<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116029</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 12:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 12:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลื้มปริ่มเงินเยียวยาม.33-39- 40ถึงมือประชาชน97%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.2564 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายรัฐมนตรี กล่าวถึงความสำเร็จและพึงพอใจความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้ประกันตน ทั้งนายจ้างและลูกจ้าง ตามมาตรา 33, 39 และ 40 ว่า รัฐบาลได้มีการเร่งรัดให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) กระทรวงแรงงาน ดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้ประกันตนที่ได้รับผลประทบจากสถานการณ์โควิด-19 ในจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้มหรือพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ใน 29 จังหวัด โดยได้มีจ่ายเงินเยียวยาผู้ประกันตนทั้ง 3 มาตราไปแล้วจำนวน 8,865,806 ราย และนายจ้างจำนวน 117,758 ราย รวมทั้งสิ้นเป็นเงินจำนวน 41,160.86 ล้านบาท หรือคืบหน้าไปถึง 97% จากกรอบที่อนุมัติเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวว่า แบ่งเป็น ผู้ประกันตน ม. 33 จำนวนโอน 3,269,993 ราย จำนวนเงิน 8,174.98 ล้านบาท (ได้รับเงินช่วยเหลือ 2,500 บาท/คน) นายจ้าง จำนวนโอน 117,758 ราย จำนวนเงิน 5,006.81 ล้านบาท (ได้รับการช่วยเหลือ 3,000 บาท/ลูกจ้าง/เดือน ไม่เกิน 200 คน) ผู้ประกันตน ม. 39 จำนวนโอน 1,293,921 ราย จำนวนเงิน 6,469.60 ล้านบาท (ได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 /ราย) ผู้ประกันตน ม. 40 จำนวนโอน 4,301,892 ราย จำนวนเงิน 21,509.46 ล้านบาท (ได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 /ราย)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวอีกว่า นายกฯ ได้เร่งกำชับให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งดำเนินการช่วยเหลือให้ทั่งถึงแก่ประชาชนทุกกลุ่ม ให้ครอบคลุมและรวดเร็วอีก รวมทั้ง ยังจะมีการทบทวนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการคนละครึ่งเพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์โดยตรงมากที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116029</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้ประกันตน, ความคืบหน้า, นายธนกร วังบุญคงชนะ, โฆษกประจำสำนักนายรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_613752f672877.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104795</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 15:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รถไฟไทย-จีนรุดหน้างานโยธาสัญญา2-1ช่วงสีคิ้ว-กุดจิก คืบ 70%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31พ.ค.2564 นายปิยะดิษฐ์ อัศวศิริสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีวิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) หรือ&amp;nbsp;CIVIL&amp;nbsp;เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้เข้าพื้นที่เพื่อดำเนินการก่อสร้างโครงการไฟความเร็วสูงไทย-จีน ภายใต้สัญญา 4-7 ช่วงสระบุรี-แก่งคอย รวมมูลค่างาน 8.56 พันล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการมูลค่าสูงที่สุดเท่าที่บริษัทฯ เคยรับงานมา โดย&amp;nbsp;CIVIL&amp;nbsp;จะเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการก่อสร้างงานโครงสร้างทางรถไฟเป็นทางยกระดับระยะทาง 12.99 กิโลเมตร (กม.) งานสถานีสระบุรี งานซ่อมบำรุงทางจำนวน 1 แห่ง งานอาคารและสิ่งปลูกสร้างรองรับงานระบบรถไฟฟ้า โดยใช้ระยะเวลาดำเนินการทั้งสิ้น 1,080 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;CIVIL&amp;nbsp;ได้นำประสบการณ์ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา และการบริหารจัดการสมัยใหม่เพื่อเข้ามาบริหารจัดการด้านงานก่อสร้าง ด้วยทีมงานบุคลากรที่มีองค์ความรู้และความสามารถในงานโยธา รวมถึงการนำเทคโนโลยีก่อสร้างที่ทันสมัย และมีโรงงานผลิตวัสดุก่อสร้างที่จังหวัดสระบุรี เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโครงการนี้ให้ประสบความสำเร็จ ทั้งด้านระยะเวลา ความปลอดภัยและส่งมอบงานที่มีคุณภาพ เพื่อช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานระบบรางของไทย และสามารถใช้เส้นทางรถไฟความเร็วสูงดังกล่าว เป็นเส้นทางเชื่อมโยงเครือข่ายระบบรางกับประเทศต่างๆ และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ในภูมิภาคอาเซียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยะดิษฐ์ กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง ระยะที่ 1 (เฟส 1) ภายใต้สัญญา 2-1 งานโยธาสำหรับช่วงสีคิ้ว-กุดจิก ระยะทางประมาณ 11 กม. ว่า ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่บริษัทฯ ได้เข้าไปมีส่วนร่วมดำเนินงานก่อสร้างโดยได้เริ่มดำเนินโครงการมาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2562 ที่ผ่านมา ปัจจุบันมีความคืบหน้าด้านงานก่อสร้างไปแล้วมากกว่า 70% และคาดว่าจะสามารถส่งมอบงานให้ได้ตามกำหนดเช่นกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรามีความภาคภูมิใจที่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมสร้างความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมในระบบรางให้แก่ประเทศไทยในระยะยาว จากการนำศักยภาพของ&amp;nbsp;CIVIL&amp;nbsp;เข้าไปดำเนินงานก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงไทยจีน เฟส 1 จำนวน 2 โครงการ ที่มีมูลค่างานรวมกันมากกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญของไทย ที่จะช่วยให้เกิดการขยายตัวของเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจโดยรอบเส้นทาง รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวและยกระดับคุณภาพชีวิตในการเดินทางของประชาชนที่ดีขึ้น&amp;rdquo; นายปิยะดิษฐ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104795</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความคืบหน้า, ซีวิลเอนจีเนียริง, สีคิ้ว-กุดจิก, โครงการรถไฟไทย-จีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b4a44576e0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
