<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95655</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2021 22:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คิกออฟสยบควันป่า3จว. ‘ป้อม’ผนึกเพื่อนบ้านช่วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; รองแม่ทัพภาคที่ 3 สยบฝุ่นหมอกควันไฟป่ารอยต่อ 3 จังหวัด เพื่อลดระดับปัญหาหมอกควันไฟป่าในพื้นที่ซ้ำซาก 5 อำเภอ เผยจุดความร้อนยังสูงมีลักลอบเผาเขตป่าอื้อ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ห่วงปัญหา PM2.5 ภาคเหนือ กำชับ ทส.เร่งดูแล เตรียมประสานต่างประเทศช่วยดูการเผาจนส่งผลถึงไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณศาลเจ้านางแก้ว ถ.เชียงใหม่-เชียงราย กม.ที่ 53 เวลา 09.30 น. วันที่ 10 มีนาคม พล.ต.ถนัดพล โกศัยเสวี รองแม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะรองผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า เป็นประธานเปิดปฏิบัติการ KICK OFF สยบฝุ่นหมอกควัน PM2.5 ไฟป่า ปี 2564 ที่ทุกภาคส่วนบูรณาการการทำงานร่วมกัน ทำแนวกันไฟ บริหารจัดการเชื้อเพลิง ดับไฟป่ารอยต่อ 3 จังหวัด (จ.เชียงใหม่, เชียงราย และลำปาง) ประกอบด้วย 5 อำเภอ ได้แก่ อ.ดอยสะเก็ด, อ.พร้าว, อ.เวียงป่าเป้า, อ.เมืองปาน และ อ.วังเหนือ เพื่อเป็นการป้องกันและลดระดับปัญหาหมอกควันไฟป่า ซึ่งเป็นพื้นที่มีปัญหาซ้ำซากมาแต่อดีตของรอยต่อในพื้นที่ 3 จังหวัดนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองแม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า สถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันยังคงเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องเร่งรัดแก้ไขปัญหา ซึ่งทุกส่วนราชการ ภาคเอกชน และภาคประชาชนได้ร่วมกันบูรณาการแก้ไขปัญหามาโดยตลอด ปัญหาประการหนึ่งที่สำคัญคือ พื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัดจำนวน 19 รอยต่อในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งพื้นที่แห่งนี้ก็เป็นพื้นที่หนึ่งที่เป็นผลจากการบูรณาการร่วมกัน จึงเกิดกิจกรรม Kick Off สยบฝุ่นหมอกควัน ไฟป่ารอยต่อ 3 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดเชียงใหม่, เชียงราย และจังหวัดลำปาง ในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอดอยสะเก็ด, พร้าว, เวียงป่าเป้า, เมืองปาน และอำเภอวังเหนือ เพื่อให้ปฏิบัติการเฝ้าระวัง ดับไฟป่าแนวเขตรอยต่อ 3 จังหวัด ให้เกิดประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ภายในงานมีพิธีลงนามข้อตกลง MOU ความร่วมมือ 3 จังหวัด 5 อำเภอของ 14 หน่วยงาน และร่วมกันนำใบไม้บรรจุลงในเสวียน ทำแนวกันไฟบริเวณพื้นที่รอยต่อ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ และ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย เพื่อเป็นเชิงสัญลักษณ์ของความร่วมมือในครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือตอนบนเริ่มมีผลกระทบกับประชาชน 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่&amp;nbsp; แม่ฮ่องสอน และจังหวัดตาก โดยภาพรวมภาคเหนือวันนี้มีค่า PM2.5 ระหว่าง 30-202 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร, ค่า PM10 ระหว่าง 57-262 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่า AQI ระหว่าง 39-312 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งจากการตรวจสอบสาเหตุพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานพบว่า สาเหตุส่วนใหญ่เกิดการจุดไฟหาของป่า, การเผาเศษวัชพืช และการเผาเตรียมพื้นที่ทางการเกษตร โดยวันนี้เกิดจุดความร้อนในภาคเหนือ 17 จังหวัด มีมากถึง 1,447 จุด เกิดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 1,066 จุด พื้นที่ป่าสงวนฯ 356 จุด โดยพบจุดความร้อนสูงสุดที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน 510 จุด จังหวัดตาก 311 จุด และจังหวัดเชียงใหม่ 295 จุด สะท้อนชัดเจนว่ามีการลักลอบเผาทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่มีจำนวนมากในภาคเหนือว่า เมื่อวันที่ 9 มี.ค. ก็นำเข้าหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งได้กำชับให้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พิจารณาวางมาตรการในการดูแลเรื่องฝุ่นแล้ว โดยเฉพาะที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งยอมรับว่ามีจำนวนมาก และอากาศไม่ถ่ายเท ยืนยันว่าได้เตรียมมาตรการต่างๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว และต้องประสานกับประเทศเพื่อนบ้านด้วย ซึ่งทราบว่าประเทศเพื่อนบ้านมีการเผากันเยอะ ก็ต้องมีการหารือกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95655</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, PM2.5, ควันป่า, ฝุ่นจิ๋ว, ฝุ่นพิษ, ฝุ่นหมอกควันไฟป่า, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ไฟป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210310/image_big_6048bd7c20740.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
