<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98289</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2021 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2021 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ควบรวม&#039;ซีพี-เทสโก้โลตัส&#039;ส่องานเข้าศาลปกครองรับฟ้องสั่งไต่สวนใน7วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 เมษายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคได้เผยแพร่คำสั่งของศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า ศาลปกครองมีคำสั่ง ลงวันที่ 22 มีนาคม 2564 ให้ประทับรับฟ้องคดีที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและเครือข่าย 36 องค์กรผู้บริโภคทั่วประเทศยื่นฟ้องคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า(กขค.)กรณีมีมติอนุมัติควบรวมกิจการระหว่าง บริษัทซี.พี.รีเทล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด กับบริษัทเทสโก้สโตร์ส จำกัด ที่อาจไม่ขอบด้วยกฏหมายขัดพรบ.แข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลได้มีคำสั่งให้พิจารณาคดีโดยเร่งด่วน และสั่งให้ทำคำชี้แจง รวมถึงส่งเอกสารประกอบว่า​ หากไม่มีคำสั่งให้ชะลอ หรือระงับตามคำสั่งทางปกครองในเหตุพิพาทไว้เป็นการชั่วคราวก่อน​นั้น จะเกิดความเสียหายและยากแก่การเยียวยาแก้ไขอย่างไร​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ศาลยังได้เรียกบริษัท ซี.พี. รีเทล ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และ บริษัท โลตัส สโตร์ส (ประเทศไทย) จำกัดเข้ามาเป็นคู่กรณีฝ่ายที่สาม โดยกำหนดให้บริษัท ซี.พี. ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัดเป็นผู้ร้องสอดที่ 1 และบริษัท โลตัส สโตร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ร้องสอดที่ 2 (ซึ่ง บริษัท เทสโก้ สโตร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท โลตัส สโตร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในกรณีที่ผู้ฟ้องคดีได้ร้องขอให้ศาลไต่สวนและมีคำสั่งกำหนดมาตรการคุ้มครองหรือบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษานั้น ศาลขอให้ผู้ฟ้องจัดทำคำชี้แจง พร้อมเอกสารหลักฐานเพื่อยื่นต่อศาลภายใน 7 วัน หลังจากที่ได้รับหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 15 มี.ค.2564 มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและเครือข่าย 36 องค์กรเพื่อผู้บริโภคทั่วประเทศ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง กรณีคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า(กขค.)มีมติอนุมัติการควบรวมกิจการระหว่างบริษัทซี.พี.รีเทล ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กับบริษัทเทสโก้ สโตร์ส จำกัดว่า มติดังกล่าวอาจขัดต่อ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ที่มุ่งเน้นกำกับดูแลการประกอบธุรกิจให้มีแข่งขันทางการค้ามากที่สุดภายใต้หลักเสรีและเป็นธรรม ปล่อยให้บริษัทที่มีส่วนแบ่งในตลาดอยู่แล้วถึงร้อยละ 69.3 ก่อนการควบรวมมีอำนาจเหนือตลาดเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 83.97 หลังการควบรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงจะส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เนื่องจากทำให้เกิดการผูกขาดสินค้าที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อผู้บริโภค อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตสินค้าและวัตถุดิบ ที่ขาดอำนาจการต่อรอง และทำลายโอกาสการแข่งขันอย่างเป็นธรรมกับคู่แข่งเดิมและคู่แข่งหน้าใหม่ และเมื่อจำนวนผู้แข่งขันลดลง ย่อมทำให้ผู้บริโภคมีโอกาสเลือกสินค้าน้อยลง จนทำให้ผู้บริโภคอาจตกอยู่ในภาวะที่ต้องซื้อสินค้าในราคาที่สูงอย่างเลี่ยงไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นก่อนการพิจารณาอนุมัติควบรวม คณะกรรมการแข่งขันทางการค้าไม่ได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนทั่วไป ซึ่งถือได้ว่าไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง มีการกำหนดกรอบในการลงมติของคณะกรรมการเป็นการกำหนดกรอบที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีเงื่อนไขว่าคณะกรรมการที่ลงมติไม่เห็นชอบ จะไม่มีสิทธิกำหนดเงื่อนไขเชิงโครงสร้างและเงื่อนไขเชิงพฤติกรรม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98289</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควบรวมโลตัส, มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค, ศาลปกครอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210215/image_big_602a38ee3a7a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
