<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92616</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2021 16:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2021 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อว.สร้างแพลตฟอร์ม แก้ไขความยากจนได้เบ็ดเสร็จ-แม่นยำ  นำร่อง10 จังหวัด เห็นผลชัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10ก.พ.64-นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) แถลงผลการดำเนินงานและทิศทางการขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรม &amp;ldquo;พลังของข้อมูลระดับพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างสร้างสรรค์&amp;rdquo; ว่า อว. ได้จัดทำ &amp;ldquo;แผนงานการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาคนจนอย่างเบ็ดเสร็จและแม่นยำ&amp;rdquo; ขึ้น เพื่อสร้างแพลตฟอร์มการแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างเบ็ดเสร็จและแม่นยำ (Personalize poverty alleviation: PPA) โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบและกลไกการแก้ไขปัญหาความยากจนด้วยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และเพื่อให้มีการใช้ความรู้และเทคโนโลยีจากงานวิจัยและนวัตกรรมของ อว. มาแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างตรงกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่นำร่อง 10 จังหวัด ได้แก่ ปัตตานี อำนาจเจริญ แม่ฮ่องสอน ชัยนาท สุรินทร์ ยโสธร ศรีสะเกษ สกลนคร มุกดาหาร และกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็น 10 จังหวัดที่มีรายได้ครัวเรือนต่ำสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โดย อว.มีแนวทางสำคัญ 3 ประการในการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จ ร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย (มท.) และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) คือ 1.สำรวจ สอบทาน ชี้เป้าคนจนให้ครอบคลุมทุกครัวเรือน 2.พัฒนากระบวนการมีส่วนร่วม เป็น แพลตฟอร์มปฏิบัติการแก้จน เป็นกลไกและภาคีร่วมของภาครัฐ สถาบันวิชาการ ชุมชน ประชาสังคม และภาคธุรกิจ และ 3.นำความรู้งานวิจัย ผสานกับความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น พัฒนาตัวแบบปฏิบัติการแก้จนให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเมื่อทำการสำรวจแบบปูพรม งานวิจัยเชิงพื้นที่สามารถชี้เป้าคนจน และส่งต่อความช่วยเหลือหรือนำเอางานวิจัยและนวัตกรรมมาช่วยแก้ปัญหาคนจนอย่างตรงเป้าหมาย เพื่อช่วยเหลือคนจนให้สามารถกลับเข้าสู่ระบบความช่วยเหลือและส่งต่อให้ได้มากที่สุด สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผลการขับเคลื่อนแผนงานนี้ใน 10 จังหวัดนำร่อง ในระยะเวลา 8 เดือน จากการทำงานด้วยความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษา ภาคประชาสังคม และหน่วยงานรัฐในพื้นที่ในการลงพื้นที่สำรวจ วิเคราะห์สภาพปัญหาเชิงลึกของความยากจน สร้างกลไกการเลือกกลุ่มเป้าหมายและตรวจสอบคนจน และทุนของคนจนในพื้นที่รายครัวเรือนและรายชุมชนพบว่าเพิ่มจาก 75,873 ครัวเรือน เป็น 89,710 ครัวเรือน แยกเป็นรายบุคคลจาก 131,040 คน เป็น 334,153 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564) และการสำรวจนี้ยังทำให้ทราบถึงต้นทุนที่จะนำมาพัฒนาตนเองของแต่ละบุคคล ซึ่งทำให้เราสามารถนำเครื่องมือที่ อว. มีไปพัฒนาคนได้อย่างตรงจุด ซึ่งนับเป็นความสำเร็จของกลไกความร่วมมือในพื้นที่ โดย อว.ได้ส่งต่อข้อมูลให้คณะกรรมการแก้ไขปัญหาความยากจนระดับจังหวัดเพื่อการแก้ไขปัญหาแบบตรงเป้าและยั่งยืน&amp;rdquo; รมว.อว. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายกิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กล่าวว่า ในปี 2564 อว. มีแผนการดำเนินงานขับเคลื่อนระบบความช่วยเหลือและติดตามให้คนจนสามารถหลุดพ้นปัญหาความยากจนอย่างเป็นรูปธรรม และจะขยายพื้นที่เป้าหมายจากเดิม 10 จังหวัด เป็น 20 จังหวัด โดยจังหวัดที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ บุรีรัมย์ นราธิวาส อุบลราชธานี ลำปาง พัทลุง นครราชสีมา ร้อยเอ็ด พิษณุโลก เลย และยะลา เพื่อให้เกิดการขยายผลและต่อยอดการขับเคลื่อนโครงการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาคนจนอย่างเบ็ดเสร็จและแม่นยำ โดย บพท. จะมีการจัดเวทีแถลงผลการดำเนินงานแผนงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ ประจำปีงบประมาณ 2564 และพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การบูรณาการความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำระดับกระทรวงและระดับหน่วยงาน ของ อว. กระทรวงมหาดไทย (มท.) และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92616</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., ความยากจน, ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210210/image_big_60239f0ceee2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68612</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2020 20:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2020 20:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯจะแก้ปัญหาอย่างไร &#039;หน่อย&#039; เผยลงพื้นที่ได้ยินชาวบ้านบ่นเป็นเสียงเดียวกัน  หากินลำบาก  ร้านค้ายอดขายลดฮวบ คนตกงานมากขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย.63 - คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ &amp;nbsp;ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เย็นวันนี้หน่อยและสส. ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ได้นำข้าวกล่องและน้ำไปแจกพี่น้องชาวแฟลตดินแดง จำนวน 1,000 ชุด ด้วยความห่วงใยพี่น้องที่กำลังมีปัญหาปากท้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่น้องต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า หากินลำบากมาก ร้านค้าต่างๆ ยอดขายลดลงอย่างมาก คนตกงานมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหารายได้ไม่มี หรือไม่พอใช้จ่าย ต้องกู้นอกระบบมาทำทุน โดยเฉพาะผู้ค้ารายย่อยไม่มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อของรัฐ ต้องกู้นอกระบบทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาเหล่านี้ นายกฯ และรัฐบาลต้องใส่ใจและจริงใจ ต่อความเดือดร้อนของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรการที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ ไม่ได้ตอบโจทย์ความเดือดร้อนของประชาชน เช่น SOFT LOAN วงเงิน 500,000 ล้านบาท SMEs, พวกธุรกิจรายย่อย, รายกลาง เกือบ 100% เข้าไม่ถึงแหล่งเงินนี้ ได้แต่รายใหญ่ที่เป็นลูกหนี้ชั้นดีของธนาคารทั้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี จะแก้ปัญหาสำคัญนี้อย่างไร ที่จะช่วยไม่ให้ผู้ประกอบการรายย่อย จนถึงขนาดกลางต้องหมดลมหายใจไปก่อน ซึ่งจะเป็นการซ้ำเติมสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่อยู่แล้ว ให้หนักขึ้นไปอีก คนตกงานจะมีเพิ่มมากขึ้นมหาศาล จากการที่รัฐบาลปล่อยธุรกิจ SMEs เหล่านี้เจ๋งไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอคำตอบจากพลเอกประยุทธ์ ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลนี้ด้วยนะคะ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68612</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความยากจน, คุณหญิงสุดารัตน์, รัฐบาล, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200613/image_big_5ee4d5bb6909d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49728</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2019 08:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2019 08:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตหัวหน้า ทษช. ชี้ประเทศเข้าสู่ภาวะวิกฤต คนไทยยากจน-ขาดโอกาส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ย.62 -&amp;nbsp; รท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โพสต์เฟซบุ๊คว่า 7 พฤศจิกายนปีที่แล้ว ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตทางการเมืองของผม คือการได้มีโอกาสเข้าดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ เร็วนะครับ ครบ 1 ปี แล้ว ในช่วงเวลาที่ผ่านมาผมไม่ได้หายไปไหน ผมได้หันมาทบทวนตัวเองในทุกๆเรื่อง มีเวลาได้ดูแลสุขภาพ ดูแลลูกสาวฝาแฝดอายุ 6 ขวบมากขึ้น ได้ทุ่มเทให้การเรียนปริญญาเอกเต็มที่หลังจากค้างคามาหลายปีเพราะติดภารกิจงานการเมือง ซึ่งตอนนี้จบแล้วครับ&amp;nbsp;แม้วันนี้บทบาทของผมจะเปลี่ยนไป แต่ก็ยังคงมีความปรารถนาดี อยากเห็นประเทศไทยมีเศรษฐกิจที่ดี คนไทยลืมตาอ้าปากได้ สามารถพัฒนาเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเชื่อว่าประเทศไทยยังมีศักยภาพ เพราะเราเคยเป็น 1 ใน 5 เสือของอาเซียน เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค เป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดและงดงามไม่แพ้ชาติใดในโลก มีศักยภาพเป็นแหล่งผลิตอาหารของโลกได้เพราะมีสินค้าทางการเกษตรที่หลากหลาย มีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมและฝีมือด้านหัตถกรรม (Handcraft) ที่มีความประณีต ลอกเลียนแบบได้ยาก แต่ในวันนี้ศักยภาพเหล่านี้กลับถูกละเลย ถูกมองข้ามไป และไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งที่เราสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศจากสิ่งเหล่านี้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสร้างโอกาสในการทำมาหากินให้กับคนตัวเล็กๆที่มักถูกหลงลืมเหมือนไม่มีตัวตนในสังคม นับวันปัญหาความเหลื่อมล้ำก็จะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ผมเชื่อว่าไม่มีใครอยากจน ไม่มีใครอยากแบมือขอรับความช่วยเหลือจากคนอื่นหากมีความพร้อมที่จะช่วยเหลือตนเองได้ ความจนไม่ได้เป็นเรื่องของโชคชะตา แต่เป็นเรื่องของการขาดโอกาสและการสนับสนุนที่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งสำคัญคือความเข้าใจและเข้าถึงเทคโนโลยี รวมถึงการปรับตัวให้สามารถอยู่รอดได้ในยุคเศรษฐกิจสมัยใหม่ แม้ในห้วงที่ประเทศเข้าสู่ภาวะวิกฤต เรายิ่งต้องเปลี่ยน &amp;quot;วิกฤต&amp;quot; ให้เป็น &amp;quot;โอกาส&amp;quot; โดยเร็วที่สุดครับ&amp;nbsp;ผมเชื่อว่า &amp;quot;โอกาส&amp;quot; ในชีวิตของคนเรามีได้หลายครั้ง โอกาสมีอยู่ทุกที่ในประเทศไทยและมีอยู่ในทุกจังหวะของการพัฒนา และเป็นหนทางที่นำไปสู่อนาคตที่ดีกว่าเสมอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49728</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความยากจน, ความเหลื่อมล้ำ, ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช, อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ, แก้ปัญหาเศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191107/image_big_5dc371a0e3c9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37369</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2019 10:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2019 10:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โกงจำนำข้าวคือตัวอย่าง!&#039;หมอวรงค์&#039;ลั่นไม่เชื่อจะมีเทวดาที่ไหนมาสร้างความเท่าเทียมกันได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มิ.ย.62 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom ระบุว่า &amp;quot;ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่เชื่อว่า จะมีเทวดาที่ไหน มาสร้างความเท่าเทียมกัน คำเหล่านี้เป็นวาทกรรมปลุกเร้าของกลุ่มซ้ายที่ตายแล้วในยุโรป แม้แต่ประเทศคอมมิวนิสต์เก่าในรัสเซีย รวมทั้งจีนที่แทบไม่พูดถึงเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผมกล้าพูดเพราะ ผมเห็นประชาชนถูกเอาเปรียบในโครงการรับจำนำข้าว ราคาข้าวเปลือกที่ไม่เท่าเทียมกัน ระหว่างชาวนาที่ยากจนกับชาวนารวย ชาวนาที่มีการศึกษาดี ในยุคประชาธิปไตยยิ่งลักษณ์ครองเมือง แต่ไม่สนใจที่จะแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ผมเชื่อคือรัฐบาลต้องทำในสิ่งที่จับต้องได้ ให้ประชาชนอยู่ดีกินดี มีการศึกษาที่ได้มาตรฐาน ซื่อสัตย์สุจริตและให้โอกาส แล้วความรู้สึกต้องเท่าเทียมจะเกิดมาจากภายในตนเองของประชาชน ไม่มีเทวดาสร้างให้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37369</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนเท่ากัน, ความยากจน, ความเหลื่อมล้ำทางสังคม, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, เสมอภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190131/image_big_5c52889143edc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34047</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2019 12:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2019 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯบิ๊กตู่สุดปลื้ม!บลูมเบิร์กยกไทยอันดับ1ประเทศที่มีความทุกข์ยากน้อยที่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย.62 -&amp;nbsp;พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พอใจที่ประเทศไทยรั้งอันดับ 1 ประเทศที่มีความทุกข์ยากน้อยที่สุดจากการจัดอันดับดัชนีความทุกข์ยาก (Misery Index) ครั้งล่าสุด ปี 2019 ของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;ldquo;ไทยมีค่าคะแนนความทุกข์ยากที่ระดับ 2.1 ต่ำสุดเป็นอันดับ 1 ในปี 2018 ขณะที่ผลสำรวจคาดการณ์ดัชนีปี 2019 ของบลูมเบิร์ก พบว่า ไทยยังคงรั้งอันดับ 1 ด้วยคะแนน 2.1 เช่นเดิม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;รองโฆษกฯ กล่าวว่า ดัชนีความทุกข์ยากดังกล่าวคำนวณจากตัวเลขเงินเฟ้อและอัตราว่างงานใน 62 ประเทศ ขณะที่ตัวเลขคาดการณ์ของปีนี้มาจากการสำรวจความคิดเห็นของนักเศรษฐศาสตร์เปรียบเทียบกับปีที่แล้ว สิ้นสุดเมื่อ 11 เม.ย.62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พล.ท.วีรชน กล่าวว่า ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า ไทยมีอัตราว่างงานที่ระดับต่ำเพียง 0.9 ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ระดับ 1.1 ในปี 2018&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกฯ เน้นย้ำว่า นอกจากเรื่องการว่างงานและอัตราเงินเฟ้อที่รัฐบาลให้ความสำคัญแล้ว ยังมีเรื่องอื่น ๆ ที่ต้องทำควบคู่กันไปด้วย เช่น ดูแลการครองชีพ ปราบปรามการทุจริต และปัญหาอาชญากรรม ฯลฯ เพื่อให้สะท้อนถึงความสุขที่แท้จริงของคนในประเทศ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สำหรับ 5 อันดับของประเทศที่มีความทุกข์ยากน้อยที่สุด คือ 1) ไทย 2) สวิตเซอร์แลนด์ 3) ญี่ปุ่นและสิงคโปร์ 4) ไต้หวัน 5) มาเลเซีย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34047</URL_LINK>
                <HASHTAG>Misery Index, ความยากจน, บิ๊กตู่, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190311/image_big_5c86435778216.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24614</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2018 18:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2018 18:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เวรกรรม!&#039;ปลอด&#039;อ้าง40ปีไทยกลับมาจนอีกแล้ว แนะเลือก&#039;มืออาชีพอย่างพวกผมสิ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ธ.ค.61 -&amp;nbsp;นายปลอดประสพ สุรัสวดี สมาชิกพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า &amp;nbsp;จนอีกแล้วจ้า &amp;nbsp;เวรกรรม...ผ่านมาเกือบ 40 ปี ประเทศไทยกลับมายากจนอีกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;CS Global Wealth Report 2018 รายงานว่า ประเทศไทย เป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำมากที่สุดในโลก แต่ได้รับการปฏิเสธจากรัฐบาลอย่างแข็งขันว่า ไม่จริง หาว่าเขาใช้ข้อมูลเก่า เผลอแป๊บเดียวรัฐมนตรีสุวิทย์พลั้งปากเพื่อปกป้องโครงการแจกเงินว่า &amp;ldquo;ชาวบ้านจะอดตายอยู่แล้วถึงต้องแจก&amp;rdquo; มาวันนี้รัฐบาลประกาศยอมรับอย่างกล้าหาญ &amp;ldquo;เพราะข้อมูลมันชัด&amp;rdquo; โดยครม.ปุ๊บปั๊บ ให้จัดตั้ง คณะกรรมการนโยบายลดความเหลื่อมล้ำ และแก้ไขปัญหาความยากจน มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน (ไหวเหรอครับ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจำได้ว่าเมื่อ 40 ปีมาแล้ว สมัย ฯพณฯนายกฯเปรม ได้เคยมีแผนพัฒนาชนบทยากจน ซึ่งมีอาจารย์โฆษิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองเลขาธิการสภาพัฒน์ ในขณะนั้นเป็นโต้โผ และเพื่อนซูมแห่งไทยรัฐเป็นเลขา ผมซึ่งขณะนั้นเป็นผู้อำนวยการกองรุ่นหนุ่มร่วมด้วย โดยใช้โครงการประมงหมู่บ้านเป็นเครื่องมือขับเคลื่อน จากนั้น 10 ปีเต็มๆ ประเทศไทยก็พ้นกับดักความยากจนและทำท่าจะทะยานเป็นเสืออีกตัวของเอเชีย (วันนี้เป็นเสือหมอบไปแล้ว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมมาพยายามวิเคราะห์ว่า มันเกิดอะไรขึ้น สองแสนล้านล้านบาทที่รัฐบาลทหารชุดนี้ใช้ไป ทำไมประเทศจึงไม่เจริญขึ้นซ้ำยังทำให้คนจนลงอีก หยิบข้อมูลมาดูจึงพบว่า รัฐมีรายจ่ายแต่ไม่มีรายได้ การจับจ่ายใช้สอยฝืดเคือง โดยดูจากภาษีมูลค่าเพิ่มก็ไม่เพิ่มขึ้นเลย แต่ที่แย่ที่สุดก็คือ รัฐต้องกู้เงินมาเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณเกือบล้านล้านบาท อย่างนี้ต้องเรียกว่า ฉิบหายไม่ใช่แค่จน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมคิดว่าทั้งหลายทั้งมวลมันมาจากการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่ทันสมัย (ยุทธศาสตร์ 20ปี มันนานเกินไป) และทำอะไรไม่คิดถึงประชาชน เอาแต่เรื่องความมั่นคงท่าเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่แจกเงินตอนนี้นั้น ผมก็ยินดีด้วยกับประชาชนที่ได้เงินมาฟรีๆ แต่เชื่อผมเถอะ ไม่ยั่งยืนหรอกครับ แจกได้ทีเดียวก็หมดกระเป๋าแล้ว อย่างนี้เขาเรียกว่า ทำไม่เป็น มันต้องใช้ &amp;ldquo;ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส&amp;rdquo; โดยมืออาชีพอย่างพวกผมสิครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24614</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความยากจน, ปลอดประสพ สุรัสวดี, หาเสียงเลือกตั้ง, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181207/image_big_5c0a1e8883f75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1163</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2018 13:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2018 13:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชีวิตใหม่!สองพ่อลูกรถตุ๊กตุ๊ก ยอดบริจาคทะลุล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;คนไทยใจบุญหลั่งไหลช่วยสองพ่อลูกที่ใช้ชีวิตบนรถตุ๊กตุ๊ก เผยยอดเงินบริจาคกว่า 1 ล้าน 3 แสนบาท บางคนเสนอให้ที่ดินก็มี &amp;ldquo;ลุงโรจน์-น้องปาน&amp;rdquo;ซาบซึ้งหลั่งน้ำตา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;16 ม.ค. 61 - หลังจากที่ได้มีการนำเสนอเรื่องราวชีวิตสุดลำเค็ญ ของนายรุ่งโรจน์ ทิพย์รัตน์ อายุ 62 ปีหรือ ลุงโรจน์ และ ด.ช.กัมปนาท ทิพย์รัตน์ อายุ 10 ขวบ หรือน้องปาน ชาว อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นคนไร้บ้านต้องนอนกินบนรถตุ๊กตุ๊กอาบน้ำในปั้มน้ำมันและกินข้าวก้นบาตรพระ ซึ่งลูกชายออกไปช่วยเดินบิณฑบาต มานานแรมปี ล่าสุดมีผู้ใจบุญจากทั่วประเทศยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือสองพ่อลูกคู่นี้อย่างต่อเนื่องทั้งบริจาคเงิน สิ่งของเครื่องใช้ หรือกระทั่งบริจาคที่ดิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ล่าสุดที่ตลาดกรีนเวย์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายภาณุ พิทักษ์เผ่า ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้คุณธรรมเพื่อเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นผู้ประสานงานการช่วยเหลือพร้อมด้วยลุงโรจน์และน้องปาน รวมทั้งคุณครูประจำชั้นซึ่งเป็นตัวแทนของโรงเรียนเทศบาล5 ได้ร่วมกันแถลงสรุปความช่วยเหลือและการบริหารจัดการเงินบริจาคและการดูแลสภาพชีวิตของพ่อลูกคู่นี้ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายภาณุ เปิดเผยว่ายอดเงินที่ได้รับบริจาคจากคนไทยทั้งประเทศรวมทั้งชาวต่างชาติทั้ง2บัญชีตลอดระยะเวลา6วันที่ผ่านมา ณ วันนี้รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,347,280.35 ล้านบาท(หนึ่งล้านสามแสนสี่หมื่นเจ็ดพันสองร้อยแปดสิบบาทสามสิบห้าสตางค์)แยกเป็นบัญชีของลุงโรจน์1,315,160.35 บาทและบัญชีกองบุญเพื่อชีวิตพอเพียงอีก3,2120 บาท และยังมีการบริจาคเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ไม่รวมถึงผู้ที่ต้องการบริจาคที่ดินให้1ห้องในพื้นที่อ.บางกล่ำและโอนกรรมสิทธิ์ให้ทันทีเพื่อใช้สร้างบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายภาณุ กล่าวว่า เงินในส่วนนี้จะนำไปใช้จ่ายในเรื่องของบ้านเช่า จัดซื้อรถตุ๊กตุ๊กมือสอง ส่วนที่เหลือก็จะตั้งเป็นกองทุนการศึกษาของน้องปานในอนาคต และเงินทุกบาททุกสตางค์จะมีการทำบัญชีรายรับรายจ่ายอย่างละเอียดและจะมีคณะกรรมการเข้ามาดูแลการเบิกจ่ายของลุงโรจน์เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและใช้ในสิ่งที่จำเป็น รวมทั้งจะมีการเปิดเผยยอดเงินบริจาครวมทั้งรายละเอียดค่าใช้จ่ายทุกเดือนเพื่อความโปร่งใส &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้คุณธรรมเพื่อเศรษฐกิจพอเพียง กล่าวว่า หลายคนได้ตั้งข้อสงสัยว่าลุงโรจน์เป็นคนขี้เหล้าเมายาหรือไม่ที่ทำให้เป็นสาเหตุต้องมานอนบนรถตุ๊กตุ๊ก ยืนยันว่าไม่จริงลุงโรจน์ไม่กินเหล้าเพียงแต่สูบบุหรี่บ้าง ที่ร่างกายซูบผอมและเดินโซโซเพราะมีปัญหาด้านสุขภาพเคยผ่าตัดหน้าอกมาก่อนและพักผ่อนไม่เต็มที่เวลาพูดก็พูดคล้ายกับคนเมาแต่เป็นเรื่องปกติของลุงโรจน์หากใครได้สัมผัสจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ขณะที่ลุงโรจน์และน้องปาน มีใบหน้าที่สดชื่นแจ่มใสขึ้นมากแตกต่างจากก่อนหน้าที่ที่อิดโรยเพราะพักผ่อนไม่เต็มที่ต้องนอนบนรถตุ๊กตุ๊ก ได้กล่าวของคุณผู้ที่ให้การช่วยเหลือ โดยเฉพาะลุงโรจน์ได้กล่าวทั้งน้ำตาด้วยความตื้นตันใจของคุณผู้ที่ให้การช่วยเหลือทุกคนจนทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้นและไม่คิดว่าชีวิตของตนกับลูกจะมีวันนี้หลังจากนี้ก็จะขับรถตุ๊กตุ๊กเลี้ยงดูลูกชายต่อไปและจะทำความดีเพื่อตอบแทนน้ำใจทุกคนที่ให้การช่วยเหลือและจะใช้จ่ายเงินให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยมอบหมายให้ทางคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาเป็นผู้ดูแลเพื่อความสบายใจ ส่วนน้องปาน ซึ่งในวันนี้เริ่มมีรอยยิ้มและใบหน้าที่แจ่มใสขึ้นบอกเพียงสั้นว่าขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีที่ให้การช่วยเหลือตนกับพ่อ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ด้าน นางกรกมล แท่นมณี และนางณัฐธิดา กรดกางกั้น ครูประจำชั้นของน้องปาน เปิดเผยว่า ทางโรงเรียนได้ช่วยเหลือน้องปานมาตลอดทั้งอาหารเช้าอาหารกลาง และใส่ห่อกลับไปเป็นอาหารเย็นรวมทั้งเรื่องการทุนการศึกษาอุปกรณ์การเรียนและเรื่องของสุขภาพแต่น้องปานมีปัญหาเรื่องสมาธิสั้นและเรียนช้ากว่าคนอื่นหลังจากนี้จะต้องเพิ่มการเรียนแบบพิเศษเพื่อพัฒนาด้านทักษะการเรียนให้ดีขึ้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1163</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความยากจน, หาดใหญ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180116/image_big_5a5d94fee08e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
