<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99534</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2021 08:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2021 08:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกสมาคมต้านโลกร้อน จัดหนักปมโรงงานมาบตาพุดปล่อยควันดำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 เม.ย.64 - นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า ตามที่เกิดเหตุโรงงานหลายโรงในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดปล่อยควันดำ (flare) ออกมาทางปล่องควันพร้อมกันในหลายโรงเมื่อวันที่ 14 เม.ย. 64 เวลา 12.40 น. ที่ผ่านมานั้น ปล่องควันดังกล่าวออกมาจากโรงงานของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) สาขา 2 (GC2) , บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) สาขา 3 , บริษัท ไทยโพลิเอททีลีน จำกัด , บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) สาขา 12 และบริษัท เอ็ช เอ็ม ซี โปลีเมอส์ จำกัด อันมีต้นเหตุมาจากโรงไฟฟ้าที่ป้อนกระแสไฟฟ้าให้โรงงานต่างๆดังกล่าวเกิดขัดข้อง ทำให้โรงงานเกิดไฟฟ้าดับในกระบวนการผลิตก่อให้เกิดเปลวไฟและควันที่หอเผามากกว่าปกติ ทำให้เกิดกลุ่มควันหรือมลพิษฟุ้งกระจายออกมาแผ่คลุมพื้นที่นิคมฯและกระจายไปยังพื้นที่ชุมชนใกล้เคียง จนเกิดอาการหวาดวิตกกันไปทั่ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุที่เกิดขึ้น แม้นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดจะพยายามโปรโมทอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์ มีศูนย์ EMCC &amp;nbsp;แต่ก็ทำได้แค่รายงานเหตุการณ์และอ้างว่าได้กำชับโรงงานให้รีบดำเนินการแก้ไขเท่านั้น ไม่เคยมีมาตรการที่เด็ดขาดที่จะลงโทษโรงงานผู้ก่อเหตุให้เข็ดหลาบได้เลย ซึ่งเหตุการณ์เดียวกันนี้เกิดขึ้นอย่างซ้ำซากเกินไปแล้ว เมื่อวันที่ 1 ก.พ.63 ก็เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาแล้ว แต่ทว่า กนอ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่เห็นมีมาตรการลงโทษใดๆ ออกมา ทั้งๆที่พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตควบคุมมลพิษ ตามคำสั่งของศาลปกครองระยอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรมควบคุมมลพิษ(คพ.)ก็ไร้น้ำยาที่จะใช้มาตรการทางกฎหมายสิ่งแวดล้อมในการกำราบผู้ก่อมลพิษเหล่านี้ได้ ทำได้แค่เอาเครื่องตรวจวัดไปติดตั้งวัดอากาศแล้วรายงานว่าค่ามลพิษ VOCs เป็นปกติไม่เกินมาตรฐาน ซึ่งขัดแย้งต่อสภาพที่ปุถุชนทั่วไปก็รู้ว่าเกินมาตรฐานหรือไม่ หรือไม่กล้าที่จะแจ้งว่าเกินมาตรฐาน กลัวอะไรอยู่หรือ ถ้ากลัวก็ลาออกไปเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรณีเช่นนี้จะเป็นตัวอย่างที่เลวร้ายที่เห็นขัดเจนมากที่สุด และยิ่งรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุน EEC ในพื้นที่ดังกล่าวด้วยแล้ว แต่ กนอ.ไม่เคยมีมาตรการลงโทษโรงงานที่ก่อให้เกิดมลพิษเข่นนี้อย่างเป็นรูปธรรมเลย หากจะลงโทษได้ก็คงทำได้แค่โรงงานเล็กๆเท่านั้น ซึ่งทางออกที่จะเรียกความเชื่อมั่นต่อกรณีนี้ได้ก็คือ ต้องเชือดไก่ให้ลิงดู โดยต้องไล่ผู้ว่าการ กนอ.-อธิบดี คพ.และคณะผู้บริหารออกไปเสียให้หมด หลังจากนั้นจึงค่อยปลด รมว.อุตสาหกรรม และ รมว.กระทรวงทรัพย์ฯ เป็นรายต่อไป จึงจะพอเรียกศรัทธาของชาวบ้านคืนมาได้บ้าง&amp;quot; นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99534</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควันดำ, นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน, นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด, ศรีสุวรรณ จรรยา, โรงงานระยอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210415/image_big_60779bafcf8c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47087</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2019 07:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2019 07:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศักดิ์สยาม ผุดมาตรการสกัด PM 2.5 สั่งตรวจควันดำ-ฝุ่นละอองรถทุกประเภท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.62-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงมาตรการลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM 2.5 ว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมดำเนินมาตรการลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เป็นการเร่งด่วน แบ่เป็น มาตรการระยะสั้น ที่ได้ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ คือ การตรวจรถทุกประเภท ทั้งรถโดยสารสาธารณะ รถบรรทุก รวมถึงรถส่วนบุคคลให้ได้มาตรฐานตามที่กำหนดไว้ หากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานดังกล่าว จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ การก่อสร้างโครงการต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดฝุ่นละออง ได้แจ้งให้ผู้รับเหมาหรือให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง ไปดำเนินการควบคุม ปิดกั้น รวมถึงการฉีดสเปรย์น้ำด้วย

อย่างไรก็ตามในส่วนของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้ดำเนินการยกระดับการตรวจวัดค่าควันดำรถโดยสารและรถบรรทุก ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และพื้นที่ 15 จังหวัดโดยรอบ ประสานกรมควบคุมมลพิษ ตั้งจุดตรวจ ณ พื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละออง PM 2.5 สูง พร้อมทั้งเปิดช่องทางให้ประชาชนร้องเรียนผ่านศูนย์ 1584 เฟสบุ๊ค ขบ. และทาง Line โดย ขบ. จะตรวจสอบและลงโทษอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ ได้ประสานงานผู้ประกอบการขนส่งในการตรวจวัดควันดำรถโดยสารและรถบรรทุก ณ สถานที่ประกอบการ เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจร

สำหรับมาตรการระยะกลางนั้น ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาหาแนวทางมาตรการ เพื่อประกาศเป็นกฎกระทรวง เช่น การลดหย่อนค่าธรรมเนียมและภาษีในการจดทะเบียนให้กับรถที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ขณะที่รถที่ก่อมลพิษ หรือรถมีควันดำไม่ผ่านมาตรฐาน และเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมนั้น จะเพิ่มอัตราค่าธรรมเนียมและภาษีด้วย

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่าในส่วนกรมทางหลวง(ทล.)มีแผนติดตั้งระบบปล่อยฝอยละอองน้ำความดันสูง บริเวณด่านเก็บเงินบนทางหลวงพิเศษ อีก 7 แห่ง ดังนี้ บริเวณหลังคาคลุมตู้เก็บค่าผ่านทาง (Canopy)&amp;nbsp;ด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางบางปะกง ,หนองขาม 1 ,หนองขาม 3 ,ทับช้าง 1 (ช่องทางที่1-7) ,ทับช้าง 2 (ช่องทางที่1-7) ,โป่ง 3และพัทยา(ขาออก) โดยคาดว่าจะดำเนินการติดตั้งแล้วเสร็จภายในต้นเดือน ต.ค.62

ขณะที่กรมทางหลวงชนบท(ทช.)นั้น กำหนดมาตรการลดฝุ่น โดยหากพบว่าการก่อสร้างเกิดฝุ่นละอองเพิ่มขึ้นจนสังเกตได้ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 3 วัน ให้พิจารณาหยุดกิจกรรมก่อสร้าง เพื่อสังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงเพื่อพิจารณาดำเนินการแก้ไข ทั้งนี้ขอให้หน่วยงานของผู้ว่าจ้างจัดทำบัญชีเครื่องจักร ระบุประเภทรถและหมายเลขทะเบียนของแต่ละโครงการ เพื่อพร้อมในการประสานสำนักงานขนส่งจังหวัดในการจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบความสมบูรณ์ของเครื่องจักรเพื่อลดมลภาวะ&amp;nbsp;

นอกจากนี้ได้มีการประสานงานขอความร่วมมือกับ บก.จร.และตำรวจจราจรในพื้นที่เพื่อกวดขันและเข้มงวดไม่ให้มีการจอดรถบนพื้นผิวถนนที่จราจรแออัด เช่น ถนนราชพฤกษ์ ถนนกัลปพฤกษ์ โดยที่ผ่านมา ทช.ได้มีการประสานงานกับตำรวจจราจรมาโดยตลอดถึงการห้ามจอดรถบริเวณห้ามจอด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47087</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควันดำ, ฝุ่น PM 2.5, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190816/image_big_5d5656c5b2e57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34604</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขึ้นค่ารถเมล์จบง่ายที่ไหน ศรีสุวรรณชวนปชช.จับผิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; กางคำวินิจฉัยศาลปกครองกลาง เชิญชวนประชาชนจับผิดการให้บริการรถโดยสารทุกประเภท ถ้าพบขับรถหวาดเสียว แย่งผู้โดยสาร ก่ออุบัติเหตุ สกปรก หยาบคาย ใช้ถ้อยคำผรุสวาทกับผู้โดยสาร ควันดำ ให้เก็บหลักฐานยื่นศาลเพิกถอนการขึ้นราคาค่าโดยสารอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา เมื่อเย็นวันที่ 26 เม.ย.2562 โดยมีคำสั่งยกคำขอทุเลาการบังคับตามมติของคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลาง ในคราวที่มีมติให้ขึ้นค่ารถโดยสารทั้งระบบได้เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2561 ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้รถโดยสารทุกประเภท อาทิ รถ ขสมก. รถร่วมบริการ รถ บขส. รถตู้โดยสาร รถสองแถว ฯลฯ สามารถขึ้นค่าโดยสารได้ตามมติ คือตั้งแต่ 1-7 บาทนั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีดังกล่าวศาลปกครองกลางได้วินิจฉัยสรุปได้ว่า หากศาลมีคำสั่งระงับการขึ้นค่าโดยสารตามคำขอ เกรงว่าผู้ประกอบการรถโดยสารจะหยุดกิจการเพราะขาดทุน หรือลดจำนวนรถโดยสารลง หรือลดคุณภาพการให้บริการลง ซึ่งจะทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบหรือเดือดร้อน ไม่มีรถโดยสารให้บริการอย่างพอเพียง หรือการให้บริการขาดคุณภาพในการบริหารจัดการที่ดีนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นดังกล่าวเป็นกรณีที่ประชาชนทุกคนที่จำเป็นที่จะต้องใช้บริการรถโดยสารต่างๆ ดังกล่าวต้องช่วยกันจับผิดรถโดยสารทุกประเภท นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ว่ารถโดยสารเหล่านั้นมีการให้บริการที่เพียงพอต่อความต้องการของผู้โดยสารหรือไม่ คุณภาพการให้บริการดีขึ้นหรือไม่ ยังมีปัญหาการขับรถที่ก่อให้เกิดความหวาดเสียว การวิ่งรถแข่งกันแย่งผู้โดยสารหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีการวิ่งรถจนก่ออุบัติเหตุบ่อยครั้งหรือไม่ มีรถที่ใหม่ขึ้นหรือไม่ มีความสกปรกอยู่อีกหรือไม่ พนักงานขับรถและพนักงานเก็บค่าโดยสารมีการใช้ถ้อยคำผรุสวาทหยาบคายกับผู้โดยสารหรือไม่ การแต่งตัวของ พขร.และ พกส. ถูกต้องตามระเบียบของกรมการขนส่งหรือไม่ และรถโดยสารแต่ละคันมีการปล่อยควันดำออกมาเกินมาตรฐานบนท้องถนนอยู่อีกหรือไม่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณกล่าวว่า หากพบว่ามี และไม่เป็นไปตามข้ออ้างของผู้ประกอบการและคณะกรรมการขนส่งทางบกกลางที่มีมติให้ปรับขึ้นค่าโดยสาร ขอให้ประชาชนช่วยกันถ่ายรูปเก็บหลักฐาน ระบุวัน เวลา สถานที่ที่พบเห็น แล้ว Inbox ส่งมาที่เฟซบุ๊กของศรีสุวรรณ จรรยา เพื่อที่จะได้รวบรวมส่งให้ศาลปกครองได้พิจารณาในเนื้อหาหลักของการต่อสู้คดีในคดีนี้ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากมีข้อมูลดังกล่าวมากๆ ก็เชื่อว่าในคำพิพากษาที่จะมีขึ้นในอนาคต ศาลปกครองอาจจะมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งการขึ้นค่ารถโดยสารทั้งระบบนี้ได้ และจะได้ใช้เป็นพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดทางอาญาต่ออธิบดีกรมการขนส่งทางบก รมว.คมนาคม และคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลาง ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป&amp;quot; นายศรีสุวรรณกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34604</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่ออุบัติเหตุ, ขับรถหวาดเสียว, ขึ้นค่ารถเมล์, ควันดำ, คำวินิจฉัยศาลปกครองกลาง, หนังสือพิมพ์, หยาบคาย, แย่งผู้โดยสาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190427/image_big_5cc4552f53903.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28825</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2019 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2019 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯตรวจรถโดยสารพบควันดำ412 คันสั่งหยุดวิ่งทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ขนส่งฯเปิดผลการตรวจควันดำรถบรรทุกและรถโดยสารเพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 บนถนนสายหลักและจุดสำคัญต่างรอบกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 1-10 ก.พ.62 พบควันดำเกินมาตรฐาน 412 คัน พ่นสีห้ามใช้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11ก.พ.62-นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกดำเนินการตามมาตรการ &amp;ldquo;One Transport ปลอดฝุ่น PM2.5&amp;rdquo; ของกระทรวงคมนาคม เพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อาทิ การลงพื้นที่สุ่มตรวจสอบรถโดยสารประจำทางในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองสูงและสุ่มตรวจสอบ ณ อู่รถโดยสารทั้งของ ขสมก. และรถร่วมบริการ ขสมก. และการตั้งจุดตรวจควันดำรถบรรทุกและรถโดยสาร บนถนนสายหลักโดยรอบกรุงเทพฯ ครอบคลุมพื้นที่ 15 จังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีจุดสำคัญต่างๆ เช่น สถานีขนส่งสินค้าชานเมือง ท่าเรือกรุงเทพและท่าเรือแหลมฉบัง เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 จนถึงปัจจุบัน และดำเนินการต่อเนื่องจนกว่าปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 จะคลี่คลาย สำหรับผลการตรวจควันดำรถบรรทุกและรถโดยสารระหว่างวันที่ 1-10 กุมภาพันธ์ 2562 เรียกรถเข้าตรวจจำนวนทั้งสิ้น 14,663 คัน พบรถที่มีค่าควันดำเกิน 45 %จำนวน 412 คัน เป็นรถบรรทุก จำนวน 357 คัน และเป็นรถโดยสาร จำนวน 55 คัน เปรียบเทียบปรับ 5,000 บาท และพ่น &amp;ldquo;ห้ามใช้&amp;rdquo; ทันที โดยจะไม่สามารถใช้งานรถได้จนกว่าจะแก้ไขปัญหาเรียบร้อยและนำรถเข้าตรวจสภาพที่สำนักงานขนส่ง และออกใบเตือนรถที่มีค่าควันดำระหว่าง 30-45%จำนวน 481 คัน เพื่อให้ดำเนินการแก้ไขให้ค่าควันดำลดลง ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้ประกอบการนำรถเข้าตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดและสำนักงานขนส่งสาขาทั่วประเทศได้ทุกวันทำการ เพื่อป้องกันสาเหตุการเกิดควันดำและก่อให้เกิดฝุ่นละออง PM2.5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้สั่งการให้สำนักงานขนส่งดำเนินการตามมาตรการ &amp;ldquo;One Transport ปลอดฝุ่น PM2.5&amp;rdquo; ของกระทรวงคมนาคม อย่างเข้มข้นต่อเนื่อง และได้มีการขอความร่วมมือไปยังภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องหลากหลายภาคส่วนในการร่วมกันบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการขนส่งทั้งรถบรรทุกและรถโดยสารที่ใช้รถเครื่องยนต์ดีเซล ขอให้นำรถเข้ารับการตรวจสภาพก่อนถึงกำหนดรอบชำระภาษีรถ ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ได้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อป้องกันปัญหาการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในกรณีที่ไม่ผ่านการตรวจสภาพตามเกณฑ์ให้ดำเนินการแก้ไขและนำกลับเข้ามารับการตรวจสภาพใหม่ พร้อมกำชับห้ามใช้รถที่มีควันดำโดยเด็ดขาด รวมถึงสุ่มตรวจสอบการดำเนินการของสถานตรวจสภาพรถ (ตรอ.) หากพบสถานตรวจสภาพรถใด ละเลยไม่ทำการตรวจสภาพรถให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด พิจารณาสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28825</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพฯ, ขนส่ง, ควันดำ, ฝุ่นละอองขนาดPM2.5, รถโดยสาร, อธิบดีกรมการขนส่งทางบก, อู่รถโดยสาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190211/image_big_5c611d53dc749.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2019 00:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2019 00:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โรงแรมแจงสายหลุด! หลัง ‘ซันนี่ เดอะเฟซฯ’โพสต์คลิปควันดำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังจากที่นายแบบหนุ่ม ซันนี่ เบิร์นส (Sunny Burns) หรือ ซันนี่ เดอะเฟซเมนไทยแลนด์ ได้โพสต์คลิปวีดีโอการปล่อยควันสีดำจำนวนมากออกมาจากปล่องควันด้านบนตึกของโรงแรมแห่งหนึ่งย่านสาทร พร้อมกับบอกว่าตนได้โทรเข้าไปที่โรงแรมดังกล่าวแต่กลับถูกวางสายใส่นั้น ล่าสุดทางเพจเฟซบุ๊กของโรงแรมเอเวอร์กรีนลอเรล (กรุงเทพฯ) ได้โพสต์แถลงการณ์ถึงประเด็นดังกล่าว พร้อมยอมรับว่าที่ควันดำนั้นเกิดจากความผิดผิดปกติระหว่างการเปลี่ยนระบบทำความร้อน ในเวอร์ชั่นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งมีใจความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;แถลงการณ์โรงแรมเอเวอร์กรีนลอเรล (กรุงเทพฯ) เรื่องควันดำบริเวณดาดฟ้าโรงแรมฉบับที่ 1 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตามที่ได้รับการร้องเรียนทางโทรศัพท์เรื่องเกิดกลุ่มควันดำปรากฏขึ้นบริเวณดาดฟ้าของโรงแรมฯ ในช่วงเช้าของวันที่ 30 มกราคม 2562 ทางโรงแรมฯ ได้ตรวจสอบกับทางเจ้าหน้าที่ที่รับเรื่องร้องเรียนแล้ว พบว่าได้รับโทรศัพท์จากผู้ร้องเรียนจริงแต่สายหลุดไปและไม่ได้รับการติดต่อกลับมา จึงไม่สามารถติดต่อผู้ร้องเรียนได้ กระนั้นเมื่อได้รับแจ้งทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ ทางโรงแรมฯได้เร่งตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทันที และพบว่าเกิดความผิดปกติระหว่างการเปลี่ยนระบบทำความร้อน ส่งผลให้เกิดกลุ่มควันดำปรากฏขึ้นบริเวณดาดฟ้าของโรงแรมฯในช่วงเวลาดังกล่าว เป็นเวลาประมาณ 15 นาที ก่อนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โรงแรมเอเวอร์กรีนลอเรล (กรุงเทพฯ) ต้องกราบขออภัยอย่างสูงสำหรับปัญหาดังกล่าวอันส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยรวม ทั้งนี้ทางโรงแรมฯได้รับแจ้งเรื่องจากหน่วยงานราชการเกี่ยวกับการดูแลรักษาระบบทำความร้อนให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเปลี่ยนแปลงการใช้เชื้อเพลิงจากน้ำมันเตาเป็นแก๊สเพื่อลดมลพิษและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโรงแรมฯขอน้อมรับและรับผิดชอบโดยการเร่งดำเนินการเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับนโยบายสิ่งแวดล้อมของราชการและเพื่อประโยชน์ส่วนรวมโดยเร็วที่สุดจึงเรียนมาเพื่อทราบและขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;text-align:right&quot;&gt;ขอแสดงความนับถือ&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;text-align:right&quot;&gt;Mrs.Yu-Te Shao&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;text-align:right&quot;&gt;ผู้กำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;text-align:right&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;คลิกอ่านข่าวก่อนหน้า &amp;gt;&amp;gt;&amp;nbsp;&amp;lsquo;ซันนี่ เดอะเฟซฯ&amp;rsquo;โดนวางหูใส่ หลังโทรแจ้งโรงแรมปล่อยควันดำ!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27938</URL_LINK>
                <HASHTAG>Sunny Burns, The Face Men Thailand, ควันดำ, ควันพิษ, ซันนี่ เดอะเฟซ, ซันนี่ เบิร์นส, มลพิษทางอากาศ, เดอะเฟซเมนไทยแลนด์, แถลงการณ์, โรงแรมย่านสาทร, โรงแรมเอเวอร์กรีนลอเรล (กรุงเทพฯ)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190131/image_big_5c51ddc5f4118.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
