<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54835</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2020 21:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2020 21:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สี จิ้นผิง&#039; เยือนเมียนมา ผลักดันเมกะโปรเจ็กต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนเริ่มการเยือนเมียนมาอย่างเป็นทางการเมื่อวันศุกร์ เพื่อผลักดันข้อตกลงโครงสร้างพื้นฐานมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่เป็นส่วนหนึ่งของความริเริ่มแถบและเส้นทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และนางอองซาน ซูจี ถ่ายภาพคู่ระหว่างพิธีต้อนรับที่ทำเนียบประธานาธิบดี ในกรุงเนปยีดอ เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2563 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 17 มกราคม 2563 กล่าวว่า เมียนมาจัดพิธีต้อนรับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน และงานเลี้ยงอาหารค่ำในวันศุกร์ โดยข่าวซินหัวรายงานว่า ประธานาธิบดีสีกล่าวต่อบรรดาผู้นำเมียนมาระหว่างพิธีต้อนรับว่า เขาเชื่อมั่นว่าการระดมความพยายามร่วมกันระหว่างสองฝ่ายจะทำให้การเยือนครั้งนี้ประสบความสำเร็จและนำความสัมพันธ์ทวิภาคีเข้าสู่ระดับใหม่และยุคสมัยใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สีมีกำหนดจะลงนามข้อตกลงโครงการโครงสร้างพื้นที่ฐานขนาดใหญ่หลายฉบับ ที่เป็นส่วนหนึ่งของความริเริ่มแถบและเส้นทาง หรือโครงการเส้นทางสายไหมใหม่ โดยหัวใจหลักของความร่วมมือระหว่างสองประเทศคือโครงการท่าเรือน้ำลึก ระเบียงเศรษฐกิจจีน-เมียนมา (CMEC) มูลค่า 1.3 พันล้านดอลลาร์ ที่เมืองเจ๊าะผิ่ว ในรัฐยะไข่ ที่จะเป็นประตูสู่มหาสมุทรอินเดียสำหรับจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในอนาคต จีนยังวางโครงการเส้นทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อมท่าเรือนี้กับเขตอุตสาหกรรมใกล้เคียงกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การค้าระหว่างจีนกับเมียนมาเมื่อปีที่แล้วมีมูลค่า 16.8 พันล้านดอลลาร์ และนอกเหนือจากการเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดในเมียนมาแล้ว จีนยังเป็นผู้ถือหนี้ต่างประเทศของเมียนมารายใหญ่ที่สุด ราว 4 พันล้านดอลลาร์ หรือ 40%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนที่สีจะมาเยือนเมียนมา นางอองซาน ซูจี เพิ่งเดินทางไปรัฐกะฉิ่นติดชายแดนจีน ซึ่งเป็นการเยือนที่เกิดไม่บ่อยนัก รัฐนี้เป็นที่ตั้งโครงการเขื่อนขนาด 6,000 เมกะวัตต์ มูลค่า 3.6 พันล้านดอลลาร์ที่จีนให้ทุนสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการนี้ถูกระงับเมื่อปี 2554 หลังจากมีเสียงวิจารณ์ทั่วประเทศ และถูกมองว่าทำให้สี จิ้นผิง เสียหน้า เพราะสีคือผู้ลงนามสัญญาโครงการนี้เองกับรัฐบาลทหารเมียนมาเมื่อปี 2552 ครั้งที่เขายังเป็นรองประธานาธิบดี คาดว่านักเคลื่อนไหวจะชุมนุมประท้วงที่นครย่างกุ้งในวันเสาร์เพื่อคัดค้านการรื้อฟื้นโครงการนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกเหนือจากความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ในทางการเมือง จีนคือพันธมิตรที่คอยอุ้มชูรัฐบาลเมียนมาจากการโดนประชาคมโลกโดดเดี่ยวจากกรณีวิกฤติโรฮีนจาในรัฐยะไข่ ในบทความที่เผยแพร่ผ่านสื่อทางการเมียนมาสัปดาห์นี้ สีกล่าวว่า จีนสนับสนุนเมียนมาในการปกป้องสิทธิและผลประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายและศักดิ์ศรีของชาติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54835</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความริเริ่มแถบและเส้นทาง, ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง, อองซาน ซูจี, เมกะโปรเจ็กต์, เมียนมา, เยือนพม่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200117/image_big_5e21bfa108ab8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
