d8e59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48569</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2019 09:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2019 09:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“พุทธิพงษ์” สั่ง ทีโอที - กสทฯ เตรียมแผนร่วมประมูล 5G</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 .ต.ค 2562 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า เมื่อวันนี้(21 ต.ค.62ที่ผ่านมา เป็นครั้งแรกที่ได้เรียกผู้บริหารภายใต้สังกัด 2 หน่วยงาน บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT และสหภาพรัฐวิสาหกิจทั้ง 2 บริษัท เข้าประชุมหารือร่วมกันเกี่ยวกับการควบรวมหน่วยงาน 2 บริษัท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามทีโอทีและกสทฯ ได้เสนอแนวทางที่ได้เคยเสนอให้กับกระทรวงมาก่อนหน้านี้แล้วนั้น ซึ่งเป็นแนวทางเดิมที่เคยนำเสนอมา ไม่ว่าจะเป็นการสิ้นอายุสัญญาสัมปทานคลื่นในปี 2568 ที่จะหมดในอีก 6-7 ปี และข้อเสนอที่ สรท.ที่มีปัญหาในเรื่องการพนักงาน หากควบรวมแล้วจะมีการปลดพนักงานซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจากเป็นการเสนอแนวทางเดิม ตนจึงสั่งให้ทั้ง 2 หน่วยงาน กลับไปคิดและเสนอแผนมาให้อีกครั้ง โดยมีข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่จะกำหนดให้มีการเปิดประมูล 5G ดังนั้นจึงมีความคิดให้ ทีโอทีและกสทฯ กลับไปทำแผนเกี่ยวกับการเข้าร่วมประมูล 5G ในครั้งนี้ด้วย โดยให้นำเสนอแผนการเงิน แผนบริหารการจัดการคลื่นความถี่ และจะต้องสรุปแผนที่กล่าวมารายงานให้กับ รมว.ดีอีเอส รับทราบในวันที่ 30 ต.ค.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมให้โจทย์ ทีโอทีกับ กสทฯ ที่กสทช.จะประมูล 5G ให้ไปคิดแผนมาและส่งกลับมาให้ผมภายใน สิ้นเดือนนี้ อย่าไปคิดว่าทีโอที สภาพคล่องไม่ดี ผมเชื่อว่าหากมีแผนงานที่ดี ทีโอที และกสทฯ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเข้าร่วมประมูล 5G การควบรวมหากควบรวมแล้วไม่มีอะไรดีขึ้นไม่มีประโยชน์จะควบรวมทำไม &amp;nbsp;อยากให้กับไปคิดเป้าหมาย ยุทธศาสต์และการใช้งานคลื่นความถี่ที่เหลืออยู่ สหภาพฯ ปัญหาหลักๆ เค้าก็คือเรื่องการปลดพนักงาน มันกระทบกลัวว่าจะมีการปลดพนักงานมั้ยหากมีการควบรวมกันจริงๆ&amp;rdquo; รมว.กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีการยกเลิกสัญญา ทีโอที ในโคงการเน็ตยูโซ่ 3 สัญญาวงเงินรวม 6,486,399,926 บาท &amp;nbsp;ประกอบด้วยบริการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ (โซน ซี) จำนวน 3,920 หมู่บ้าน ในวันพรุ่งนี้ (22 ต.ค.) ทีโอทีเตรียมคณะทำงานเข้าไปพบ กสทช.เพื่อเจรจา สัญญาดังกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48569</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควบรวมทีโอที-กสท., ดีอีเอส, ประมูล 5จี, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190811/image_big_5d500dd9b2baa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45336</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2019 14:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2019 14:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีโอที ร่วมงานวันต่อต้านคอร์รัปชั่น 2562 “รวมพลัง..อาสาสู้โกง”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นายเชาว์ พันธ์รุ่งจิตติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการเงิน และผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทุจริต บมจ.ทีโอที พร้อมผู้บริหารและพนักงาน ทีโอที ร่วมงานวันต่อต้านคอร์รัปชั่น 2562 ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;รวมพลัง..อาสาสู้โกง&amp;rdquo; จัดโดย องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เนื่องในวันต่อต้านคอร์รัปชั่น ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการรวมพลังคนไทยทุกภาคส่วน ที่เสียสละและร่วมมือเป็นพลัง อาสาสู้โกง ตามบทบาทและบริบทของตนเอง ซึงจะเป็นพลังสังคมที่ปฏิเสธการคดโกงชาติทุกรูปแบบ และต่อสู้ไม่ให้คนโกงมีที่ยืนในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;

สำหรับนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน ของ บมจ.ทีโอที กำหนดแนวทางเป็นมาตรฐานการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสไปในทิศทางเดียวกัน ตาม 5 นโยบาย ประกอบด้วย ต่อต้านคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ ปกป้องคุ้มครองและให้ความมั่นใจแก่ผู้แจ้งเบาะแสหรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับคอร์รัปชั่น รวมถึงผู้ให้ความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชั่น ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส พร้อมรับการตรวจสอบและร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชั่น จัดตั้งองค์กร/หน่วยงานที่ทำหน้าที่ป้องกันและปราบปรามคอร์รัปชั่นของ บมจ.ทีโอที และกำกับดูแลให้ผู้กระทำผิดได้รับการพิจารณาลงโทษทางวินัยทางแพ่งและอาญาอย่างจริงจัง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45336</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควบรวมทีโอที-กสท., ต่อต้านคอร์รัปชั่น, นายเชาว์ พันธ์รุ่งจิตติ, รวมพลัง..อาสาสู้โกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190909/image_big_5d76018c93d69.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44163</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2019 10:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2019 10:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ดีอีเตรียมชง ครม. ควบรวม “ทีโอที-กสท.” ยันไม่มีเลิกจ้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค. 2562 นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐ (สคร.) เปิดเผยว่า ในเดือน ก.ย. 2562 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้มีการควบรวมบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กับ บริษัท กสท. โทรคมนาคม (มหาชน) เป็น บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT)&amp;nbsp;เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน ซึ่งการดำเนินงานของบริษัทใหม่จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น

&amp;quot;บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จะมีสินทรัพย์รวมกันกว่าล้านล้านบาท ซึ่งจะมีศักยภาพที่จะเป็นบริษัทให้บริการด้านเครือข่ายโทรคมนาคมที่เป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทยได้ ซึ่งหาก ครม. เห็นชอบแผนการควบรวม ทางกระทรวงดีอีต้องดำเนินการควบรวมให้เสร็จภายใน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;quot; นายประภาศ กล่าว

นายประภาศ กล่าวยอมรับว่า การควบควบรวมดังกล่าวจะได้รับการต่อต้านจากสหภาพพนักงาน ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ต้องทำความเข้าใจให้พนักงานเข้าใจ โดยตอนนี้ทีโอทีมีพนักงาน&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;คน ส่วน กสท. มีพนักงาน&amp;nbsp;6,000&amp;nbsp;คน ซึ่งคาดว่าการควบรวมจะไม่มีการเลิกจ้างพนักงาน

อย่างไรก็ตาม หลังการควบรวมเป็น บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ ก็ต้องมีการพิจารณาแนวทางการดำเนินงานขององค์กรให้ชัดเจน ว่า มีจุดเด่นด้านใดก็ต้องดำเนินการเป็นธุรกิจหลัก ส่วนเรื่องที่ดำเนินการได้ไม่ดีก็ต้องพิจารณายกเลิก เพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทใหม่มีเป้าหมายชัดเจน และเกิดรายได้และกำไรกับองค์กรมากที่สุด

นายประภาศ กล่าวว่า การควบรวมทีโอที กับ กสท. เป็นส่วนหนึ่งของแผนการฟื้นฟู&amp;nbsp;5&amp;nbsp;รัฐวิสาหกิจ ตามที่คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน สำหรับอีก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;รัฐวิสาหกิจที่ยังอยู่ในแผนฟื้น คือ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่มีปัญหาการดำเนินงานขาดทุน เพราะมีการแข่งขันสูง ต้องหารายได้ที่ไม่ใช่รายได้หลักเสริม เช่น การตั้งศูนย์ซ่อมบำรุงที่อู่ตะเภา การลดค่าใช้จ่ายการดำเนินงานมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่อยู่ระหว่างการตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์เพื่อพัฒนาที่ดินของ รฟท. ที่ไม่ได้ใช้เพื่อการเดินรถ เพื่อหารายได้เพิ่มขึ้น รวมถึงอยู่ระหว่างดำเนินการให้ รฟท. เป็นศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าสายสีแดง

สุดท้ายการฟื้นฟูองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้มีการปรับรถใหม่ มีการรับรถเมล์เอ็นจีวีไปแล้ว&amp;nbsp;489&amp;nbsp;คัน ส่วนที่เหลือ&amp;nbsp;3,183&amp;nbsp;คัน อยู่ระหว่างการสอบถามความคิดเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงการเก็บค่าโดยสารโดยใช้เครื่องรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ (EDC) และปรับปรุงเส้นทางการเดินรถ&amp;nbsp;96&amp;nbsp;เส้นทาง จาก&amp;nbsp;137&amp;nbsp;เส้นทาง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44163</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควบรวมทีโอที-กสท., ประภาศ คงเอียด, สคร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180208/image_big_5a7bf5274b723.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
