<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45097</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2019 17:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2019 07:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถึงเวลาสามัคคี!&#039;ประสาร&#039;เสนอออกกฎหมายนิรโทษกรรมแก่ผู้ต้องคดีการเมืองทั้งหมด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;06ก.ย.62-นายประสาร มฤคพิทักษ์&amp;nbsp; อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.)และคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สปช. เผยแพร่บทความ เรื่อง &amp;quot;การอำนวยความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์&amp;quot; มีเนื้อหาดังนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากสังคมไทยเผชิญกับวิกฤติความขัดแย้ง แตกแยกทางการเมืองมายาวนาน อันเนื่องมาจากความเชื่อทางการเมืองที่แตกต่างกัน ในช่วงหนึ่งถึงกับนำไปสู่ความรุนแรง จนเกือบจะกลายเป็นสงครามกลางเมือง มีผู้คนบาดเจ็บล้มตายไปจำนวนหนึ่ง ผู้คนอีกจำนวนหนึ่งยังถูกจับกุมคุมขัง และผู้คนอีกจำนวนหนึ่ง อยู่ในระหว่างถูกดำเนินคดี โดยศาลสถิตยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่เป็นสภาพความร้าวฉานที่บั่นทอนวิถีชีวิตอันสุขสงบของสังคมไทย อันส่งผลกระทบกระเทือนถึงการดำรงชีวิตทางเศรษฐกิจของคนไทยทั่วประเทศอีกด้วย บัดนี้ถึงเวลาที่สังคมไทยควรหันหน้าเข้าหากันสร้างสานหนทางแห่งสามัคคีธรรม นำประเทศชาติออกจากหลุมดำแห่งความขัดแย้งเหมือนดังที่ครั้งหนึ่งทางการได้ออกคำสั่งที่ 66 / 2523 ประกาศหลัก &amp;ldquo;การเมืองนำการทหาร &amp;rdquo; โดยต้อนรับผู้คนที่มีความเห็นต่างทางการเมืองให้ออกจากป่าคืนสู่เมือง โดยปราศจากความผิดใด ๆ นำมาซึ่งผลสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่น้อมนำประเทศคืนสู่แผ่นดินแห่งสันติสุขได้อย่างสร้างสรรค์สง่างาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพิจารณาถึงผลพวงแห่งความขัดแย้งในระยะ 15 ปีที่ผ่านมา มีข้อควรพิจารณาว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. บุคคลที่มีความผิดฉกรรจ์ในคดีอาญา ในต่างกรรมต่างวาระ ล้วนได้รับโทษทัณฑ์กันไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. คนไทยเป็นคนรักสันติ รักความสงบ เป็นวิถีดำเนินชีวิตของสังคมไทยตลอดมา ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในบางช่วงของประวัติศาสตร์ มาจากการทำสงครามกับประเทศอื่น ความขัดแย้งในหมู่คนไทย จึงเป็นความแปลกแยกที่ผิดเพี้ยนไปจากวิถีแห่งความเป็นไทยที่สืบเนื่องมายาวนาน
การพลิกฟื้นคืนสู่สังคมที่สงบสุข สังคมแห่งความรู้รักสามัคคี ย่อมจะเอื้ออำนวยต่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีงาม เอื้อโอกาสต่อการประกอบสัมมาชีพ และความอยู่ดีกินดีของครอบครัวและชุมชนไทยอย่างมีนัยยะสาคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. คนไทยจำนวนหนึ่ง มีความเห็นร่วมกันว่า ถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยจะยุติความขัดแย้ง หยุดยั้งความรุนแรง เยียวยาความร้าวฉานในสังคมด้วยการออกกฎหมายนิรโทษกรรมหรืออภัยโทษให้แก่ผู้ต้องคดีทั้งมวลโดยไม่ครอบคลุม 3 กรณี คือ
- ผู้ต้องคดีทุจริต
- ผู้ต้องคดีอาญาร้ายแรง
- ผู้ต้องคดีความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 112 (ความผิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนวทางเช่นนี้ เป็นการอำนวยความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ให้แก่ผู้ต้องคดีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ถูกกล่าวหา ผู้ต้องหา จำเลย หรือผู้เสียหายโดยไม่บิดเบือนหรือแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมที่ดำเนินอยู่ เป็นวิธีการที่ยังดำรงหลักนิติรัฐ นิติธรรมไว้ ในขณะที่จะส่งผลอันเป็นคุณต่อชีวิตครอบครัวของผู้ต้องคดีและจะเป็นหมุดหมายทางประวัติศาสตร์ครั้งสาคัญยิ่งต่อการสร้างสานสามัคคีธรรมขึ้นมาในสังคมไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการศึกษาและสำรวจความเป็นจริง ได้พบว่าการดำเนินตามแนวทางนี้เป็นจุดลงตัวที่คู่ขัดแย้ง นักวิชาการ สื่อมวลชน ฝ่ายการเมือง และบุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถจะยอมรับร่วมกันได้ และต่างก็ปรารถนาจะก้าวไปสู่การสร้างสานสันติธรรมร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงสมควร จัดให้มีการดำเนินการอำนวยความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ ตามแนวทางดังกล่าว ซึ่งจะเป็นทานบารมีครั้งยิ่งใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นของขวัญอันล้ำค่าที่น่าความปลาบปลื้มปิติมาสู่ประชาชนชาวไทยทั้งมวลในรัชกาลปัจจุบัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45097</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมืองนำการทหาร, คดีการเมือง, ความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์, นิรโทษกรรม, ประสาร มฤคพิทักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190215/image_big_5c669315938de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
