<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42763</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2019 14:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2019 14:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลเผยคนอีสานเลือก &#039;หญิงหน่อย&#039; ไม่เปลี่ยนใจ นิยม &#039;ทอน&#039; มากกว่า &#039;ลุงตู่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.62 - &amp;nbsp;ผศ.ดร.สุทิน &amp;nbsp;เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการสำรวจอีสานโพล ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจความคิดเห็นของคนอีสานเรื่องเก็บคะแนนรางวัลแห่งปีของคนอีสานครึ่งปีแรก 2562 ที่ได้มีการลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นของคนอีสานเกี่ยวกับบุคคล องค์กร และผลงานที่มีความโดดเด่นที่สุดแห่งปี ใน 15 สาขา จากกลุ่มตัวอย่าง 1,057 รายในพื้นที่ 20 จังหวัดภาคอีสาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พบว่า 6 เดือนแรกของปี 2562 คนอีสานยังคงเลือกคุณหญิง สุดารัตน&amp;nbsp; เกยุราพันธุ์&amp;nbsp;ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ให้เป็นนักการเมือง และผู้บริหารภาครัฐแห่งปี ด้วยคะแนนร้อยละ &amp;nbsp;28.3 รองลงมาคือ นายธนาธร &amp;nbsp;จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ด้วยคะแนนร้อยละ 26.6 อันดับที่ 3 เป็นของ พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ร้อยละ 11.9&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ผู้บริหารภาคเอกชนแห่งปี คนอีสาน ให้คะแนนอันดับที่ 1 นายธนันท์ &amp;nbsp;เจียรวนนท์ ร้อยละ 16.2 รองลงมาคือ นายปัญญา &amp;nbsp;นิรันดร์กุล ร้อยละ 13.4 และนายตัน &amp;nbsp;ภาสกรนที ร้อยละ 9.2 โดยที่เลือกในกลุ่มที่ยังไม่มีผู้ที่เหมาะสมร้อยละ 37.5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรางวัลนักเคลื่อนไหวเพื่อสังคมแห่งปี/NGO แห่งปี อันดับที่ 1คือนายอาทิวราห์ &amp;nbsp;คงมาลัย หรือตูน &amp;nbsp;บอดี้สแลม ด้วยคะแนนร้อยละ 37.9 รองลงมาคือนายบิณฑ์ &amp;nbsp;บันลือฤทธิ์ ร้อยละ 11.5 และ นางปวีณา &amp;nbsp;หงษ์สกุล ร้อยละ 10 เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42763</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความนิยม, คุณหญิงสุดารัตน์, สุทิน  เวียนวิวัฒน์, โพลอีสาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190805/image_big_5d47dc0e91f40.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3732</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2018 08:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2018 08:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิชัย&#039; โวยคสช.เรียกปรับทัศนคติครั้งที่10 ชี้หวังกลบกระแสรัฐบาลบิ๊กตู่ขาลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
23 ก.พ. 61 - นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและคณะทำงานด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่ได้มีหมายเรียกโดยแจ้งข้อหา ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดตามประกาศคสช. และให้ไปพบเจ้าหน้าที่ในวันที่ 15 มีนาคม นั้น ยังไม่รู้ว่ามีสาเหตุใด ระยะหลังข่าวส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่สื่อคาดหวังว่าตนจะลงสมัครผู้ว่า กทม. และก็ไม่ค่อยได้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลบ่อยนัก นอกจากจะมีสาเหตุของเรื่องที่ไม่ถูกต้องอย่างมากจริงๆ และได้มีการเสนอข้อแนะนำอย่างสร้างสรรค์เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ประชาชนเดือดร้อนตามที่ได้พูดคุยกันไว้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งตัวเลขเศรษฐกิจก็ดีขึ้นมาบ้างแต่ก็น่าจะดีกว่านี้มาก หากได้รัฐบาลจากการเลือกตั้งที่มีความรู้ความสามารถในการบริหาร และไม่ต้องติดกรอบปัญหาการเมืองที่ยังเป็นเงื่อนไขของหลายประเทศที่ไม่เจรจาการค้าด้วย และยังมีปัญหาการกระจายรายได้ที่มีเพียงคนจำนวนน้อยที่ได้ประโยชน์จากการเจริญเติบโต จนดูเหมือนเป็นการผูกขาดประเทศนี้ไปแล้ว ซึ่งการผูกขาดนี้จะปิดกั้นโอกาสของประชาชนส่วนใหญ่ที่จะพัฒนาก้าวขึ้นมาได้ จึงไม่เข้าใจว่าจะมาเรียกตนด้วยเหตุใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
นายพิชัย กล่าวต่อว่า อดไม่ได้ที่จะสงสัยว่า ต้องการเรียกเพื่อกลบข่าวกระแสนิยมที่กำลังตกต่ำอย่างมากของรัฐบาลในปัจจุบัน อีกทั้งกระแสการทุจริตคอรัปชันที่พุ่งขึ้นสูง จากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยที่ระบุว่าดัชนีคอรัปชันพุ่งสูงสุดในรอบ 3 ปี และอาจมีการทุจริตคอรับชั่นพุ่งขึ้นถึง 2 แสนล้านบาท อีกทั้งดุสิตโพลล์ยังให้รัฐบาลสอบตกเรื่องทุจริตคอรัปชั่นโดยได้คะแนนเพียง 4.85 จาก คะแนนเต็ม 10 และแม้องค์กรความโปร่งใสสากลจะจัดอันดับความโปร่งใสของไทยอยู่ที่ 96 ซึ่งดีกว่าปีที่แล้วที่ 101 แต่ก็ยังต่ำกว่า ปี 2558 ที่อันดับ 76 มาก และ องค์กรความโปร่งใสสากลนี้ยังระบุว่าไทยมีการจ่ายใต้โต๊ะเป็นอันดับ 3 ซึ่งสูงกว่า กัมพูชา และ เมียนมาร์เสียอีก ดังนั้นจึงขออย่าได้นำการเรียกตนเพื่อกลบปัญหาเหล่านี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จึงอยากถามว่า การเรียกผมทั้ง 10 หนนี้ เป็นปัญหาสิทธิมนุษยชนหรือไม่ เพราะรัฐบาลได้มีมติให้สิทธิมนุษยชนเป็นวาระแห่งชาติ แต่กลับดำเนินการตรงข้ามหมด แม้กระทั่ง องค์กรสิทธิมนุษยชนสากล เช่น ฮิวเมนไรท์วอทช์ &amp;nbsp;แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ฯลฯ ยังตำหนิรัฐบาลหลายครั้ง&amp;quot;นายพิชัย กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3732</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความนิยม, คอร์รัปชัน, ปรับทัศนคติ, พิชัย นิริพทะพันธุ์, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180208/image_big_5a7bb77db57fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2797</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2018 08:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2018 08:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2ปีหลังคนเชื่อมั่นรัฐบาลบิ๊กตู่ลดฮวบ แนะปรับบางตำแหน่งเพื่อภาพลักษณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.พ. 61 -กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ &amp;nbsp;เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;2 ปีแรก vs 2 ปีหลัง การทำหน้าที่รัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,228 &amp;nbsp;คน พบว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในภาพรวมคะแนนการทำหน้าที่ในด้านต่างๆ ของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ ในช่วง 2 ปีแรก เทียบกับ ช่วง 2 ปีหลังพบว่า ในช่วง 2 ปีแรกได้ค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 6.31 คะแนน ส่วนในช่วง 2 ปีหลังได้คะแนนเฉลี่ยรวมเท่ากับ 6.04 คะแนน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบช่วง 2 ปีแรกกับช่วง 2 ปีหลังพบว่ามีค่าเฉลี่ยลดลง 0.27 คะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อแยกพิจารณาพบว่าในช่วง 2 ปีแรกด้านที่ได้คะแนนมากที่สุดคือ ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (6.81 คะแนน) รองลงมาคือ ด้านการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน (6.67 คะแนน) และด้านการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น การสร้างความโปร่งใส (6.65 คะแนน)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วง 2 ปีหลังพบว่า ด้านที่ได้คะแนนมากที่สุดคือ ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (6.62 คะแนน) รองลงมาคือ ด้านการพัฒนาสาธารณูปโภค ขนส่งมวลชน รถไฟฟ้า (6.47 คะแนน) และด้านการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน (6.36 คะแนน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
เมื่อเปรียบเทียบในช่วง 2 ปีแรก กับ ในช่วง 2 ปีหลังพบว่า ด้านที่ได้คะแนนเพิ่มขึ้นมากที่สุดคือ ด้านการพัฒนาสาธารณูปโภค ขนส่งมวลชน รถไฟฟ้า (เพิ่มขึ้น 0.19 คะแนน) รองลงมาคือด้าน การพัฒนาคุณภาพชีวิต เช่น โครงการประชารัฐ (เพิ่มขึ้น 0.06 คะแนน) และด้านความสัมพันธ์กับนานาประเทศ ในทุกภูมิภาค (เพิ่มขึ้น0.02 คะแนน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนด้านที่ได้คะแนนลดลงมากที่สุดคือ ด้านการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น การสร้างความโปร่งใส (ลดลง 0.76 คะแนน) รองลงมาคือ ด้านการปฏิรูปการเมืองและพัฒนาระบอบประชาธิปไตย และเศรษฐกิจของคนในประเทศ &amp;nbsp;(ลดลงเท่ากัน 0.54 คะแนน) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายเมื่อถามว่า &amp;ldquo;ท่านยังเชื่อมั่นในการทำหน้าที่ของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ ในการบริหารประเทศหรือไม่อย่างไร&amp;rdquo; พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 52.2 ยังเชื่อมั่นในการทำหน้าที่ โดยในจำนวนนี้ร้อยละ 40.7 เชื่อมั่นในการทำหน้าที่แต่อยากให้มีการเปลี่ยนแปลงในบางตำแหน่ง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ดีขึ้น รองลงมาร้อยละ 11.5 เชื่อมั่นการทำหน้าที่ทุกๆ ตำแหน่ง ขณะที่ร้อยละ 47.8 ไม่เชื่อมั่นในการทำหน้าที่ อยากให้มีการเลือกตั้ง เพื่อได้รัฐบาลใหม่มาบริหารประเทศ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2797</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความนิยม, คอร์รัปชัน, ผลงาน, รัฐบาลบิ๊กตู่, เชื่อมั่น, โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180210/image_big_5a7e4c2112890.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
