<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79278</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2020 09:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2020 09:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯสั่งทุกหน่วยฝึกซ้อมต่อเนื่องแผนจัดการวิกฤติกระทบความมั่นคงประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
02 ต.ค.63 - น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ จัทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญและสั่งการให้ทุกส่วนราชการเตรียมความพร้อมในการบริหารราชการภายใต้สถานการณ์วิกฤติ ซึ่งรัฐบาลได้มีการกำหนดและดำเนินการตามนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ.2562&amp;ndash;2565 โดยมีสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นผู้รับผิดชอบหลัก และในปี 2563 แม้มีช่วงของการระบาดของโรคโควิด-19 ที่ทำให้การฝึกในบางเรื่องต้องเลื่อนออกไป แต่รัฐบาลได้จัดการฝึกบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ (C-MEX 20) ถึง 3 ครั้ง ประกอบด้วย 1) การฝึกประเด็นการบริหารจัดการสาธารณภัยจากปัญหาหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ (เดือนมกราคม)&amp;nbsp; 2) การฝึกประเด็นการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และ 3) การฝึกประเด็นการต่อต้านการก่อการร้าย มีวัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ได้นำแผนเผชิญเหตุของหน่วยงานมาทดสอบเพื่อทราบจุดแข็งและจุดอ่อน ตลอดจนสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกและกระบวนการบริหารจัดการภัยตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการฟื้นฟูและเยียวยาพื้นที่ สังคม และชุมชนภายหลังการแก้ไขปัญหา สำหรับการฝึกในอนาคตจะนำปัญหาอุปสรรคและแบบอย่างที่ดีที่ได้รับจากการฝึกครั้งที่ผ่านมาไปพัฒนาให้การฝึกในครั้งถัดไปมีความสมจริงมากยิ่งขึ้น โดยอาจเพิ่มประเด็นการรับมือกับโรคที่อุบัติใหม่รวมถึงการป้องกัน และการปราบปรามการลักลอบขนส่งอาวุธที่มีอนุภาพทำลายล้างสูงทั้งทางบกและทางน้ำ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถตอบสนองต่อภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่อาจเกิดขึ้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชดา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้ส่วนราชการเต็มที่กับการฝึกการบริหารภายใต้สถานการณ์วิกฤติด้านต่างๆ เพื่อประชาชนจะได้มีความเชื่อมั่นและสบายใจในศักยภาพของหน่วยงานภาครัฐที่สามารถรับมือกับภัยคุกคามความมั่นคงทุกรูปแบบได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ นายกฯยังได้กำชับด้วยว่า การบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นหัวใจสำคัญ ต้องสอดประสานกันอย่างชัดเจนตามแผนและแนวปฏิบัติ เพื่อช่วยป้องกันความสับสนเมื่อเกิดสถานการณ์จริง รวมทั้งเพิ่มความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน และเป็นไปตามมาตรฐานสากล การทบทวนฝึกการบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติอยากต่อเนื่อง จึงเป็นเรื่องจำเป็นและรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79278</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความมั่นคงแห่งชาติ, น.ส.รัชดา ธนาดิเรก, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สถานการณ์วิกฤติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200929/image_big_5f73358e6ff04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2020 23:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2020 23:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.คลังมะกันย้ำ TikTok ต้องขายกิจการในสหรัฐ ไม่งั้นเจอบล็อก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ตามราวีแอป &amp;quot;ติ๊กต็อก&amp;quot; ของจีน รัฐมนตรีคลังย้ำเมื่อวันอาทิตย์ว่า บริษัทจีนเจ้าของแอพพลิเคชันยอดฮิตรายนี้จะต้องขายกิจการในสหรัฐ หรือไม่ก็จะต้องโดนบล็อกจากการดำเนินธุรกิจในสหรัฐ เนื่องจากความกังวลเรื่องความมั่นคงแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐ ไม่ได้กล่าวตรงๆ เกี่ยวกับคำขู่ของประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อวันศุกร์ ที่บอกว่ารัฐบาลของเขาจะออกคำสั่งห้ามแอปพลิเคชันแชร์วิดีโอยอดฮิตรายนี้ แต่มนูชินบอกว่า ติ๊กต็อกไม่สามารถดำรงอยู่ในแบบที่เป็นอยู่ตอนนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีคลัง ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการว่าด้วยการลงทุนของชาวต่างชาติในสหรัฐ กล่าวว่า คณะกรรมการกำลังพิจารณาเรื่องของติ๊กต็อก ซึ่งเป็นแอพพลิเคชันยอดนิยมในหมู่วัยรุ่นโดยประเมินว่ามีผู้ใช้ราว 1,000 ล้านรายทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าวกันว่า แอปนี้อาจถูกหน่วยข่าวกรองจีนใช้เป็นเครื่องมือสอดแนม แต่บริษัทไบต์แดนซ์ เจ้าของติ๊กต็อก ปฏิเสธคำกล่าวหาทำนองนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำให้สัมภาษณ์กับสถานีเอบีซีเมื่อวันอาทิตย์ มนูชินกล่าวว่า คณะกรรมการทั้งชุดเห็นพ้องกันว่า ติ๊กต็อกไม่อาจคงรูปแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบันได้ เพราะเสี่ยงที่จะส่งข้อมูลของชาวอเมริกัน 100 ล้านคนกลับไปจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกด้วยว่าได้หารือกับแกนนำคองเกรสหลายราย รวมถึงนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครต และชัค ชูเมอร์ แกนนำ ส.ว.เดโมแครต &amp;quot;พวกเราเห็นพ้องกันว่าจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง บังคับให้ขายหรือบล็อกแอปนี้ ทุกคนเห็นด้วยว่าไม่อาจให้ดำรงอยู่อย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานเมื่อวันเสาร์ว่า การเจรจากับไมโครซอฟท์ที่จะซื้อกิจการของติ๊กต็อกในสหรัฐจากไบต์แดนซ์ ถูกระงับไว้ภายหลังทรัมป์ขู่ว่าจะห้ามการใช้งานแอปนี้ในสหรัฐ ขณะที่วาเนสซา แพพพาส ผู้จัดการใหญ่ติ๊กต็อกในสหรัฐ ชี้แจงเมื่อวันเสาร์ว่า ขอให้ผู้ใช้งานมั่นใจว่าบริษัทกำลังทำงานเพื่อให้พวกเขาได้ใช้งานแอปที่ปลอดภัยที่สุด และบริษัทไม่มีแผนจะย้ายไปไหน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73241</URL_LINK>
                <HASHTAG>TikTok, ความมั่นคงแห่งชาติ, จีน, ติ๊กต็อก, สหรัฐขู่แบน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200802/image_big_5f26eae5af1f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
