<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2019 00:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2019 00:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โรงแรมแจงสายหลุด! หลัง ‘ซันนี่ เดอะเฟซฯ’โพสต์คลิปควันดำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังจากที่นายแบบหนุ่ม ซันนี่ เบิร์นส (Sunny Burns) หรือ ซันนี่ เดอะเฟซเมนไทยแลนด์ ได้โพสต์คลิปวีดีโอการปล่อยควันสีดำจำนวนมากออกมาจากปล่องควันด้านบนตึกของโรงแรมแห่งหนึ่งย่านสาทร พร้อมกับบอกว่าตนได้โทรเข้าไปที่โรงแรมดังกล่าวแต่กลับถูกวางสายใส่นั้น ล่าสุดทางเพจเฟซบุ๊กของโรงแรมเอเวอร์กรีนลอเรล (กรุงเทพฯ) ได้โพสต์แถลงการณ์ถึงประเด็นดังกล่าว พร้อมยอมรับว่าที่ควันดำนั้นเกิดจากความผิดผิดปกติระหว่างการเปลี่ยนระบบทำความร้อน ในเวอร์ชั่นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งมีใจความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;แถลงการณ์โรงแรมเอเวอร์กรีนลอเรล (กรุงเทพฯ) เรื่องควันดำบริเวณดาดฟ้าโรงแรมฉบับที่ 1 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตามที่ได้รับการร้องเรียนทางโทรศัพท์เรื่องเกิดกลุ่มควันดำปรากฏขึ้นบริเวณดาดฟ้าของโรงแรมฯ ในช่วงเช้าของวันที่ 30 มกราคม 2562 ทางโรงแรมฯ ได้ตรวจสอบกับทางเจ้าหน้าที่ที่รับเรื่องร้องเรียนแล้ว พบว่าได้รับโทรศัพท์จากผู้ร้องเรียนจริงแต่สายหลุดไปและไม่ได้รับการติดต่อกลับมา จึงไม่สามารถติดต่อผู้ร้องเรียนได้ กระนั้นเมื่อได้รับแจ้งทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ ทางโรงแรมฯได้เร่งตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทันที และพบว่าเกิดความผิดปกติระหว่างการเปลี่ยนระบบทำความร้อน ส่งผลให้เกิดกลุ่มควันดำปรากฏขึ้นบริเวณดาดฟ้าของโรงแรมฯในช่วงเวลาดังกล่าว เป็นเวลาประมาณ 15 นาที ก่อนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โรงแรมเอเวอร์กรีนลอเรล (กรุงเทพฯ) ต้องกราบขออภัยอย่างสูงสำหรับปัญหาดังกล่าวอันส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยรวม ทั้งนี้ทางโรงแรมฯได้รับแจ้งเรื่องจากหน่วยงานราชการเกี่ยวกับการดูแลรักษาระบบทำความร้อนให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเปลี่ยนแปลงการใช้เชื้อเพลิงจากน้ำมันเตาเป็นแก๊สเพื่อลดมลพิษและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโรงแรมฯขอน้อมรับและรับผิดชอบโดยการเร่งดำเนินการเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับนโยบายสิ่งแวดล้อมของราชการและเพื่อประโยชน์ส่วนรวมโดยเร็วที่สุดจึงเรียนมาเพื่อทราบและขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;text-align:right&quot;&gt;ขอแสดงความนับถือ&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;text-align:right&quot;&gt;Mrs.Yu-Te Shao&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;text-align:right&quot;&gt;ผู้กำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;text-align:right&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;คลิกอ่านข่าวก่อนหน้า &amp;gt;&amp;gt;&amp;nbsp;&amp;lsquo;ซันนี่ เดอะเฟซฯ&amp;rsquo;โดนวางหูใส่ หลังโทรแจ้งโรงแรมปล่อยควันดำ!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27938</URL_LINK>
                <HASHTAG>Sunny Burns, The Face Men Thailand, ควันดำ, ควันพิษ, ซันนี่ เดอะเฟซ, ซันนี่ เบิร์นส, มลพิษทางอากาศ, เดอะเฟซเมนไทยแลนด์, แถลงการณ์, โรงแรมย่านสาทร, โรงแรมเอเวอร์กรีนลอเรล (กรุงเทพฯ)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190131/image_big_5c51ddc5f4118.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27586</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ควันพิษยังหนา พระราม2หนัก ดูดฝุ่นล้างถนน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;หมอกควันพิษในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลยังอยู่ในภาวะวิกฤติ ค่าเกินมาตรฐานถ้วนหน้า พระราม 2 หนักสุด มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง ผู้ว่าฯ สมุทรสาครสั่งดูดฝุ่น ล้างถนนทุกสาย ที่ราชบุรีห้ามเผาหญ้า-ขยะเด็ดขาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 มกราคม กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า จากสภาพอุตุนิยมวิทยาที่อากาศในช่วงเช้า พื้นที่ กทม.และปริมณฑลมีหมอกบางในตอนเช้า อากาศลอยตัวได้ไม่ดีมากนัก ลมพัดอ่อน และไม่มีฝน ส่งผลทำให้สถานการณ์ PM 2.5 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ปริมาณฝุ่นละอองเพิ่มขึ้นจากเมื่อวันศุกร์ทุกพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีค่าฝุ่นอยู่ที่ 53-121 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ซึ่งค่าฝุ่นตามมาตรฐานอยู่ที่ 50 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศอยู่ในระดับคุณภาพปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ มีฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน ริมถนน 24 สถานี พื้นที่ทั่วไป 17 สถานี รวม 41 พื้นที่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจุดที่มีค่าฝุ่นวิกฤติกระทบสุขภาพ มีค่าฝุ่นอยู่ที่ 121 มคก./ลบ.ม. คือบริเวณริมทางคู่ขนานพระราม 2 อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร &amp;nbsp;ทั้งนี้ พื้นที่ริมถนนที่มีค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน 24 สถานี ประกอบด้วย 1.ริมถ.กาญจนาภิเษก 2.ริมทางคู่ขนานพระราม 2 อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร 3.ริม ถ.พระราม 4 4.ริม ถ.อินทรพิทักษ์ 5.ริม ถ.ลาดพร้าว โชคชัยสี่ 6.ริม ถ.ดินแดง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.ริม ถ.พญาไท 8.ริม ถ.ตรีมิตร วงเวียนโอเดียน 9.ริม ถ.พระราม 6 10.ริม ถ.ลาดพร้าว ซ.ลาดพร้าว 95 11.ริม ถ.พระราม 4 ปทุมวัน 12.ริม ถ.นราธิวาส 13.ริม ถ.พระราม 3-เจริญกรุง 14.ริม ถ.พระราม 3 ยานนาวา 15.ริม ถ.พหลโยธิน จตุจักร 16.ริม ถ.นวมินทร์ บางกะปิ 17.ริม ถ.รัชดาภิเษก-ท่าพระ 18.ริม ถ.เจริญนคร คลองสาน 19.ริม ถ.ซอยนิคมบ้านพักรถไฟธนบุรี 5 บางกอกน้อย 20.ริม ถ.เพชรเกษม ภาษีเจริญ 21.ริม ถ.พหลโยธิน บางเขน 22.ริม ถ.จรัญสนิทวงศ์ บางพลัด 23 ริม ถ.พระราม 2 บางขุนเทียน 24.ริม ถ.สามเสน พระนคร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่ทั่วไป เกินค่ามาตรฐาน 17 สถานี ประกอบด้วย 1.แขวงบางนา 2.ต.ทรงคะนอง จ.สมุทรปราการ 3.แขวงคลองจั่น บางกะปิ 4.แขวงดินแดง 5.ต.บางกรวย จ.นนทบุรี 6.ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร 7.ต.ตลาด อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 8. ต.ปากน้ำ อ.เมืองฯ จ.สมุทรปราการ 9.ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ 10.ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 11.แขวงพญาไท 12.แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง 13.ต.นครปฐม อ.เมืองฯ จ.นครปฐม 14.แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร 15.แขวงคลองเตย 16.แขวงบางซื่อ 17.แขวงทุ่งสองห้อง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ตรวจพบค่าระหว่าง 79-149 มคก./ลบ.ม. เกินมาตรฐานที่บริเวณริม ถ.กาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ, ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ, ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ริมถนนคู่ขนานพระราม 2 อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร
ล้างถนนทุกสาย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คพ.ยังคงประสานงานกับ กทม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กทม. บก.จร. กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กองทัพ กรมอุตุนิยมวิทยา กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงสาธารณสุข และ ผวจ.ปริมณฑล ทั้ง 5 จังหวัด ดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา PM 2.5 อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง เช่น ล้างถนนทุกวันทุกสาย ฉีดละอองน้ำในอากาศเพื่อเพิ่มความชื้น ตรวจจับรถควันดำเกินค่ามาตรฐาน การทำฝนเทียม และห้ามเผาในที่โล่งอย่างเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดี คพ. เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 5 จังหวัด (นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร และสมุทรปราการ) เกินค่ามาตรฐานตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยมีสาเหตุหลักจากควันไอเสียรถยนต์ดีเซล การเผาในที่โล่ง และโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการกระจายตัวของฝุ่นละออง ส่งผลต่อการสะสมของฝุ่นละอองในบรรยากาศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า คพ.ในฐานะเป็นหน่วยงานหลักในการออกแนวทาง มาตรฐานและมาตรการ เพื่อควบคุม ป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษต่างๆ รวมถึงปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญและอยู่ในความสนใจของสาธารณชน ในขณะนี้ได้เพิ่มความเข้มข้นของมาตรการเพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดฝุ่นละออง PM2.5 โดยได้ขอความร่วมมือสำหรับหน่วยงานราชการที่ใช้รถยนต์ดีเซลให้ตรวจควันดำกับรถยนต์ราชการทุกคัน และดับเครื่องยนต์ในขณะจอด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในส่วนของ คพ. ได้วางมาตรการตรวจสภาพรถยนต์ประจำทุกปี และติดตามตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรับรองรถยนต์ราชการของ คพ.ทุกคันต้องไม่มีควันดำ ขณะนี้ทุกส่วนราชการ ได้ดำเนินการในเรื่องของการตรวจสภาพรถและการปรับปรุงเครื่องยนต์รถของราชการส่วนใหญ่แล้ว ทั้งนี้ ก็เพื่อคุณภาพอากาศที่ดีสำหรับทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ริมถนนคู่ขนานถนนพระราม 2 อ.เมืองฯ จังหวัดสมุทรสาคร พบปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) สะสมตั้งแต่ช่วงเช้ามืดมีค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) สูงถึง 229 ซึ่งขณะนี้จังหวัดสมุทรสาคร เป็นจังหวัดที่มีค่าฝุ่นสะสมสูงสุด มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งถนนพระราม 2 ถือว่าเป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งสินค้าที่สำคัญของประเทศ รถสัญจรผ่านตลอดทั้งวัน เต็มไปด้วยโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมากติดอันดับต้นๆ ของประเทศ และแหล่งชุมชน มีการก่อสร้างขยายถนน ทำให้การจราจรติดขัด ดังนั้นปริมาณรถยนต์บรรทุกที่ใช้น้ำมันดีเซลจำนวนมากที่มารวมตัวกันอยู่บริเวณนี้ทำให้เกิดการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ตลอดเวลา ทำให้เกิดปัญหาฝุ่นสะสมบนถนนพระราม 2
พ่นน้ำพระราม 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมกับป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ผู้บริหารท้องถิ่น นำรถบรรทุกน้ำ จำนวน 7 คัน ซึ่งแต่ละคันก็จุน้ำได้ถึง 10,000-12,000 ลิตร ต่อพ่วงกับเครื่องพ่นน้ำมาฉีดในบริเวณดังกล่าวเพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองบริเวณถนนพระราม 2 ซึ่งเครื่องพ่นน้ำและรถบรรทุกน้ำดังกล่าวจะเคลื่อนที่ไปฉีดพ่นน้ำทั่วไป ทั้งริมถนนคู่ขนานพระราม 2 ถนนที่เชื่อมต่อถนนพระราม 2 ให้อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ สมุทรสาครยังได้เพิ่มมาตรการเพิ่มเติมโดยได้สั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งทำการล้างถนน ดูดฝุ่นละอองบนท้องถนน ให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และขอให้ชะลอการก่อสร้างบนถนนพระราม 2 อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า &amp;ldquo;ต้องการให้ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์ให้เข้าใจถึงปัญหาอันตรายที่จะมีผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย ของฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 &amp;nbsp;รวมไปถึงอยากให้มีการแจกหน้ากาก N 95 ให้ทั่วถึงด้วย เพราะต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความเสี่ยงและยังมองเรื่องฝุ่นเป็นเรื่องปกติ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฯ จังหวัดราชบุรี มีค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) สูงถึง 206 และมีค่า PM 2.5 อยู่ที่ 96 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพมาก ล่าสุด นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ได้ออกหนังสือคำสั่งด่วน ลงนาม ณ วันที่ 26 มกราคม 2562 ประกาศห้ามให้มีการเผาไร่ นา ขยะ ฯลฯ โดยเด็ดขาดในพื้นที่จังหวัดราชบุรี โดยแจ้งหน้งสือไปยังนายอำเภอ ผู้อำนวยการอำเภอ ทุกอำเภอ นายกเทศมนตรีเมืองทุกแห่ง ผู้อำนวยการท้องถิ่น เพื่อแจ้งให้ประชาชน สถานประกอบการ โรงงานอุตสาหกรรมและผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ขอความร่วมมือกันทุกฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยทางจังหวัดจะทวีความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายตามลำดับ จากแจ้งขอความร่วมมือ เป็นห้ามกระทำการฝ่าฝืน ไปสู่การดำเนินคดีอาญา จนกระทั่งเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง หากมีมูลตามขั้นตอน เพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ ขอความร่วมมือร่วมใจให้ผ่านพ้นสถานการณ์วิกฤติเดือน ม.ค.-ก.พ.นี้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27586</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, กทม.และปริมณฑล, ควันพิษ, ดูดฝุ่นล้างถนน, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190126/image_big_5c4c6ff238168.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26615</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2019 12:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2019 12:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจ๊หน่อย&#039;รู้แล้วฝุ่นพิษมาจากไหน เพราะรถวิ่งทั้งวันก่อสร้างไม่หยุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.62- คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง&amp;ldquo;ปัญหาฝุ่นละอองกระทบสุขภาพคนกรุง ขอรัฐบาลแก้ไขเร่งด่วน และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องฝุ่นละออง PM2.5 ที่เกินค่ามาตรฐาน เป็นเรื่องที่น่าห่วงใยต่อสุขภาพของคนกรุงเทพฯอย่างยิ่งค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานนี้หน่อยไปบางกอกน้อยมา ขอนำภาพตัวอย่าง ที่เป็นต้นตอของปัญหาฝุ่นที่ฟุ้งกระจายในกรุงเทพฯ มาแชร์กันนะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาหลักอย่างหนึ่งของฝุ่นในกรุงเทพฯ อยู่ที่การก่อสร้าง ทั้งอาคารสูง และโครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ ที่กระจายกันสร้างอยู่ทั่วกรุงในขณะนี้ โดยไม่มีการป้องกันฝุ่นละอองตามมาตรฐานที่กำหนดทั้งการใช้วัสดุคลุมบริเวณก่อสร้าง รวมทั้งการฉีดน้ำทำความสะอาดในบริเวณที่ก่อสร้างหลังเลิกงานทุกวัน เพื่อป้องกันฝุ่นฟุ้งกระจาย ตามภาพตัวอย่างที่หน่อยได้เห็นในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นเมื่อมีรถวิ่งผ่านก็ยิ่งทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วกรุงเทพฯ ทั้งวันทั้งคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกปัญหาที่สำคัญคือควันพิษที่เกิดจากท่อไอเสียของรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ และโดยเฉพาะรถเมล์และรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่มีสภาพเก่าและปล่อยควันดำออกมามากๆ ซึ่งอันที่จริงก็มีกฎหมายการตรวจสภาพรถอยู่แล้ว แต่ปล่อยปละละเลย ให้วิ่งพ่นควันดำไปทั้งเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน่อยขอเรียกร้องรัฐบาลให้เร่งแก้ไขปัญหาให้คนกรุงเทพฯอย่างจริงจัง และควรถือเป็นวาระเร่งด่วน ด้วยการกำชับให้กรุงเทพมหานคร ดูแลการก่อสร้างในกรุงเทพ ทั้งอาคารสูง และโครงการรถไฟฟ้าต่างๆ ให้ปฏิบัติตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด เช่น การฉีดน้ำทำความสะอาดไซต์งานก่อสร้างทุกวันหลังเลิกงาน รวมทั้งหาวัสดุคลุมบริเวณก่อสร้างให้มิดชิด และที่สำคัญคือต้องฉีดนำ้ล้างล้อรถบรรทุกที่ขนส่งวัสดุอุปกรณ์ ก่อนออกจากไซต์งานก่อสร้างทุกครั้ง เพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองอย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งรัฐบาลต้องให้กระทรวงคมนาคมที่รับผิดชอบต่อการตรวจสภาพรถ และต่อทะเบียนรถยนต์ อย่าปล่อยรถที่เก่าและปล่อยควันดำจำนวนมากๆ ออกมาวิ่งทั่วเมืองอย่างทุกวันนี้ โดยเฉพาะรถเมล์ และรถบรรทุกขนาดใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาฝุ่นละอองและควันพิษที่ปกคลุมกรุงเทพฯสามารถแก้ให้บรรเทาได้ ในเวลาอันรวดเร็ว ด้วยการเอาจริงเอาจัง และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หวังว่าจะได้เห็นการแก้ไขปัญหาอย่างถูกทิศถูกทางด้วยความรวดเร็ว เพื่อช่วยรักษาสุขภาพของคนกรุงเทพฯโดยด่วนนะคะ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26615</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควันพิษ, คุณหญิงสุดารัตน์  เกยุราพันธุ์, พรรคเพื่อไทย, เจ๊หน่อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190106/image_big_5c3199187ffc3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26592</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2019 09:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2019 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ขู่โรงงานอุตสาหกรรมไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจะปิดให้หมดแก้ปัญหาฝุ่นพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.61-ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวก่อนเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ถึงการแก้ไขปัญหาค่าฝุ่นละอองสูงเกินมาตรฐานใน กทม.และปริมณฑลว่า ที่ผ่านมาตนได้ติดตามการแก้ปัญหาฝุ่นละอองในต่างประเทศด้วย ซึ่งบางประเทศค่าฝุ่นละอองเกิน 100 แต่บ้านเราก็คือบ้านเรา ที่มีหลายสาเหตุด้วยกัน แต่ตนได้กำชับไปแล้วทั้งในเรื่องของการขนส่ง รถเมล์ รถบรรทุกต่างๆ ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรมก็ได้ตรวจสอบโรงงานในพื้นที่ทั้งหมด รวมถึงการฉีดน้ำเพื่อทำให้บ้านเมืองสะอาด เพื่อทำให้ฝุ่นตกลงมาข้างล่างและไม่ลอยขึ้นไปใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการทำฝนหลวงก็ได้มีการเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือไว้แล้ว ขณะนี้รอเพียงสภาพอากาศให้พร้อม แต่ก็ต้องระวังในเรื่องปัญหารถติดเนื่องจากทุกอย่างพันกันไปหมด ทั้งโรงงาน รถ การจราจร และการเผาไร่เผานา ที่ส่วนใหญ่ยังมีการทำกันอยู่ จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานกวดขัน เพราะการเผาไร่เผานาจะเกิดขึ้นในช่วงปลายฝนต้นหนาวของทุกปี ซึ่งรัฐบาลพยายามเลิกสิ่งเหล่านี้ให้ได้ โดยการนำวัสดุมาทำประโยชน์อย่างอื่น เช่น การนำฟางมาอัดแท่งแล้วไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ทุกคนต้องช่วยกัน โดยรัฐบาลมีหน้าที่ในการกำหนดนโยบายติดตามและประเมินผล แต่คนที่ทำให้เกิดฝุ่นละอองมีหลายประเภทด้วยกัน จะโทษกันไปมาไม่ได้ แต่วันนี้ในภาคเหนือก็ไม่มีปัญหาฝุ่นละออง แต่ในส่วนของกรุงเทพฯ กลับมีปัญหา เนื่องจากปัญหาการจราจรและการก่อสร้างที่มีฝุ่นเป็นเรื่องปกติ เราจะควบคุมได้อย่างไร และอีกเรื่องที่สำคัญคือในฤดูนี้ เกิดความกดอากาศต่ำ ซึ่งปกติฝุ่นละอองจะปลิวขึ้นไปในอากาศแล้วจางลง แต่เมื่อความกดอากาศต่ำ ฝุ่นละอองจึงลงมาข้างล่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รัฐบาลได้กำชับทุกหน่วยงานให้ช่วยดูในเรื่องของหน้ากากพิเศษป้องกัน แต่ใครยังไม่มีก็ใส่แบบธรรมดาไปก่อน ถ้าหาใหม่ได้ก็หา คนที่มีกำลังซื้อ คนที่มีสตางค์ ต้องช่วยหน่อย แต่ถ้ารอให้แจกทุกคนมันจะไหวไหม ช่วงนี้คงเป็นแค่ระยะเวลาหนึ่ง และต้องรอดูว่าจะมีมาตรการอะไรต่อไป ต้องเป็นไปตามสเต็ป&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ต่างประเทศที่เป็นประเทศอุตสาหกรรม มีการกำหนดค่ามาตรฐานฝุ่นละอองไว้ที่ 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศเมตร แต่ประเทศไทยกำหนดค่ามาตรฐานไว้ถึง 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศเมตร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะต้องมีการควบคุม โดยจะมอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหามาตรการ รวมถึงในด้านกฎหมาย แต่ปัญหาของบ้านเราคืออะไรที่เป็นกฎหมายมักจะไม่ปฏิบัติ ดังนั้นต่อให้กำหนดอะไรไปก็ตามก็มีปัญหาหมด เพราะไม่รับผิดชอบ ซึ่งตนได้กำชับไปแล้วว่าหากผิดกฎหมายและผิดกติกาต้องปิดปรับปรุงแก้ไข ต้องเอาจริงเอาจัง เพราะทุกคนก็อยากให้ใช้ยาแรง แต่เมื่อใช้ยาแรงก็มีปัญหาทันที เพราะคนไม่เคารพกฎหมายและกติกาสังคม ซึ่งจะโยนให้ใครคนใดคนหนึ่งรับผิดชอบทั้งหมดไม่ได้ แต่ในฐานะรัฐบาลต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว จึงอยากขอให้ทุกคนมีส่วนร่วม พร้อมช่วยรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา ไม่ใช่ยังเอาเปรียบกันอยู่เหมือนเดิม และปล่อยฝุ่นละอองให้ฟุ้งกระจายเหมือนเดิม ขณะเดียวกันต้องทำโรงงานอุตสาหกรรมให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดังนั้นต่อไปนี้ตนจะให้ปิดให้หมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าจะเอาอยู่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องมั่นใจและพยายามให้เอาอยู่.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26592</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควันพิษ, ค่าฝุ่นละออง, นายกรัฐมนตรี, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ใช้ยาแรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190115/image_big_5c3d411dadced.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
