<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2020 22:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ความต่างในความเหมือน  ร่างแก้ รธน.ซีกรัฐบาล-ค้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เชื่อว่าหลายคนคงกำลังสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญในขณะนี้ว่าอะไร อย่างไร สรุปกันแบบง่ายๆ ว่า ปัจจุบันรัฐสภากำลังอยู่ระหว่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 60 ในชั้นคณะกรรมาธิการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเป็นการยกเลิกมาตรา 256 เป็นมาตราที่เกี่ยวกับขั้นตอนการแก้ไขมาตราต่างๆ ในรัฐธรรมนูญปี 60 แล้วนำเนื้อหาใหม่ใส่เข้าไปแทน นอกจากนี้ก็ยังจะมีการเพิ่มหมวดขึ้นใหม่อีก 1 หมวด คือ หมวดจัดทำรัฐธรรมนูญ โดยให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อคณะกรรมาธิการทำสองเรื่องดังกล่าวเสร็จเรียบร้อย ก็จะต้องนำการแก้ไขเข้าสู่ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาอีกครั้ง เพื่อลงมติในวาระสองเป็นรายมาตรา และลงมติทั้งฉบับในวาระสอง จากนั้นจึงจะนำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมนี้ไปทำประชามติ หากประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยก็สามารถตั้ง ส.ส.ร.เพื่อเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี่คือลำดับขั้นตอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ในชั้นคณะกรรมาธิการนี้เอง มีร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมจำนวน&amp;nbsp; 2 ฉบับให้พิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กล่าวคือ มาจากฝ่ายรัฐบาลหนึ่งฉบับ และมาจากฝ่ายค้านอีกหนึ่งฉบับ โดยส่วนของการเพิ่มหมวดจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น ทั้งสองฝ่ายมีแนวคิดเหมือนกันเป๊ะ ให้มีการตั้ง ส.ส.ร. และห้าม ส.ส.ร.แตะหมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ ของรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ที่แตกต่างกันคือรายละเอียด เมื่อสแกนร่างแก้ไขของทั้งสองฝ่าย พบว่า แม้จะเสนอให้ตั้งจำนวน ส.ส.ร.เท่ากัน ที่ 200 คน แต่ที่มาของ ส.ส.ร. แตกต่าง ในส่วนฝ่ายค้านกำหนดให้มาจากการเลือกตั้งทางตรงทั้งหมด สำหรับของฝ่ายรัฐบาลจะมีทั้งมาจากการเลือกตั้ง 150 คน และมาจากการสรรหา 50 คน ซึ่งส่วนของการสรรหาจะมาจากรัฐสภา 20 คน มาจากนักเรียน นิสิตนักศึกษา 10 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ก็ยังมาจากที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย 20 คน โดยส่วนนี้แบ่งย่อยออกเป็น 2 ส่วน คือ ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฏหมายมหาชน หรือรัฐศาสตร์ 10 คน และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองหรือการร่างรัฐธรรมนูญอีก 10 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทว่า ส.ส.ร.ในแบบฉบับฝ่ายค้าน กำหนดแต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 45 คน ประกอบด้วย สมาชิกสภา 30 คน เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฏหมายมหาชน 5 คน เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ 5 คน และผู้มีประสบการณ์ด้านการเมือง บริหารราชการแผ่นดินและการร่างรัฐธรรมนูญ 5 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นต่อมาที่มีความแตกต่างกันคือ ระยะเวลากรอบการทำงานของ ส.ส.ร. โดยฝ่ายรัฐบาลเสนอ 240 วัน ด้านฝ่ายค้านเสนอ 150 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ รายละเอียดในการทำประชามติภายหลังคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฝ่ายค้านเสนอให้นำส่งประธานรัฐสภา เพื่อให้ส่งต่อไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ภายใน 7 วันนับแต่รัฐสภาได้รับร่างรัฐธรรมนูญ ให้ไปทำประชามติ จากนั้นให้ กกต.ประกาศวันทำประชามติ ไม่เกิน 60 วัน แต่ไม่น้อยกว่า 45 วันนับแต่ได้รับร่าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ ร่างรัฐธรรมนูญของซีกรัฐบาลไม่ได้ให้ทำประชามติแต่แรก ปรากฏว่าสำหรับเวอร์ชั่นของฝ่ายรัฐบาลนั้นให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้ลงมติว่าจะเห็นชอบ หรือไม่ชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ ของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ โดยอาศัยเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งสองสภาเท่าที่มีอยู่ จึงจะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่าน จากนั้นก็ส่งขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ถ้าสภาไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ ให้ส่งทำประชามติ โดยประธานรัฐสภาต้องส่งร่างรัฐธรรมนูญไปยัง กกต.ภายใน 7 วัน และ กกต.ก็จัดทำประชามติภายใน 60 วัน โดยให้ กกต.ประกาศผลภายใน 15 วัน ทั้งนี้ถ้าผู้มีสิทธิ์มาออกเสียงไม่ถึง 1 ใน 5 ของผู้มีสิทธิ์ออกเสียง ให้ถือว่าร่างรัฐธรรมนูญตกไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทว่า ทั้งหมดทั้งมวลเรื่องที่สำคัญเบื้องต้นที่ต้องจับตา คือ ญัตติของ &amp;ldquo;ไพบูลย์ นิติตะวัน&amp;rdquo; ที่ขอให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาลงมติให้ส่งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญปี 60 หรือไม่ ถ้ามีมติเห็นด้วยให้ส่งศาล แล้วศาลวินิจฉัยออกมาว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญก็เป็นอันว่าจบ พับร่างรัฐธรรมนูญเก็บใส่หีบ กระบวนการในชั้นคณะกรรมาธิการก็มีอันล้มเลิก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ถ้าผลวินิจฉัยยังให้ไปต่อ มีอีกขยักหนึ่งที่ต้องลุ้น เมื่อที่ประชุมรัฐสภาผ่านร่างรัฐธรรมนูญในวาระสามแล้ว &amp;ldquo;ไพบูลย์&amp;rdquo; ก็จะยื่นผ่านประธานรัฐสภาให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ทั้งนั้น ในชั้นคณะกรรมาธิการคงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างวุ่นวาย เพราะในความเหมือนก็ยังมีความต่างในรายละเอียด.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85063</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ความต่างในความเหมือน  ร่างแก้ รธน.ซีกรัฐบาล-ค้าน, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201125/image_big_5fbe732a1644f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
