<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29162</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2019 21:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2019 21:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดประชุมวอร์ซอ &#039;เพนซ์&#039; จี้ยุโรปถอนตัวจากความตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ของสหรัฐ กล่าวต่อที่ประชุมวอร์ซอว่าด้วยสันติภาพและความมั่นคงในตะวันออกกลางเมื่อวันพฤหัสบดี เรียกร้องชาติพันธมิตรในสหภาพยุโรปถอนตัวออกจากความตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านปี 2558 พร้อมเตือนสหรัฐอาจแซงก์ชันอิหร่านเพิ่มอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ กล่าวต่อที่ประชุมในกรุงวอร์ซอ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมที่กรุงวอร์ซอของโปแลนด์ครั้งนี้มีผู้แทนของมากกว่า 60 ประเทศเข้าร่วม ซึ่งรวมถึงอิสราเอลและหลายชาติอาหรับ ขณะที่ยุโรปส่งเพียงผู้แทนระดับล่างที่ไม่ใช่รัฐมนตรี ยกเว้นอังกฤษที่เจเรมี ฮันต์ รัฐมนตรีต่างประเทศมาประชุมเอง โดยคาดหวังจะหาทางออกสำหรับวิกฤติในเยเมน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐซึ่งเป็นโต้โผของการประชุมมีรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ และรัฐมนตรีต่างประเทศ ไมค์ ปอมเปโอ นำคณะ รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ กล่าวว่า เพนซ์ได้ขึ้นกล่าวต่อที่ประชุมในวันเดียวกันนี้ โดยพุ่งเป้าโจมตีอิหร่านว่า เป็นภัยคุกคามร้ายแรงที่สุดของสันติภาพและความมั่นคงในตะวันออกกลาง และยังกล่าวหาระบอบปกครองโดยผู้นำศาสนาอิสลามแห่งนี้ว่ากำลังวางแผน &amp;quot;ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวครั้งใหม่&amp;quot; จากความทะเยอทะยานสร้างอิทธิพลในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองประธานาธิบดีสหรัฐยังตำหนิแผนความริเริ่มของฝรั่งเศส, เยอรมนี และอังกฤษที่จะจัดตั้งกลไกทางการเงินเพื่อช่วยเหลือธุรกิจของยุโรปให้ดำเนินการในอิหร่านต่อไปได้โดยไม่โดนลงโทษจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพนซ์กล่าวว่า ถึงเวลาแล้วที่หุ้นส่วนในยุโรปของสหรัฐจะถอนตัวออกจากความตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน และเข้าร่วมกับสหรัฐ กดดันทางการทูตและเศรษฐกิจที่จำเป็นต่อการสร้างสันติภาพ, ความมั่นคง และเสรีภาพ ให้เกิดขึ้นกับประชาชนชาวอิหร่าน, ภูมิภาคตะวันออกกลาง และโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งรวมถึงโปแลนด์ ประเทศเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งนี้ ไม่แสดงท่าทีว่าจะล้มเลิกความตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 ที่จัดทำในสมัยของประธานาธิบดีบารัค โอบามา เพื่อยับยั้งโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน แลกเปลี่ยนกับการผ่อนคลายแซงก์ชัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพนซ์ย้ำในที่ประชุมนี้ด้วยว่า การแซงก์ชันของสหรัฐจะหนักหน่วงขึ้น เว้นแต่อิหร่านจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่อันตรายและบั่นทอนเสถียรภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่อิหร่านเพิ่งฉลองครบรอบ 40 ปี การโค่นล้มพระเจ้าซาร์ ซึ่งฝักใฝ่สหรัฐ และวันก่อนหน้านั้น ยังเกิดเหตุมือระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีรถบัสขนทหารอิหร่านกลับจากภารกิจลาดตระเวน ที่จังหวัดซิสถาน-บาลูจิสถาน ในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของอิหร่านใกล้ชายแดนปากีสถาน ส่งผลให้ทหารเสียชีวิต 27 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมฮัมหมัด จาวัด ซาริฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน รีบโยงการโจมตีกับการประชุมที่กรุงวอร์ซอทันที โดยบอกว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่อิหร่านโดนก่อการร้ายในวันเดียวกันกับที่การเจรจาเริ่มต้นขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ของอิหร่าน เดินทางไปประชุมกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย และประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกี เพื่อหารือเกี่ยวกับอนาคตของซีเรียที่เมืองโซชีของรัสเซียในวันพฤหัสบดี โรฮานีกล่าวโทษสหรัฐและอิสราเอลว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ ถึงแม้ว่ากลุ่มนักรบญิฮาดที่เป็นมุสลิมนิกายสุหนี่ในภูมิภาคนั้นจะอ้างว่าเป็นผู้ก่อเหตุก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมที่วอร์ซอ ซึ่งโปแลนด์และสหรัฐวางวัตถุประสงค์แบบคลุมเครือเป็นประเด็นการสร้างสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกมองว่าพุ่งเป้าหมายที่อิหร่านโดยเฉพาะ ยังเปิดโอกาสให้นายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู ได้อยู่ร่วมเวทีประชุมเดียวกับผู้แทนระดับสูงของหลายชาติอาหรับที่เป็นศัตรูกับยิว แต่ก็เกลียดชังอิหร่านเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนทันยาฮูได้ทวีตรูปภาพที่เขาอยู่ร่วมกับยูซุฟ บิน อาลาวี บิน อับดุลลาห์ รัฐมนตรีต่างประเทศของโอมาน โดยกล่าวว่า เป็นการปฏิวัติด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของอิสราเอล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29162</URL_LINK>
                <HASHTAG>;วอร์ซอ, ความตกลงนิวเคลียร์, ยุโรป, อิหร่าน, ไมค์ เพนซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190214/image_big_5c657c47d3793.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
