<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53479</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2019 15:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2019 15:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หลังปีใหม่ ลุ้นคดีปารีณา-จาตุรนต์-บก.ลายจุด ขึ้นศาลยุติธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
วันที่ 29 ธ.ค. นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีการโอนสำนวนคดีความมั่นคง และความผิดจากศาลทหาร กลับมาสู่การพิจารณาในศาลยุติธรรม ภายหลังจากมีคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 9/2562 ว่า ประเด็นการโอนสำวนคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลทหาร มาให้ศาลยุติธรรมดำเนินการสืบเนื่องจากมีคำสั่งของ คสช.ฉบับที่ 9/2562 ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีออกมาก่อนมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง โดยคำสั่งนั้นให้ยกเลิกประกาศ คสช.ฉบับที่ 37/2557 , 38/2557 , 43/2557 , 50/2557 และคำสั่ง หน.คสช. ฉบับที่ 55/259 ซึ่งสาระสำคัญหลักๆ คือให้บรรดาการกระทำความผิดตามประกาศและคำสั่ง คสช. ไม่ว่าจะกระทำก่อนหรือหลังคำสั่งที่ใช้บังคับอยู่ให้โอนมาอยู่ในการพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม จึงเป็นผลให้คดีที่ค้างอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลทหารก็จะโอนมาศาลยุติธรรม และคดีอยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินการของอัยการศาลทหาร ก็จะมาโอนมายังสำนักงานอัยการสูงสุด โดยหลังจากที่มีประกาศคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 9/2562 แล้ว ก็มีคดีที่โอนจากอัยการทหาร มายังสำนักงานอัยการคดีอาญาที่จะต้องเข้าสู่การพิจารณาของศาลอาญา รวมทั้งสิ้น 43 เรื่อง โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.คดีที่อัยการศาลทหาร ได้ยื่นฟ้องเป็นคดีในศาลทหารไว้จนสืบพยานเสร็จแล้ว เพียงแต่รอฟังคำพิพากษา โดยกลุ่มนี้เมื่อโอนคดีไปยังศาลยุติธรรม ศาลก็จะทำคำพิพากษาไปแล้วเข้าสู่กระบวนการอุทธรณ์-ฎีกาตามกฎหมายศาลยุติธรรมตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.คดีที่อัยการศาลทหารสั่งฟ้องแล้ว แต่ยังจับตัวมาฟ้องไม่ได้โดยมีหมายจับของศาลทหารอยู่ กรณีนี้ก็ต้องแจ้งให้พนักงานสอบสวนในพื้นที่นั้นดำเนินการขอเพิกถอนหมายจับเดิมของศาลทหารก่อน จากนั้นไปขอหมายจับใหม่กับศาลยุติธรรมแล้วส่งมาให้พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุดที่รับผิดชอบคดีนั้นๆ เพื่อจะแจ้งสั่งตามกระบวนการให้ติดตามตัวบุคคลนั้นมาฟ้องศาลภายในอายุความ 3.คดีที่ฟ้องแล้วในศาลทหาร และอัยการศาลทหารได้สืบพยานไปแล้วบางส่วน ยังเหลือพยานที่ต้องสืบต่ออีกก็จะเป็นภารกิจของพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดต้องพยานที่เหลือนั้นมาสืบต่อให้เสร็จในศาลยุติธรรม เพื่อคดีจะมีคำพิพากษาโดยศาลยุติธรรมต่อไป 4.คดีที่อัยการศาลทหารฟ้องคดีแล้ว แต่ยังไม่เริ่มสืบพยานใดๆ พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ก็ต้องดำเนินการสืบพยานตามบัญชีที่อัยการศาลทหารเคยระบุไว้ต่อไปให้จบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คดีที่ค้างอยู่ในการพิจารณาของศาลทหาร ในส่วนที่ต้องดำเนินการนัดพร้อมในศาลยุติธรรมหลังจากโอนคดีมาแล้วนั้นก็จะดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งในรายละเอียดคดีนั้นยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ อย่างไรก็ดี นอกจากส่วนที่โอนมายังอัยการสำนักงานคดีอาญาแล้วที่จะต้องขึ้นศาลอาญา 43 เรื่องแล้ว ก็ยังมีที่โอนไปยังสำนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ที่จะขึ้นศาลอาญากรุงเทพใต้ และอัยการคดีอาญาธนบุรีขึ้นศาลอาญาธนบุรีด้วยแล้วแต่ท้องที่เกิดเหตุของคดีต่างๆ
เมื่อถามว่าหากคดีโอนจากศาลทหารมายังศาลยุติธรรม ฝ่ายจำเลยสามารถโต้แย้งกระบวนการสืบพยานที่เคยดำเนินไปแล้วในศาลทหารได้หรือไม่ หากเห็นดำเนินไม่ได้เต็มที่ นายประยุทธ ชี้แจงว่า จะย้อนให้สืบพยานเดิมที่เคยดำเนินการไปแล้วไม่ได้ โดยเมื่อโอนคดีมาก็ต้องดำเนินการส่วนที่เหลือตามกระบวนการในศาลยุติธรรมต่อไป เพราะถือว่ากระบวนพิจารณาที่เคยดำเนินการมาแล้วในศาลทหารก็เป็นสิ่งที่ชอบด้วยกฎหมายในขณะนั้น จะไปรื้อใหม่ไม่ได้ แต่ในเรื่องของการประกันตัวหากเคยได้ประกันตัวในศาลทหารมาแล้วก็เป็นการโอนมาทั้งสำนวนและตัวก็เพียงแค่มาทราบนัดใหม่ในศาลยุติธรรม ส่วนจำเลยที่ถูกควบคุมตัวในเรือนจำเพราะไม่ได้ประกันในศาลทหาร หากโอนคดีมาศาลยุติธรรมก็สามารถยื่นประกันตัวใหม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายชูชาติ กันภัย ทนายความของนายอาเด็ม คาราดัค หรือบิลาเติร์ก มูฮัมหมัด (BILAL TURK MUHAMMED) อายุ 28 ปี ชาวอูยกูร์-จีนจำเลย คดีระเบิดบริเวณศาลสักการะพระพรหม แยกราชประสงค์ ช่วงค่ำวันที่ 17 ส.ค. 2558 และเหตุปาระเบิดจากสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน บริเวณท่าเรือสาทร วันที่ 18 ส.ค. 2558 หนึ่งในคดีที่ขึ้นศาลทหารช่วงปี 2558 เปิดเผยว่า เมื่อมีประกาศคำสั่ง คสช.ให้โอนคดีมายังศาลยุติธรรมแล้ว คดีที่ฟ้องของนายอาเด็ม คาราดัค และนายไมไรลี ยูซูฟ (MEI RAI LI &amp;nbsp;YUSUFU ชาวอูยกูร์-จีน อายุ 30 ปี)ในความผิดฐานทำให้ระเบิด และทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการระเบิด รวม 11 ข้อหาตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490 และ พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 ก็ได้โอนไปยังศาลยุติธรรมด้วย ซึ่งตนยังไม่ได้รับหมายแจ้งว่าโอนคดีไปยังศาลอาญา หรือศาลอาญากรุงเทพใต้ และกำหนดนัดพิจารณาใหม่อย่างไร โดยเดิมคดีนี้ในศาลทหารได้สืบพยานไปแล้ว 18 ปาก จากบัญชีพยานอัยการศาลทหารแจ้งไว้กว่า 400 ปาก ส่วนจำเลยเตรียมพยานสู้คดีไว้ 40 ปาก ขณะที่ปัจจุบันทั้งสองยังคงถูกคุมขังในเรือนจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีของนายอาเด็ม และนายไมไรลีนั้น ขณะนี้ถูกโอนไปขึ้นศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริงกรุงแล้ว โดยศาลนัดพร้อมคู่ความครั้งแรกในวันที่ 27 ม.ค. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่คดีอื่นๆ เกี่ยวกับ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ และความผิดต่อความมั่นคง เช่น ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ที่มีบุคคลในสังคมและนักการเมืองตกเป็นจำเลยนั้น อาทิ คดีที่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ถูกฟ้องร่วมกับนายสัชญา หรือขวัญ สถิรพงษะสุทธิ ในความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกรสุนปืนฯ พ.ศ.2490 , พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138,140,371 กรณีวันที่ 29 พ.ค.- 15 ก.ค. 2557 ร่วมกันมีปืนเล็กกลและเครื่องกระสุน เสื้อเกราะ-หมวกกันกระสุน ซึ่งโอนคดีมายังศาลอาญาเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2562 เป็นคดีหมายเลขดำ อ.3041/2562 โดยศาลนัดพร้อมครั้งแรกในวันที่ 27 ม.ค.2563 เวลา 09.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีที่นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ฉายา บก.ลายจุด นักกิจกรรมการเมือง ถูกฟ้องตาม มาตรา 116 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 กรณีวันที่ 31 พ.ค.- 4 มิ.ย. 2557 ได้ส่งข้อความลงในทวิตเตอร์และเฟซบุ๊ก ทำนองว่าประกาศจุดยืนไม่เห็นด้วยกับเผด็จการทหาร และเสนอกิจกรรมล้ม คสช.เชิญชวนให้ผู้คนใส่หน้ากากเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งโอนคดีมายังศาลอาญาเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2562 เป็นคดีหมายเลขดำ อ.3052/2562 โดยศาลนัดพร้อมครั้งแรกในวันที่ 28 ม.ค. 2563 เวลา 09.00 น.
คดีของนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรียุครัฐบาลทักษิณ และอดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ ถูกฟ้องตาม มาตรา 116 , 368 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14(3) กรณีแถลงข่าวหลังจากที่มีการรัฐประหารเดือน พ.ค. 2557 ในลักษณะต่อต้านการควบคุมอำนาจของ คสช. โดยทำให้เห็นว่าการเข้าควบคุมอำนาจนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งโอนคดีมายังศาลอาญาเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2562 เป็นคดีหมายเลขดำ อ.3055/2562 โดยศาลนัดพร้อมครั้งแรกในวันที่ 29 ม.ค.2563 เวลา 09.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53479</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความผิดจากศาลทหาร, ประยุทธ เพชรคุณ, ศาลยุติธรรม, สำนักงานอัยการสูงสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190726/image_big_5d3ac32d9e3b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
