<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115409</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2021 16:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2021 16:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถาบันยุวทัศน์ฯ-ศวปถ.-สสส. หารือ ศธ. เพิ่มหลักสูตรความปลอดภัยทางถนนในโรงเรียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพชรพรรษ์ ประจวบลาภ เลขาธิการสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) กล่าวภายหลังเข้าพบคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อนำเสนอข้อมูลสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และยื่นหนังสือข้อเสนอเชิงนโยบายว่าด้วยความปลอดภัยทางถนน เพื่อขอให้บรรจุหลักสูตรความปลอดภัยทางถนนในการเรียนการสอนในสถานศึกษา โดยสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) ร่วมกับ ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) รวบรวมข้อมูลจากการบูรณาการข้อมูลผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 3 ฐาน ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด พบว่า อัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนปี 2563 รวม 17,831 คน คิดเป็นอัตราการตายร้อยละ 27.20 ต่อประชากร 1 แสนคน โดยกลุ่มอายุที่เสียชีวิตสูงสุดเป็นเด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 10-24 ปี จำนวนผู้เสียชีวิตสูงถึง 2,738 คน เทียบเท่ากับโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษจำนวน 1 โรงเรียน นอกจากนี้ผลการศึกษาโครงการวิจัยเพื่อเมืองไทยไร้อุบัติเหตุที่มีการลงสอบสวนเชิงลึก กรณีการเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์จำนวน 1,000 กรณี ของศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย พบว่า การเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ในกลุ่มอายุต่ำกว่า 24 ปี มีสาเหตุ 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.ประเมินสถานการณ์ผิดพลาด ร้อยละ 40 2.ตัดสินใจผิดพลาดขณะเผชิญสถานการณ์ฉุกเฉิน ร้อยละ 27 และ 3.ควบคุมรถผิดพลาด ร้อยละ 24สะท้อนให้เห็นว่าเด็กและเยาวชนขาดทักษะการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพชรพรรษ์ กล่าวต่อว่า จากสถานการณ์ดังกล่าว จึงได้พัฒนาข้อเสนอต่อกระทรวงศึกษาธิการเพื่อสร้างความรู้ความปลอดภัยทางถนนให้กับเด็กและเยาวชน 3 ประเด็นดังนี้&amp;nbsp; 1.พัฒนาหลักสูตร &amp;ldquo;ทักษะความปลอดภัยทางถนน&amp;rdquo; และบรรจุเป็นวิชาการเรียนรู้ภาคบังคับในระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา จำแนกวิชาตามช่วงวัย โดยระดับประถมศึกษา เรียนรู้เรื่องการเป็นผู้โดยสารอย่างปลอดภัยบนรถยนต์ รถจักรยานยนต์ของผู้ปกครอง หรือรถรับส่งนักเรียน ส่วนระดับมัธยมศึกษา เรียนรู้เรื่องกฎหมายจราจรและการเป็นผู้ขับขี่ยานพาหนะอย่างมีความรับผิดชอบเน้นให้ผู้เรียนสามารถคาดการณ์ความเสี่ยงที่จะเกิดจากการใช้รถใช้ถนน 2.จัดกิจกรรมอบรมเสริมการเรียนรู้เรื่องความปลอดภัยทางถนนในสถานศึกษาอย่างต่อเนื่องทั้งในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ซึ่งจากการขับเคลื่อนงานความปลอดภัยทางถนนของเยาวชน พบว่า โรงเรียนมีการสอนเรื่องความปลอดภัยทางถนนเพียง 38 นาทีต่อปีการศึกษา และมีกิจกรรมเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียนเพียง 39 นาทีต่อปีการศึกษาเท่านั้น ซึ่งเป็นระยะเวลาที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับการอบรมเสริมการเรียนรู้ในหัวข้ออื่น ๆ 3.ขอให้สถานศึกษามีมาตรการด้านความปลอดภัยทางถนน เน้นย้ำการขับขี่รถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นยานพาหนะในการเดินทางยอดนิยมของนักเรียนโดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษา จึงควรมีการตรวจสอบความปลอดภัยพื้นฐานและการใช้อุปกรณ์นิรภัย เช่น ใบขับขี่ การดัดแปลงสภาพรถที่อันตราย การสวมหมวกนิรภัย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)&amp;nbsp; กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการมีหน้าที่ดูแลการเรียนการสอนของเด็กและเยาวชนโดยตรง จึงขอรับข้อเสนอเชิงนโยบายว่าด้วยความปลอดภัยทางถนน โดยจะนำข้อเสนอไปพัฒนาเป็นนโยบายบังคับใช้ต่อไป โดยกระทรวงศึกษาธิการ ตระหนักถึงปัญหาความปลอดภัยทางถนนของนักเรียน นักศึกษา เนื่องจากทุกปีมีรายงานการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในกลุ่มนักเรียนอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่สร้างความสูญเสียให้กับครอบครัว-ผู้ปกครอง แต่อุบัติเหตุทางถนนของเด็กและเยาวชนยังสร้างความเสียหายต่อการพัฒนาการศึกษาไทย สังคม และเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115409</URL_LINK>
                <HASHTAG>(สสส.), ความปลอดภัย, พชรพรรษ์ ประจวบลาภ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210902/image_big_61309c5b1c53d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112854</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 16:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมกาบางนา ส่งมอบความปลอดภัยจากหน้าร้านถึงมือลูกค้า เน้นย้ำมาตรการการรักษาความสะอาดอย่างเข้มข้นสูงสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ศูนย์การค้าเมกาบางนา แหล่งช้อปปิ้งและสถานที่พบปะสังสรรค์แห่งย่านกรุงเทพตะวันออก ตอกย้ำการเป็น &amp;ldquo;มีทติ้ง เพลส&amp;rdquo; (Meeting Place) ส่งมอบบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทุกคนและชุมชนโดยรอบในทุกสถานการณ์ และยินดีเป็นส่วนหนึ่งของสังคมในการร่วมกันป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ด้วยมาตรการการดำเนินการที่เน้นความสะอาดและความปลอดภัยของลูกค้ามาเป็นอันดับแรก &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมกาบางนายังคงเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00 &amp;ndash; 20.00 น.&amp;nbsp; และเป็นไปตามประกาศของภาครัฐ โดยประเภทของร้านค้าที่ยังเปิดให้บริการได้แก่ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยา ร้านสะดวกซื้อ และสำหรับร้านอาหารและเครื่องดื่มก็ได้จัดให้มีจุดบริการสำหรับสั่ง - รับส่งอาหาร (Order &amp;amp; Pick up service) และจัดส่ง (Delivery) โดยจะเริ่ม 6 ส.ค.นี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิค-19 เราตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยมาโดยตลอด ด้วยเหตุนี้เมกาบางนาและร้านค้าผู้เช่าภายในศูนย์ฯ ได้ร่วมมือกันปฏิบัติตามมาตรการ เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด&amp;ndash; 19 อย่างเคร่งครัด เพื่อมอบบริการที่สะดวกและปลอดภัยให้กับลูกค้า เน้นการดำเนินการด้านความสะอาดตามที่กรมควบคุมโรคและกระทรวงสาธารณสุขแนะนำไว้ สำหรับด้านสถานที่ได้ดำเนินการตามมาตร อาทิ การจัดพื้นที่ให้บริการ โดยเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล ประมาณ 1 &amp;ndash; 2 เมตร ,จัดให้มีจุดบริการเจลล้างมือสำหรับผู้ใช้บริการทุกคน, ทำความสะอาดฆ่าเชื้อในทุกจุดที่มีการสัมผัสอย่างสม่ำเสมอ พร้อมติดตั้งเครื่องสแกนอุณหภูมิทุกประตูทางเข้า-ออกของศูนย์ ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคทั่วพื้นที่ทุกวัน เป็นต้น พร้อมกันนี้สำหรับผู้ที่เข้ามาใช้บริการ หรือพนักงานรับ- ส่งอาหารจะต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเข้ามาใช้บริการเท่านั้น และจะต้องตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าใช้บริการ โดยอุณหภูมิจะต้องไม่เกิน 37.5 องศาเซลเซียส และขอความร่วมมือบันทึกการเข้าใช้บริการผ่านแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;ไทยชนะ&amp;rdquo; อีกทั้งลูกค้ายังสามารถชำระเงินผ่านแอปพลิเคชันหรืออินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง (I-Banking) ได้เพื่อลดการสัมผัสได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นอกจากนี้ เมกาบางนาต้องการช่วยให้ไรเดอร์และลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการได้รับความสะดวกมากขึ้น จึงได้เตรียมจุดให้บริการเพิ่มเติมดังนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	ทางเมกาบางนาได้เตรียมจุดสั่งและรับส่งอาหารไว้บริเวณหน้าบิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า โดยลูกค้าสามารถสั่งซื้ออาหารจากพนักงานของร้านและยังสามารถซื้ออาหารปรุงสำเร็จจากร้านค้า ณ บริเวณนี้เช่นกัน 
	ลูกค้าสามารถโทรสั่งอาหารหรือสั่งผ่านช่องทางต่างๆ ของทางร้าน โดยสามารถนัดรับอาหารและเครื่องดื่มได้ที่จุดบริการ 2 จุดคือ บริเวณหน้าบิ๊กซี เอ็กตร้า และฟู้ดวอล์ค พลาซ่า (หน้าท็อปส์ มาร์เก็ต) &amp;nbsp;
	สำหรับไรเดอร์สามารถมารับสินค้าได้ที่จุดบริการรับ-ส่งอาหาร (Pick-up point) 2 จุด คือทางเข้าโซนอิเกีย และทางเข้าเมกา พลาซ่า 


&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ทั้งนี้ สำหรับสมาชิกเมกา สไมล์ รีวอร์ดส เมื่อซื้อสินค้าครบทุกๆ 500 บาท สามารถนำใบเสร็จมาสะสมคะแนนย้อนหลังได้ โดยใบเสร็จที่ระบุวันที่ 1 &amp;ndash; 31 ส.ค. 2564 จะสามารถสะสมคะแนนได้จนถึงวันที่ 30 ก.ย. 2564 &amp;nbsp;ทั้งนี้ สำหรับลูกค้าที่ต้องการมาใช้บริการ สามารถเช็คจุดจอดรถใกล้ๆ ได้ที่ https://bit.ly/36SJYkx &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;หรือติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นได้ที่ 
แอปพลิเคชัน ; http://onelink.to/n37e4g&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;เว็บไซต์ ; https://www.mega-bangna.com/&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;อินสตาแกรม ; @Megabangna_th&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ทวิตเตอร์ ; @Megabangna3 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;หรือโทร. 02-105-1000 &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112854</URL_LINK>
                <HASHTAG>Delivery, I-Banking, Meeting Place”, Megabangna, Order &amp; Pick up service, ความปลอดภัย, จุดบริการเจลล้างมือ, ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค, ชำระเงิน, บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า, ฟู้ดวอล์ค พลาซ่า, มาตรการการดำเนินการที่เน้นความสะอาด, มีทติ้ง เพลส, ย่านกรุงเทพตะวันออก, ศูนย์การค้าเมกาบางนา, สมาชิกเมกา สไมล์ รีวอร์ดส, สวมหน้ากากอนามัย, อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง, อิเกีย, เมกาบางนา, เว้นระยะห่าง, แหล่งช้อปปิ้ง, ไทยชนะ, ไรเดอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210810/image_big_6112469648049.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44097</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2019 09:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2019 09:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟม.เรียกผู้รับเหมาถกความปลอดภัยระหว่างก่อสร้างรถไฟฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 ส.ค.62-นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข รองผู้ว่าการ (วิศวกรรมและก่อสร้าง) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับดูแล ติดตาม ตรวจสอบมาตรการด้านความปลอดภัยในการก่อสร้างโครงการระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน (Safety Board) พร้อมด้วย กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา และ บริษัทผู้รับจ้าง/ผู้รับสัมปทาน &amp;nbsp;งานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าทุกสายในความรับผิดชอบของ รฟม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่าได้จัดประชุมระดมความคิดเห็นเป็นกรณีเร่งด่วน อันสืบเนื่องมาจากข้อสั่งการของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้หน่วยงานในสังกัดซักซ้อมการปฏิบัติเกี่ยวกับการติดตามข่าวสารและการรายงานเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุบัติเหตุที่เกิดความเสียหายมาก ณ สำนักงานสนามโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ถนนพระรามเก้า เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข รองผู้ว่าการ (วิศวกรรมและก่อสร้าง) รฟม. กล่าวว่า ในปัจจุบัน รฟม. เป็นผู้กำกับโครงการรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างก่อสร้างงานโยธา จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย &amp;ndash; มีนบุรี (สุวินทวงศ์) โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย &amp;ndash; มีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว &amp;ndash; สำโรง รวมถึงโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต &amp;ndash; สะพานใหม่ &amp;ndash; คูคต ที่อยู่ในขั้นตอนการเก็บงาน อีก 1 โครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ซึ่งทั้ง 4 โครงการนี้ เป็นงานก่อสร้างโครงสร้างขนาดใหญ่ มีแนวสายทางผ่านถนนสายหลักหลายสาย และ มีการเปิดหน้างานพร้อมกันหลายจุด กระทบต่อการใช้งานพื้นผิวจราจรของผู้ใช้รถใช้ถนน จึงมีความเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในการเกิดอุบัติเหตุ อย่างไรก็ดี รฟม. ได้พิจารณาข้อมูลสถิติอุบัติเหตุจากงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าทั้ง 4 โครงการ ย้อนหลังในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา (ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2561 &amp;ndash; ปัจจุบัน) พบว่า อยู่ในเกณฑ์ยอมรับได้ ส่วนใหญ่เป็นอุบัติเหตุ/อุบัติการณ์ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินเท่านั้น (Property Damage Only) ซึ่งภายหลังการเกิดเหตุ ผู้รับจ้าง/ผู้รับสัมปทานได้รายงานสภาพอุบัติเหตุ สาเหตุ วิธีการแก้ไข การเยียวยาผู้เสียหาย (ถ้ามี) รวมถึงมาตรการป้องกัน เพื่อให้ รฟม. ได้รับทราบข้อเท็จจริงภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้มาโดยตลอด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความมั่นใจยิ่งขึ้น รฟม. ได้มอบหมายให้ ผู้จัดการโครงการ (PM) แต่ละสัญญาของบริษัทผู้รับจ้าง/ผู้รับสัมปทาน เป็นผู้พิจารณารูปแบบในการรายงานอุบัติเหตุให้เหมาะสมแก่ระดับความร้ายแรงและผลกระทบของเหตุต่างๆ เพื่อช่วยให้ รฟม. สามารถคัดกรองประเภทอุบัติเหตุและพิจารณาสั่งการได้ทันท่วงที นอกจากนี้ รฟม. ได้สั่งการให้บริษัท ผู้รับจ้าง/ผู้รับสัมปทาน ให้ความสำคัญกับมาตรการป้องกันให้มากยิ่งขึ้น โดยตั้งเป้าหมายให้มีบทลงโทษให้สูงขึ้นแก่ ทั้งผู้รับจ้าง/ผู้รับสัมปทาน และรวมทั้งกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาควบคุมงาน ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุในลักษณะเดิมซ้ำอีกในสัญญาเดียวกัน และมอบหมายให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในงานด้านความปลอดภัยทุกภาคส่วน จัดการแลกเปลี่ยนกรณีศึกษาร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุในลักษณะเดียวกันนี้ในสัญญาอื่นๆ &amp;nbsp;หรือในโครงการรถไฟฟ้าสายอื่นๆ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ รฟม. ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า รฟม. ยังยกระดับความเข้มข้นในการกำกับด้านความปลอดภัยในการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าทั้ง 4 สาย ผ่านทางกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา โดยให้มอบหมายเจ้าหน้าที่ Safety ประจำอยู่หน้างานเพื่อตรวจสอบการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างในพื้นที่ก่อสร้างเสมอ หากพบลักษณะการทำงานหรือสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย สามารถตักเตือนหรือให้คำแนะนำแก่ผู้รับจ้างเพื่อดำเนินการแก้ไขโดยทันที พร้อมกันนี้ รฟม. ได้ขอคำยืนยันจากบริษัทผู้รับจ้าง/ผู้รับสัมปทานทุกราย ให้ความร่วมมือเต็มที่ในการสั่งการให้ผู้ปฏิบัติงานในบริษัทของตน ถือคำเตือน/คำแนะนำของเจ้าหน้าที่ Safety กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาเป็นสำคัญ และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รฟม. ได้มอบหมายให้กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาและบริษัทผู้รับจ้างโครงการรถไฟฟ้าทั้ง 4 สาย ไปหารือในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการลงโทษที่เป็นข้อตกลงร่วมกันทุกฝ่าย เพื่อแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะดำเนินงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า โดยคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุด ทั้งต่อตนเอง เพื่อนร่วมงาน บุคคลภายนอก และต่อทรัพย์สิน สามารถติดตามรายละเอียดและข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ รฟม. www.mrta.co.th และเฟซบุ๊กแฟนเพจการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ Call Center รฟม. โทร. 0 2716 4044&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44097</URL_LINK>
                <HASHTAG>การก่อสร้างโครงการระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน, การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย, ความปลอดภัย, รฟม., สุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190823/image_big_5d5f52eb04cf7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33533</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2019 16:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2019 08:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถิติมีให้ดู แต่เมาแล้วไม่กลัว?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถิติที่น่ากลัว แต่...ไม่ค่อยมีใครกลัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สรุปตัวเลข ๗ วันอันตรายในวันแรก(๑๒ เมษายน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสียชีวิต ๔๖ ราย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บาดเจ็บ ๔๘๒&amp;nbsp; คน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด&amp;nbsp; ดื่มแล้วขับ ร้อยละ ๓๔.๖๒ ขับรถเร็ว ร้อยละ ๒๖.๙๒ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ จักรยานยนต์ ร้อยละ ๗๘.๔๗&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ย้อนกลับไปดูสถิติหลายปีที่ผ่านมา&amp;nbsp; ตัวเลขก็ประมาณนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่มีพัฒนาการไปในทางที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จำไข้หวัดนกได้มั๊ยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระบาดเข้ามาสู่ประเทศไทย ปี ๒๕๔๗&amp;nbsp; ป่วย ๑๗ ราย เสียชีวิต ๑๒ คน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปี พ.ศ.๒๕๔๘&amp;nbsp; ป่วย ๕ ราย เสียชีวิต ๒ ราย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปี พ.ศ.๒๕๔๙&amp;nbsp; ป่วย ๓ ราย เสียชีวิต ๓ ราย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เห็นตัวเลขเหมือนไม่มีอะไร เพราะโรคอื่นๆยังเสียชีวิตมากกว่านี้หลายเท่าตัว...ก็ใช่ครับ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่จำให้หรือเปล่าว่า ตื่นตระหนกกันทั้งประเทศ!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หุ้นตก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไก่ขายแทบไม่ออก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ธุรกิจท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้คนกลัวตายเพราะไข้หวัดนก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พากันท่องคาถา กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็แปลก รณรงค์กันแล้วรณรงค์กันอีก&amp;nbsp; ใช้รถใช้ถนนช่วง ๗ วันอันตราย ปีใหม่ สงกรานต์ ดื่มอย่าขับ เพราะเกิดอุบัติเหตุ เจ็บ ตาย ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลคือเทศกาลละ ๓๐๐-๕๐๐ ศพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทุกปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนไทยกลายเป็นประเทศที่มีประชากรเสียชีวิตจากอุบัติเหตุลำดับต้นๆของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แถมด้วยสถิติไทยเป็นประเทศที่ประชาชนดื่มสุรา เครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ มากเป็นลำดับต้นๆของโลกเช่นกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลายคนถามหาวิธีแก้ปัญหา&amp;nbsp; ทั้งๆที่มีการนำเสนอจนแทบจะท่วมประเทศกันอยู่แล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาด้วยกฎหมาย&amp;nbsp; ด้วยการเปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนนิสัย ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ขาดคือ การพร้อมใจกันแก้ปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำคัญที่สุดคือ คนก่อปัญหาไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ยังคิดว่า เทศกาลปีใหม่ สงกรานต์ คือเทศกาลแห่งการเมาขับแห่งชาติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนพวกนี้เมาขับแล้วตายยังพอเข้าใจได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่สำหรับคนที่ไม่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่&amp;nbsp; เป็นแค่เพื่อนร่วมทางแต่ต้องมารับเคราะห์ด้วย &amp;nbsp;อย่างเช่นกรณี &amp;nbsp;กรณีนักธุรกิจเมาแล้วขับ ขับรถชนตำรวจและภรรยาเสียชีวิต ขณะที่ลูกสาววัย ๑๖ &amp;nbsp;บาดเจ็บสาหัส&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่าว่า ๒ ชีวิตเลย กรณีเช่นแค่เสี้ยวชีวิต ก็ไม่อาจชดเชยอะไรได้เลย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สรุปหากเปลี่ยนนิสัยกันไม่ได้ ยังต้องสังเวยต่อไปเทศกาลละ ๓๐๐-๕๐๐ ศพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เดินทางอย่าประมาท ดื่มอย่าขับ &amp;nbsp;ขอให้โชคดีครับ. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33533</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความปลอดภัย, สงกรานต์, อบุติเหตุเสียชีวิต, อ่านเอาเรื่อง, เมาไม่ขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b69ad52eea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15951</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2018 16:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2018 16:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯเตรียมบังคับใช้ใบอนุญาตขับขี่รถบิ๊กไบค์ ภายในปี 62 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขนส่งฯรับลูก ครม. เตรียมบังคับใช้ใบอนุญาตขับขี่รถบิ๊กไบค์ ภายในปี 62 หวังควบคุมความปลอดภัยการใช้รถใช้ถนน แจงผู้ขับบิ๊กไบค์ต้องเข้าอบรมทฤษฎี-ปฏิบัติเพิ่ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22ส.ค.61-นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่าตามที่การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบปรับปรุงแก้ไขร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอและการออกใบอนุญาตขับรถ และการขอต่ออายุ และการอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ พ.ศ. 2548 และผู้ที่ประสงค์จะขับรถจักรยานยนต์ที่มีกำลังสูง หรือบิ๊กไบค์ ต้องมีการผ่านการฝึกอบรม และทดสอบการขับรถด้วย พร้อมแยกใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ทั่วไป และรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์นั้น ในขณะนี้เรื่องดังกล่าว อยู่ระหว่างการเตรียมประกาศกฎกระทรวงฯ ก่อนที่จะออกบทบัญญัติของกรมการขนส่งทางบก และมีผลบังคับใช้ภายในปี 2562 ทั้งนี้ สามารถเข้าไปดำเนินการได้ที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ โดยยืนยันว่าจะไม่มีผลบังคับใช้ย้อนหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการปรับปรุงแก้ไขร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าว ถือเป็นการควบคุมตัวรถในแต่ละขนาดกำลังของเครื่องยนต์ (ซีซี) รวมถึงเป็นการกำหนดวุฒิภาวะในการรับผิดชอบของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ เพื่อเป็นการตอบโจทย์ในการป้องกันอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์บนท้องถนน ทั้งนี้ ในส่วนของเกณฑ์ผู้ที่จะขับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์นั้น รถจะต้องมีขนาดกำลังเครื่องยนต์เกิน 400 ซีซีขึ้นไป โดยจะต้องเข้ารับการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ รวมถึงต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของกฎหมายจราจร และมีทักษะในการขับรถบิ๊กไบค์ด้วย อย่างไรก็ตาม กรมการขนส่งทางบกได้รับความร่วมมือจากสมาคมบิ๊กไบค์ ในการกำหนดหลักเกณฑ์และใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราจะออกกฎกระทรวงแยกใบขับขี่รถจักรยานยนต์และใบขับขี่รถบิ๊กไบค์ เพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมาย โดยเป็นการแบ่งโดยใช้เกณฑ์ขนาดซีซีของรถ ซึ่งผู้ที่มีใบขับขี่รถจักรยานยนต์เดิม แล้วมีรถบิ๊กไบค์ ต้องเข้ามาฝึกอบรมทั้งทฤษฎีและปฏิบัติเพิ่มเติม ก่อนที่จะได้รับใบขับขี่ใหม่และถือใบเดียวเท่านั้น ไม่ต้องมี 2 ใบ&amp;quot; นายสนิท กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดี ขบ. กล่าวว่า หลังจาก ครม. เห็นชอบในหลักการแล้วจะนำเสนอร่างดังกล่าวไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อพิจารณาร่างฯ คาดว่าจะใช้เวลา 3-4 เดือน โดยสาระสำคัญนั้น จะมีการจำแนก จยย. ที่มีกำลังสูงมีเครื่องยนต์ 400 ซีซีขึ้นไป หรือกำลังตั้งแต่ 35 กิโลวัตต์ขึ้นไป หรือบิ๊กไบค์ นั้นผู้ที่ขอรับต้องผ่านการอบรม. และทดสอบจาก ขบ. ซึ่งเป็นเงื่อนไขกำหนดเพิ่มเติมขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกมล กล่าวต่อว่า สำหรับสาเหตุที่แยกทำใบขับขี่กับรถ จยย. ทั่วไป เพราะเป็นข้อเรียกร้องจากสังคม เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากในต่างประเทศการขอรับใบขับขี่บิ๊กไบค์จะแยกประเภทกับใบขับขี่รถ จยย. ทั่วไปเช่นกัน สำหรับข้อมูลจดทะเบียนบิ๊กไบค์ ณ วันที่ 31 ก.ค.61 มีจำนวน 166,868 คันทั่วประเทศ ซึ่งตัวกฎหมายใหม่จะแยกใบขับขี่บิ๊กไบค์กับ ใบขับขี่รถ จยย. ทั่วไปอย่างชัดเจน เพราะขณะนี้ กฎหมายปัจจุบันใบขับขี่บิ๊กไบค์ยังอยู่กับใบขับขี่รถ จยย. ทั่วไป ยังไม่แยกให้เห็นชัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การอบรมนี้จะต่างจากการขอรับใบขับขี่ จยย. ทั่วไป ขบ. จัดเตรียมหลักสูตรที่จะรองรับไว้แล้ว ซึ่งผู้ขอรับต้องมีทักษะพอสมควร เพราะรถนี้มีสมรรถนะค่อนข้างสูง กำลังแรง และน้ำหนักค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นการใช้รถต้องอาศัยความชำนาญ เพราะไม่ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย&amp;quot; นายกมล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกมล กล่าวอีกว่า การอบรมหลักสูตรจะต่างด้วย เช่น เพิ่ม ชม. การอบรมมากขึ้น ปรับปรุงข้อสอบข้อเขียนเพิ่มจำนวนมากขึ้น เกี่ยวกับกฎหมายจราจร กฎหมายรถยนต์ กฎหมายขนส่ง การบำรุงรักษาเครื่องยนต์ และเครื่องหมายจราจร มีสัดส่วนในการนำมาสอบข้อเขียน ซึ่งปัจจุบันผู้มาขอรับใบขับขี่ต้องมีสอบข้อเขียน 50 ข้อ และต้องสอบผ่านได้ 45 ข้อหรือ 90% ตอนนี้ข้อสอบปัจจุบันมีการใช้มา 2-3 ปีแล้ว &amp;nbsp;ส่วนอายุต้องมีเกณฑ์ 18 ปีขึ้นไป เพราะมีเรื่องขนาดรถใหญ่กว่ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งต่างจากขอรับใบขับขี่ รถ จยย. ที่อายุ 15 ปีสามารถมาทำใบขับขี่ได้ ที่มีเครื่องยนต์ 110 ซีซีขึ้นไป รวมทั้งการออกแบบใบขับขี่บิ๊กไบค์จะแตกต่างรถ จยย. ทั่วไป อยู่ระหว่างออกแบบให้แตกต่างจากปัจจุบันใบขับขี่จะเป็นแบบสมาร์ทการ์ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ได้ประสานงานกับค่ายจำหน่ายรถต่างๆ ทั้งญี่ปุ่น ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ที่จำหน่ายรถบิ๊กไบค์ด้วย เพราะการขับรถบิ๊กไบค์ต้องมีทักษะในการขับขี่ &amp;nbsp;เพิ่มเติมจากการขับขี่รถ จยย. ทั่วไป เพราะสภาพรถมีขนาดใหญ่ น้ำหนักมาก และมีสมรรถนะสูง สำหรับผู้ที่จะขอรับใบขับขี่บิ๊กไบค์จะต้องเข้ามาอบรมหลักสูตรเพิ่มเติม จากนั้นสามารถรับใบขับขี่ได้ โดยไม่ต้องสอบภาคทฤษฎีและปฏิบัติเหมือนกระบวนการมาขอรับใบขับขี่ จยย. ใหม่ โดยใช้เอกสารประกอบการทำใบขับขี่ และจ่ายค่าธรรมเนียมในการออกบัตรเหมือนกับการขอรับใบขับขี่ จยย. ทั่วไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15951</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการขนส่งทางบก, ขนส่ง, ความปลอดภัย, บิ๊กไบค์, ใบขับขี่, ใบอนุญาตขับรถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180408/image_big_5ac9b073306b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13209</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2018 16:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2018 16:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทริสเรทติ้งคงอันดับวิทยุการบินฯ ที่ระดับ“AAA” </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิต วิทยุการบินฯที่ระดับ &amp;ldquo;AAA&amp;rdquo; หลังมีสถิติด้านความปลอดภัยที่ดี สถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ส่วนคณะผู้บริหารมีประสบการณ์ในการบริหารจัดการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.61-รายงานข่าวจากบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่าประเด็นสำคัญที่กำหนดเครดิตของวิทยุการบินฯ คือ การมีบทบาทเชิงกลยุทธ์ในอุตสาหกรรมการบินของประเทศในการให้บริการจราจรทางอากาศ โดยมีสถิติของอุบัติการณ์การจราจรทางอากาศ (incident) อยู่ที่ 2.2-3.7 ต่อ 100,000 เที่ยวบิน ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งต่ำกว่าอัตราเฉลี่ยของผู้ให้บริการควบคุมจราจรทางอากาศทั่วโลกอยู่ ซึ่งอยู่ที่ระดับ 4.7 ต่อ100,000 เที่ยวบิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังได้มีปรับปรุงผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยให้ดียิ่งขึ้นและเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการ รวมทั้งได้มีการลงทุนในระบบควบคุมจราจรทางอากาศระบบใหม่อีกด้วย อีกทั้งผลการดำเนินงานด้านการเงินมีการปรับตัวดีขึ้นพร้อมกับการเติบโตของปริมาณจราจรทางอากาศ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้รายได้เพิ่มขึ้น โดยในปีงบประมาณ 2560 มีรายได้เพิ่มขึ้น 4.7% และในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 61 มีรายเพิ่มขึ้น 6.7% &amp;nbsp;ขณะที่คณะผู้บริหารก็มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการเช้นกัน
&amp;nbsp;
สำหรับแนวโน้มอันดับเครดิต &amp;ldquo;Stable&amp;rdquo; สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการรักษาผลการดำเนินงานที่ดีเอาไว้ได้และจะยังคงรักษาสถานะสภาพคล่องให้อยู่ในระดับสูงได้ต่อไปอีกด้วย ทั้งนี้ วิทยุการบินฯ ได้รับการจัดอันดับเครดิตสูงสุด AAA ตั้งแต่ ปี 58 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13209</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความปลอดภัย, จราจรทางอากาศ, ทริสเรทติ้ง, วิทยุการบิน, อุตสาหกรรมการบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180711/image_big_5b45cb9d250b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6997</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2018 14:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2018 14:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;กำชับทหาร-ตร.ฝ่ายปกครองอย่านับศพอย่างเดียว เน้นรณรงค์สงกรานต์ปลอดภัยด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 เม.ย.61-พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ห่วงใยการเดินทางของพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยได้รับรายงานว่า ขณะนี้ถนนหลายสายเริ่มมีปริมาณรถคับคั่งแล้ว โดยเฉพาะเส้นทางสายเหนือและสายอีสาน จึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง วางแผนและจัดกำลังดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกฯกำชับว่า ไม่ต้องการให้หน่วยงานต่าง ๆ รายงานแต่เพียงตัวเลขสถิติอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บเท่านั้น แต่ควรเน้นรณรงค์ให้ประชาชนมีพฤติกรรมที่เหมาะสม และขับขี่อย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหาที่แท้จริง เช่น เมาไม่ขับ สวมหมวกกันน็อค ไม่ขับรถเร็ว คาดเข็มขัดนิรภัย และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด โดยขอให้ประชาชนร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้วย&amp;rdquo;พล.ท.สรรเสริญระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า ในส่วนของรัฐบาลนั้นได้พยายามกำหนดมาตรการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุอีกทางหนึ่ง ทั้งการตั้งจุดตรวจและจุดให้บริการประชาชน ซึ่งมีกว่า 2,000 จุดทั่วประเทศ การจำกัดความเร็วของรถตู้โดยสารไม่เกิน 90 กม.ต่อชม. การควบคุมชั่วโมงการทำงานของผู้ขับขี่ การควบคุมพฤติกรรมไม่ให้ออกนอกเส้นทางผ่านระบบจีพีเอส การตรวจเช็คสภาพรถ และขอความร่วมมือไม่ให้ใช้รถบัสโดยสาร 2 ชั้น เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความปลอดภัยในแหล่งที่มีผู้โดยสายจำนวนมาก เช่น สถานีขนส่งผู้โดยสาร สถานีรถไฟ ท่าอากาศยาน หรือท่าเรือ นายกรัฐมนตรีสั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดกวดขันเรื่องมิจฉาชีพที่อาจแฝงตัวปะปนกับประชาชน รวมทั้งป้องกันไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาตั๋วหรือเอาเปรียบประชาชน พร้อมอำนวยความสะดวกด้านต่าง ๆ แก่ผู้เดินทางทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เช่น ให้บริการข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ดูแลป้องกันเด็กพลัดหลง ฯลฯ โดยเน้นสร้างความประทับใจแก่ผู้รับบริการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6997</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำชับ, ความปลอดภัย, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.ท.สรรเสริญ  แก้วกำเนิด, เทศกาลสงกรานต์, เป็นห่วงประชาชน, โฆษกไก่อู, ไก่อู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5acd5ae1522e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
