<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43075</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2019 12:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2019 12:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จบดีล ขุนคลังยันรวม “ทหารไทย-ธนชาต” ผงาดแบงก์ใหญ่อันดับ 6 ของประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค. 62 - นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง กล่าวว่า การควบรวมธนาคารทหารไทย และธนาคารธนชาต ได้มีการแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เรียบร้อยแล้ว โดยภายหลังการควบรวมจะทำให้สถานะของธนาคารขยับขึ้นเป็นธนาคารขนาดใหญ่ อันดับ 6 ของประเทศ มีขนาดทรัพย์สิน 2 ล้านล้านบาท ซึ่งจะส่งผลดีต่อกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้น แม้ว่าสัดส่วนการถือหุ้นจะน้อยลง แต่ผลตอบแทนจะได้มากขึ้น
ทั้งนี้ หลังการควบรวมยังคงใช้ชื่อธนาคารทหารไทยเหมือนเดิม โดยโครงสร้างผู้ถือหุ้น แบ่งเป็น ING สัดส่วน 21.24% ทุนธนชาต สัดส่วน 20.43% และกระทรวงการคลัง สัดส่วน 18.4% ภายใต้เงื่อนไขว่า กระทรวงการคลังจะเป็นผู้มีอำนาจในการแต่งตั้งประธานกรรมการธนาคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ที่ผ่านมาได้หารือกับนายปิติ ตัณฑเกษตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย ซึ่งยืนยันว่ายังดำเนินงานต่อไปปกติ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยหลังจากควบรวมแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ปีครึ่งในการจัดการโครงสร้างภายในองค์กร ส่วนการควบรวมจะเกิดขึ้นภายในปีนี้ เพื่อได้สิทธิลดหย่อนภาษี โดยยืนยันว่ากระทรวงการคลังไม่มีนโยบายและแนวคิดในการขายหุ้นทหารไทย&amp;rdquo; นายอุตตม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายอุตตม กล่าวอีกว่า ในส่วนของกระทรวงการคลัง จะให้กองทุนวายุภักษ์เข้าไปซื้อหุ้นธนาคารธนชาต ในวงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท เพื่อให้กลุ่มทุนธนชาตกลับมาซื้อหุ้นเพิ่มทุนของธนาคารทหารไทย หลังการควบรวมจะทำให้การบริหารของธนาคารมีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นการรวมจุดแข็งของ 2 ธนาคารเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยธนชาตมีความเชี่ยวชาญด้านเช่าซื้อ ส่วนธนาคารทหารไทยเชี่ยวชาญด้านสินเชื่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งการควบรวมจะทำให้การทำงานดีขึ้น และเป็นประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทุกราย&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43075</URL_LINK>
                <HASHTAG>TMB, ควบรวมธนชาติ ทหารไทย, ทหารไทย, นายอุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190809/image_big_5d4cff9b7fe56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30036</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2019 01:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2019 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธนชาต-ทหารไทย  เซ็นควบรวมกิจกรรม ก้าวเป็นแบงก์ใหญ่ลำดับที่ 6 เตรียมเปลี่ยนชื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.พ. 2562 นายสมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทุนธนชาต แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า เมื่อวันที่ 26 ก.พ.62 บริษัทในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของธนาคารธนชาตได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงแบบไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย เกี่ยวกับการรวมกิจการระหว่างธนาคารธนชาต กับ ธนาคารทหารไทย แบ่งเป็น บันทึกข้อตกลง 5 ฝ่ายระหว่าง ทั้งไอเอ็นจี กรุ๊ป, ทุนธนชาต, ธนาคารแห่งโนวาสโกเทีย, ธนาคารธนชาต และธนาคารทหารไทย บันทึกข้อตกลง 2 ฝ่ายระหว่าง ทุนธนชาต กับธนาคารแห่งโนวาสโกเทีย เพื่อกำหนดข้อตกลงแบบ ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายและหลักการสำหรับการเจรจาร่วมกันต่อไปเกี่ยวกับการเข้าทําธุรกรรมต่าง ๆ ระหว่างคู่สัญญา โดยมีวัตถุประสงค์รวมกิจการระหว่างธนาคารธนชาตกับธนาคารทหารไทย เพื่อการก่อตั้งธนาคารพาณิชย์ที่มีขนาดใหญ่ และแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เหตุผลการรวมกิจการเป็นการดำเนินการโดยสมัครใจของผู้ถือหุ้นใหญ่ของทั้ง 2 ธนาคาร ตามนโยบายที่รัฐให้การสนับสนุน เพื่อให้เกิดธนาคารพาณิชย์ที่มีขนาดใหญ่ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ลดต้นทุนในการ บริหารจัดการ สร้างประสิทธิภาพในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการให้กับลูกค้าได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น โดยทุนธนชาตยังคงเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และร่วมดูแลธนาคารภายหลังการรวมกิจการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การรวมกิจการครั้งนี้ ทำให้ขนาดและศักยภาพทางธุรกิจเพิ่มขึ้น โดยมุ่งสู่การเป็นธนาคารชั้นนำขนาดใหญ่ของประเทศ โดยธนาคารภายหลังการรวมกิจการจะมีสินทรัพย์รวมอยู่ที่ประมาณ 1.9 ล้านล้านบาท ฐานลูกค้ากว่า 10 ล้านราย และมี ขนาดใหญ่เป็นลำดับที่ 6 ในอุตสาหกรรมธนาคารพาณิชย์ไทย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับค่าตอบแทนการรวมกิจการ ทุนธนชาต คาดว่าการรวมกิจการระหว่างธนาคารธนชาตและธนาคารทหารไทย โดยวิธีการโอนกิจการทั้งหมด จะมีมูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 130,000 &amp;ndash; 140,000 ล้านบาท แต่อาจปรับมูลค่าในขั้นตอนสุดท้าย เนื่องมาจากการตรวจสอบวิเคราะห์สถานะ เมื่อมีการเข้าทำสัญญาที่คู่สัญญาจะตกลงกันต่อไป โดยหุ้นเพิ่มทุนที่ธนาคารทหารไทยเสนอขายให้แก่ทุนธนชาต ธนาคารแห่งโนวาสโกเทีย และผู้ถือหุ้นรายย่อยจะมีมูลค่าประมาณ 50,000 - 55,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คาดว่าธนาคารทหารไทยจะเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนราคาหุ้นละ 1.1 เท่าของมูลค่าทางบัญชีล่าสุด ของธนาคารทหารไทยภายหลังปรับปรุงมูลค่าจากการเพิ่มทุนตามที่ธนาคารทหารไทยคาดไว้ และการปรับปรุงอื่น ๆ ซึ่งจะได้ตกลงกันในสัญญาที่คู่สัญญาจะตกลงกันต่อไป โดยทุนธนชาตคาดว่าจะถือหุ้นในสัดส่วนไม่น้อยกว่า 20% ของธนาคาร ภายหลังการรวมกิจการ และจะมีการใช้ชื่อทางการค้าใหม่ โดยพิจารณาจากจุดแข็งในเชิงพาณิชย์ของชื่อทางการค้าเดิมของธนาคารธนชาตและธนาคารทหารไทย โดยชื่อทางการค้าใหม่ที่แน่นอนจะขึ้นอยู่กับการอนุมัติของคณะกรรมการธนาคารภายหลังรวมกิจการ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30036</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควบรวมกิจการ, ควบรวมธนชาติ ทหารไทย, สมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190227/image_big_5c75803963403.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2019 09:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2019 09:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แผนควบรวบแบงก์ไม่คืบ บอร์ด TMB ยังหาข้อสรุปไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.พ. 2562 นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการ บมจ.ธนาคารทหารไทย (TMB) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการธนาคารในวันที่ 13 ก.พ. 2562 เกี่ยวกับเรื่องการควบรวมกับธนาคารธนชาต ยังหาข้อสรุปไม่ได้ โดยจะมีการหารืออีกครั้งในวันนี้ (14 ก.พ.) เพื่อหาข้อยุติทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายว่าจะเร่งหารือเพื่อหาข้อสรุปทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายในเดือนนี้ ทั้งในส่วนที่ต้องเสนอให้นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง และคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบ รวมถึงการลงนามร่วมกับธนาคารธนชาตด้วย
&amp;ldquo;การควบรวมยังสรุปไม่ได้ว่าจะจบเมื่อไหร่ แต่พยายามจะทำให้ทุกอย่างเสร็จสิ้นภายในเดือนนี้&amp;rdquo; นายประสงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า การควบรวมทั้ง 2 ธนาคารยังติดประเด็นว่าการควบรวมจะต้องเกิดประโยชน์กับกระทรวงการคลัง และไม่เกิดความเสียหายในฐานะผู้ถือหุ้น ซึ่งการจะพิจารณาเลือกทางใดทางหนึ่งจะต้องชี้แจงให้สาธารณชนเข้าใจได้ว่ากระทรวงการคลังได้ประโยชน์จากการดำเนินการดังกล่าวจริง และไม่เกิดความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การซื้อหุ้นเพิ่มทุนเพื่อรักษาสัดส่วนการถือหุ้นของคลังในธนาคารทหารไทยยังอธิบายได้ยาก แม้จะบอกว่าในอนาคตเรื่องนี้จะมีประโยชน์ แต่ว่าปัจจุบันมันยังไม่เห็นประโยชน์ชัดเจน จึงเป็นเรื่องที่ประชาชนเข้าใจได้ยากลำบาก โดย รมว.การคลังก็ให้ระมัดระวังเรื่องนี้มาก ๆ เพราะว่าเรื่องนี้ต้องเสนอ ครม. ซึ่งต้องมีรายละเอียด เพราะการควบรวมเป็นเรื่องที่มีความล่อแหลม และอ่อนไหวมาก ๆ ในช่วงก่อนการเลือกตั้ง&amp;rdquo; แหล่งข่าว กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29096</URL_LINK>
                <HASHTAG>TMB-TBANK, ควบรวมธนชาติ ทหารไทย, ประสงค์ พูนธเนศ, แผนควบรวมล่าช้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180620/image_big_5b2a4faccffe4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28886</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2019 07:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2019 07:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> TMB จ่อถกบอร์ดโค้งสุดท้ายควบรวม TBANK หวังลงนามให้ทันในเดือน ก.พ.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.พ. 2562 นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการ บมจ.ธนาคารทหารไทย (TMB) เปิดเผยว่า ในวันที่ 13 ก.พ. 2562 จะมีการประชุมคณะกรรมการธนาคาร โดยจะมีการหารือในวาระสำคัญ คือ การควบรวมกับ บมจ.ธนาคารธนชาต (TBANK) หากคณะกรรมการธนาคารเห็นชอบ ก็จะพยายามลงนามการควบรวมกับ บมจ.ธนาคารธนชาตให้ได้ภายในเดือนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการใส่เงินเพื่อรักษาสัดส่วนผู้ถือหุ้นนั้น กระทรวงการคลังมีสิทธิ์เลือกได้ว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ อย่างไหนจะคุ้มค่ามากกว่ากัน โดยตอนนี้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) อยู่ระหว่างการพิจารณาตัวเลข ซึ่งจะต้องนำข้อสรุปดังกล่าวมาเสนอให้นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง พิจารณาเห็นชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเซ็นเอ็มโอยูภายในเดือนนี้ จะเป็นการเซ็นระหว่างธนาคารทั้ง 2 แห่ง ยังไม่ถือว่าการควบรวมสำเร็จ ส่วนกระทรวงการคลังจะต้องเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบก่อนเซ็นเอ็มโอยูหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่ากระทรวงการคลังพิจารณาว่าจะใส่เงินเพื่อรักษาสัดส่วนการถือหุ้นหรือไม่ หากไม่ใส่เงินก็ไม่จำเป็นต้องเสนอให้ ครม. พิจารณาเห็นชอบ&amp;rdquo; นายประสงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า สคร. ได้รายงานแผนการควบรวมทั้ง 2 ธนาคารให้นายอภิศักดิ์รับทราบเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2562 โดยยังไม่มีความคืบหน้า เพราะว่ายังติดประเด็นว่าการควบรวมดังกล่าวจะต้องเกิดประโยชน์กับกระทรวงการคลัง และไม่เกิดความเสียหายในฐานะผู้ถือหุ้น โดย รมว.การคลังได้กำชับให้พิจารณาเรื่องนี้ให้รอบคอบที่สุด เพื่อไม่ให้มีปัญหาในภายหลัง ซึ่งการจะพิจารณาเลือกทางใดทางหนึ่งจะต้องชี้แจงให้สาธารณชนเข้าใจได้ว่ากระทรวงการคลังได้ประโยชน์จากการดำเนินการดังกล่าวจริง และไม่เกิดความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แผนการควบรวม 2 ธนาคารตอนนี้ยังไม่มีกำหนดว่าจะสรุปได้เมื่อไหร่ หรือจะทันรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ คงตอบไม่ได้แล้ว ถึงแม้ว่า รมว.การคลัง จะมีความตั้งใจว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในรัฐบาลชุดปัจจุบัน ส่วนเรื่องการซื้อหุ้นเพิ่มทุนเพื่อรักษาสัดส่วนการถือหุ้นของคลังใน TMB ยังอธิบายได้ยาก แม้จะบอกว่าในอนาคตเรื่องนี้จะมีประโยชน์ แต่ว่าปัจจุบันมันยังไม่เห็นประโยชน์ชัดเจน จึงเป็นเรื่องที่ประชาชนเข้าใจได้ยากลำบาก โดย รมว.การคลังก็ให้ระมัดระวังเรื่องนี้มาก ๆ เพราะว่าเรื่องนี้ต้องเสนอ ครม. ซึ่งต้องมีรายละเอียด เพราะการควบรวมเป็นเรื่องที่มีความล่อแหลม และอ่อนไหวมาก ๆ ในช่วงก่อนการเลือกตั้ง&amp;rdquo; แหล่งข่าว กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28886</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ก.พ., TMB-TBANK, ควบรวมธนชาติ ทหารไทย, ประธานกรรมการ บมจ.ธนาคารทหารไทย, ประสงค์ พูนธเนศ, ลงนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180620/image_big_5b2a4faccffe4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28260</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2019 10:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2019 10:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชง “ขุนคลัง” เคาะแผนควบ TMB-TBANK</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.พ. 2562 แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2562 ผู้บริหารของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้เข้าพบนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เพื่อสรุปรายละเอียดแผนการควบรวม บมจ.ธนาคารทหารไทย (TMB) &amp;nbsp;กับ บมจ. ธนาคารธนชาต (TBANK) ให้ รมว.การคลัง รับทราบและตัดสินใจเพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ ในฐานะที่กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใน TMB ประมาณ 21%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แผนการควบรวมทั้ง 2 ธนาคาร คาดว่าจะเสนอให้ ครม. เห็นชอบได้ภายในสัปดาห์นี้ หรืออย่างช้าสัปดาห์หน้า ซึ่งการควบรวมทำให้ทั้งสองธนาคารได้ประโยชน์ เพราะธนาคารใหม่จะมีความเข็มแข็งมากขึ้น สามารถแข่งขันกับธนาคารอื่นได้ดีกว่า และมีรายได้และกำไรมากขึ้น&amp;quot; แหล่งข่าว กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า การใช้วิธีการควบรวมจะทำให้กระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ถือหุ้น TMB ไม่ได้รับความเสียหาย และจะได้ประโยชน์จากราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นในอนาคต เพราะธนาคารใหม่มีการดำเนินงานที่ดีขึ้น ส่วนธนาคารใหม่จะใช้ชื่ออะไรยังไม่สามารถเปิดเผยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ นายอภิศักดิ์ ระบุว่า ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ผู้บริหารทั้ง 2 ธนาคารได้เข้ามาหารือถึงแนวทางการควบรวม โดยกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นในธนาคารทหารไทย และเป็นผู้กำกับดูแลความเข้มแข็งของสถาบันการเงินและเศรษฐกิจ ต้องการให้ธนาคารควบรวมกันเพื่อความแข็งแกร่งมากขึ้น โดยที่ผ่านมา ครม. จึงเห็นชอบมาตรการภาษีสำหรับสนับสนุนการควบรวมสถาบันการเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การควบรวมผู้ถือหุ้นต้องได้ประโยชน์มากขึ้น &amp;nbsp;และการใส่เงินเพื่อรักษาสัดส่วนการถือหุ้นก็ต้องคุ้มค่า เมื่อมีการควบรวมจะมีใบอนุญาตการทำธุรกิจธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งต้องหมดไป โดยที่คลังจะไม่นำไปให้ผู้ประกอบการรายอื่น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28260</URL_LINK>
                <HASHTAG>TMB-TBANK, ควบรวมธนชาติ ทหารไทย, ควบรวมแบงก์, สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.), อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190130/image_big_5c51bb1624862.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
