<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47905</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2019 19:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2019 19:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ปัตตานีเดือด!4คนร้ายสวมชุดดำ ใช้อาก้ายิงถล่มอดีตผู้ใหญ่บ้านเสียชีวิตคาร้านน้ำชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค 62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.30 น ร.ต.ท.เริงศักดิ์ ชาติสุขศิริเดช &amp;nbsp;รอง สว.(สอบสวน) สภ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดที่ร้านน้ำชาไม่มีเลขที่ พื้นที่ ม.4 ต.พ่อมิง จึงรายงานให้ พล.ต.ต.จิรวัฒน์ พยุงธรรม ผบก.ภ.จ.ปัตตานี พ.อ.สมคิด คงแข็ง ผบ.ฉก.ทพ.44 ทราบแล้วนำกำลังไปที่เกิดเหตุ ไปถึงพบว่าที่เกิดเหตุเป็นร้านน้ำชาสร้างเป็นเพลิงไม้ ภายในร้านพบผู้เสียชีวิต 1 รายนอนตายจมกองเลือดบนพื้น ทราบชื่อ นายคอเดร์ มะแด อายุ 63 ปี ที่อยู่ 2/1 &amp;nbsp;ม.4 ต.พ่อมิ่ง อ.ปะนาเระ สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธสงครามเข้าลำตัวหลายนัด กระสุนยังพลาดไปถูกผนังของร้านและข้าวของเสียหาย ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนอาก้า จำนวน 6 ปลอก เจ้าหน้าที่ได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ดังกล่าว และได้เกษียณไปแล้ว 3 ปี โดยปัจจุบันมีอาชีพเกษตรกร โดยก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้เดินทางออกจากบ้านมานั่งร้านน้ำชาทุกวัน โดยในร้านมีชาวบ้านนั่งโต๊ะข้าง ๆ จำนวน 5 คน ปรากฏว่ามีคนร้าย 4 คน แต่งกายชุดดำพร้อมอาวุธปืนยาว ใช้รถ จยย.จำนวน 2 คัน มาจอดหน้าร้าน โดยที่ชาวบ้านคิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ทำให้มีได้ใครเอะใจรวมไปถึงผู้ตาย และ 1 ในคนร้ายลงจากรถเดินเข้าไปมาผู้ตายก่อนที่จะใช้อาวุธปืนขึ้นมาจ่อยิงผู้ตายทันทีหลายนัดต่อหน้าชาวบ้านที่นั่งอยู่ในร้านต่างตกใจวิ่งหนีตายไปคนละทิศละทาง จนเสียชีวิต คนร้ายได้ค้นตัวผู้ตายก่อนจะขโมยอาวุธปืน ขนาด 9 มม.หลบหนีไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.จิรวัฒน์ พยุงธรรม ผบก. ได้สั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหารกระจายกำลังออกไล่ล่าคนร้ายตามเบาะแสที่ชาวบ้านแจ้งข้อมูล รวมไปถึงให้ชุดสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่สอบสวนพยานในที่เกิดเหตุและเก็บวัตถุพยานให้มากที่สุด ทั้งนี้เชื่อว่าช่วงเกิดเหตุน่าจะมีคนเห็นรูปพรรณคนร้ายและเชื่อคนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ เนื่องจากรู้พื้นที่และเส้นทางหลบหนี ส่วนสาเหตุ เบื้องต้นน่าจะเป็นฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบพยายามสร้างสถานการณ์ โดยที่ติดตามดูความเคลื่อนไหวของผู้ตายและรู้ว่าจะมานั่งร้านน้ำชาเป็นประจำ เมื่อสบโอกาสจึงได้ก่อเหตุอย่างอุอาจ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47905</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มก่อความไม่สงบ, ความรุนแรงในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้, ปัตตานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191012/image_big_5da1bfb31d939.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27547</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2019 10:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2019 10:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เบตง&#039;คุมเข้มช่วงเทศกาลตรุษจีน สกัดกลุ่มก่อความไม่สงบป่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ม.ค.62 -&amp;nbsp;พ.จ.ท.อนันต์ บุญสำราญ นายอำเภอเบตง &amp;nbsp;จ.ยะลา สั่งกำชับให้กองกำลังผสม 3 ฝ่าย ในพื้นที่อำเภอเบตง ของจังหวัดยะลา รวมทั้ง ชรบ. อรม. ตำรวจชุมชน ในพื้นที่โดยเฉพาะจุดสุ่มเสี่ยงในย่านเศรษฐกิจ สถานบันเทิง และการเข้า-ออก พรมแดนไทย ให้มีการคุมเข้มเฝ้าระวัง ภายหลังคนร้ายก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องปรามการลอบแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อทำลายภาพรวมของเศรษฐกิจ ซึ่งใกล้จะถึงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งคาดว่าในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองเบตง จะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ เดินเข้ามาร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีนตามย่านสถานบันเทิงกันอย่างคับคั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณที่ พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สารีรัตน์ ผกก.สภ.เบตง ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกับหน่วยกำลังในพื้นที่ ยกระดับการรักษาความปลอดภัยเส้นทางเข้าออกอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ซึ่งเป็น 1 ใน 8 เมืองเศรษฐกิจในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตรวจค้นยานพาหนะทุกชนิด ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ที่จะเข้ามายังตัวเมืองทุกคัน ตลอดจนหาบุคคลเป้าหมายที่มีคดีหมายจับในคดีความมั่นคง และคดี ป.วิอาญา ด้วยการตรวจเลข 13 หลัก บัตรประจำตัวประชาชนอย่างละเอียดทั้งกลางวันและกลางคืน อย่างเข้มข้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากหน่วยข่าวความมั่นคง เผยว่า พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความไม่สงบ.ที่มีความเกี่ยวข้องกับ เหตุระเบิดตลาดพิมลชัย เข้ามาเคลื่อนไหวที่ บ.บาโด ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อเตรียมลอบวางระเบิดแสวงเครื่อง นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ากลุ่ม ก่อความไม่สงบที่ผ่านการฝึกเรียบร้อย เตรียมก่อเหตุต่อเป้าหมาย อ่อนแอ &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ และคนไทยพุทธ ที่เดินทางเพียงลำพัง ตามถนนเพื่อสร้างสถานการณ์และทดสอบจิตใจของผู้ที่ผ่านการฝึก ในการปฏิบัติแต่ละครั้งหวังผลต่อชีวิต ทรัพย์สินและอาวุธ เป็นสำคัญ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27547</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มก่อความไม่สงบ, ความรุนแรงในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้, บีอาร์เอ็น, ยะลา, เบตง, ไฟใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190126/image_big_5c4bd707d50f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10519</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2018 09:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2018 09:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บีอาร์เอ็น&#039;ต่างหากที่เป็น&#039;ฆาตกร&#039;มือเปื้อนเลือดในเดือนแห่งความบริสุทธิ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;แฟ้มภาพ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานการณ์การก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งประกอบด้วย จ.ยะลา, ปัตตานี, นราธิวาส และสงขลาบางส่วน ในห้วงของเดือนเมษายน-พฤษภาคม ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่า เหตุร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้น เหมือนกับการเดิน ย้อนกลับ ไปสู่สถานการณ์ความรุนแรงในอดีต หรือเหมือนกับสถานการณ์เมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะในห้วงของเดือน รอมฎอน ของปีนี้ ซึ่งผ่านไปแล้ว ครึ่งทาง มีเหตุการณ์ร้ายที่ปลุกระดมคนในพื้นที่ไม่ให้ความร่วมมือกับ รัฐไทย ต่อด้วยการโจมตีชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) และฐานปฏิบัติการเจ้าหน้าที่ ใน อ.ยะหา จ.ยะลา และเหตุการณ์อื่นๆ ทั้งฆ่ารายวัน และการก่อกวนในทุกรูปแบบ ซึ่งนั่นคือเหตุการณ์ก่อนเข้าสู่เดือน รอมฎอน ที่ถูกเรียกขานว่าเป็นเดือนแห่งการปฏิบัติ ศาสนกิจ ด้วยความ บริสุทธิ์ และเป็นเดือนแห่งความ ศักดิ์สิทธิ์ ของผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และหลังจากเข้าสู่เดือน รอมฎอน เพียงไม่กี่วัน ท่ามกลางความขัดแย้งในประเด็น ฮิญาบ ระหว่างเด็กนักเรียน ผู้ปกครองนักเรียน กับผู้บริหารโรงเรียน อนุบาลปัตตานี แนวร่วมขบวนการแบ่งแยกดินแดนก็ถือโอกาสขยายผลความขัดแย้งที่เกิดขึ้นด้วยการ ก่อวินาศกรรม ตู้เอทีเอ็มของธนาคารหลายแห่ง รวมทั้งการก่อวินาศกรรมเสาไฟฟ้าแรงสูง และการซุ่มโจมตีฐานปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ใน 4 จังหวัดรวม 24 จุด ในค่ำคืนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จะมีการแถลงข่าวว่า สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ 6 คน และออกหมายจับแล้วจำนวนหนึ่ง แต่นั่นหมายถึงหลังจากการก่อเหตุแล้วหลายวัน แต่ก็ถือว่าเป็น ข่าวดี ที่อย่างน้อยผู้ก่อเหตุก็ไม่ได้ ลอยนวล อยู่เหนือกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากการใช้ อาร์เคเค ก่อเหตุร้าย ซึ่งเป็นปฏิบัติการทาง ทหาร ในระดับสร้างความ ปั่นป่วน ได้แล้ว ปฏิบัติการต่อไปของบีอาร์เอ็น คือการป่วนข่าวลวง เพื่อสร้างความ ตื่นตระหนก ให้กับคนในพื้นที่ และสร้างความ กดดัน ให้กับ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าอย่างต่อเนื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นั่นคือการอัด คลิปเสียง ด้วยการแจ้งเตือนคน มุสลิม ในพื้นที่ให้ระวัง อันตราย เพราะจะมีการก่อเหตุร้ายในวันที่ 30 พ.ค. โดยขอให้ทุกคนงดออกจากบ้าน จนกลายเป็นประเด็นการ ส่งต่อ หรือ แชร์ข่าว ในโลกของ โซเชียล อย่างล้นหลาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อด้วยการปล่อยข่าวเพื่อสร้างความ ตื่นตระหนก ด้วยเรื่องแจ้งเตือนมี จยย.บอมบ์ ในเขตเทศบาลนครยะลา ซึ่งกำลังมีงานประจำปี คืองาน หลักเมือง และการเตรียมก่อวินาศกรรมด้วย จยย.บอมบ์ จำนวน 18 คัน เป้าหมายอยู่ที่เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งแน่นอน มีประชาชนเป็นจำนวนมากที่ หวั่นไหว กับข่าวลวงที่เกิดขึ้น และแม้ว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จะได้ออกมาชี้แจงว่าเป็น ข่าวปล่อย เป็น ข่าวลวง ของขบวนการ แต่คนส่วนหนึ่งก็ยัง หวั่นไหว เพราะมีความรู้ที่ ติดลบ กับหน่วยงานของรัฐ ที่มีหน้าที่ทำ ไอโอ ตามหน้าที่เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เดือน รอมฎอน จึงกลายเป็นเดือนแห่งความ โหดร้าย เป็นเดือนแห่งการเฝ้าระวัง ทั้งของเจ้าหน้าที่และของคนในพื้นที่ ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เนื่องจากข่าวใน เชิงลึก จากหน่วยข่าวความมั่นคง แจ้งเตือนให้ทุกฝ่ายระมัดระวัง เพราะพบว่า แกนนำ ในฝั่ง เพื่อนบ้าน ได้สั่งการให้ อาร์เคเค ในพื้นที่ โจมตีเป้าหมายที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐในทุกพื้นที่เพื่อสร้างผลงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเป็นการร่วมมือกันระหว่าง อาร์เคเค กลุ่มเดิม กับ อาร์เคเค น้องใหม่ ที่ได้รับการฝึกมาใหม่อีก 500 คน เพื่อเร่ง ดีกรี ความร้อนแรงของ ไฟใต้ ในห้วงเวลาตั้งแต่ 10 วันแรก ก่อนเข้าสู่เดือน รอมฎอน และ 10 วันหลัง ก่อนที่จะสิ้นเดือน รอมฎอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนั้นยังมี อาร์เคเค รุ่นใหม่ ซึ่งถูกนำไปฝึกการใช้ สไนเปอร์ จำนวน 60 คน และกลับเข้าสู่พื้นที่แล้ว 30 คน เพื่อการทำ ภารกิจ ตามคำสั่งของบีอาร์เอ็น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และยังมีมือก่อวินาศกรรม รุ่นใหม่ ที่ถูกฝึกให้มีความชำนาญในการใช้ระเบิดชนิดร้ายแรง จำนวน 18 คน ที่กระจายอยู่ในพื้นที่ เพื่อรอรับคำสั่งในการประกอบ ระเบิดแสวงเครื่อง ในการก่อวินาศกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นวันนี้จึงยังไม่ใช่วันที่ 3 จังหวัด 4 อำเภอ เข้าสู่ โหมด ของการที่ ไฟใต้ ค่อยๆ มอดลง อย่างที่ฝ่ายความมั่นคงพยายามทำ ไอโอ เพื่อให้ นายเหนือ เห็นถึงผลงานในรอบ 2 ปี ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และให้คนในพื้นที่สบายใจว่า นโยบายในการดับ ไฟใต้ ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้ เดินมาถูกทางแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะสิ่งที่พบเห็นในเดือน รอมฎอน ปีนี้คือ กำลังของ อาร์เคเค ในหลายพื้นที่ ซึ่งมวลชนยังให้การสนับสนุน ด้วยการตั้งด่านตรวจใกล้ๆ กับด่านของเจ้าหน้าที่ ประมาณ 1 กิโลเมตร พร้อมถามประชาชนที่สัญจรบนเส้นทางว่า ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับ อาร์เคเค ที่เป็นกองกำลังของ ฟาตอนี จะเชื่อใคร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ที่รัฐเลือกให้เป็นพื้นที่ เซฟตี้โซน ปรากฏกองกำลังติดอาวุธแต่งเครื่องแบบของนักรบฟาตอนี เคลื่อนไหวในพื้นที่นอกตัวเมืองเพื่อ สื่อสาร กับชาวบ้าน เพื่อให้เห็นว่า อาร์เคเค ยังมีกองกำลัง และมีความสามารถในการ คุกคาม มวลชน ที่ยังไม่ให้การสนับสนุนขบวนการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และแม้กระทั่งการนำสิ่งของมอบให้คนในพื้นที่ชนบทในเดือน รอมฎอน เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง และอินทผาลัม เพื่อแสดงความห่วงใย เช่นเดียวกับที่ฝ่ายรัฐนำอินทผลัม มอบให้กับผู้นำศาสนาในเดือน รอมฎอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่น่าสนใจคือ พบว่ามีการ นัดหมาย จาก แกนนำ ในประเทศเพื่อนบ้าน กับ แกนนำ จากพื้นที่ 3 จังหวัด ก่อนที่จะสิ้นเดือนละศีลอด เพื่อเป็นการประชุมร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งหมดคือความ เคลื่อนไหว ที่หน่วยข่าวความมั่นคงตรวจพบความเคลื่อนไหวของขบวนการ ซึ่งปฏิบัติการทุกอย่าง สอดคล้อง กับเนื้อความที่แขวนบนป้ายผ้า ก่อนที่จะเข้าสู่เดือน รอมฎอน โดยเป็นการ สื่อสาร กับมวลชนของเขา และมวลชนในพื้นที่ ซึ่งยังไม่ใช่ แนวร่วม ของบีอาร์เอ็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่..สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุด คือประเด็นของ ฮิญาบ ที่เกิดขึ้นกับโรงเรียนอนุบาลปัตตานี ซึ่งไม่ว่าผู้ที่เปิดประเด็นของความขัดแย้งจะตั้งใจ หรือเป็นเหตุ บังเอิญ ก็ตาม และประเด็นเรื่อง ฮิญาบ กลายเป็น เงื่อนไข ทาง การเมือง ที่บีอาร์เอ็นได้ หยิบฉวย ไปเป็นประโยชน์ในทางการ ทหาร เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สมมติถ้าผลของความ ขัดแย้ง ในเรื่องของโรงเรียนอนุบาลปัตตานี ออกมาในรูปแบบที่นักเรียนทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของโรงเรียน ที่ บัญญัติ โดย คณะสงฆ์ เพราะที่ตั้งโรงเรียนอยู่ในพื้นที่ ธรณีสงฆ์ ซึ่งได้มีการปฏิบัติตามระเบียบมาแล้ว 50 ปี บีอาร์เอ็นก็จะฉวยโอกาสว่ารัฐไทยไม่ให้เสรีภาพในการแต่งกายตามบทบัญญัติของศาสนา และสิ่งที่ตามมาคือ เหตุร้ายอาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่แบบ ดาวกระจาย ชนิดปฏิบัติการทาง ทหาร ที่ได้ใจ การเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น สถานการณ์ รอมฎอน ปีนี้ จึงเป็นอีกปีหนึ่งที่ บีอาร์เอ็น นำเอาความ บริสุทธิ์ และความ ศักดิ์สิทธิ์ ของศาสนา มาสร้างรอย เปื้อนเลือด ให้เกิดขึ้นกับประชาชน มุสลิม ณ แผ่นดิน ปลายด้ามขวาน อีกครั้งหนึ่ง.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมือง ไม้ขม รายงาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10519</URL_LINK>
                <HASHTAG>BRN, ความรุนแรงในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้, บีอาร์เอ็น, เจรจาสันติสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180508/image_big_5af19142d613d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
