<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38441</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2019 09:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2019 09:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯสั่งสืบสวนข้อเท็จจริง &#039;โรฮีนจา&#039; ขึ้นฝั่งสตูล พร้อมช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย.62 - พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบชาวโรฮีนจาขึ้นฝั่งที่เกาะราวี อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา จ.สตูล ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังการอพยพหรือใช้แรงงานผิดกฎหมายหรือไม่ รวมทั้งให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขตรวจสุขภาพร่างกายของชาวโรฮีนจาตามหลักมนุษยธรรมและป้องกันโรคติดต่อด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกฯ เน้นย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาผู้อพยพชาวโรฮีนจา โดยที่ผ่านมาได้ร่วมกับนานาประเทศแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง ส่วนในระดับพื้นที่นั้นมีศูนย์อำนวยการลาดตระเวนและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดีย หรือ ศอ.ยฐ. ทำหน้าที่ลาดตระเวน ตรวจสอบการอพยพ และช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมซึ่งทำงานอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแสหากพบสิ่งผิดปกติ โดยเฉพาะกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐรู้เห็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38441</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม, พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค, รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา, โรฮีนจา, โรฮีนจาขึ้นฝั่งสตูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190528/image_big_5ced0248818dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2019 22:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2019 22:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐถอนวีซ่าพวกพ้อง &#039;มาดูโร&#039; ติงยุโรปหนุนเจรจาสันติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สหรัฐเพิกถอนวีซ่าสมาชิกหลายรายของสมัชชารัฐธรรมนูญที่เป็นพันธมิตรของประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ทั้งยังวิจารณ์ชาติยุโรปและลาตินอเมริกาที่ต้องการหาทางออกอย่างสันติและเจรจากับผู้นำฝ่ายซ้ายรายนี้ ขณะขบวนรถขนสิ่งของบรรเทาทุกข์ในโคลอมเบียจ่อชายแดนเวเนซุเอลาแล้ว แต่ทหารยังปิดทางผ่านแดนไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ปราศรัยที่จัตุรัสโบลิวาร์ในกรุงการากัส เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐเป็นหัวขบวนของกลุ่มประเทศกว่า 40 ชาติที่ให้การยอมรับฮวน ไกวโด ประธานสมัชชาแห่งชาติวัย 35 ปีของเวเนซุเอลา ว่าเป็นประธานาธิบดีที่ชอบด้วยกฎหมายของเวเนซุเอลา หลังจากผู้นำฝ่ายค้านรายนี้ประกาศตั้งตนเองเป็นประธานาธิบดีเฉพาะกาลของประเทศนี้เมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา และในวันพฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ สหรัฐเดินหน้ากดดันมาดูโรต่อไปด้วยการประกาศเพิกถอนวีซ่าสมาชิกสมัชชาแห่งชาติที่เป็นพันธมิตรของมาดูโร และยังคัดค้านการหาทางออกอย่างสันติผ่านการเจรจากับผู้นำฝ่ายซ้ายรายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาดูโรปฏิเสธอำนาจของสมัชชาแห่งชาติซึ่งเป็นสภานิติบัญญัติที่ฝ่ายค้านครองเสียงข้างมาก และในปี 2560 เขาตั้งสมัชชารัฐธรรมนูญขึ้นมาแทนที่ ซึ่งสมาชิกเต็มไปด้วยผู้ที่จงรักภักดีต่อเขาหลังจากฝ่ายค้านบอยคอตการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอลเลียต อับรามส์ ทูตสหรัฐประจำเวเนซุเอลาคนใหม่ กล่าวว่า สหรัฐได้เพิกถอนวีซ่าสมาชิกสมัชชารัฐธรรมนูญหลายคน แต่เขาไม่ได้เปิดเผยจำนวน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนกลุ่มนี้ช่วงชิงอำนาจตามรัฐธรรมนูญหลายประการของสมัชชาแห่งชาติที่ชอบด้วยกฎหมาย และยังส่งเสริมการทำลายล้างสถาบันประชาธิปไตยของมาดูโร&amp;quot; ทูตสหรัฐกล่าวกับนักข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายังประณามการประชุมกลุ่มประสานงานระหว่างประเทศ ที่กรุงมอนเตวิเดโอ ที่รัฐมนตรีจากยุโรปมากกว่า 12 ประเทศและชาติลาตินอเมริกา พยายามหาทางออกอย่างสันติและเป็นประชาธิปไตย เพื่อยุติความขัดแย้งของเวเนซุเอลา &amp;quot;โดยปราศจากการใช้กำลัง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมที่อุรุกวัยเมื่อวันพฤหัสบดี มีเฟเดริกา โมเกรินิ หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป (อียู) เข้าร่วมด้วย โดยมีเม็กซิโกและอุรุกวัยเป็นหัวขบวน สองประเทศนี้เป็นชาติลาตินอเมริกาเพียง 2 ชาติที่ยังให้การสนับสนุนมาดูโร ไม่นับรวมพันธมิตรฝ่ายซ้ายอย่างคิวบา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุมนาน 5 ชั่วโมง กลุ่มนี้ประกาศว่า พวกเขาจะส่งคณะทำงานทางเทคนิคไปยังเวเนซุเอลา เพื่อสร้างหลักประกันที่จำเป็นสำหรับกระบวนการเลือกตั้งที่น่าเชื่อถือ โดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ และเพื่อเปิดทางสำหรับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถบรรทุกความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมสำหรับชาวเวเนซุเอลาเดินทางมาถึงสะพานติเอนดิตัส ที่เชื่อมระหว่างเมืองกูกูตาของโคลอมเบีย กับเมืองตาชิราของเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อับรามส์วิจารณ์การประชุมครั้งนี้ว่า แทนที่จะพยายามเกื้อหนุนมาดูโรผ่านการจัดตั้งกลุ่มประสานงานหรือการเจรจา ประเทศเหล่านี้ควรจะหันมายอมรับฮวน ไกวโด เป็นประธานาธิบดีเฉพาะกาล และร่วมมือกับสหรัฐด้วยการตอบสนองข้อเรียกร้องของไกวโดในการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมถึงชาวเวเนซุเอลาโดยทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาดูโรพิสูจน์แล้วว่า เขาจะแปลงเสียงเรียกร้องให้มีการเจรจามาเป็นความได้เปรียบของเขา และเขามักจะใช้การเจรจาที่ว่านี้เป็นหนทางเล่นกับเวลา&amp;quot; ทูตสหรัฐกล่าว &amp;quot;เวลาสำหรับการเจรจากับมาดูโรนั้นผ่านไปนานแล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ขบวนรถขนอาหารและเวชภัณฑ์จากสหรัฐตามเสียงเรียกร้องของไกวโด เดินทางมาถึงศูนย์รวบรวมสิ่งของบรรเทาทุกข์ในเมืองตีเอสดิตัสของโคลอมเบีย ซึ่งอยู่ติดชายแดนเวเนซุเอลา คนละฝั่งของสะพานข้ามแดน ที่กองทัพเวเนซุเอลาใช้ถังน้ำมันของรถบรรทุกน้ำมันและตู้คอนเทนเนอร์ขวางกั้นถนนไว้ รถบรรทุกขบวนนี้ ซึ่งออกเดินทางจากเมืองบูการามังกาทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของโคลอมเบียเมื่อวันพุธ มาถึงโดยกลุ่มผู้อพยพชาวเวเนซุเอลาโห่ร้องต้อนรับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28643</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม, นิโกลัส มาดูโร, สมัชชารัฐธรรมนูญ, สหรัฐ, สิ่งของบรรเทาทุกข์, ฮวน ไกวโด, เพิกถอนวีซ่า, เวเนซุเอลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190208/image_big_5c5d9b3778bbd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
